เสียงฝนสาดกระทบกระจกหน้าต่างเบาๆ ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษและหนังสือดูเงียบสงบยิ่งขึ้น เหวิน ชายหนุ่มวัย 28 ปีที่มีปัญหากับขาซ้ายมาั้แ่กำเนิด นั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนตัวโปรด พลางใช้มือขวาที่สั่นเล็กน้อยหยิบแก้วกาแฟเย็นชืดขึ้นจิบ แล้ววางลงอย่างช้าๆ
ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องอย่างเบื่อหน่าย กองต้นฉบับที่เริ่มเขียนไว้เมื่อหลายปีก่อนวางทับถมกันเป็ูเาเลากา แต่ก็ไม่เคยมีเื่ไหนที่เขาเขียนจนจบได้เลย อาการสั่นของมือและขาที่กำเริบขึ้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเริ่มเขียน ทำให้เขาทิ้งปากกาไปนานแล้ว...ทิ้งไปพร้อมกับความฝันที่เคยมี
ในบรรยากาศขมุกขมัวนั้นเอง จู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออกช้าๆ โดยที่ไม่มีเสียงร้องทักทายจากใคร เหวินหันขวับด้วยความแปลกใจ แต่กลับไม่พบใครยืนอยู่ตรงนั้น นอกจากเด็กสาวสองคนที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันราวกับภาพลวงตา
เด็กสาวคนแรกมีผมสีน้ำตาลทองเปล่งประกาย ผิวขาวราวกับหิมะ แต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีขาวเรียบง่าย ส่วนอีกคนมีผมสีเงินม่วงยาวสลวย ดวงตาของเธอฉายแววความเศร้าสร้อย และใบหน้าซีดเซียวราวกับคนป่วย ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ที่กลางห้อง ไม่ได้มองมาที่เหวิน แต่สายตาดูเหม่อลอยคล้ายกำลังมองผ่านเขาไป
เหวินขยี้ตาหลายครั้งเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพหลอน แต่เมื่อลืมตาขึ้น เด็กสาวทั้งสองก็ยังคงอยู่ที่เดิม ความสั่นที่มือของเขาเพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ จนต้องรีบเอามือวางบนตักเพื่อสงบอาการ
“เ้า…เป็ใครกัน?” เหวินถามเสียงเบาหวิว
ทันทีที่สิ้นเสียง เด็กสาวผมสีน้ำตาลทองก็หันมามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายที่ทั้งงดงามและว่างเปล่า แล้วเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งก็ดังขึ้นในความคิดของเหวิน “เราคือเื่เล่าที่ถูกทิ้ง”
เหวินเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เด็กสาวผมสีเงินม่วงจะกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยยิ่งกว่าเดิม “เ้าจะพาเราจบเื่ราวหรือไม่?”
คำถามนั้นดังก้องอยู่ในหัวใจของเหวิน มันเป็คำถามที่ตรงไปตรงมาและเจาะลึกไปถึงาแที่เขาซ่อนไว้มาตลอดหลายปี เขาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในห้องนี้ ไม่ได้ออกไปไหน เพราะเขาเชื่อว่าตนเองไม่มีค่าพอที่จะสร้างสรรค์อะไรได้อีกแล้ว การที่เด็กสาวทั้งสองปรากฏตัวขึ้นและขอให้เขาช่วยเขียนเื่ราวให้จบ ทำให้เขารู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้ง
เขามองเข้าไปในดวงตาของเด็กสาวทั้งคู่แล้วพบว่าพวกเธอไม่ใช่แค่ภาพในจินตนาการ แต่พวกเธอคือ “ความจริง” ที่มีชีวิต เป็เื่เล่าที่ถูกละเลยและรอคอยการถูกเติมเต็มมานานแสนนาน เหวินลังเลอย่างหนักระหว่างความกลัวและความปรารถนาที่อยากจะช่วยพวกเธอ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจตอบรับคำขอ
“ฉันจะพาพวกเ้าจบเื่ราว” เหวินตอบเสียงหนักแน่น น้ำตาของเด็กสาวผมสีเงินม่วงไหลลงมาอย่างเงียบๆ ส่วนเด็กสาวผมสีน้ำตาลทองยิ้มบางๆ แล้วแสงสีขาวก็ปรากฏขึ้นรอบตัวพวกเธอ แสงนั้นสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนเหวินต้องหลับตาลง
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในห้องทำงานแล้ว แต่กลับอยู่ในห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือที่ไร้ชื่อและหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า เด็กสาวทั้งสองยืนอยู่ตรงหน้าเขา แล้วชี้ไปที่ทางเดินซึ่งมีแสงสว่างส่องลงมา พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ยินดีต้อนรับสู่ภูมิทัศน์ของเื่เล่าที่ถูกทิ้ง”