30 – สอบเข้าโรงเรียน
โรงเรียนเวทมนตร์คอร์ดีเลีย ซึ่งตั้งตามชื่อของราชินีผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรและขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาและการปลุกปั้นนักเรียนให้กลายเป็นผู้มีความสามารถมีหน้าตา และกลายเป็นผู้นำที่ดีในอนาคตไม่ว่าใครต่างก็เลือกที่จะส่งบุตรของตนมาเรียนที่อาณาจักรแห่งนี้กันทั้งสิ้น
ดังนั้นชนชั้นสูงผู้ใดอายุครบ 15ปีบริบูรณ์จะต้องเข้าเรียนเป็นเวลา 3 ปีเป็นโรงเรียนสำหรับเหล่าชนชั้นสูงที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายมากมายยังมีเขตหอพักสำหรับอาจารย์และนักเรียนสถาบันค้นคว้าและอาคารอื่นอีกมากมายเพื่อให้นักเรียนได้ค้นหาความสามารถของตนเอง
เดิมทีแล้วในอดีตมีสามัญชนได้มาเรียนที่นี่จากการสุ่มรายชื่อเพียงคนเดียวจากหลายร้อยหลายพันคนที่ส่งชื่อเข้ามา
แต่ทุกคนทนเรียนได้ไม่นานจากการโดนรังแกและเหยียดสถานะทางสังคมจนต้องลาออกก่อนเรียนจบ
จากบันทึกคนที่เรียนได้นานสุดคือ 1 เดือนท่านั้นและไม่มีใครทำลายสถิติได้มานาน 50 ปี
ทว่าในปีนี้มีข่าวลือว่าจะมีสามัญชนเข้าเรียนถึง 6คนด้วยกัน อีกทั้งกษัตริย์ได้ออกคำสั่งโดยตรงให้ทำการปรับปรุงที่พักให้อีก
คงไม่พ้นตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน
“เห็นว่าพอพักที่นี่แบ่งตามชนชั้นสินะคะ”
“ก็คงงั้น ดูเหมือนหอพักของพวกเรา....อยู่ข้างหอพักราชวงศ์น่ะแต่ไม่มีคนมาเรียน 50 ปีแบบนี้สภาพจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย?”ไลรอนตอบสเตลล่าระหว่างก้มหน้าก้มตาดูแผนที่ของโรงเรียน
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าเกิดพังเราซ่อมใหม่ก็ได้นี่คะ”เอลฟ์สาวตอบไปด้วยรอยยิ้ม รู้สึกดีใจที่ได้มาเรียนที่นี่จนหุบยิ้มไม่อยู่
เพราะนอกจากมนุษย์ยังมีเผ่าพันธุ์อื่นมาเรียนที่นี่เยอะทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นตัวประหลาดเพราะเป็นเอลฟ์เพียงคนเดียว
“จะกว้างเกินไปไหมวะที่นี่...”
“กว้างก็ดีแล้วนี่ฟีเรจะว่าไปห้องที่เราต้องไปสอบอยู่ที่ไหนเหรอ?” พริสทีนชะโงกไปดูแผนที่
“อืมมม มีประกาศอยู่หน้าห้องเรียนหลักน่ะไปกันเถอะ!”
สามัญชน 6คนที่แต่งตัวไม่เหมือนชนชั้นสูงที่แต่งองค์ทรงเครื่องหรือแสดงฐานะด้วยการมีสาวใช้หรือพ่อบ้านตามมาเป็นจุดเด่นอย่างที่คาดไว้และเด่นสุดก็คงไม่พ้นพริสทีน
ซึ่งเด่นด้วยเรื่องอะไรหลายคนก็รู้กันดี... ... ผู้เข้าร่วมการสอบทุกคนซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องสีผมทั้งในแง่และร้ายคละกันไปต่างก็ลือว่าที่สามารถมาเรียนที่นี่ได้เพราะข่มขู่พระราชาเพื่อรองรับฐานะให้ โดยไม่รู้ความจริงแม้แต่น้อย
สักพักเสียงซุบซิบนินทากลายเป็นเสียงวี้ดว้ายเบาๆเมื่อดาวเด่นของกลุ่มนักเรียนใหม่อีกคนเดินทางมาถึง
“พริสทีน…”
“?” เจ้าหล่อนหันไปมองตามเสียงเรียก
ต้นตอของเสียงคือรัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวของอาณาจักรรูปลักษณ์ที่เหมือนกับในเกมจีบหนุ่มที่ตนชื่นชอบทำเอาหน้าแดงใจเต้นระรัวไปหมดผมสีดำยาว การแต่งกายโนสีดำทอง ท่าทางเย็นชา อยากจะกรี๊ดแต่คงดูไม่ดีเท่าไหร่นัก
เหมือน เหมือนโคตรๆ จะเหมือนเกินไปแล้วววว!!!พระเจ้าคะ ท่านกำลังทดสอบอะไรฉันอยู่ใช่ไหมคะ!? กรีดร้องในใจ
“ม ไม่ได้เจอกันนานนะคะองค์ชายเจตต์...”
“เรียกเจตต์เฉยๆก็ได้...แล้วนี่รู้รึยังว่าห้องสอบอยู่ไหน?”
“เอ่อ...ก็พอรู้อยู่ค่ะแต่คิดว่าอาจจะมีหลงนิดหน่อย เพราะโรงเรียนมันกว้างมากเลยน่ะค่ะ”
“งั้นไปด้วยกันเลยดีมั้ย...”
“จะดีเหรอคะ?”
ถึงจะกลั้นอาการกรีดร้องเอาไว้แต่ปฏิกิริยาที่หน้าแดงนั่นทำเอาหนุ่มๆทั้ง 3 คนแอบหงุดหงิดเพราะตอนอยู่กับตนไม่เคยแสดงอาการแบบนี้ออกมาให้เห็น!
“ไม่ดี” เดฟไกส์ก้าวออกมา “ทักทายแต่นางไม่เห็นพวกเราเลยรึไง...”
“....ต้องขอโทษด้วยที่ข้าทักทายแค่นางยินดีที่ได้พบทุกท่าน...” แค่น้ำเสียงก็รู้ได้ว่าต่างจากที่คุยกับพริสทีนเมื่อครู่น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาจนน่าหงุดหงิด
“ถ้าไม่เตือนก็คงไม่ทำ ดูท่าจะยังเรียนรู้มารยาทไม่จบสินะ”
เจตต์เริ่มมองค้อนเล็กแม้ใบหน้าจะนิ่งเฉย “มิได้ข้าแค่เรียงลำดับความสำคัญเท่านั้น”
“น่าภูมิใจจริงๆรัชทายาทเพียงคนเดียวของกษัตริย์ผู้แสนดีแบ่งแยกการทักทายตามลำดับชนชั้นทั้งๆที่พ่อพยายามลดระดับการแบ่งแยก...”
“คงเพราะเจ้าไม่มีค่ามากพอในสายตาข้าเท่านางกระมังแค่ตัวตนของเจ้า....ยังไม่ทำให้ข้ารับรู้ว่าอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ”
“ในสายตาข้าเจ้าก็ไม่มีค่าเหมือนกันต่ำซะยิ่งกว่าทาสซะอีก...”
เปรี๊ยะๆๆๆ เหมือนมีสายฟ้าประทุระหว่างว่าที่กษัตริย์คนต่อไปและราชาไลแคนสีครามสงครามเย็นที่ทำเอาคนรอบข้างต้องหยุดมอง ถึงจะไม่โวยวายเสียงดังก็เป็นจุดเด่นกว่าเดิมได้ง่าย
“จะ...ใจเย็นๆนะทั้งคู่ไปโมโหอะไรมาจากไหนเนี่ย?”
“เอาน่าพริสทีนทั้งคู่ก็แค่ทักทายตามประสาลูกผู้ชายน่ะ ไปเถอะ”ไลรอนฉวยโอกาสกุมมือลากเจ้าหล่อนตรงไปห้องสำหรับสอบเข้า
“อย่ามาเนียนเจ้าเงือก!!!”สองหนุ่มหัวร้อนพุ่งตามไป
“เอ่อ...ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะองค์ชายเจตต์” สเตลล่าถอนสายบัวให้ชิอินะเองก็ก้มหัวให้เล็กน้อย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ... เมื่อครู่นี้ขอโทษด้วย”
“อ๊ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะยังไงทุกคนก็สนใจพริสทีนเป็นคนแรกอยู่แล้ว” ขำเล็กน้อย “ไปสอบกันดีกว่านะคะเดี๋ยวเข้าห้องสอบสาย”
“......ครับ...”
ตรงไปยังห้องสอบเมื่อไปถึงทุกคนเลือกนั่งตรงจุดที่ต้องการได้อย่างสะดวกไม่บังคับให้แยกกันนั่งกระจัดกระจายวิชานี้มีเวลาสอบ 2 ชั่วโมง ด้วยเวลาที่มากทำให้หลายคนไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่มีทั้งคนทำได้และทำไม่ได้ หรือบางคนก็ใช้การเสี่ยงทายเอาจะมีเครียดก็แค่คนเดียว...
...ไม่ว่าจะยังไงก็หนีไม่พ้นสินะ...เจ้าคณิตศาสตร์เนี่ย!!!!ทำไม่ได้!!! ไม่มีแบบวงแบบกาอะไรทั้งสิ้นมีแต่แบบเขียนด้วย ทำไงดีเนี่ย!!! ร้องห่มร้องไห้ในใจกับเจ้าวิชา[คณิตเวทย์] ที่แม้ว่าจะอ่านมาแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก
ส่วน [ภาษาของประเทศ] [พื้นฐานภูมิศาสตร์] [ความรู้วิชาต่อสู้][ความรู้เวทมนตร์] [พฤกษศาสตร์] [ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต] หรือเรื่องเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์อื่นยังพอจะมั่นใจแต่ไม่ใช่กับคณิตศาสตร์นี่!
พอรู้ตัวก็เหลือเวลาแค่ 10 นาที วิชา [คณิตเวทย์]ก็ยังว่างเผล่าไม่มีอะไรเขียนลงไป
ความกังวลความคิดมากกลับมาอีกครั้ง หากตนตอบผิดอาจจะไม่ได้ศึกษาที่นี่หรือไม่ก็อาจจะอยู่คนละห้องกับเพื่อน...
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ให้ข้าช่วยไหม?
...ได้เหรอ! ........ไม่สิ ไม่ได้... มันรู้สึกผิดน่ะคนอื่นทำด้วยความพยายามกับฉันที่ใช้เวทย์ทำ... มันดูขี้โกง...
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ถ้าเช่นนั้น ข้าขอแนะนำให้ท่านเชื่อในสิ่งที่ท่านอ่านมา
คำแนะนำจากไนกีกับข้อสอบตรงหน้า คณิตเวทย์การคำนวณต่างๆนานา วิชาที่ไม่ชอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร “....เอาไงเอากัน”
แกร่กๆๆๆ... ก้มหน้าก้มตาขีดเขียนจนกระทั่งหมดเวลา10 นาที พอออกไปเป็นอันต้องให้สเตลล่ากับชิอินะปลอบด้วยใจที่ห่อเหี่ยว
ต่อมาคือการแสดงความสามารถของแต่ละคนโดยให้ไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมเดิมทีหลังออกจากห้องสอบมาควรได้ยินบทสนทนาเกี่ยวกับการสอบเมื่อครู่แต่ก็ยังคงเป็นการซุบซิบนินทาที่องค์ชายมาอยู่ร่วมกับกลุ่มสามัญชน...
“ท่านเจตต์”
เสียงคุ้นหูพริสทีนกับสเตลล่าจนต้องหันไปมองและเป็นอันต้องชะงักเมื่อผู้หญิงที่เรียกหาเจตต์คือลูกคุณหนูผู้ดีที่เคยดูถูกพวกตนตอนมาเที่ยวเมืองหลวงลูกคุณหนูคนอื่นที่ตามติดมาตอนนั้นก็อยู่ด้วยเช่นกัน
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านเจตต์ที่นี่เพคะ”ถอนสายบัว มองด้วยรอยยิ้ม “ข้ามั่นใจว่าการสอบท่านต้องทำได้เต็มแน่นอนค่ะ”
“เจ้ากล่าวชมเกินไปแล้ว...”
“ไม่หรอกค่ะ องค์ชายเจตต์เป็นอัจฉริยะเพราะงั้นคำถามแค่นั้นคงไม่ครนามือท่านแน่นอนค่ะ”
“....ขอบคุณ....”
“องค์ชายเจตต์ ใกล้ถึงชื่อท่านแล้วครับ”อาจารย์ผู้คุมสอบเดินมาเชิญอีกฝ่ายออกไปจากตรงนั้นหลังจากเบียทริซรับคำขอบคุณด้วยการถอนสายบัวเล็กน้อย
ก่อนเจ้าหล่อนจะสังเกตเห็นพริสทีนกับสเตลล่า“ตายจริง... ท่านคงเป็นหญิงสาวผมสีเงินในข่าวลืออันโด่งดังสินะคะข้าช่างโชคดีเสียจริงที่ได้เจอท่านที่นี่... ข้าเบียทริซค่ะ”
“พริสทีนค่ะ.... ฉันเองก็ช่างโชคดีเสียจริงที่ได้เจอคุณหนูไร้มารยาทเมื่อครั้งนั้นอีกสบายดีรึเปล่าคะ” ยิ้มตอบไป
“ขออภัยด้วยนะคะ ครั้งนั้นดิฉันไม่รู้ว่าเป็นท่านจึงแสดงกิริยามารยาทที่ไม่เหมาะสมออกไป...”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ...เพราะคนที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่นเนี่ย...มันก็เป็นแค่คนที่ชอบคิดไปเองเท่านั้นแหล่ะค่ะ”
แอบเห็นว่าสายตาหล่อนเปลี่ยนไปเล็กน้อย “แหม...ดิฉันมิอาจทำตัวสูงส่งเท่าท่านหรอกค่ะ ท่านเทพธิดาผู้ถูกขัง แต่เอ...เทพธิดาหรือว่าปีศาจกันแน่นะคะ ดวงตาถึงได้ชวนขนลุกแบบนี้” คนติดตามแอบหัวคิกคักพวกเดฟเองก็อยากออกหน้าแทน แต่พริสทีนกันไว้ก่อน
“คุณเนี่ยน่าสงสารนะคะ...”
“คะ?”
“ไม่ว่าจะพยายามทำตัวเองให้ดูดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์...ถ้าจิตใจยังต่ำตมไม่หยุดแบบนี้ อ๊ะ ไม่เป็นไรนะคะ ในเมื่อได้เจอกันที่โรงเรียนทั้งทีจะเฉยๆให้กับพฤติกรรมครั้งนั้นให้ค่ะจะถือซะว่าคำพูดตอนนั้นคือคำพูดของคนที่ยังไม่มีการศึกษานะคะ”
“!!! ห..แหม.... ขอบคุณ...เป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ”ฟังก็รู้ว่ากัดปากพูดแค่ไหน
โครม!!!!!เสียงระเบิดดังสนั่นเรียกให้ทุกสายตาหันไปมองเจ้าของเสียงการโจมตีนั่นเป็นขององค์ชายเจตต์ในการแสดงพลังเวทย์ธาตุสายลมของตนโดยการทำลายข้อต่อพวกโกเลมเหล็กสำหรับทดสอบนักเรียนหลุดเป็นชิ้นๆกลายเป็นเศษเหล็กกองบนพื้น
โกเลมเหล็กนั้นขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งอาวุธธรรมดาไม่สามารถทำลายได้ สิ่งที่ทำลายได้มีเพียงแค่เวทมนตร์เท่านั้น
ส่วนอาวุธเวทย์นั้นยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้นอกเสียจากว่าเวทย์ที่อาบอาวุธนั้นแข็งแกร่งมากพอจะฆ่ามันได้
การที่ให้มันมาทดสอบพลังของเด็กก็เพื่อวัดความแข็งแกร่งของผู้ครอบครองเวทย์และแบ่งห้องเรียน
“สมเป็นท่านเจตต์ ทุกทวงท่าช่างงดงามเหลือเกินค่ะ!”สาวๆกรี๊ดกร๊าดกันยกใหญ่
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
“มารตราฐานการเข้าสอบคงสูงขึ้นแน่!”
“ข้าเป็นคนถัดไปเสียด้วย...”
ฮือฮากันหนักกว่าเดิมเริ่มมีคนท้อใจจากการสอบพอเห็นการโจมตีของเจตต์จะมีแค่พวกพริสทีนกระมังที่...สงสารคนสอบหลังจากพวกตนจึงไปขอเลื่อนรายชื่อทั้ง 6ให้ไปอยู่ท้ายๆแทน
รอให้พวกชนชั้นสูงหลายคนผู้หยิ่งในศักดิ์ศรีกับเหยียดความแข็งแกร่งของพวกตนมากกว่าสามัญชนได้ใจไปก่อน
ส่วนพวกเธอทำได้แค่มองด้วยสายตาเวทนา...
...แต่เอ๊ะ...นี่ฉันเห็นใจพวกเขาหรือรอเหยียบซ้ำกันนะ?... พริสทีนแอบงงเล็กน้อย...
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ข้าเกรงว่าอาจจะเป็นข้อที่สอง...
.
.
.
.
.
“6 คนสุดท้ายซะที”
“ดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มสามัญชนน่ะ”
“ข้าจะโดนนางควบคุมเหมือนฝ่าบาทรึเปล่าเนี่ย...”
“เอาน่า... คนต่อไป ฟีเร”
“ครับ!”
ก้าวออกมาเผชิญหน้ากับโกเลมเหล็กเริ่มมีเสียงซุบซิบเหยียดจากพวกชนชั้นสูงจนทำเขารำคาญไม่น้อย
“ฟีเร! เอาให้เต็มที่ไปเลย!!!” ไลรอนตะโกน
“เออ! รู้แล้ว!!” ตอบกลับไปกำมือแน่นมีเปลวเพลิงผุดขึ้นมาอาบมือ เงยหน้ามองเจ้าโกเลมยักษ์นั่นแล้วเหยียดยิ้ม“ถ้าแกร่งนักก็อย่าละลายละกัน!!!!!”
ตูม!!!!!!!!!!!พุ่งเข้าไปต่อยโกเลมเหล็กนั่นด้วยหมัดเพลิงที่รุนแรงซะจนมันลอยกระเด็นไปกระแทกเข้ากับกำแพงบริเวณนั้นร่างของมันแตกหัก เวทย์ฟื้นฟูตัวเองไม่เป็นผลสำเร็จ
“อ...อะไรกัน...”
“บ้าไปแล้ว...”
“สุดยอดเลยฟีเร~!!!” ทั้งสเตลล่ากับไลรอนตะโกนเชียร์กันยกใหญ่ตอนเพื่อนเดินกลับมาปล่อยให้พวกอาจารย์ที่เป็นจอมเวทย์ใช้เวทย์รักษาโกเลมกันยกใหญ่ พอรักษาไม่ได้ก็ต้องเรียกโกเลมตัวใหม่ออกมาแทน
“เอ่อ...ต่อไป ไลรอน!”
“ครับ~”
แคร่ก!!!เป็นอันต้องวุ่นวายอีกครั้งพอไลรอนชูมือไปข้างหน้าและมีวงแหวนเวทย์ปรากฎขึ้นและมีสายน้ำพุ่งออกมารัดตัวของโกเลมก่อนกลายเป็นน้ำแข็ง!!
เปรี้ยง!!!! ลูกธนูของสเตลล่าที่อาบด้วยเวทย์จนสามารถโจมตีได้5 ครั้งต่อ 1 ดอกพุ่งทะลุผ่านร่างของโกเลมไปปักที่กำแพงด้านหลังจนเป็นรูขนาดใหญ่ด้วยอาวุธเวทย์!!
เคร้ง!!!เวทย์ลมของชิอินะคล้ายกับของเจตต์แต่ต่างกันตรงที่มันรุนแรงจนหั่นร่างของโกเล็มในจุดข้อต่อของมันทำลายจนพังเป็นชิ้นๆถึงขั้นไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้
“เฮ้! เตรียมเจ้าโกเลมใหม่ได้อีกตัวเลย!!!เพราะเจ้านี่... ไม่น่าจะเหลือซากแน่!!”
“!!! เดฟ!! อย่าระเบิดโรงเรียนเชียวนะ!!” พริสทีนรีบตะโกน
บรึ้ม!!!!!!!! เวทย์เพลิงระเบิดรุนแรงจนถึงขั้นโกเลมเหล็กแหลกสลายกลายเป็นผุยผงบริเวณพื้นก็กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่เช่นกัน!
“ก...โกเลม...ถูกทำลายย่อยยับเลย...”
“ป...ปีศาจชัดๆ...”
“....รู้งี้บอกให้ยั้งมือไว้ด้วยดีกว่า...”กุมขมับ
“แค่ไม่ทำให้พวกนักเรียนคนอื่นโดนลูกหลงไปด้วยก็ควรจะชมข้าบ้างนะ!!”รีบเดินมาหาหลังจากแสดงความสามารถเสร็จ ไม่สนใจพวกนักเรียนคนอื่นที่เริ่มหน้าซีด
“ก็แหม... มันรุนแรงนี่นา เหมือนพวกป่าเถื่อนเลย”
“ต...ต่อ... ต่อไป...คน คนสุดท้าย... เอ่อ..พริสทีน....”
“อ๊ะ ค่ะ!” รีบออกมา จริงๆก็อยากโชว์ความสามารถทางเวทย์แต่พอมองจากสภาพโดยรอบแล้ว... เริ่มสงสารอาจารย์กับคนอื่นที่ต้องซ่อมแซมหลังจากนี้
“งั้นแสดงก่อนแล้วซ่อมให้ทีหลังละกัน... [IcisCainos (โซ่ตรวนน้ำแข็ง)] [Terra Lance(หอกหิน)]!!!”
เคร้ง!!! ตูม!!!!! โซ่น้ำแข็งพุ่งขึ้นมารัดตัวกระชากโกเลมให้ล้มลงไปกองกับพื้นแท่งหินผุดขึ้นมาจากพื้นทะลุตัวนับสิบๆอันยิ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งและ...ความโหดร้าย
“หวา... ทำมากเกินไปแล้วสิ..”
“ว่าแต่ข้า เจ้าก็พอกันแหล่ะ!!!”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย!!!” หันไปตะโกนตอบท่านไลแคนสีครามดูเหมือนว่าตอนนี้คำพูดจะเข้าตัวเอง “[ฟื้นฟู]”
สภาพห้องประชุมและโกเลมทุกตัวถูกฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาพปกติไม่เพียงแค่ผู้สอบเข้า พวกอาจารย์ผู้คุมสอบเองก็ตื่นตะลึงจนแทบจะสลบไปซะตรงนั้นถ้าไม่ติดว่าต้องให้คะแนน
แสดงพลังขนาดนี้แล้วไม่ผ่านอาจจะหัวเสียกันหมดทุกคน โดยเฉพาะท่านไลแคนสีครามน่าจะถึงขั้นอาละวาด (?)
แต่ยังไงผลลัพธ์คงไม่ต้องถามก็รู้ได้ว่าต้องผ่านแน่นอน