"ตัวเล็ก… " เสียงที่คุ้นเคยตะโกนเรียกชื่อเธอเบาๆ ก่อนที่เธอจะหยุดกิจกรรมของตัวเองแล้วหันกลับไปมองตามเสียงนั้นพร้อมๆ กับคลี่ยิ้มหวานออกมาอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเธออยู่นั้นเป็นใคร
คุณป้าบังอรแม่ของพี่ต้นกำลังกวาดมือเรียกเธอเบาๆ
"สวัสดีค่ะ ป้าบังอร " นิภาพูดพร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเธอ พร้อมกับถามออกไป"มีอะไรค่ะ? "
"เมื่อตอนสายๆ ป้าทำแกงรากบัวเอาไว้นะเดียวหนูเอาไปกินกับพ่อนะ " ป้าบังอรพูดพร้อมกับส่งถุงที่มีกล่องข้าวให้นิภา นิภาทำท่าทางเลิกลักอย่างแกลงใจก่อนจะรับมันมา
"ของคุณค่ะ ” เธอยิ้มแห้งอย่างขอบคุณ “น่ากินจังเลยค่ะ หนูว่าหนูต้องแย่งกินหมดก่อนแน่ๆ เลย^^ "นิภาแซวขำๆ พร้อมกับยิ้มกว้างอย่างขอบคุณด้วยท่าทางที่ไร้เดียงสา คนที่ให้ต้องอมยิ้ม
"แล้วคุณพ่อเขาจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไรแหล่ะลูกเดียวป้าจะได้ให้ลุกเอารถใหญ่ไป…"บังอรถามก่อนที่นิภาจะชะงักงัน
"ยังไม่รู้เลยค่ะ หมอบอกว่าดูอาการไปก่อนแต่คงจะได้ออกเร็วๆ นี้แหล่ะ " นิภาตอบพร้อมกับยิ้มแห้งๆ อย่างแกลงใจ ถ้าคนที่อยู่ตรงนี้เป็นพี่ก็คงจะดีกว่านี้สินะ คงจะทำอะไรได้มากกว่านี้…
บังอรลูบเอื้อนมือไปหัวของนิภาเบาๆ อย่างแอนดูปนสงสาร “ไม่เป็นไรแล้วนะ เดียวเรื่องร้ายๆ ก็จะผ่านไปแล้ว ” เสียงที่อ่อนโยนของคุณป้าข้างบ้านทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว
“ขอบคุณค่ะ ” นิภากล่าวขอบคุณ เธอเองก็ปรารถนาให้มันผ่านไปเร็วเหมือนกัน
“งั้นหนูไปก่อนนะค่ะ ” เธอบอกลาพร้อมกับยกมือไหว้ป้าบังอรอีกครั้ง
“ไปดีมาดีนะเดินทางก็ระวังด้วย ” ป้าบังอรพูดก่อนที่เธอจะยิ้มกว้าง พวกเขานั้นใจดีเหลือเกินจนเธอไม่รู้ว่าจะตอบแทนความใจดีเหล่านี้ได้ยังไง
"เดียวหนูเช็ดตัวให้นะพี่จะได้รู้สึกสะบายตัว " นิภาพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มบางออกมา เธอจ้องมองใบหน้าที่เหมือนกับตัวเองอย่างกับแกะที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยหัวใจที่สั้นไหว
"พี่รีบๆ ตื่นขึ้นมานะคะ ทั้งหนู พ่อแล้วก็แม่เรารอพี่อยู่นะ " เสียงของเธอสั่นเครือพร้อมกับหยดน้ำใสที่ตกลงไปกระทบกับผิวกายของคนที่นอนหลับสนิทนั่นขณะที่เธอเช็ดตัวให้ทำให้เธอชะงัก ‘ไม่ได้สิเธอจะต้องไม่ร้องไห้ ’นิภาปาดน้ำตาของตัวเองออกอย่างยากลำบาก เธอยากให้พี่ตื่นขึ้นมาเร็วๆ มีหลายเรื่องเหลือเกินที่เธออยากพูดอยากคุยและอยากระบายให้พี่สาวของเธอฟัง
เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พี่พร้อมกับเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปด้วย เธอไม่รู้ว่าพี่ของเธอจะได้ยินหรือเปล่าแต่เธอปรารถนาอยากให้พี่ของเธอได้ยิน พี่ของเธอจะได้รีบๆ ตื่นขึ้นมาเสียที
ครืดดดด...เสียงของประตูห้องที่ถูกเปิดดังขึ้นเบาๆ เรียกความสนใจจากนิภาได้เป็นอย่างดี เธอเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เข้ามาใหม่นิ่งๆ โดยไม่พูดอะไร
กรี๊ดดดด...เสียงกรีดร้องเบาๆ อย่างตกใจของผู้หญิงในชุดสีขาวทำให้นิภาชะงักงัน "อยากทำอะไรฉันเลยนะคะ ฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ " พยาบาบสาวปรือตามองนิภาก่อนจะซุบตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรงเมื่อเห็นว่านิภายังคงยืนอยู่ตรงนั้น เธอพนมมือขึ้นพร้อมกับหลับตาปี๋และบนพึมพำอย่างหวาดกลัว
"พอได้แล้ว " มือของพี่ทรายพยาบาลรุ่นพี่ฟาดมาที่หัวของเทียนพยาบาลอีกคนเบาๆ ก่อนจะหันไปขอโทษนิภา "ขอโทษด้วยนะค่ะน้องนิภา นี่น้องสาวพี่เองชื่อเทียน พึ่งมาทำงานวันแรกน่ะจ๊ะ " พี่ทราบพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้นิภา
นิภาชะงักก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อกบกลืน“สวัสดีค่ะพี่เทียนหนูเป็นน้องสาวของพี่นันท์ค่ะชื่อนิภาไม่ใช่…พี่ยังไม่ต้องทำบุญไปให้หนูก็ได้ค่ะ ” นิภาแซวพี่พยาบาลอย่างอารมณ์ดี
สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ทุกครั้งก็ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด นิภาหน้าแดงรูปร่างหน้าตาของเธอถอดแบบจากพี่จนเหมือนกับเป็นคนๆ เดียวกัน
"ขยันจังเลยนะ มาเช็ดตัวให้พี่สาวทุกวันเลย " พี่ทรายพูดพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ นิภาจะยิ้มแห้งๆ ตอบ
"พอได้แล้วน่ะยัยเทียน " พี่ทรายหันไปดุน้องสาวของตัวเองที่ยังคงทำตัวลนลานไม่เลิก เพราะคิดว่านิภาเป็นวิญญาณของพี่สาว
"งั้นเดียวหนูขอตัวไปดูคุณพ่อก่อนแล้วกันนะคะ " นิภาพูดก่อนจะเดินออกมาจากห้องเพื่อให้พยาบาลคนนั้นเลิกลนลาน เธอก็เข้าใจที่พยาบาลเค้ากลัวเพราะเธอกับพี่เหมือนกันจนแยกไม่ออก
"ไม่ใช่...หรอพี่ " เทียมหันไปถามพี่สาวของตัวเองไปเบาๆ อย่างอึ้งๆ พร้อมกับพึมพำออกมา “ตอนแรกคิดว่าตัวเองมีสัมผัสที่หกเสียอีก ”
คำพูดของน้องสาวทำให้ทรายอดขำไม่ได้ เธอเองก็ไม่ได้ต่างกันน้องสาวแต่แค่ไม่ถึงขั้นพนมมือเฉย ตอนแรกที่เห็นนิภานั่งอยู่ข้างเตียงพี่สาวก็ทำเอาเธอและคุณหมอสตั้นไปหลายวิเหมือนกัน ตอนนั้นตลกมากพอรู้ว่าทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน
"คนที่นอนอยู่ตรงนี้ชื่อ กชนันท์เป็นพี่สาว ส่วนคนที่พึ่งเดินออกไปชื่อกชนิภาเป็นน้องสาวน่ะ อายุห่างกัน 10 ปี " พี่ทรายบอกน้องสาวของตัวเองให้เธอคลายความกังวล
“ไม่มีทางหรอ!? ทีเรายังไม่เห็นเหมือนกันเลย ” เทียมยังคงเถียงไม่เลิก ‘ถ้าบอกว่าเป็นแฝดเหมือนยังน่าเชื่อกว่าเยอะ ’
ทรายได้แต่อมยิ้มกับท่าทางของน้องสาว "สวยมากเลยเน้อพี่ " เทียมพึมพำเบาๆ เมื่อมองไปยังใบหน้าที่หลับสนิทของคนที่นอนอยู่บนเตียง
“ใช่…สวยมาก ”..."อ้าวนิภามาแล้วหรอ " ลุงที่เป็นคนไข้ทักขึ้นเบาๆ เมื่อเหตุนิภาเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย ก่อนที่คนอื่นๆจะหันไปมองเธอ เธอคลี่ยิ้มกว้างพร้อมๆ กับยกมือไหว้ทุกคนในห้อง
"ลุงก้าน เป็นยังไงบ้างค่ะใกล้จะได้กลับหรือยัง " นิภาถามคนที่ทักเธอออกไปพร้อมกับยิ้มหวาน
"เฮ้อ...คงอีกนานแหล่ะ " เขาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะจากคนในห้อง นิภาเองก็ยิ้มกับท่าทางของคุณลุงคนไข้คนนี้ด้วย
"ไม่เป็นไรนะค่ะ จะได้เห็นหน้าหนูทุกวันไง " นิภาแซวไปเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโดนมองค้อนอย่างไม่จริงจังเท่าไรนัก
"ขาเป็นยังไงบ้างค่ะดีขึ้นหรือยัง " นิภาหันไปถามเด็กชายที่อยู่เตียงข้างๆ พร้อมกับกว้าเข้าไปหา "ดีขึ้นมากแล้วครับ หมอบอกว่าวันมะลืนก็กลับบ้านได้แล้ว " เด็กชายคนนั้นตอบกลับมา
"ว้าว...ดีจังเลยจ๊ะ ^^" นิภายิ้มกว้าง
"งั้นพี่ขอไปหาพ่อก่อนนะ " นิภาพูดก่อนจะเดินเลยไปที่เตียงของพ่อ "สวัสดีค่ะพ่อ ,คุณลุงหมอ " นิภายกมือขึ้นไหว้พร้อมกับเดินตรงเข้าไปหา คุณหมอนัดที่กำลังตรวจร่างกายให้พ่อของเธออยู่ พวกเขาหันมายิ้มให้เธอ
“ร่าเริงเหมือนเดิมเลยนะ ” หมอนัดแซวขึ้นก่อนที่นิภาจะยิ้มแห้งๆ
"พ่อนิภาเป็นยังไงบ้างค่ะ " เธอถามออกไปอย่างสงสัย ก่อนที่หมอนัดจะคลี่ยิ้มบางออกมา "อาการคงที่นะ อีกไม่กี่วันก็กลับบ้านได้แล้วแหล่ะ "
"ได้ยินมั้ยค่ะพ่อ คุณลุงหมอบอกว่าอีกไม่กี่วันก็จะกลับบ้านได้แล้ว " นิภาย่ำกับพ่อตัวเองพร้อมกับคลี่ยิ้มหวานส่งไปให้พ่อกับหมอ
เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่นิภาต้องเข้าออกโรงพยาบาลทุกวันจนที่นี่จะกลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ของเธอไปแล้ว นิภาเป็นเด็กน่ารักอัธยาศัยดี และจริงใจทำให้สนิทกับคนอื่นง่าย เธอรู้จักกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเกือบทุกคน และก็ผู้ป่วยบางคนที่พักอยู่โรงพยาบาลนานหน่อยเธอก็สนิทกับพวกเขา
"ป้าบังอรทำแกงรากบัวมาฝากพ่อด้วยนะคะ " นิภาพูดพร้อมกับโชดของที่อยู่ในถุงให้พ่อของเธอดูพร้อมกับยิ้มกว้างจนเขาต้องยิ้มตาม
"พ่อฝากไปขอบคุณด้วยแล้วกันนะ " พ่อของเธอยิ้มกับท่าทางของลูกสาว เธอมักจะร่าเริงเสมอทำให้คนที่อยู่รอบข้างพลอยสบายใจไปกับเธอด้วย
"ไม่ทันแล้วค่ะ นิภาขอบคุณไปแล้วส่วนของพ่อ...พ่อก็รีบๆ หายแล้วไปขอบคุณเองเลยค่ะ " นิภาพูดพร้อมอย่างมีความสุข ก่อนจะโดนพ่อของเธอมองค้อนอย่างทีเล่นทีจริงจนทุกคนหัวเราะกันเบาๆ
นิภาเหลือกไปมองนาฬิกาแขวน ก่อนจะหันไปบอกพ่อของตัวเองเบาๆ"หนูต้องไปแล้วนะคะพ่อ " นิภาพูดด้วยท่าทางรีบร้อน
"อยากหักโหนนักแหล่ะ " พ่อของนิภาหันไปมองนาฬิกาก่อนจะหันกลับมามองลูกสาวตัวน้อยของตัวเองด้วยความกังวล ก่อนที่นิภาจะคลี่ยิ้มพร้อมกับชูนิ้วขึ้นอย่างร่าเริ่ง "สบายมากค่ะ " นิภายกมือขึ้นไหว้พ่อของตัวเองและคนอื่นๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องผู้ป่วย
นิภารู้ว่าพ่อของเธอเป็นห่วงและไม่อยากให้เธอไปทำงานแต่ถ้าเธอสามารถทำอะไรได้ ถึงแม้ว่ามันจะเล็กน้อยเธอก็อยากทำ