มิลันดายังคงทำงานตามปกติหล่อนไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ได้ทำการช่วยเหลือเมื่อวานนี้เมตไตรย์นอนขยับเขยื้อนไม่ได้เมื่อท่อนขาถูกดามด้วยเหล็กเสี่ยเต็งมาเยี่ยมบุตรชายเหลือบมองหมอที่เข้ามาตรวจอาการหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียที่มีอิทธิพลยิ้มให้กับหญิงสาวทันที คนป่วยยิ้มกว้างเมื่อเห็นคุณหมอคนสวย
“เป็นยังไงบ้างคะวันนี้คงเจ็บมากนะคะ ” คุณหมอทักทายต่อให้ไม่ได้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องการรักษาอย่างน้อยก็อยากมาเยี่ยมเยือนผู้ป่วยที่ตนเองได้ลงไปช่วยเหลือ
“ไม่เป็นไรมากแล้วครับเอ่อ... คุณหมอทำงานอยู่แผนกไหนเหรอครับ” เมตไตรย์เอ่ยถามเมื่อไม่เห็นหล่อนมารักษาให้
“ศัลยกรรมทรวงอกค่ะ”
เขาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้“ถึงว่าไม่ได้มารักษาผม”
มิลันดาช้อนสายตามอง“หมอเป็นแพทย์เฉพาะทางน่ะค่ะ ทางคุณเองมีอาการเกี่ยวกับกระดูกเลยต้องมารักษาที่แผนกนี้ หมอเองไม่ได้รักษาตรงจุดที่คุณป่วยอยู่เลยทำได้แค่ดูแลในเบื้องต้นแล้วให้หมอเฉพาะทางเกี่ยวกับเรื่องกระดูกดูแลต่อ”
“ครับคุณหมอ”
เขารู้สึกดีที่ได้พูดคุยกับหมอคนสวยเมตไตรย์เหลือบมองป้ายชื่อ มันรู้สึกคุ้นเคย
“หมอชื่อมิลันดาเหรอครับ”เขาถามแล้วขมวดคิ้ว
“ใช่ค่ะฉันชื่อมิลันดา”
เมตไตรย์ชะงักหวังว่าคงไม่ใช่คนที่เขาคิดหรอกนะ แต่เสี่ยเต็งเองกลับรู้อยู่แก่ใจว่าหล่อนเป็นใคร
“คุณ...ใช่ภรรยาคุณคมฉณัฐหรือเปล่าครับ?” เมตไตรย์ถามเพื่อความแน่ใจ และหวังให้มันไม่ใช่
“ใช่ค่ะแต่ว่าคุณรู้ได้ยังไงคะ?” หล่อนเริ่มงง
พอถูกถามกลับชายหนุ่มเลยอึกอักเล็กน้อย คงต้องหาทางเลี่ยง
“อ๋อพอดีผมเป็นเพื่อนกับคุณกานต์สินีครับ”
มิลันดาชะงักเล็กน้อยแล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติหล่อนไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวกับงาน
“อ๋อค่ะ”หล่อนรับคำ แล้วเลี่ยงการสนทนา ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงชื่อกานต์สินี “หมอขอตัวก่อนนะคะมีเคสต้องไปผ่าตัด” บอกลาแล้วออกมานอกห้องทันที
เสี่ยเต็งมองตามแล้วกระตุกยิ้มมุมปากเมตไตรย์มองบิดาแล้วพ่นลมหายใจ หนักใจกับเรื่องนี้ ต่อให้หมอมิลันดาเป็นคนดีแค่ไหนพ่อคงไม่มีทางปล่อยหล่อนไปแน่ ผู้หญิงคนนั้นต้องถูกดึงเข้ามาพัวพันในเกมการแย่งชิงสมบัติอันล้ำค่าแน่นอน
รมย์รวัตรตื่นนอนแต่เช้าเมื่อเห็นแม่ของลูกกำลังออกมาต้มน้ำ และทำกับข้าวให้ยายก่อนไปทำงานเลยรีบตรงดิ่งไปช่วยหล่อนยกของทันที
“ไม่ต้องก็ได้ค่ะณีทำเอง” ลักษิณีพยายามห้ามเขา
“มันหนักนะณีคุณกำลังท้องอยู่นะ ถ้าคุณยกของหนักอาจทำให้ลูกมีปัญหา ตัวคุณก็จะไม่สบายด้วยเขามีพ่อเป็นหมอและแม่เป็นพยาบาล คุณจะละเลยวิชาชีพตัวเองไม่ได้นะหากไม่นำมาปฏิบัติกับตัวเองด้วย” รมย์รวัตรสอน
ลักษิณีอมยิ้มกับคำพูดของเขาและปล่อยให้ทำตามใจชอบพ่อของลูกเลยคอยช่วยอยู่ตลอดจนเสร็จงาน ยายสอนลุบศีรษะหลานแผ่วเบาอดดีใจด้วยไม่ได้ที่มีสามีมาคอยดูแลใกล้ๆ
“พ่อหนุ่มดูแลหลานสาวยายดีๆ นะ” หญิงชราบอกเสียงแผ่ว
“ครับผมจะดูแลให้ดีที่สุดเลย...” เขารับคำด้วยความเต็มใจ
รมย์รวัตรตามหญิงสาวไปทำงานที่โรงพยาบาลด้วยเขาเองคงต้องจัดการเรื่องงานของลักษิณีอีก เดินตามแม่ของลูกไปเงียบๆแล้วนั่งรอไม่อยากรบกวนหล่อนเวลางานแม้รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับสายตาหลายคู่ยามมองมา
“แหม...ณีวันนี้ยิ้มหวานเลยนะจ๊ะ ดีกับแฟนแล้วเหรอ” เพื่อนพยาบาลแซว
ลักษิณีไม่รู้จะตอบเช่นไรจึงพยักหน้าช้าๆ หล่อนรู้สึกอบอุ่นที่มีเขาอยู่ใกล้ เขาคอยใส่ใจ ดูแลทุกอย่าง รมย์รวัตรหันมองหญิงสาวแล้วโบกมือให้เพื่อนร่วมงานเลยพากันแซว แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดีใจแทน
เวลาเที่ยงหล่อนเดินมาหาเขาเพื่อชวนไปทานอาหารด้วยกันสองร่างเดินเคียงกันมาที่โรงอาหารไม่ว่าอย่างไรรมย์รวัตรก็ยังคงเป็นหนุ่มที่ทำให้สาวๆหลายคนมองไม่วางตาได้เหมือนกัน เพราะเขาทั้งขาวและสูงแถมใบหน้ายังออกไปทางหนุ่มเกาหลีแทรนด์นิยมสมัยนี้เสียด้วยแต่สำหรับหล่อนแล้วไม่ได้ชอบเขาเพราะใบหน้าที่ดูดีหรือการศึกษา ฐานะทางครอบครัว แต่รักเพราะความอ่อนโยนและโอบอ้อมอารีมีน้ำใจกับผู้อื่นเสมอมาพา มาถึงโรงอาหารตั้งใจจะซื้อมาให้ แต่เขากลับห้ามไว้แล้วอาสาทำหน้าที่นี้แทน
ลักษิณีมองดูอาหารตรงหน้าท่าทางไม่ชอบใจแต่เขากลับบอกว่ามันเป็นอาหารมีประโยชน์ต่อลูกในท้องและไม่วายซื้อมะม่วงเปรี้ยวมาฝากอีกอย่าง หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“หมอวัตรแล้วคุณไม่ไปทำงานเหรอคะลามาหลายวัน หมอมิคงเหนื่อยแย่เลยค่ะ เห็นว่าอินเทิร์นมีแค่คุณกับหมอมินี่คะเพราะแผนกคุณมีแต่หมอเก่งๆ ถึงจะสามารถเข้าไปทำงานได้”หล่อนถามด้วยความอยากรู้
“ยัยมิบอกให้ผมมาตามคุณเองเลยนะคุณไม่ต้องห่วงเพื่อนผมหรอก เห็นแบบนั้นเวลาใจแข็งก็สุดๆ เวลาสู้ก็สู้สุดใจเหมือนกันมิลันดาเข้มแข็งแล้วล่ะครับ”
สีหน้าของหล่อนเผือดลงทันทีเมื่อเห็นรมย์รวัตรเอ่ยถึงเพื่อนสาว คงสนิทสนมกันมากถึงได้รู้จักนิสัยใจคอกันขนาดนี้ชายหนุ่มเห็นท่าทางเศร้าๆ ของอีกคน รู้สึกว่าตนเองอาจจะทำอะไรผิดพลาดลงไปเลยเอื้อมกุมมือบางไว้ก่อนตบเบาๆ หล่อนกำลังท้องและเขาเองก็คงต้องระมัดระวังคำพูดของตนเองมากกว่านี้
“คุณณีผมกับมิเราเป็นแค่เพื่อนกันนะครับ”
“ณีแค่อิจฉาที่คุณกับหมอมิสนิทสนมจนรู้จักนิสัยกันดีขนาดนี้” เสียงเศร้าบอกออกมา
“หากคุณณีรู้เรื่องของมิแล้วล่ะก็บางทีคุณณีอาจจะต้องตกใจมากเลยก็ได้”
รมย์รวัตรตัดสินใจเล่าเรื่องราวของมิลันดาและคมฉณัฐให้กับหญิงสาวฟังลักษิณียิ้มยกมือปิดปากด้วยความแปลกใจ
“ไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ!”
“ผมเองก็ดีใจกับยัยมินะที่ได้แต่งงานกับรักแรก และผมมองดูก็รู้ว่าคุณคมเองก็รักยัยมิแต่สองคนนี้มีทิฐิมากแค่นั้นเอง”
“หมอวัตรแน่ใจเหรอคะว่าไม่เสียใจเรื่องหมอมิลันดา”
“ตอนแรกผมเสียใจนะครับแต่ว่า... พอผมได้พบกับคุณผมก็ไม่รู้สึกเสียใจแล้ว”
ลักษิณีหน้าแดงด้วยความอายหล่อนมีความสุขมากเหลือเกิน และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากแค่ไหนที่ได้พบกับเขา
เพล้ง!
เสียงจานตกแตกทั้งสองหันมองพร้อมกัน พบว่าลุงที่ทำหน้าที่ภารโรงกำลังล้มลง และมีอาการชักเกร็งรมย์รวัตรรีบวิ่งเข้าไปทันทีโดยที่มีหมอและพยาบาลท่านอื่นเข้ามาดู
“อาการของโรคหัวใจ!” รมย์รวัตรพูดรัว
หมอในโรงพยาบาลทำการปั้มหัวใจพาร่างของลุงภารโรงไปที่ห้องฉุกเฉินทันทีหมอใหญ่ของโรงพยาบาลเดินเข้ามาปรึกษาหมอท่านอื่นเพราะที่นี่มีหมอที่สามารถทำการผ่าตัดเกี่ยวกับหัวใจน้อยมากทำให้มีปัญหาหากจะทำการผ่าตัดฉุกเฉินแต่หากส่งตัวไปที่โรงพยาบาลอื่นคนไข้อาจจะอาการกำเริบและเสียชีวิตในที่สุดรมย์รวัตรยืนนิ่งและมองดูการสนทนานั้น
ต่อให้พักงานทว่าอาการของผู้ป่วยไม่อาจทำให้เขายืนมองเฉยๆ ได้หากทำเช่นนั้นคงเป็นการเห็นแก่ตัว และผิดต่อคำสัตย์ที่เคยปฏิญาณไว้
“ผมจะช่วยเองครับ” เขาเสนอตัวแทรกกลางวงสนทนา
“คุณเป็นใคร?” หมอใหญ่เอ่ยถาม สีหน้าสงสัย
“ผมเป็นหมอแผนกศัลยกรรมทรวงอกครับ!”
หมอใหญ่มองหน้าเขาแล้วชั่งใจจึงขอดูบัตรประชาชนของเขาก่อนทำการตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพและโทรสอบถามกับโรงพยาบาล หมอใหญ่เดินมาหาชายหนุ่ม
“คุณไปเปลี่ยนชุดเลยครับโชคดีมากเลยนะครับที่หมอเก่งๆ อย่างคุณอยู่ที่นี่” หมอใหญ่กล่าวแล้วยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก
รมย์รวัตรเข้าทำการผ่าตัดหัวใจให้กับคุณลุงทันทีลักษิณีเดินไปเดินมาด้วยความเป็นห่วง เวลานี้ชีวิตหล่อนมีแต่เขาเท่านั้นไม่ว่าจะทำอะไรหัวใจมันก็ดันเอาแต่คิดถึงเขาอยู่เรื่อยเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงหมอวัตรออกมาจากห้องนั่งลงตรงเก้าอี้หน้าห้องผ่าตัด พิงศีรษะกับกำแพงด้วยความเหนื่อยลักษิณียกแก้วกาแฟแตะแก้ม เขารู้สึกตัวก่อนยกยิ้มให้กับหญิงสาว รับแก้วกาแฟมาจิบด้วยความชื่นใจ
“ไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่าคะดูสิยังไม่ยอมเปลี่ยนชุดผ่าตัดเลย มีแต่เลือดเต็มไปหมด” หล่อนเตือนพลางยกมือปิดจมูกเพราะกลิ่นคาว
รมย์รวัตรเห็นท่าทางแม่ของลูกจึงลุกเปลี่ยนชุดแล้วกลับมานั่งที่เดิม พิงไหล่ของแฟนสาวและหลับไปในที่สุด หญิงสาวอมยิ้มเมื่อมองหน้าเขามือบางค่อยๆ ลูบไล้ใบหน้าแผ่วบา
“อย่าเพิ่งลวนลามผมในโรงพยาบาลนะผมอาย” พูดออกมาลอยๆ ขณะหลับตาอยู่
“บ้าเหรอคะณีไม่ได้ทำอย่างนั้นสักหน่อย!” รีบหันไปทางอื่น
ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งเอื้อมจับใบหน้าของอีกฝ่ายให้หันมาใบหน้าโน้มลงมาบรรจงจุมพิตบดเบียดแนบชิดอย่างล้ำลึกลักษิณีตอบรับเขาด้วยความเต็มใจ มันดูดดื่มและอ่อนหวานละมุนจนกายสั่นสะท้านมันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยที่มีให้หล่อน
ร่างสูงถอนริมฝีปากออกมายิ้มอย่างอ่อนโยน คนถูกจุมพิตหน้าแดงด้วยความอาย
“ผมบอกฝ่ายบุคคลที่โรงพยาบาลให้คุณแล้วนะเขาจะรับคุณเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม”
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิผมจะได้เห็นหน้าคุณทุกวัน” มือเอื้อมโอบกอดร่างบางแนบกาย
“แล้ว...เอ่อ เรื่องที่ฉันท้อง” เสียงอ้อมแอ้มถามออกมา
รมย์รวัตรถอนหายใจแล้วหยิบแหวนที่เขาเตรียมมา จับมือหล่อนไว้ แล้วสวมมันที่นิ้วนาง หญิงสาวจับมือตัวเองมองดูแหวนที่เขาเพิ่งสวมให้เสร็จทั้งน้ำตา
“กลับไปผมจะจดทะเบียนสมรสกับคุณและจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด ก่อนเจ้าตัวน้อยจะตัวโตมากกว่านี้”
“ฉัน...ฉัน...” ลักษิณีสะอื้น “ฉันรักคุณมากเลยคะ” มือโอบรัดร่างแกร่งไว้แน่น หล่อนรักเขามากเหลือเกิน