……………
“…..”
ยายมองหน้าหลานชายด้วยความพินิจพิจารณา แกเริ่มเห็นร่องรอยแผลเป็สะเก็ดเืที่ยังไม่ทันจะหายดีด้วยซ้ำบนหน้าผากของโช แผลนั้นใหญ่พอสมควรและสามารถมองออกได้ในครั้งเดียวว่าได้ถูกกระทำแบบใดมาก่อนหน้านั้น าแไม่ได้ถูกเย็บหรือรักษาหาหมอแต่อย่างใด คงยังมีรอยเขียวช้ำตามร่างกายแขนขาอยู่เป็จุด ๆ รูปร่างผอมแห้งที่ดูไร้เรี่ยวแรง อีกทั้งยังตัวเล็กเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับดูสดใสแวววาวผิดแผกแตกต่างจากสภาพของร่างกายภายนอกโดยสิ้นเชิง
“แผลที่หัวนั่น เจ็บมากไหมลูก? ไปทำอะไรมาเขาถึงตีหลานแบบนี้?” น้ำเสียงของยายดูสั่นเครือ จนโชสังเกตได้ ยายในตอนนี้คงจะสงสารหลานชายอยู่จับใจ โชกระเถิบมาใกล้ ๆ ยายอีกนิดหนึ่ง เขาในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกเจ็บแค้นเื่พวกนี้ที่ผ่านมาแต่อย่างใดแล้ว ไม่เหมือนกับตัวของเขาเมื่อ 20 ปีก่อนแต่อย่างใด โชในคราบของเด็กชายส่งยิ้มหวานปลอบใจผู้เป็ยายด้วยใจที่สงบ
“เจ็บเหมือนโดนมดกัดเลยครับยาย”
“มดคงตัวใหญ่มากเลยนะนั่น”
“ครับ…แต่ตอนนี้ผมหายเจ็บไปหมดแล้วครับยาย เพราะยายเลยครับผมถึงหายเจ็บ”
“พูดเก่งนะเราเนี่ย ไม่เห็นเหมือนที่แม่จันทร์บอกเลย ดูท่าจะกะล่อนล่ะสิเลยโดนพ่อเลี้ยงมันตีหัวเอาอย่างนี้น่ะ!?” ยายยังคงพูดเล่นเพราะคิดว่าหลานชายอาจจะนึกเสียใจอยู่ก็ได้
“ไม่ใช่ครับยาย ผมแค่ไม่อยากให้ยายเสียใจกับโชคชะตาของผม และผมอยากให้ยายเห็นแต่ใบหน้าของผมที่เป็หลาน มีความสุขเพราะยายแบบนี้จริง ๆ ครับ”
หญิงชราแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่หล่อนได้ยินจากปากของหลานชายคนนี้ของหล่อน คำตอบของโชมันช่างเป็ความคิดที่ทำให้สภาพจิตใจของยายในตอนนี้มันช่างะเืใจยิ่งนัก คำพูดคำจาของเด็กชายกลับดูเป็ผู้ใหญ่เกินตัวเสียจริง สายตาที่แน่วแน่ไม่ได้กลัวเกรงใครแต่ดูจริงใจที่สุดนั้น ทำให้ยายยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“เป็อย่างนั้นหรือ?”
“ครับ”
“ถ้าอย่างนั้น ยายว่าอีกสองวันยายจะพาไปสมัครเรียนนะ เรียนที่โรงเรียนใกล้ ๆ บ้านเรานี่แหละ พอดีว่ายายรู้จักกับอาจารย์ฝ่ายปกครองที่โรงเรียนนี้อยู่คนหนึ่ง คงจะฝากฝังหลานกับเขาได้” ยายรู้สึกได้กับเ้าหลานชายคนนี้ว่า หล่อนคงจะมองคนไม่ผิดแน่ ๆ
“ครับยาย”
“อย่าทำให้ยายผิดหวังนะ” หล่อนยิ้มน้อย ๆ อย่างพอใจ
โชลุกขึ้นไปค้นกระเป๋าเป้ของตัวเอง และหยิบเอาหนังสือคณิตศาสตร์ออกมาเปิดเพื่อหาสมุดบัญชีธนาคารออมสินที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้ในตอนแรก เพื่อนำมันมายื่นให้กับยายของเขา
“นี่คืออะไรรึ?” ยายรับมาเปิดดู
“เป็เงินที่ผมทำงานและเก็บเอาไว้ครับ มันไม่ได้มากมายอะไรนัก ผมให้ยายครับ” โชบอกกับยายด้วยสีหน้าสบายใจ
“โอ้…หลานเก็บเงินเก่งจัง!! น่าประทับใจมาก ดีเลย จะได้ไปซื้อชุดนักเรียนใหม่กัน แม่จันทร์รู้เื่เงินที่หลานเก็บเอาไว้ไหมล่ะเนี่ย?” สีหน้าที่แสดงออกถึงความประหลาดใจและทึ่งในความสามารถของหลานชาย
“แม่ไม่รู้เลยครับ ผมเก็บทีละ 5 บาท 10 บาททำงานรับจ้างแถว ๆ บ้านพอได้เงินก็ทยอยฝากครับ”
“เก่งมาก!! เก่งจังเลย ไม่เคยพบเคยเจอเด็กที่ขยันเก็บออมเงินแบบนี้มาก่อนเลย ยายนี่โชคดีจริง ๆ ที่มีหลานแบบโชเนี่ย!!” ยายหัวเราะเสียงดังมาก สงสัยแกจะถูกใจมาก ๆ เลยนะนั่น โชยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ได้ทีคุยโม้โอ้อวดยายต่อ
“ใช่ครับ!! ผมเก่งจริง ๆ นะครับยาย รับรองคราวนี้ยายไม่ผิดหวังแน่ ๆ ครับ”
“ขี้โม้ได้โล่เลยนะ คราวนี้อะไรกันล่ะ? เธอพูดอย่างกับว่ามีคราวก่อนหน้านี้อย่างนั้นแหละ เอาล่ะพอเถอะไปเตรียมตัวนอนได้แล้ว เป็เด็กเป็เล็กอย่านอนดึกเดี๋ยวจะตื่นสาย” ยายยังอมยิ้มไม่ยอมหุบเลยนะนั่น
“ครับ”
โชลุกไปจัดเตรียมที่นอนของตัวเองและปัดจัดที่นอนให้กับยายอีกด้วย ยายมองดูหลานชายด้วยความเอ็นดู โชทำหน้าที่ได้ดีเขาดูสุภาพ และก็เรียบร้อยในสายตาของยาย โชล้มตัวนอนตอนนี้มันเพิ่งจะสามทุ่มเอง เขาจะหลับตาลงได้อย่างไรกัน
‘นอนไม่หลับเลยแฮะ!! ปกติก็นอนดึกอยู่แล้ว ยิ่งยุคนี้ยังไม่มีโทรศัพท์แบบใช้อินเทอร์เน็ตได้เลยนี่นา แถมยายก็ไม่ติดละครทีวีอีก สงสัยต้องไปหาหนังสือมาอ่านแก้เซ็งเสียหน่อยแล้วล่ะ’
โชลุกขึ้นและเดินไปที่ชั้นหนังสือเพื่อที่จะหาหนังสือมาอ่าน
“ทำอะไร? ทำไมไม่นอนล่ะ?”
“ผมนอนไม่หลับครับยาย กะว่าจะมาหาหนังสือเพื่อเอาไปอ่าน จะได้ง่วงไว ๆ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เปิดโคมไฟดวงเล็กนะ ยายจะปิดไฟนอน แสงไฟมันแยงตาทำให้ยายนอนไม่หลับ”
“ครับยาย”
“และอย่าให้มันดึกมากนะลูก เดี๋ยวมันจะเคยตัว เสร็จแล้วอย่าลืมปิดไฟให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”
“ครับ”
โชอมยิ้มแกมหัวเราะเบา ๆ ออกมา
‘ใช่เลย!! โรคอาการคุณยายอาจารย์กำเริบเสียแล้ว อีกหน่อยคงต้องรีบหัดนอนให้มันแต่หัวค่ำหน่อยเสียแล้วล่ะต้องหัดหลับตาแล้วหลับไปเลยให้จงได้!!’
โชอ่านหนังสือได้สักพักและเริ่มรู้สึกว่าตนเองนั้นง่วงแล้ว นั่นอาจจะเป็เพราะว่าสภาพร่างกายของเขายังคงเป็เด็ก แล้วคงจะอ่อนเพลียจากการเดินทาง เขาเลยเก็บหนังสือเข้าที่ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปนอนเพื่อพักผ่อน แต่ที่จะลืมไม่ได้เลยอย่างเด็ดขาดคือต้องปิดไฟให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน
…………
เช้าวันใหม่ที่บ้านของยาย
ยายตื่นเช้ามาเตรียมตัวใส่บาตร โชก็ตื่นขึ้นมาพร้อม ๆ กันกับยายอีกด้วยและ ออกไปใส่บาตรกับยายด้วยเช่นกัน เขารู้ว่ายายชอบทำบุญมากแล้วจะเตรียมใส่บาตรพระในทุก ๆ เช้าเป็ประจำในทุก ๆ วันดังเช่นวันนี้ หลังจากทำบุญใส่บาตรเสร็จแล้วยายก็พาโชเดินดูรอบ ๆ แถวบริเวณวัด เพราะใจจริงของยายนั้นอยากจะแนะนำทางเดินในชุมชนดังกล่าวให้แก่โชนั่นเองเพราะกลัวว่าหลานอาจจะหลงทางก็ได้ แต่ว่าโชรู้จักทุกซอกซอยอยู่แล้วด้วยเพราะความเคยชินจากที่อดีตเมื่อ 20 ปีที่แล้วเขาเคยอยู่มา และโชกลับกลัวว่ายายจะเหนื่อยด้วยจึงบอกให้กลับบ้านกันดีกว่า
“กลับบ้านดีกว่าครับยาย ผมกลัวยายจะเหนื่อย”
“ไม่เป็ไรหรอกเดินออกกำลังกายไปเรื่อย ๆ และอีกอย่างนะ โชก็จะได้รู้จักสถานที่ของที่นี่เพิ่มขึ้นไงลูก จะได้ไม่งงและหลงทางยังไงล่ะ”
“แต่ว่า…” โชขัดยายไม่ได้เหตุเพราะจะอ้างว่าตัวของเขานั้นรู้ถนนหนทางของที่นี่ดีอยู่แล้วก็ไม่ได้อีก!! จะบอกว่าเคยมาที่นี่แล้วก็ไม่ได้แน่ ๆ เลยต้องจำยอมเดินตามยายไป แต่เอ๊ะ!! เขานึกอะไรออกได้อย่างหนึ่งแล้วล่ะ!?
“ยายครับ ผมว่าเรารีบกลับบ้านกันดีกว่านะครับ ยายจะได้พาผมไปถอนเงินที่ธนาคารไม่ใช่หรือครับ? และต้องไปเลือกซื้อเสื้อผ้าอีก แล้วอีกอย่างก่อนไปก็จะต้องกินข้าวก่อนด้วยนี่ครับ ผมเริ่มหิวแล้ว แหะ ๆ” เขาแกล้งหัวเราะ
“เอ้อ!! จริงด้วยสิ ยายลืมไปเสียสนิทเลย ถ้าอย่างนั้นไปกัน!! ไปกินข้าวกันดีกว่า ยายจะได้กินยาด้วย”
“ครับ” โชถอนหายใจและเริ่มคิดว่าเขาใช้ข้ออ้างนี้ได้ผล อยู่เหมือนกันนะ และเขาก็รู้ดีว่ายายจะต้องแวะ ที่บ้านนั้นบ้านนี้ตลอดทางอีกแน่ ๆ กว่าจะคุยเสร็จมันก็กินเวลาไปพอสมควร ระหว่างทางที่ยายพาโชกลับบ้านแกได้แวะซื้อโจ๊กที่ขายอยู่ข้าง ๆ วัดแถวนั้น
“กินโจ๊กนะเช้านี้”
“ได้ครับ”
เขารู้อยู่แล้วว่าในตอนเช้าที่บ้านยาย ทุกคนที่อยู่บ้านนี้จะกินข้าวเช้าไม่ตรงกันเสมอ ยายจึงมักออกมาหาซื้ออาหารเช้าให้กับตัวเองหลังจากที่ใส่บาตรเสร็จแล้วในทุก ๆ ครั้ง ที่ชุมชนแห่งนี้ในตอนเช้าจะมีแม่ค้าออกมาขายของอยู่มากมาย มีอาหารหลากหลายทั้งข้าวราดแกงที่คนในละแวกนี้ต่างก็มาอุดหนุนกันอยู่เป็ปกติ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง โจ๊ก น้ำเต้าหู้ และรถขายผลไม้ ในวันนี้ยายเลือกเมนูโจ๊กเป็มื้อเช้านั่นเอง ยายสั่งโจ๊กสองถุงและนั่งที่เก้าอี้ รอแม่ค้าทำโจ๊กอยู่
“เราออกจากบ้านกันตอนสายหน่อยก็ได้นะ ไม่ต้องรีบนักหรอก กินข้าวกินปลาเสร็จ อาบน้ำอาบท่าแล้วค่อยไป ธนาคารเขาเปิดเช้าอยู่ แปดโมงนั่นแหละ”
‘อ่านั่นสิ เราลืมไปเลยนะเนี่ย!? เมื่อก่อนธนาคารเขาเปิดกันแต่เช้านี่นา…ก็นะ จะยังไงก็ได้ถึงอย่างไรธนาคารมันก็ไม่ได้วิ่งหนีหายไปไหนได้หรอก และการถอนเงินบัญชีต่างสาขาในสมัยนี้ก็เื่มากจะตายไป แถมในตอนนี้ที่ธนาคารออมสินก็ยังไม่มีระบบแบบเอทีเอ็มซะด้วย ก็ต้องทำตามระเบียบของธนาคารไปนั่นแหละ เฮ้อ…’
“ได้ครับยาย”
……………
ทั้งสองยายหลานออกไปทำธุระที่ธนาคารกว่าจะเสร็จก็ราว ๆ สิบเอ็ดโมงกว่า ๆ ยายพาโชไปเลือกซื้อเสื้อผ้านักเรียนมาสองชุดกับรองเท้านักเรียนมาหนึ่งคู่ ด้วยรูปร่างที่ผอมและตัวเล็กของเขาจึงทำให้หาไซซ์เสื้อผ้าได้ไม่ยากเย็นทำให้เสร็จธุระเร็ว ยายเลยพาหลานชายไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนกลับบ้าน
“กินกันเสียให้เรียบร้อยก่อนกลับแล้วกันเข้าไปที่บ้านจะได้ไม่หิวกันอีก นะหลานนะ”
โชพยักหน้ารับคำผู้เป็ยาย
“ครับ”
………….
พอกลับถึงบ้านยายก็นอนพักเลย แกคงจะเหนื่อยและเมื่อยล้าจากการที่ได้พาหลานชายออกไปทำธุระที่ด้านนอก โชเห็นยายนอนพักก็เลยออกไปช่วยป้าเพ็ญขายของที่ร้านค้า แต่่บ่าย ๆ กลับไม่ค่อยมีคนสักเท่าไรนัก ป้าเพ็ญก็เลยฝากให้โชเฝ้าร้านสักพักหนึ่งเพื่อที่ป้าเพ็ญจะได้ไปตลาดซื้อกับข้าวเอาไว้ทำตอนเย็นของวันนี้
“โช ป้าฝากดูร้านสักหน่อยนะ ป้าจะไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าวเอาไว้ในมื้อเย็นหน่อยตอนกลางวันมันไม่ค่อยมีลูกค้าหรอก ที่ตลาดก็เหมือนกันป้าจะได้รีบซื้อรีบกลับมานะ”
“ได้เลยครับป้าเพ็ญ” เขาตอบกลับป้าสะใภ้ด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว
…………
ค่ำวันนี้หลังอาหารเย็น
ลุงอยู่คุยกับยายแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยายก็คุยอวดเื่หลานชายของแกกับลุงอีกด้วย แกบอกว่าโชเก่งเก็บออมเงินมาซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้านักเรียนของเขาเอง ลุงหันมาดูหน้าเด็กชายก่อนนิดหนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดว่าอะไร สักพักก็ขึ้นข้างบนไป วันนี้โชไม่ได้อ่านหนังสือ แต่กลับใช้ความคิดของเขาต่อ
‘เวลาผ่านไปในแต่ละวัน เราจะทำอะไรต่อไปดีเนี่ย? อยากทำนั่น ทำนี่!! อะไรอีกตั้งเยอะแยะมากมาย แต่ฉันจะหุนหันพลันแล่นอีกไม่ได้แล้วล่ะ เพราะว่าเคยพลาดมาแล้วน่ะสิ!! อุตส่าห์ได้โอกาสมาทั้งที ฉันจะต้องใช้โอกาสในครั้งนี้ให้คุ้มค่ากับการเริ่มใหม่ที่ดีกว่าเก่าให้ได้!! อาจจะช้าไปเสียหน่อยและเราจะต้องใจเย็น ๆ ใช่แล้ว!! เราต้องใจเย็น เราต้องใจเย็น เราต้องใจเย็น เราต้องใจเยน…’
โชเริ่มสะกดจิตตัวเองอยู่รึเปล่ากันนะ? คงจะใช่มั้งเพราะว่าเขาหลับไปแล้วนี่นา
……………..
ครบสองวันตามที่ยายบอก ในวันนี้ยายจะพาเขาไปสมัครเรียนแล้วสินะ โชและยายทำภารกิจในตอนเช้าเสร็จก็เตรียมตัวโดยที่เขาใส่ชุดนักเรียนใหม่ที่ไปซื้อด้วยกันกับยายเมื่อสองวันก่อนนั้น ส่วนคุณยายของเขาก็แต่งตัวดีดูภูมิฐานเป็พิเศษเพราะว่าแกเคยเป็อาจารย์คงไม่อยากให้ใคร ๆ มาดูถูกตัวของแกได้
“เอาล่ะ…เสร็จเรียบร้อย!! หลานแต่งตัวเสร็จรึยัง เราจะไปกันแล้วนะ”
“เสร็จแล้วครับยาย”
โชออกมาใส่รองเท้าที่หน้าบ้าน และยืนรอยายที่หน้าประตู อันที่จริงโรงเรียนนี้มันใกล้บ้านของยายมากเลยนะ แค่เขาเดินไปคนเดียวก็ได้แล้ว แถมสมัครเรียนเองก็คงได้ แต่คุณยายอาจารย์ของเขาคงจะไม่ยอมแน่ ๆ
‘เอาน่า ทนยอมเป็เด็กสักหน่อยเถอะ เพราะตอนนี้ร่างกายของเราก็เป็เด็กอยู่จริง ๆ นี่นา เดี๋ยวอีกหน่อยเราก็ได้ไปโรงเรียนเองแล้ว ยายแค่มาทำหน้าที่ผู้ปกครองอย่างถูกต้องในตอนนี้นั่นเอง’
เขาเตือนสติตัวเองเพื่อให้รู้จักผ่อนคลายและทำให้ใจเย็นลงด้วย
ยายและโชเดินไปที่โรงเรียน ความรู้สึกของโชในตอนนี้เขากลับมองเห็นโรงเรียนที่เขาเคยเรียนในครั้งอดีตนั้นกลับดูร่มรื่น และก็ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เขาเคยรู้สึกในเมื่อ 20 ปีก่อนนั้นเลยสักนิด
‘ใช่!! โรงเรียนของเราก็เหมือนเดิมแถมต้นไม้ก็เยอะดูร่มรื่นจะตายไป คิดถึงจัง’
ในวันนี้มีผู้ปกครองพาบุตรหลานมาสมัครเรียนอยู่ประปราย โดยมากจะเป็คนในชุมชนเสียมากกว่า แต่นั่น!! โชเห็นดำเพื่อนรักเก่าแก่ในวัยเด็กของเขากำลังเดินมากับแม่ของดำอยู่ ใจหนึ่งก็อยากจะวิ่งไปหาเพื่อนเพื่อทักทายแต่ว่ามันจะดูแปลกจนเกินไปไหม? ก็ในเมื่อตอนนี้พวกเขายังไม่ได้สนิทสนมกัน โชจึงต้องแกล้งทำเป็ใเล็กน้อยเพื่อให้ดูสมจริง
“อ่าว!! นั่นดำใช่ไหม? เราเอง…โชไง!? ที่เจอกันเมื่อสองสามวันก่อนยังไงล่ะ?”
ดำมองหน้าโชอยู่พักหนึ่ง ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้
“ออ…นายก็มาเรียนที่นี่ด้วยเหมือนกันเหรอ?”
“ใช่ ยายพาฉันมาน่ะ” โชแนะนำว่าเขามากับยาย
“แล้วแม่ของนายไปทำงานอย่างนั้นเหรอ?”
“อือ…เหมือนจะใช่ แต่แม่ของเรากลับบ้านนอกไปแล้วน่ะสิ ตอนนี้เรามาอยู่กับยายที่กรุงเทพฯ ยายก็เลยพามาน่ะ”
“ดีเลย ตอนแรกฉันนึกว่าจะไม่เจอใครที่รู้จักเสียแล้ว เพราะพวกเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเก่าของฉันก็ไม่มีใครมาเรียนที่นี่กันเลย พวกนั้นไปเรียนอีกฝั่งที่โรงเรียนเอกชน แต่แม่ของฉันให้มาเรียนที่นี่บอกว่าค่าเทอมถูกกว่า โชคดีที่ได้เจอกับนายนะโช”
“ใช่!! โชคดีที่ได้เจอกัน”
โชยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกันไปหาผู้ปกครองของตัวเอง