ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่438 หมากกระดานสุดท้าย

        เมื่อเหล่าผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ กลับมาถึงสถาบันยอดเขาสวรรค์  ไม่กี่ชั่วอึดใจ มันก็นำพาให้ยอดเขาสวรรค์ สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น  ผืนฟ้ามืดครึ้มในฉับพลัน   เมื่อบรรพบุรุษชรา ทั้งสองท่าน สืบเท้ามายืนประจันหน้ากัน  

 


        ปราณพลังที่ล้น ทะลักทะลาย ของชายชราทั้งสอง แผ่ซ่านออกจากกายาไปทั่วทิศ    ส่งผลให้สถาบันยอดเขาสวรรค์สั่นไหวไม่หยุด  เหล่าอนุชนที่ปิดขั้นพลัง ถึงกับหัวใจสั่นสะท้าน เมื่อรับรู้ถึง ปราณพลังของขั้นราชันสวรรค์    หมู่ชนที่เห็นชายชราทั้งสองจ้องตากัน  ประหนึ่งว่า เพียงพวกเขาสบตากัน การต่อสู้ก็เริ่มไปแล้ว หลายร้อยกระบวนท่า ภายในจิตใต้สำนึก  มันก็ทำให้พวกเขาเหล่านั้น กลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่

 

"คงจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น ภายใน สถาบันยอดเขาสวรรค์ อีกนะ"

 

        ก่อน บรรพบุรุษชราแก่หง่อม หลังค่อม จะถอนหายใจออกมายาว กล่าวคำพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เชิญบรรพบุรุษชรา มู่ไป๋เข้าไปพูดคุยภายใน ยอดเขาสวรรค์ที่5ของข้า  การมาครานี้ของเจ้า คงจะมีเรื่องอยากพูดคุยกับข้า เป็นการส่วนตัวสินะ"

 


       บรรพบุรุษชรา มู่ไป๋ เขายกยิ้มบาง ก่อนจะให้เหล่าศิษย์  สืบเท้าตาม บรรพบุรุษชรายอดเขาสวรรค์ไป  พักพิงยังยอดเขาสวรรค์ที่5  ทว่าแววตา ของชายชราฉายแววกังวลอยู่ไม่น้อย

 


        ...ไม่นานเมื่อเหตุการณ์ ที่ชวนระทึกขวัญ สิ้นสุดลงหมู่ชนรอบๆ ก็ต่างพากันไต่ถาม ชายชราผู้นั้นเขาเป็นใคร แม้แต่ศิษย์ทั้งสองของ ชายชรายังเป็นที่พูดถึงใน ยอดเขาสวรรค์ทั้ง4  ชายหนุ่มถึงกับกล่าวชม มองหญิงสาวพลิ้วกายาจากไปด้วยดวงตาละห้อย  "แม่นางท่านนั้นงดงามใช่ย่อยเลย นางเป็นใครกันแน่?"  ไม่นานเสียงไต่ถามของเหล่าหมู่ชน ก็ดังขึ้นมา

 

       ทว่าในยามนี้ กลุ่มคนของสำนักศาลาซากศพ พวกเขาหน้าบูดหน้าเบี้ยวไม่น้อย  เมื่อเห็นใบหน้า ซีเยว่ รูม่านตาของ พวกเขาเหล่านั้นขยายออกจนกว้าง ด้วยความไม่อยากเชื่อ ว่าจะเป็นซีเยว่จริงๆ ที่มาเยือนยังสถาบันยอดเขาสวรรค์

 


        ซูเซ่อ เขาเดือดดาลไม่น้อย ริมฝีปากน้อยสบถด่าออกมาในทันที  "ไม่คิดนางแพศยา ที่หนีออกไปจากสำนักข้า ยังจะกล้า โผล่หัวมาให้ข้าเห็นหน้าอีก นางช่างใจกล้าห่อฟ้านัก  ..เห็นทีหากข้า มีเวลาเกรงว่าต้องเข้าไปทักทายนางเสียหน่อยแล้ว"

 


       กลุ่มคนที่กลับมาจาก แดนนรกสีขาว  ตามหาผลึกน้ำแข็งล้ำค่า  จึงกลายเป็นจุดสนใจ ของหมู่ชน  กลุ่มคนต่างก็ประเคนคำถามไต่ถามพวกเขา   อยากจะรู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น  



          ...ครั้นพวกเขาที่รับรู้ เรื่องต่างๆ จากปากของกลุ่มคนที่เหลือรอด ใบหน้าของพวกเขาก็ มืดทะมึนขึ้นมาในทันที   กล่าวคำพูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจเนื่องด้วยเขาเสียมิตรสหายไปไม่น้อย  "ถึงว่าเหตุใด อนุชนที่ไปแดนนรกสีขาว เหลือรอดกลับมาไม่กี่หยิบมือ คนของราชวงศ์ข้าเองก็ตายตกไปไม่น้อย  อี้เฉินผู้นี้ มันตัวหายนะ ชัดๆ ถึงกับหลบหนีการล่าสังหารกลับมาได้"  

 


         ชายหนุ่มอีกท่าน กล่าวเห็นด้วยกับคำพูดนั้นไม่น้อย "ใช่ๆ ข้าก็คิดเช่นนั้น  เมื่อใดผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ จะขับไล่มันออกไปเสียที ชายผู้นี้สร้างเรื่องไม่หยุดไม่หย่อนจริงๆ"

 


         ทว่าเมื่อหมู่ชนได้ยินเสียง องค์หญิงชิงเหมย ทำเสียง"ชิ"เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ของนางในยามนี้   มันก็ทำให้กลุ่มคน ภายในยอดเขาสวรรค์ที่หนึ่ง เลิกพูดจาเพ้อเจ้อ ในทันที

 


        กลุ่มยอดเขาสวรรค์ ที่สองก็เป็นเช่นกัน เมื่อองค์ชายซือจงเทียน รับรู้จากปากขององค์หญิงซือหลิน มันก็ทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น ไม่คิดกลุ่มคนทวีปมืดจะน่าคร้ามเกรงถึงเพียงนี้ เพียงอนุชนเพียงผู้เดียวก็สามารถ ฆ่าสังหารกลุ่มองครักษ์ ขององค์หญิง ราวกับเป็นผักปลา   "อี้เฉินเรื่องครานี้ ข้าจะไม่ถือโทษเอาความเจ้า ที่นำพาหายนะมาสู่คนของข้า    ทว่าความแค้นของข้า อย่างไรมันก็ไม่มีทางจางหาย ข้าจะรอวันที่ได้แก้แค้นเจ้า"

 

***


        ด้านในส่วนลึกของยอดเขาสวรรค์ ชายชราที่นั่งอยู่ภายในถ้ำ เต็มไปด้วยแมกไม้เถาวัลย์ หนาทึบปกคลุมสถานที่แห่งนี้จนชุ่มชื้น  แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาตามช่องเขา ทำให้ที่ ที่ชายชรานั่งอยู่มีแสงสว่างจ้าขึ้นมา  บ่งบอกได้ว่าเขาปิดขั้นพลังมายาวนานเท่าใด ก็ไม่สามารถเลื่อนขั้นไปอยู่ในขั้นจักรพรรดิได้

 


          ทว่ายามนี้ กลับมีชายชราอีกท่าน    มาเดินหมากล้อมเป็นเพื่อนเขา ทว่าทั้งสองนั้นเงียบงันอยู่นานไม่เอ่ยพูดสิ่งใด  ก่อนที่บรรพบุรุษชรา มู่ไป๋ จะกล่าวถึงความกังวลของตัวเขา ออกมา  "บรรพบุรุษชรายอดเขาสวรรค์ ท่านรู้หรือไม่? แต้มสีดำกลางหน้าผากของกลุ่มคน ทวีปมืดคืออะไร เหตุใดมันถึงทรงอานุภาพ เต็มเปี่ยมไปด้วยปราณพลังความมืด  แม้แต่ข้า ก็ยังไม่อาจหยั่งถึงว่ามันลึกล้ำมากถึงเพียงใด  ...กลุ่มคนทวีปมืดยามนี้  ลุดหน้าไปรวดเร็วเกินไป เกรงว่าสงครามที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ตามคำสัญญา จะก่อเกิดความไม่สมดุล"

 


           บรรพบุรุษชรายอดเขาสวรรค์ ครั้นได้ยินเขาขมวดคิ้วมุ่นจนขมวดเข้าหากันเป็นปม ยกมือถูคางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่  "ที่เจ้ามาด้วยเรื่องนี้สินะ  หากให้ข้าคาดเดาสิ่งที่เจ้าพูด กลุ่มคนทวีปมืด น่าจะฝึกทักษะลับหรือดูดซับสิ่งต้องห้ามบางอย่างเข้าสู่ร่างกาย กระมัง  ทว่าข้าคิดว่ามันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน เพื่อให้ได้พลัง ที่มากมหาศาลมาใช้"

 


         "ข้าเองก็คิดเช่นนั้น สงครามคราวนี้ เกรงว่าจะหนักหนากว่าที่ผ่านๆมาเป็นแน่  อนุชนที่เกิดในยุคนี้เกรงว่าจะต้องแบกรับกับความขมขื่น มองดูมิตรสหายตายจาก ในช่วงข้ามผ่านกาลียุกต์ เฉกเช่นนี้" ก่อนน้ำเสียงถอนหายใจของชายชรา มู่ไป๋จะดังออกมายาว

 


        บรรพบุรุษชรายอดเขาสวรรค์  เขาเพียงส่ายหัว "เรามันก็แค่คนเฒ่าคนแก่หลงยุค ไม่อาจเห็นยุคสมัยต่อจากนี้ไป   …เจ้าจะอยู่ถึง วันที่สงคราม เทพพันปีของเหล่าอนุชนเปิด ใช่หรือไม่  ..มาเล่นหมากกระดานสุดท้ายเป็นเพื่อนข้ามา"

 


บรรพบุรุษชรา มู่ไป๋ตบปากรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทั้งสองจะนั่งนิ่งกันอยู่เฉกเช่นนั้นจนลืมวันเวลาไปเสียสนิท

 


...เมื่อวันเวลาเข้าใกล้ ช่วง สงครามเทพ พันปี กลุ่มจอมยุทธ์ที่จำศีล รอคอยช่วงเวลานี้ ต่างออกจากการจำศีล พวกเขาล้วนเป็นคนของตระกูลเก่าแก่  ภายในดินแดนเทพ ที่หลบซ่อนแช่แข็งตนเอง ภายในดินแดนแห่งนี้ 

 


         ไม่นานข่าวคราวการตื่นจากการจำศีล ของกลุ่มคนพวกนี้ก็ดังออกไปกว้างไกล  ไม่ว่าจะเป็น ราชันย์น้อย เหรินเจี๋ย   บุตรสวรรค์ หนิงชวน   มารพุทธ ทงอี้    เงาสังหาร เทียนเฟิง ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง   เสียงสังหาร เฉินอิน

 


        ผู้คนที่กล่าวมาเหล่านี้ล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยอดีต  ทว่าพวกเขาดันเกิดผิดยุคผิดสมัย ไม่ตรงกับสงคราม เทพพันปี ครั้นเมื่อ หยั่งรู้ถึงขั้นพลังเทวะขั้นสุด  พวกเขาจึงปีกตัวออกจากโลกกว้าง แช่แข็งจำศีลตนเองมาเป็นเวลาหลายร้อยปี  เพื่อรอคอยที่จะเข้าร่วมสงครามเทพพันปี  กลืนกินไฟวิเศษ ในตำนานกลายเป็นเทพสวรรค์  ขีดเขียนตำนานบทใหม่ ขึ้นมา


 

        แม้กระทั้งบางกลุ่ม ยังอยากจะรู้ ฤทธิรณของเหล่าจอมยุทธ์จำศีล  ส่งกลุ่มคน ออกไปเสาะหาข่าวคราวอย่างไม่ว่างเว้น   ข่าวคราวที่น่าตกใจอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือการประมูลที่จะเกิดขึ้นภายใน เมืองใกล้ๆ สถาบันยอดเขาสวรรค์  ว่ากันว่ามีผู้เฒ่าผู้แก่ สร้างแผนที่จากความทรงจำขึ้นมาประมูลขาย ซึ่งเป็นแผนที่ภายใน สงคราม เทพพันปี ข่าวคราวนี้ทำให้ดินแดนเทพสั่นสะเทือนไม่น้อย  แม้แต่ตำราจำแนกไฟเทพ ของราชาโอสถโบราณ ยังถูกเอามาวางขายในงานกระมูลครานี้  บ่งบอกว่า สงคราม เทพพันปี จะเต็มไปด้วยการแข่งขัน   มันจึงทำให้  นครแห่งการศึกษา ครึกครื้นขึ้นมาไม่น้อย เมื่อข่าวคราวนี้ แพร่งพรายออกไป

 


        อี้เฉินที่รับรู้ ข่าวคราวต่างๆ จากปากของหลินเฟย ที่เข้ามาพูดคุยกับเขาในวันนี้  มันก็ทำให้อี้เฉิน มีสีหน้าบึ้งตึงไม่น้อย เมื่อรับรู้ว่า หนึ่งในกลุ่มคนที่จำศีล มีคนของเผ่าอสูรฟ้าอยู่ด้วย เขาที่เคยฆ่าสังหาร นายน้อยของเผ่าอสูรฟ้าไป  เกรงว่าภายในสงคราม เทพพันปี เขาจะต้องพบเจอกับกลุ่มนักฆ่า ลอบสังหารเขาเป็นแน่  ก่อนอี้เฉินจะถอนหายใจออกมายาว กล่าวคำพูดออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม"หลินเฟยเมื่อใกล้วันประมูล เจ้าไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้า ได้หรือไม่"


 

"อืมๆ ได้" หญิงสาวใบหน้างามเพริศพริ้ง พยักหน้ารับคำชายหนุ่มอย่างว่าง่าย ทว่าใบหน้าของหลินเฟย เหมือนมีบางอย่างอยากจะเอ่ยพูด แต่ว่าคำพูดเหล่านั้นดันติดในลำคอของนางจนหมด

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน