“โหทำไมเยอะอย่างนี้” อันดาตกใจที่เปิดหีบมาเต็มไปด้วยทองคำ
“นี่แค่ค่าปืนเก้าร้อยกระบอก ไม่ใช่ทั้งหมด ที่จริงมีมากกว่านี้แต่ต้องให้สิบเอ็ดกับสิบสี่ยกมามันใหญ่กว่านี้และหนักกว่านี้มาก” แม่ทัพหยางตอบ
ที่จริงแล้วเงินเหล่านี้เขาเตรียมไว้เพื่อซื้ออาวุธของชาวโพ้นทะเล แต่ว่าไม่สามารถติดต่อรับส่งอาวุธได้ ดีที่อันดามีอาวุธที่ดีกว่ามาชดเชย
“ต้องการใบเสร็จรับเงินหรือไม่” อันดาถาม
“ใบเสร็จน่ะหรือ จริงสิเราต้องทำหนังสือส่งมอบด้วย ต้องเรียกหยวนอิงและหมอเจียงมาเป็นพยาน สิบสี่” แม่ทัพหยางเอ่ยปาก
“ขอรับ” สิบสี่ที่ยืนรออยู่ด้านนอกก็ได้ยิน ตอนนี้ในใจเขาอยากกินคุกกี้กับมิลค์เช็กนั่นมาก แม่นางอันดาต้องมีฝีมือในการทำครัวเป็นแน่ ท่านแม่ทัพที่ไม่เคยชอบอะไรกลับชอบกินอาหารของนางที่สุด
ไม่นานหยวนอิงและหมอเจียงพร้อมนายกองเสิ่นก็เข้ามาเป็นพยายานและร่างหนังสือส่งมอบและหนังสือรับค่าสินค้าให้อันดา โดยระบุวันและเวลาของเงินงวดที่สองและสามเอาไว้แล้ว
“เช่นนั้นพวกท่านก็เข้าไปเอาลังอาวุธที่ห้องของข้าเถิด ข้าเอามาวางไว้ให้อย่างละพันกระบอก เป็นค่าชดเชยการโบยของเหล่าทหาร ครั้งนี้ขอให้ดูแลให้ดีไม่มีครั้งหน้าแล้ว ส่วนอีกหนึ่งแสนห้าหมื่นกระบอกต้องรอการผลิตแล้วว่าจะพาพวกท่านเข้าไปรับของ” อันดาทำตามที่แม่ทัพวางแผนไว้
ให้ปล่อยข่าวว่ามีการลำเลียงอาวุธผ่านห้องของเธอ ตอนที่แม่ทัพหยางหมดสติไปเธอก็เอาลังปืนออกมาวางรอไว้แล้ว หยวนอิงเมื่อเป็นพยานเสร็จแล้วก็ให้นายกองเสิ่นควบคุมการขนย้ายของส่วนตัวเอาเองยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บก็ให้หมอเจียงประคองไปพัก
“ท่านหยวนอิง ท่านได้กินยาแก้อักเสบหรือยัง” อันดาแปลกใจที่แผลเขายังไม่ดีขึ้น
""ท่านรองแม่ทัพไม่ยอมกินขอรับ เขาต้องการเก็บไว้ในยามฉุกเฉิน"หมอเจียงตอบ
“หากท่านแม่ทัพล้มป่วย ท่านก็ล้มป่วยใครจะดูแลค่าย เรื่องนี้ฉุกเฉินนะ ไม่ต้องกลัวค่ายาข้าไม่คิดเงินไม่ต้องกลัวหมด” อันดายืนยัน
“ขอบคุณแม่นาง ถึงจะไม่คิดเงิน แต่ของมีจำกัด หากเกิดเรื่องข้าเกรงว่า” หยวนอิงแข็งใจ
“ยังไม่เกิดเรื่องข้าสั่งให้เจ้ากิน เอาไปให้นายกองว่านด้วย เขาก็คงจะคิดอย่างเจ้าเช่นกัน กลับไปพักได้” แม่ทัพหยางใช้คำสั่งแล้วไล่พวกเขาออกไป
“เจ้าใจดีเกินไปแล้วค่ายาก็ต้องคิด” แม่ทัพหยาง
“ก็อาจารย์ข้าบอกว่าข้าเป็นคนของที่นี่ อะไรที่จะช่วยต้าซานได้ข้าก็ยินดี” อันดา
“แต่การไม่รับเงินของเจ้าทำให้หมอเจียงลำบากใจ” แม่ทัพหยางติง
“อ้อ จริงๆ ด้วย ถ้าอย่างนั้นท่านบอกว่าเป็นของสมนาคุณราคานี้รวมอยู่ในค่าอาวุธแล้ว จริงสิ เดี๋ยวข้ามา” อันดาบอกเขา
“จะไปไหน” แม่ทัพหยาง
“สิบสี่ท่านอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่” อันดาตะโกนถามแล้วล้วงมือหยิบปีกเหยี่ยวออกมาจากมิติ
“ขอรับ” สิบสี่ตอบ
“ท่านเข้ามาหน่อย” อันดา
“มีอะไรหรือพระชายา” สิบสี่ผู้อยู่เป็น การเรียกอันดาว่าพระชายาทำให้คนหน้ามุ่ยเพราะถูกขัดจังหวะมีสีหน้าที่ดีขึ้น
“ท่านแม่ทัพ” อันดาหันไปหาแม่ทัพหยางให้สั่งการ
“เจ้าลองเอาสิ่งนี้ไปลองสวมกับพวกองครักษ์เงาดู อันเล็กสองอันนั่นเป็นของสิบสองและซูเมิ่ง ส่วนสามอันนี้มีขนาดต่างกัน เจ้าไปบันทึกมาว่าใครใส่ขนาดไหน ขนาดละกี่คน ไปบอกหยวนอิงให้เลือกคนที่มีฝีมือมาหนึ่งร้อยคนให้พวกเขาลองสวมและบอกขนาดมา สิบเอ็ดเจ้าเข้ามาช่วยด้วย เจ็ดตอนนี้พาพวกออกไปดูว่าขบวนของเก้าเป็นอย่างไรบ้าง” แม่ทัพหยางสั่งงานไปเลยทีเดียว ตอนนี้จะได้ไม่มีใครมาขัดจังหวะเขาอีก
"ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ"ทั้งสามหยิบกันไปลองแล้วออกไป ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเจ้านายต้องการอะไร
“เดี๋ยวก่อน” อันดาหยุด
“มีอะไรหรือ” สิบสี่
“รู้หรือไม่ว่าใส่อย่างไร ตอนนี้ยังไม่ต้องใส่ก็ได้ไม่เป็นไร แต่ที่สำคัญคือส่วนสูง คนที่รูปร่างสูงใหญ่เท่าท่านแม่ทัพ สูงเท่าท่านหยวนอิงและเท่ากับท่านสิบสี่ ที่ให้ท่านเอาไปด้วยเพื่อให้ดูว่ารอบอกใส่ได้ เพราะข้าทำความยาวเผื่อไว้ให้เลื่อนเข้าเลื่อนออกได้ สิบสี่ท่านใส่ให้ดูหน่อย” อันดา
“สิบเอ็ดช่วยเขาสวม” แม่ทัพหยางดักทางไว้ก่อน
“ขอรับ” สิบเอ็ดรีบไปช่วย การสวมไม่ยากเพียงแต่งงตรงหัวล็อกเล็กน้อย
“ต้องบีบเล็กน้อยอย่างนี้” อันดาไม่สนใจเดินไปช่วยใส่ แต่ตัวเธอไม่ได้เข้าใกล้พวกเขานัก แต่ที่เกิดขึ้นคือสิบสี่ถอยหลังจนไปชนสิบเอ็ด
อันดาหันไปหาแม่ทัพหยาง
“เข้ามาใกล้ๆ ข้า” แม่ทัพเดินตามอันดาออกมา
“ขอรับ” สิบสี่เดินเข้าไปหาแม่ทัพหยางหลังจากที่อันดาเดินถอยไปด้านหลัง
“บีบหัวอย่างนี้ หากแน่นไปเจ้าเลื่อนเข้าเลื่อนออกตรงนี้ได้ ตัวนี้คล้ายกับปืนกลมือที่เจ้าว่าเล็กไป มันเลื่อนเข้าเลื่อนออกได้” แม่ทัพหยางอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ที่จริงก็อธิบายเหมือนอันดา แค่ว่าคนฟังไม่มีความกังวลใจมากกว่า
"เข้าใจดีแล้วขอรับ เมื่อทั้งสามเรียนรู้แล้วก็เตรียมออกแต่ว่า
“เดี๋ยวก่อน ไหนๆ เจ้าก็ลองสวมแล้ว ลองใช้ดูเลยเป็นไง” แม่ทัพหยางถามความเห็น
“แต่ว่าท่านยังไม่ได้พักตั้งแต่เมื่อวาน” สิบสี่
“ข้าได้หลับบ้างแล้วไม่เป็นไรหรอก” แม่ทัพบอก เขาได้พักนิดหน่อยแล้วไม่มีผลต่อการทำงาน
“ไม่ได้ ท่านเพิ่งฟื้นจากการบาดเจ็บการบินนั้นมีความกดอากาศร่างกายท่านไม่พร้อมผลที่ได้อาจเสียหายมากกว่าเดิม” อันดาไม่ยอม
“งั้นพวกเจ้าก็ไปวัดตัวคนก่อน” แม่ทัพหยางคล้อยตามว่าที่ภรรยา
“เจ้าอยากอยู่กับข้าเหมือนกันใช่หรือไม่” แม่ทัพหยางหันมายิ้มพิฆาตใส่อันดาแบบไม่ทันตั้งตััว
“เอ๋ ใครบอกท่านอย่างนั้นกัน” อันดา
“แล้วทำไมไม่ให้ข้าไปกับพวกเขาเล่า เจ้าก็รู้ว่าข้าทนไหว” แม่ทัพหยางถาม
“ท่านน่ะ ไม่ได้นอนมาทั้งคืน วันนี้ถูกโบยด้วย ถึงแผลจะดีขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะหายสนิท ตอนนี้พักก่อน หากเบื่อก็ออกไปดูคนซ่อมแซมคลังอาวุธ หรือไม่ก็สอนให้พวกเขาพวกเขาทำความสะอาดปืน ข้าจะเข้าไปทดลองทำดาบแสง หรือไม่ท่านจะเข้าไปเดินพลังในมิติมั้ย ในนั้นมีปราณช่วยฟื้นฟูพลังได้ดี” อันดาถามก่อนหอบกองกระดาษ
“ไปด้วย” แม่ทัพหยางเข้ามิติไปฝึกพลังจริงจัง เขารู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่าบรรยากาศในมิติทำให้มีกำลังวังชาและพลังของเขาเคลื่อนตัวได้ง่ายเมื่ออยู่ในมิติ
“งั้นท่านฝึกพลังของท่านที่นี่นะ ทำดาบเสร็จข้าจะมารับ” อันดากับแม่ทัพหยางแยกย้ายไปทำหน้าที่
บรรยากาศที่บริสุทธิ์และปราณหนาแน่นทำให้แม่ทัพหยางดูดซับปราณและฟื้นฟูร่างกายที่บาดเจ็บมายาวนานได้เสียที ในใจคิดว่าอันดาคงรู้เรื่องการควบคุมธาตุไฟของเขามีปัญหาแน่ๆ จึงใช้โอกาสพักฟื้นของเขาให้เข้ามาฟื้นฟู
การเป็นชินอ๋องนั้นหมายถึงเขาเป็นรองแค่ฮ่องเต้เท่านั้น ดังนั้นเขาก็เป็นเสี้ยนหนามของคนที่ต้องการเป็นฮ่องเต้คนต่อไป แม้จะมาอยู่ไกล แม้จะระวังตัวก็ไม่พ้นเรื่องการวางยา เขาไม่ได้โดนพิษเหมือนคนทั่วไป พิษที่เขาได้รับนั้นถึงแม้ว่าจะขจัดหมดไปแล้วแต่ผลของมันก็ยังคงสร้างปัญหาให้เขาจนทุกวันนี้
ธาตุไฟที่ไม่สามารถปรับได้สม่ำเสมอ เขาไม่สามารถหาเวลาพักฟื้นได้เพราะการสงครามต่อเนื่องมาหลายปี ตั้งแต่ท่านหญิงผิงอันหายตัวไป ชายแดนไม่เคยมีความสงบอีกเลย ท่านหญิงผิงอันคนนั้น….