จุดสีทองกลางอกหมาป่าหิมะขยับทั้งที่เยี่ยซิงเหอหลับตา
มันค้างอยู่ในความมืดหลังเปลือกตาเส้นดำแดงรอบจุดนั้นกระตุกเป็วง ทุกครั้งที่เสียงโซ่ดังเส้นหนึ่งจะแล่นจากอกขึ้นศีรษะสัตว์ บีบให้มันยิ่งดิ้นรุนแรง
“อย่าลืมตา” ผู้เฒ่าโม่กล่าว
“ข้าเห็นทั้งที่หลับอยู่”
เสียงไม้หลังเรือนแตกร้าว
ชายชราคว้าไม้เท้า เปิดประตูหลังออกไปเยี่ยซิงเหอตามโดยใช้ฝ่ามือแตะผนังนำทาง ภาพจริงพร่าแต่รอยปราณของหมาป่ากลับชัดราวกับถูกวาดลงบนความมืด
สัตว์อสูรถูกมัดอยู่กับเสาไม้สามชั้นขาหน้าและปากรัดด้วยเชือกหนัง เศษโลหิตดำที่หน้าผากถูกถอนแล้วทว่าเส้นเืใต้ขนยังขึ้นเป็สีคล้ำ มันสะบัดลำตัวจนเสาต้นหนึ่งเอนดวงตาแดงซึ่งเคยจางกลับเข้มขึ้นอีกครั้ง
ผู้เฒ่าโม่โปรยผงยาจากถุงหนัง กลิ่นขมฟุ้งหมาป่าชะงักเพียงชั่วลมหายใจ ก่อนแผดเสียงคำรามและกระชากเชือกแรงกว่าเดิม
“มันได้ยินระฆัง” เยี่ยซิงเหอกล่าว
“ระฆังหยุดไปแล้ว”
“แต่ปราณในร่างยังตอบอยู่”
ชายชราหันมอง “เ้าเห็นทางใด”
เยี่ยซิงเหอลืมตาทีละน้อย แสงเช้าบาดเหมือนเกล็ดน้ำแข็งสัตว์ตรงหน้าแตกเป็ภาพซ้อนสามร่าง แต่เส้นดำแดงมีเพียงชุดเดียว เขายกมือชี้กลางอก“เริ่มจากตรงนั้น ไม่ใช่หน้าผาก”
ผู้เฒ่าโม่วางปลายไม้เท้าตรงจุดซึ่งเขาชี้ กดเพียงเล็กน้อยหมาป่ากระตุกทั้งตัว เส้นดำแดงในสายตาเยี่ยซิงเหอแตกกระจายแล้วรวมกลับ
“ไม่ใช่ปราณของสัตว์” เขากล่าว “สิ่งหนึ่งฝังทางเดินไว้แม้ถอนโลหะแล้ว มันยังไหลตามรอยเดิม”
“มองเห็นเช่นนี้มานานเท่าใด”
“ั้แ่รับฝักกระบี่เมื่อครู่”
“แล้วเ้ายังยืนเพ่งจนเืไหล”
“หากมองอีกครั้งแล้วรู้วิธีหยุดมัน—”
“หากมองอีกครั้งแล้วตาบอดเล่า”
คำถามทำให้เขาเงียบ สัตว์อสูรกระชากเชือกเป็คำตอบแทนเวลาซึ่งเหลือมิได้ยาวพอให้เลือกระหว่างความปลอดภัยสมบูรณ์กับความเสี่ยงเลย
ผู้เฒ่าโม่หยิบผ้าสีเข้มมาผูกตาเขา “เ้าจะทดสอบได้สามครั้งครั้งแรกมองสิ่งที่ไม่มีอันตราย ครั้งที่สองมองข้าครั้งที่สามเก็บไว้ใช้เมื่อจำเป็ หลังจากนั้นไม่ว่าเห็นสิ่งใด ต้องหยุด”
“เหตุใดต้องมองท่าน”
“เพราะข้ายังบอกได้ว่าเ้ามองผิด”
ชายชราพาเขากลับเข้าเรือนปล่อยหมาป่าไว้ใต้ยาสงบและเชือกอีกชั้น เยี่ยซิงเหอนั่งตรงข้ามตะเกียงน้ำมันเขาปลดผ้าปิดตาเมื่อได้รับสัญญาณ
เปลวไฟสีเหลืองสั่นอยู่เหนือไส้ตะเกียง เขามองเห็นความร้อนเห็นควัน และเห็นเงาของตนบนผนัง แต่ไม่เห็นเส้นปราณ
“ครั้งแรก” ผู้เฒ่าโม่กล่าว“สิ่งไม่มีชีวิตมิได้มีเส้นปราณเพียงเพราะเ้า้าให้มี”
เยี่ยซิงเหอหลับตาพัก กระนั้นความปวดมิได้ลดมันซ่อนอยู่ลึกหลังลูกตา รอเพียงเขาเพ่งอีกครา
ผู้เฒ่าโม่ยื่นข้อมือ “ครั้งที่สอง มองเพียงหนึ่งลมหายใจ”
เขาลืมตา
ใต้ผิวเหี่ยวย่นมีแสงสีเทาอ่อนนับสิบสายไหลเชื่องช้ามิได้พุ่งแรงดังของชายหนุ่มจากเมือง แต่หนาแน่นกว่ามาก บางสายผ่านแขนตามทางธรรมดาบางสายกลับหายเข้าไปหลังข้อศอก ราวกับถูกหมอกปิดบัง
เยี่ยซิงเหอเพ่งไปยังหมอกนั้น
ทันใดนั้น แสงทั้งหมดพลิกกลับมาทางเขา
ความรู้สึกเหมือนมีดนับสิบเล่มพุ่งเข้าดวงตา เยี่ยซิงเหอผงะปิดตาไม่ทัน น้ำตาไหลทันที
“เห็นอะไร” ผู้เฒ่าโม่ถาม
“เส้นสีเทา แล้วมันหันกลับมามองข้า”
“ปราณมิได้มีตา”
“แต่ท่านรู้ว่าข้ากำลังมอง”
“ผู้ฝึกยุทธ์ที่ควบคุมลมปราณได้ย่อมรู้เมื่อมีสิ่งแตะการหมุนเวียนของตน สายตาของเ้าอาจมิใช่เพียงดูหากยังล่วงเข้าไป ผู้แข็งแกร่งกว่าชายผู้นั้นอาจส่งแรงย้อนกลับมาตามทางที่เ้ามอง”
เยี่ยซิงเหอซับน้ำตา“เช่นนั้นสิ่งที่ข้าเห็นย่อมไม่เป็ความจริงทั้งหมด”
ผู้เฒ่าโม่พยักหน้า “ตาเห็นเพียงสิ่งซึ่งมันรับไหวหากอีกฝ่ายซ่อน เปลี่ยน หรือหลอก เ้าอาจชกตรงจุดที่เขา้าให้ชก”
บทเรียนทำให้พลังซึ่งเพิ่งค้นพบไม่น่าตื่นเต้นอย่างเดิมมันเป็ประตูอีกบาน แต่หลังประตูมีเหวอยู่ใกล้เกินกว่าจะวิ่งเข้าไป
“เหลือครั้งที่สาม” ชายชราผูกผ้าปิดตาให้ใหม่ “เก็บไว้”
เสียงเคาะประตูหน้าดังขึ้นผู้ใหญ่บ้านะโว่าชายหนุ่มจากเมือง้าเห็นแผ่นเหล็ก ผู้เฒ่าโม่ออกไปเจรจาทิ้งเยี่ยซิงเหอไว้กับกลิ่นยาและเสียงโซ่หลังเรือน
เขาควรนั่งนิ่งตามคำสั่ง
แต่เสียงโซ่ไม่ได้ดังอย่างไร้ความหมาย มันเป็จังหวะสี่ครั้งหยุดหนึ่งครั้ง แล้วสี่ครั้งซ้ำ รอยค่ายกลบนแผ่นเหล็กมีเส้นสามชั้นขณะที่โลหะบนหมาป่ามีจุดสี่จุดเรียงเป็ครึ่งวง
บางสิ่งกำลังส่งคำสั่งผ่านรอยซึ่งเหลืออยู่
เยี่ยซิงเหอไม่เปิดผ้าปิดตา เขาเดินออกหลังเรือนฟังลมหายใจสัตว์และเสียงเชือก เสาต้นที่เอนส่งเสียงลั่นทุกครั้งเมื่อถูกกระชากหากมันหัก ผู้คนตรงลานจะอยู่ห่างเพียงเรือนสองหลัง
เขาเอื้อมมือแตะเสา ไม่แตะสัตว์
แรงสั่นไหลผ่านไม้เข้าฝ่ามือ ตามด้วยความร้อนจาง ๆของรอยเสี้ยวดาว เขาไม่เห็นเส้นปราณแต่รับรู้จังหวะผิดปกติได้—แรงกระชากมิได้เกิดเมื่อสัตว์หายใจเข้ากลับเกิดหลังความสั่นจากใต้ดินมาถึง
ค่ายกลวงที่สองกำลังสั่งมันจากระยะไกล
เสียงะโด้านหน้าเรือนดังขึ้นชายหนุ่มจากเมืองไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธ ผู้ใหญ่บ้านกับนายพรานหลายคนจึงมารวมตรงประตูเสียงเ่าั้ทำให้หมาป่าตื่นกลัวกลิ่นคนจำนวนมากยิ่งผลักสัญชาตญาณเดิมให้ต่อต้านคำสั่งในเื
เสาไม้แตก
หมาป่ากระชากหลักแรกหลุดจากดิน เชือกชั้นนอกคลายมันพุ่งชนแผงไม้คอกจนกระดานปลิว เยี่ยซิงเหอหลบข้างแรงลมจากลำตัวสัตว์กวาดชายเสื้อเขา
“หมาป่าหลุด!” เขาะโ
ผู้คนด้านหน้าแตกตื่น เสียงเท้าวิ่งสับสนประตูหลังเรือนเปิดผาง ผู้เฒ่าโม่เข้ามาก่อนตามด้วยนายพรานเฒ่าและชายหนุ่มจากเมืองซึ่งชักกระบี่ออกจากฝักแล้ว
หมาป่าลากเชือกสองเส้น พุ่งตรงไปยังช่องระหว่างเรือนมุ่งสู่ลานซึ่งมีเด็กกับคนแก่
ชายหนุ่มยกกระบี่ ปราณขาวรวมบนคม “หลีก ข้าจะฆ่า”
“โลหะถูกถอนแล้ว มันยังถูกบังคับ!” เยี่ยซิงเหอกล่าว
“สัตว์ซึ่งจะกัดคน ไม่ถามว่าใครบังคับ”
คมกระบี่ฟันลง หมาป่ากระโจนข้ามรางน้ำกระบี่พลาดหัวแต่ตัดเชือกเส้นหนึ่งขาดตอนนี้เหลือเพียงเชือกที่ขาหลังและผ้ารัดปากซึ่งกำลังคลาย
ผู้เฒ่าโม่ขวางทางเข้าสู่ลาน แต่ชายหนุ่มอยู่ใกล้สัตว์เกินไปหากชายชราเปิดพลังเพื่อหยุดทั้งคู่ ความลับอีกชั้นจะเปิดต่อหน้าคนนอก
เยี่ยซิงเหอดึงผ้าปิดตาออก
ครั้งที่สาม
โลกทั้งใบกลายเป็แสงพร่า หมาป่าหิมะเป็เงาสีขาวเทาเส้นปราณตามขาทั้งสี่วิ่งเร็วและยุ่งเหยิงส่วนเส้นดำแดงซึ่งมิใช่ของมันรัดรอบอกเหมือนบ่วง ทุกครั้งที่ความสั่นใต้ดินมาบ่วงจะหดแล้วบังคับหัวสัตว์หันไปทางคนซึ่งมีลมหายใจมากที่สุด
จุดสีทองที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ตรงหัวใจ
มันอยู่ตรงรอยตัดของบ่วงดำแดงกับเส้นปราณของสัตว์หากโจมตีแรงเกินไป เส้นทั้งสองอาจขาดพร้อมกันและสัตว์ตาย หากไม่แตะจุดนั้นจะสั่งให้มันกระโจนต่อ
“อย่าฟันอก!” เยี่ยซิงเหอะโ “ดึงเชือกขาหลังไปทางซ้าย!”
นายพรานเฒ่าไม่ถามเขาเหยียบปลายเชือกซึ่งลากผ่านเท้าแล้วทิ้งน้ำหนักทั้งตัว หมาป่าถูกดึงเอียงกรงเล็บไถลบนหิมะ
ชายหนุ่มหมุนกระบี่ตาม เตรียมแทงซ้ำ
“ใช้สันกระบี่ ตรงใต้ไหล่หนึ่งคืบ!”
“เ้าสั่งข้าหรือ”
“หากอยากฆ่ามัน ท่านแทงที่ใดก็ได้ หากอยากรู้ว่าใครสั่งมันจงตีตรงที่ข้าบอก”
ถ้อยคำเื่ผู้สั่งทำให้ชายหนุ่มชะงัก เขาพลิกคมกระบี่ใช้สันตีใต้ไหล่หมาป่า
ตำแหน่งคลาดไปครึ่งคืบ
เส้นดำแดงสั่น แต่ไม่ขาด สัตว์หันงับทันทีผ้ารัดปากหลุดครึ่งหนึ่ง เขี้ยวเฉียดแขนเสื้อชายหนุ่มจนฉีก
ปราณขาวจากร่างเขาพลุ่งขึ้นเยี่ยซิงเหอเห็นเส้นชายโครงขวาติดขัดอีกครั้ง หากเขาฝืนใช้กระบี่หนักาแย่อมแตกตามคำเตือน
“ถอย!” เยี่ยซิงเหอกล่าว
ชายหนุ่มไม่ถอย ศักดิ์ศรีดันเขาให้ยกกระบี่ขึ้น
ผู้เฒ่าโม่เคาะพื้น เสียงไม้เท้าทำให้หมาป่าหันชั่วพริบตา“ซิงเหอ เ้าตัดสินใจ”
จะปล่อยให้ผู้เฒ่าโม่ช่วยโดยเปิดพลังหรือใช้ดวงตาต่อทั้งที่คำสั่งสามครั้งสิ้นสุดแล้ว
เยี่ยซิงเหอเห็นเืของตนหยดจากปลายจมูกแต่ภาพจุดสีทองกลับชัดที่สุดในยามนั้น
เขาไม่รวบปราณ ไม่ชก และไม่คว้ากระบี่
เขาหยิบด้ามคราดซึ่งตกอยู่ข้างคอกสอดปลายไม้ระหว่างขาหน้าสัตว์แล้วหมุนตามแรงกระโจน หมาป่าเสียสมดุล ล้มตะแคงจุดสีทองใต้ไหล่เปิดเต็มที่
“ตอนนี้!”
นายพรานเฒ่ากระตุกเชือก ชายหนุ่มจากเมืองลดกระบี่ไม่ทันผู้เฒ่าโม่จึงใช้ปลายไม้เท้ากดลงบนจุดนั้น
เสียงปะทุดังแ่ราวเมล็ดสนแตกในไฟ
เส้นดำแดงขาดออกจากเส้นปราณของหมาป่า แสงแดงในตาดับสัตว์ยังดิ้นด้วยความกลัวแต่ไม่หันหาเหยื่อตามแรงสั่นอีกมันพยายามถอยเข้ามุมคอกมากกว่าพุ่งสู่ลาน
ผู้เฒ่าโม่โปรยยารอบใหม่นายพรานช่วยกันมัดเชือกโดยเว้นอกให้หายใจ หมาป่าค่อย ๆ สงบลิ้นสีชมพูแลบผ่านผ้ารัดปาก ไม่มีเืดำไหลจากตาหรือจมูก
มันยังมีชีวิต
เยี่ยซิงเหอหย่อนคราด แสงทั้งหมดในสายตาพลันดับ
เขายืนอยู่ท่ามกลางความมืดทั้งที่ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว
“ซิงเหอ” ผู้เฒ่าโม่เรียก
“ข้ายังได้ยิน”
“มองเห็นข้าหรือไม่”
เขากะพริบตา เห็นเพียงเงาขาวไหว “ไม่ชัด”
ของเหลวอุ่นไหลจากหางตาผู้เฒ่าโม่ใช้ผ้าเช็ดแล้วผืนผ้ากลายเป็สีแดง
ชายหนุ่มจากเมืองลดกระบี่ มองหมาป่า มองตำแหน่งซึ่งไม้เท้ากดแล้วมองเยี่ยซิงเหอ “เ้าเห็นอะไร”
“สิ่งที่กำลังบังคับมัน”
“ด้วยตา?”
เยี่ยซิงเหอไม่ตอบ
ผู้มาเยือนก้าวเข้าใกล้ แต่ผู้เฒ่าโม่ยกไม้เท้าขวาง“เ้ารับเงื่อนไขว่าจะรอถึงรุ่งสาง รุ่งสางมาถึงแล้วจงกลับเมืองหรือรอนอกประตูต่อ”
“ข้าเปลี่ยนใจ เื่บนเขาน่าสนใจกว่าสัตว์ตายเสียแล้ว”
“ความสนใจของเ้าไม่ใช่กุญแจเปิดบ้านผู้อื่น”
ทั้งสองจ้องกัน เยี่ยซิงเหอมองเห็นเพียงเงาแต่ััได้ว่าปราณรอบลานตึงขึ้นนายพรานเฒ่าซึ่งเคยแพ้กลับก้าวมายืนข้างผู้เฒ่าโม่เขาถือเชือกเปื้อนเืและกล่าวกับชายหนุ่มว่า“เมื่อครู่เด็กนี่ช่วยไม่ให้กระบี่ท่านฆ่าสัตว์ที่ยังช่วยได้ หากจะขึ้นเขาจงรอกติกาของหมู่บ้าน”
นายพรานอีกสองคนขยับตาม
การตัดสินใจของคนซึ่งเมื่อวานยังไม่เชื่อเยี่ยซิงเหอเปลี่ยนวงล้อมโดยไม่ต้องมีผู้ใดชักอาวุธเพิ่ม ชายหนุ่มเก็บกระบี่ในที่สุดแต่แววตาไม่ลดความสงสัย
“ข้าจะรออีกครึ่งวัน” เขากล่าว “แล้วข้าจะขึ้นไปไม่ว่าพวกเ้าพร้อมหรือไม่”
* * *
ผู้เฒ่าโม่ปิดหน้าต่างเรือนยา วางผ้าเย็นบนดวงตาเยี่ยซิงเหอและห้ามเขาเปิดออกจนกว่ากลิ่นยาจะจาง
“ข้าใช้เกินสามครั้ง” เยี่ยซิงเหอกล่าว
“เ้ารู้ตัวก็ดี”
“หากไม่ใช้ หมาป่าอาจเข้าลาน”
“ใช่”
เขารอคำตำหนิ แต่ชายชราเพียงเปลี่ยนผ้าเมื่อมันอุ่นขึ้น
“ท่านไม่ห้ามข้าอีกหรือ”
“ห้ามแล้วเ้าไม่ทำตาม ข้าจะสิ้นเปลืองน้ำลายเพื่ออะไร”ผู้เฒ่าโม่ถอนใจ “หน้าที่ข้าคือทำให้ครั้งหน้าที่เ้าฝ่าคำสั่งเ้ารู้ราคาก่อนเลือก”
ความมืดใต้ผ้าเย็นเต็มไปด้วยรอยแสงค้าง เส้นของหมาป่าเส้นของชายหนุ่ม และเส้นสีเทาในแขนผู้เฒ่าโม่ซ้อนกันจนแยกแทบไม่ออกเยี่ยซิงเหอเริ่มเข้าใจว่าการเห็นมากขึ้นไม่ได้แปลว่ารู้ความจริงมากขึ้นหากสายตาไม่แยกสิ่งแท้ สิ่งหลอก และสิ่งซึ่งตนอยากเห็น
“จุดสีทองคืออะไร” เขาถาม
“อาจเป็จุดซึ่งพลังของเ้าตอบสนอง อาจเป็จุดอ่อนจริงหรืออาจเป็เพียงทางที่ปลอดภัยที่สุดในขณะนั้น”
“ต่างกันอย่างไร”
“จุดอ่อนใช้ทำลายทางปลอดภัยใช้ตัดสิ่งหนึ่งออกโดยรักษาอีกสิ่งไว้ วันนี้เ้าทำอย่างหลัง”
เยี่ยซิงเหอนึกถึงหมัดที่ตนไม่ปล่อยใส่ชายหนุ่ม “ถ้าข้าเลือกชกจุดนั้นจะยังเป็สีทองหรือไม่”
“คำถามนี้เ้าต้องกลัวไว้ก่อนจะหาคำตอบ”
เสียงลมลอดหน้าต่าง เมื่อผ้าเย็นถูกยกออก แสงในเรือนยังพร่าแต่เขามองเห็นรูปผู้เฒ่าโม่ชัดขึ้นทีละน้อย
ชายชรานิ่งไป
“เหตุใด” เยี่ยซิงเหอถาม
ผู้เฒ่าโม่ยกถ้วยน้ำให้เขาดูผิวน้ำสะท้อนใบหน้าซีดและรอยเืใต้ตา ภายในภาพพร่านั้นดวงตาทั้งสองของเขามิใช่สีดำดังเดิม
วงแสงสีทองบาง ๆ ล้อมม่านตาอยู่เพียงชั่วลมหายใจ
แล้วจางหาย