ตอนที่ 1 เื่ราวในอดีต (2)
ซ่งจื่อเฉินตัวสั่นขึ้นมาทันที เขามองสายตาอ่อนโยนของคนตรงหน้าที่คุ้นเคยเสียจนตราตรึงฝังลึก ทว่ากลับดูแปลกหน้าไปนานแล้วอย่างตกตะลึง ทันใดนั้นเื่ในอดีตที่ถูกฝังไว้ในส่วนลึกของความทรงจำคล้ายถูกเปิดผนึก ชัดเจนราวกับปรากฏตรงหน้า ดุจมีดที่ทิ่มแทงหน้าอกของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เ็ปรวดร้าว เย็นเยียบไปทั้งหัวใจ
มู่ชิวโตกว่าเขาห้าปี ตอนเขายังเป็องค์ชายน้อยผู้โดดเดี่ยวที่ถูกรังแก คนผู้นี้คอยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด ปกป้องเขา กระทั่งเขายังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคนผู้นี้ถูกโบยเพราะตนไปกี่ครั้ง ทุกครั้งที่ใส่ยา ตัวเขาเองจะแอบเช็ดน้ำตา ก่อนถูกคนผู้นี้ลูบหัวอย่างแ่เบาพร้อมพูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่ว่าเขาจะเอาแต่ใจอย่างไร สุดท้ายก็จะทนไม่ไหว มุดเข้าไปร้องไห้โฮในอ้อมกอดนั้น
ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปั้แ่เมื่อใดกัน อาจเริ่มั้แ่วันอภิเษกของเขา ความสัมพันธ์ที่เดิมทีค่อนข้างคลุมเครือก็ถูกเขาจงใจทำให้ห่างเหิน จากนั้น...จากนั้นก็มีเื่ราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน พระชายาคลอดยาก ซื่อจื่อป่วยจนตาย พี่ใหญ่ถูกลอบสังหาร เื่ทั้งหมดล้วนบ่งชี้ไปที่คนผู้นี้อย่างกลายๆ เพราะโทสะแรงกล้า เขาไม่เปิดโอกาสให้มู่ชิวได้อธิบายก็ลดขั้นอีกฝ่ายไปเป็องครักษ์ขั้นสาม สั่งห้ามมู่ชิวมาปรากฏต่อหน้าอีก หากวันนั้นทหารใต้บังคับบัญชาไม่ถืออาวุธมาล้อมเขาไว้ บางทีคนผู้นี้อาจไม่ได้ปรากฏตัวอีกชั่วชีวิต หรืออาจดิ้นรนทุกข์ทรมานเป็ครั้งสุดท้ายอยู่ในที่ที่เขามองไม่เห็นเงียบๆ จากนั้นก็หลับไปตลอดกาล
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น ก็อาจดีกว่าต้องมาทุกข์ทรมานเป็เพื่อนเขาและตายอยู่ในห้องขังเย็นเฉียบอย่างในเวลานี้
ซ่งจื่อเฉินกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป สะอื้นกอดคนในอ้อมแขนแน่น บรรจงจูบลงบนหน้าผากของเขาอย่างแ่เบา “เหตุใดถึงได้โง่งมเช่นนี้...มันคุ้มค่าหรือ...”
ในขณะที่กำลังจะจูบต่อ ซ่งจื่อเฉินพลันเห็นแววตาของคนตรงหน้า ดวงตาที่อ่อนโยนและใสกระจ่างอยู่เสมอคล้ายจะเปล่งประกายเจิดจ้าอย่างถึงที่สุด ประหนึ่งดอกไม้ไฟแสนสะกดตา ทว่ากลับสว่างเพียงชั่วพริบตาก็หม่นลงอย่างไม่อาจห้าม อยู่ๆ เขาก็รู้สึกร้อนผ่าวบริเวณหัวใจ ความเ็ปแผ่ซ่านไปถ้วนทั่วเป็ระลอก เ็ปเสียจนหายใจไม่ออก
“ชาตินี้ ไม่เปลี่ยน...”
สายตาของมู่ชิวเลือนรางเต็มที เขาพยายามยิ้มให้คนที่อยู่ในจินตนาการผู้นั้น ดูเหมือนจะยังมีของเหลวกลิ่นคาวอุ่นๆ ทะลักออกจากริมฝีปากไม่หยุด ทว่าเขาไม่สะกดกลั้นมันอีกต่อไป ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นอย่างน่าประหลาดปกคลุมตัวเขาขึ้นมาทันที ความเ็ปทุกข์ทรมานตลอดสิบกว่าปีมลายหายในฉับพลัน บัดนี้เหลือเพียงลำแสงที่อ่อนโยนและสว่างสดใส
ซ่งจื่อเฉินกอดคนในอ้อมอกแน่น มองเขากระอักเืไม่หยุด มองเนื้อตัวสั่นเทาจนไม่เหลือสภาพ ดวงตาที่ขุ่นมัวทีละนิด รอยยิ้มบางๆ ที่แสนอบอุ่นและใจดีเหลือเกินนั้นของเขา ซ่งจื่อเฉินเห็นกับตาว่าแสงในดวงตาของเขาค่อยๆ มืดมนลง ในใจเ็ปสุดคณานับ เหลือเพียงความสับสน
“ข้าทำให้เ้าตาย...ไม่ต้องรีบ รอข้าก่อน พวกเราไปด้วยกัน”
ซ่งจื่อเฉินลูบผมที่ยุ่งเหยิงให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน เอามือวางลงบนดวงตาที่เปิดอยู่กึ่งหนึ่งของเขาแล้วช่วยปิดลงอย่างแ่เบา จากนั้นก็ใช้แขนเสื้อบรรจงเช็ดคราบเืบนใบหน้ามู่ชิว เมื่อคลำเอวของคนในอ้อมแขนก็พบมีดพกตามคาด
เดาไว้ไม่ผิด ซ่งจื่อเซวียน้าให้มู่ชิวปลิดชีพตน หรืออาจจะตรงไปตรงมายิ่งกว่านั้นสักหน่อย ให้มู่ชิวแทงเขาให้ตาย วางหมากเช่นนี้ หากเขาตายก็จะเอายาถอนพิษให้มู่ชิว
“เ้าควรจะเชื่อฟังเขา ตายแทนข้ามันไม่คุ้มกันเลยจริงๆ...” ซ่งจื่อเฉินค่อยๆ วางคนตรงหน้าลงบนพื้นอย่างแ่เบา ใส่มีดพกไว้ในมือเขา มือนั้นเย็นจนไม่เหลือความอุ่นแม้สักเพียงนิด ซ่งจื่อเฉินเพิ่งยัดมีดพกนั่นใส่มือ มีดก็ตกลงทันที เสียงมีดพกหล่นลงกระทบพื้น หัวใจของเขาก็ว่างเปล่าตามไปด้วย
“ข้าช่วยเอง” ทันใดนั้นซ่งจื่อเฉินคลี่ยิ้มอย่างปลงใจ เดิมทีเขาก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่ต่ออีก จบชีวิตลงที่นี่ก็สมปรารถนาของทุกคน รวมถึงตัวเขาเองด้วย ส่วนผู้เดียวที่อาจไม่พอใจก็ล่วงหน้านำเขาไปหนึ่งก้าวแล้ว เขาต้องทำให้รวดเร็วถึงจะถูก หากช้ากว่านี้ประเดี๋ยวจะตามไปที่ริมแม่น้ำลืมเลือนไม่ทัน
เขาจับมืออันเย็นเฉียบของคนตรงหน้า กำมีดพกแน่น จากนั้นก็แทงเข้าที่หน้าอกตัวเองอย่างโเี้
“ยามอยู่ต้องพลัดพราก ยามตายขอเคียงข้าง...หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะไม่ทำผิดต่อเ้า...”
เือุ่นๆ ไหลหยดลงมาตามมีด มีบางส่วนที่หยดลงบนใบหน้าอมยิ้มของคนที่นอนนิ่งบนพื้น ซ่งจื่อเฉินดวงตาเบิกโพลงอยู่สักพัก ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างปล่อยวาง ร่างกายโอนเอนแล้วล้มลงข้างคนผู้นั้น