เมลดี้กล่าวแสดงความยินดีแก่เมอร์ลิน
เด็กน้อยวัย 12 ปีได้ก้าวผ่านเข้าสู่ขั้นนักเวทย์ไอเวทย์รอบๆ ตัวของเขาก็เปลี่ยนไป วงเวทย์สีเทานั้นแผ่พลังออกมาอย่างเอ่อล้นและทรงพลัง
วงเวทย์สีเทาปลดปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังออกมา
ผู้ฝึกหัดนั้นเป็นการเริ่มต้นผู้ใช้เวทย์นั้นเป็นพื้นฐาน นักเวทย์นั้นคือผู้มีฝีมือ
เพียงนักเวทย์ผู้หนึ่งสามารถกดขี่ผู้คนได้จำนวนมากนักเวทย์คนหนึ่งนั้นไม่จำเป็นต้องเห็นตัวตนเล็กๆ อยู่ในสายตาด้วยอำนาจของเขานั้นเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนเคารพได้
นักเวทย์บางคนทำได้กระทั่งได้รับการแต่งเป็นขุนนางชั้นยศบารอน
บัดนี้เมอร์ลินได้บรรลุเป็นนักเวทย์เต็มตัวแล้ว
เมอร์ลินไม่ได้เอ่ยคำใดๆ ออกมาเขาทำเพียงยิ้มตอบกลับไปและหันมาเพ่งสมาธิที่บอลเวทย์ของเขาอีกครั้งหนึ่ง
บอลเวทย์ลมหมุนอย่างรุนแรงและเริ่มที่จะเกรี้ยวกราดมากขึ้นสายฟ้าสีดำปรากฏเป็นเส้นสายที่บอลเวทย์ลูกนั้น
ลมนั้นส่งเสียงกรีดร้องสายฟ้าสีดำนั้นปรากฏเสียงคำรามข่มขู่
บอลเวทย์ลูกนี้ถูกยกระดับให้เป็นบทเวทย์ชั้นสูง
เมอร์ลินได้บัญญัติเวทย์ชนิดใหม่ของเขาขึ้น
เมื่ออำนาจของบอลเวทย์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆใบหน้าของเมลดี้กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า สายตาของเธอแสดงออกซึ่งความไม่เชื่อ
บอลเวทย์รุนแรงและเกรี้ยวกราดมากขึ้นไม่สิ้นสุดนั่นเป็นเพราะเมอร์ลินนั้นปราศจากความชำนาญ พลังเวทย์ของเขาจึงถูกบอลเวทย์ดูดเข้าไปเรื่อยๆ
“เมอร์ลินสลายบอลเวทย์นี้ซะเจ้าต้องหยุดมันไม่อย่างนั้นเจ้าจะไม่สามารถควบคุมมันได้”เมลดี้สังเกตท่าทีของเมอร์ลินที่เปลี่ยนไปเธอนั้นรู้ว่าเด็กคนนี้พึ่งก้าวสู่ขั้นนักเวทย์แถมยังพึ่งสร้างเวทย์บทใหม่
มันเป็นไปไม่ได้ที่เด็กคนนี้จะสามารถควบคุมมันได้
ใบหน้าของเมอร์ลินนั้นซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัดพลังเวทย์ของเขากำลังถูกบอลเวทย์ดึงดูดราวกับบ่อน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง
บอลเวทย์ลมสายฟ้าทมิฬนั้นสูบพลังเวทย์ของเมอร์ลินรวดเร็วยิ่งกว่าการใช้ดวงตาเลเมเกทันเสียอีก
จนในที่สุดก็เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้าย
พลังเวทย์ของเมอร์ลินถูกสูบเข้าไปอย่างรวดเร็วจนพลังเวทย์ของเขาหลงเหลือเพียงเล็กน้อย
ร่างกายของเมอร์ลินขาดพลังเวทย์ที่ไม่เพียงพอ
เมอร์ลินรู้สึกอ่อนแรงเป็นอย่างมากเขานั้นถึงกับเขาอ่อนฟุบลงกับพื้น
การสูญเสียพลังเวทย์ที่มากเกินไปทำให้เขานั้นไม่มีแรงแม้แต่จะยกน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ขึ้นมาดื่มเสียด้วยซ้ำ
เมื่อพลังเวทย์ของเมอร์ลินอ่อนแอนั่นจึงทำให้เขาไม่สามารถควบคุมบอลเวทย์ได้อีกต่อไป
ทันทีที่เมอร์ลินตัดขาดจากการควบคุมบอลเวทย์ที่ไร้การควบคุมนั้นก็เกิดการบิดเบี้ยว
ปัง!
ที่สุดแล้วบอลเวทย์ลูกก็ระเบิดออกมาและได้กลายเป็นพายุหมุนที่ล้อมรอบไปด้วยสายฟ้าสีดำ
พายุหมุนที่ไร้การควบคุมจึงถูกปลดปล่อยออกมา
ซูม!
เสียงหวีดร้องของลมทำให้บรรยากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงไปในทันทีภายใต้อำนาจพายุสายฟ้านี้สามารถกวาดผ่านนักเวทย์ได้นับไม่ถ้วนแม้แต่นักรบเวทย์ก็ยังต้องเกรงกลัวมัน
พายุสายฟ้าถูกปลดปล่อยโดยมีเมอร์ลินเป็นจุดศูนย์กลางมันแผ่ขยายอำนาจทำลายล้างไปเรื่อยๆ
พายุสายฟ้าลูกนี้ได้กลายเป็นเวทย์โจมตีวงกว้างโดยสมบูรณ์
พายุลูกนี้หอบเอาทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในมิติแห่งนี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า
สายฟ้าสีดำนั้นส่งเสียงคำรามแสดงอำนาจทำลายล้างของมันต้นไม้จำนวนนับไม่ถ้วนถูกทำลายโดยมัน
มีเพียงหินผลึกโปร่งแสงที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเวทมนต์บทนี้
เมลดี้แม้เธอจะเป็นนักรบเวทย์ผู้หนึ่งเมื่อต้องเผชิญกับเวทย์บทนี้เธอก็จำต้องเว้นระยะถอยห่างมันไม่ใช่สิ่งที่เธอจะประมาทได้
ผ้าคลุมเวทย์สีขาวถูกเรียกออกมาทันที ไอเวทย์ของนักรบเวทย์นั้นแผ่กระจายออกมาอย่างทรงอำนาจหากเป็นคนธรรมดาไอเวทย์เหล่านี้สามารถทำให้พวกเขาอึดอัดได้ กระนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับนักรบเวทย์คนธรรมดาก็ต้องเข่าอ่อน
นักรบเวทย์จึงได้รับความเคารพเป็นอย่างมากจากผู้คน
เมลดี้ร่ายบทเวทย์ด้วยภาษาที่ไม่คุ้นหูคำร่ายเหล่านั้นถูกเอ่ยออกมาจากปากของเธอ เธอก็ได้ยื่นมือขาวของเธอออกไปด้านหน้า
ทันใดนั้นเองอากาศในทิศทางที่เมลดี้ยื่นมือออกไปก็เกิดการสั่นไหว
อากาศถูกทำให้บิดเบี้ยว บ่อมิติหลุมดำปรากฏขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่ามันมีขนาดประมาณหนึ่งเมตร
บ่อมิติหลุมดำนั้นเต็มไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขามไอเวทย์สีดำนั้นแผ่ออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้านในของบ่อหลุมดำนั้นมีเพียงแต่ความมืดมันเป็นความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง
บ่อหลุมดำนั้นถูกเมลดี้บังคับให้พุ่งชนเข้ากับพายุสายฟ้าสีดำลูกนั้น
ปัง!
ทันใดนั้นเองอำนาจของบ่อมิติหลุมดำก็เผยออกมาอำนาจของมันดูดกลืนเอาลมพายุสายฟ้าเข้าไปอย่างตระกะตระกาม พายุสายฟ้านี้ไม่อาจต้านทานอำนาจของบ่อมิติหลุมดำนี้ได้แม้ว่าพายุสายฟ้านั้นจะมีพลังที่เกรี้ยวกราดเพียงใด แต่มันก็ถูกสยบโดยบ่อมิติหลุมดำนี้
บทเวทย์บ่อมิติหลุมดำนี้คือไม้ตายของเมลดี้การที่จะเข้าเวทย์บทนี้ได้เธอนั้นต้องจ่ายพลังให้แก่มันเป็นอย่างมาก ยิ่งเธอใช้บทลัดเวทย์เช่นนี้ยิ่งทำให้เธอสูญเสียพลังมากกว่าปกตินับหลายเท่า
เวทมนต์บทนี้คือบทเวทย์ของธาตุมืดธาตุซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการกลืนกินและสร้างสิ่งผิดปกติแก่เป้าหมาย
อำนาจของมันนั้นยิ่งใหญ่อย่างที่เห็นแต่ข้อเสียของมันก็มีอยู่มากเช่นกัน เวทมนต์ที่เกี่ยวข้องกับมิตินั้นจำเป็นจะต้องร่ายเวทย์เป็นระยะเวลานานและจะต้องจ่ายพลังเวทย์ไปเป็นจำนวนมากยิ่งการใช้บทเวทย์ลัดเวทย์แล้ว แม้อำนาจของเวทมนต์จะถูกลดทอนลงไปแต่การใช้พลังเวทย์นั้นไม่ถูกลดทอนไปด้วยมันยิ่งต้องจ่ายพลังเวทย์ไปมากกว่าเดิม
ดังนั้นแล้วไม่นานมานี้ ร้านเสื้อคลุมสีฟ้าที่มีน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ที่มีคุณสมบัติแฝงในการลดระยะเวลาการร่ายเวทย์ได้มันจึงได้กลายเป็นสินค้าที่ผู้คนต้องการเป็นอย่างมาก
ในจังหวะหนึ่งเมลดี้รีบหายตัวไปยังเมอร์ลินและนำตัวเขาออกมาจากใจกลางของพายุสายฟ้า
สีหน้าของเมลดี้นั้นเต็มไปด้วยความกังวลและขมวดคิ้วเข้าหากันเธอไม่คิดเลยว่าเวทมนต์ของนักเวทย์ผู้หนึ่ง มิหนำซ้ำยังเป็นเพียงนักเวทย์ระดับ 1วงเวทย์
เด็กคนนี้สามารถทำได้ขนาดนี้ เขาเป็นปีศาจแห่งหายนะหรือลูกรักแห่งทวยเทพกันแน่
หากเป็นนักเวทย์ทั่วไปคงไม่สามารถสร้างเวทมนต์ที่มีพลังทำลายขนาดนี้ได้แต่หากเป็นเมอร์ลินที่เป็นทั้งผู้ครอบครองขีดจำกัดสายเลือดและทวิธาตุผลลัพธ์ของมันย่อมต่างออกไป
ในที่สุดพายุสายฟ้าก็ถูกบ่อหลุมดำดูดกลืนจนถูกลบหายไป
เมลดี้ทำการคลายพลังเวทย์และมองเมอร์ลินที่กำลังสลบไปเพราะความเหนื่อยล้าร่างกายจึงถึงขีดจำกัดของมัน ร่างกายของเมอร์ลินตอนนี้เหมือนกับตะเกียงที่น้ำมันเหือดแห้งและไม่มีพลังงาน
นี่คือจุดอ่อนของผู้ใช้เวทมนต์เมื่อผู้ใช้เวทมนต์ใช้พลังเวทย์จนหมดร่างกายจะเกิดความเหนื่อยล้าร่างกายต้องรับภาระเป็นอย่างมาก ยิ่งร่ายเวทย์ไปเป็นเวลานานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะสูงเสียพลังเวทย์ไปมากขึ้นไปเท่านั้น
เมลดี้สามารถอุ้มศิษย์หลักของเธอได้อย่างสบายมือนั่นเพราะเมอร์ลินนั้นมีร่างกายที่เป็นแค่เด็กอายุ 10 ปีเท่านั้น มันไม่ลำบากใดๆที่เธอจะอุ้มร่างเล็กนี้
ดวงตาของเธอกำลังจ้องมองใบหน้าของร่างเล็กในอ้อมแขนของเธอ
เมลดี้สังเกตเห็นถึงใบหน้ายามหลับใหลของเด็กน้อยใบหน้าของเมอร์ลินนั้นแสดงเห็นถึงความบริสุทธิ์เหมือนเช่นเด็กน้อยทั่วไปภาพตรงหน้าเธอนี้มันช่างแตกต่างจากเด็กที่สุดจะเย็นชาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
เมลดี้กระชับอ้อมแขนของเธอและอุ้มเมอร์ลินออกไปจากห้องมิติแห่งนี้
เมื่อประตูห้องถูกปิดลง เธอได้ทำการร่ายเวทย์ผนึกประตูนี้อีกครั้งหนึ่งและเดินจากไปทันที
...............
ร่างของเด็กน้อยนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเมอร์ลินก็พบกับสถานที่ที่เขาไม่คุ้นตามันคือห้องสี่เหลี่ยมขนาด 2 คูณ 3 เมตร มันเป็นห้องที่มีขนาดเล็ก ที่ภายในห้องนั้นมีแค่เตียงโต๊ะและเก้าอี้เล็กๆ เท่านั้น
เมอร์ลินยันตัวขึ้นแล้วลุกเดินไปยังหน้าต่างที่เปิดอยู่สายลมอ่อนๆ นั้นพัดม่านจนปลิวพลิ้วลู่ไปตามลม
ทิวทัศน์เบื้องหน้านี้เมอร์ลินนั้นเคยเห็นมันมาก่อน มันยังเป็นภาพที่คุ้นตา เพราะมันเป็นภาพของส่วนหนึ่งของโรงเรียนเวทย์อารากอน
เมอร์ลินเดินตรงไปที่ประตูของห้องและเปิดมันออกเมื่อเดินพ้นประตูออกไป เขาก็พบกับระเบียงทางเดินที่ทอดยาวและมีห้องที่เหมือนกับห้องนี้เรียงอยู่รายทางเป็นจำนวนมาก
ในระหว่างที่เมอร์ลินกำลังเหม่ออยู่นั้นเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขาการเดินของเขานั้นมีลักษณะที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากเพียงการเดินหนึ่งก้าวของเขานั้นเทียบเท่ากับการวิ่ง 3 ก้าวของการเดินรถเท่าทั่วไปเขาคนนั้นเคลื่อนที่เข้าถึงตัวของเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว
เด็กหนุ่มที่มีร่างกายผอมบางคนนี้แต่งตัวด้วยชุดของชนชั้นสูงและสวมทับด้วยเสื้อคลุมของโรงเรียนใบหน้าของเขานั้นแสดงออกซึ่งความไม่เต็มใจ เขามองเมอร์ลินอย่างเย็นชาและเอ่ย
"เจ้าชื่อเมอร์ลินใช่หรือไม่"
เมอร์ลินพยักหน้าเบาๆ และเอ่ย “ถูกต้องแล้วข้าชื่อเมอร์ลิน”
การแสดงออกของชายหนุ่มนั้นยังคงเย็นชา“เช่นนั้นก็ตามข้ามา” เขาพูดออกมาอย่างไร้อารมณ์
ชายหนุ่มหันหลังแล้วเริ่มก้าวเดินออกไปทันทีเขานั้นไม่รอให้เมอร์ลินได้เปิดปากเอ่ยคำถามใดๆ ความเย็นชานั้นครอบคลุมเขาการมาของเขานั้นเพียงเป็นการทำตามหน้าที่
ชายหนุ่มเดินออกไปได้หลายช่วงตัว เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เมื่อหันหลังกลับไปเขาก็พบว่าเมอร์ลินนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมเด็กคนนี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเขา
ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นกลายเป็นไม่พอใจและเขาตวาดออกมาอย่างเสียงดัง
"ทำไมเจ้าถึงไม่ตามข้ามา"
เมอร์ลินนั้นยังคงท่าทีที่เฉยเมยการสงบนิ่งของเขานั้นยั่วยุอารมณ์ให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ชายหนุ่มคนนี้
ชายหนุ่มเดินกลับมาทางเดิมอย่างไม่เต็มใจเขานั้นใช้สายตาอันดุร้ายจ้องไปที่เมอร์ลินราวกับจะแผดเผาให้มอดไหม้
“ข้าถามเจ้า!” น้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์
เมอร์ลินยกรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์
"ทำไมข้าต้องทำตามที่เจ้าบอก"
คำตอบของเมอร์ลินนั้นยิ่งยั่วยุอารมณ์ให้ชายหนุ่มมากขึ้นเขานั้นอยากจะลงมือสั่งสอนเจ้าเด็กไร้มารยาทเสียตรงนี้แต่ทว่าหากไม่ได้รับคำสั่งมาตามเด็กน้อยไปพบ เขาคงได้ทุบตีมันให้หลาบจำ
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่งเพื่อดับอารมณ์ที่คุกรุ่นและพูดว่า
"อาจารย์เมลดี้ให้ข้ามาตามเจ้าไปพบ ทีนี้เจ้าจะตามข้ามาได้รึยัง"
ในสายตาของชายหนุ่ม เด็กน้อยตรงหน้านี้เต็มไปด้วยความยโสหากไม่ใช่อาจารย์เมลดี้ที่เป็นศิษย์หลักของผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งการมา เขาคงไม่สามารถอดกลั้นที่จะลงมือสั่งสอนเด็กคนนี้ได้
เมอร์ลินพยักหน้าครั้งหนึ่งและเอ่ย
“อย่างนั้นก็เชิญเจ้านำทาง”
ชายหนุ่มกัดฟันกรอดความยโสของเด็กน้อยคนนี้ไม่มีความเกรงกลัวเขาซึ่งเป็นรุ่นพี่เลยแม้แต่น้อยท่าทีที่ยโสนั้นสร้างความไม่พอใจแก่เขาเป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มหันหลังและเดินนำทางเมอร์ลินไปอย่างไม่สบอารมณ์
พวกเขาทั้งสองเดินทางกันผ่านมาหลายช่วงตึกในที่สุดชายหนุ่มก็หยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง
“มันคือที่นี่ เสร็จธุระของข้าแล้วรีบเข้าไปซะ อาจารย์เมลดี้รอเจ้าอยู่”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์ทันทีที่พูดจบเขาก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงจากไป