ตัดสินใจออกเดินทาง
“ก่อนที่พวกเราจะไป พวกคุณช่วยบอกความสามารถที่มีให้ผมฟังหน่อยจะได้ไหมครับ การมุ่งตรงเข้าเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังไงก็ไม่ต่างไปจากการฆ่าตัวตาย เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญของพวกเราในตอนนี้คือการสร้างแผนการโดยอ้างอิงจากทรัพยากรที่เรามีอยู่ ที่เหลือก็ปล่อยให้โชคชะตานำพาว่าจะออกหัวหรือก้อย”
ถ้อยคำของกวีมิได้ถูกกล่าวออกมาลอยๆ ซึ่งแมรี่และทุกคนล้วนเห็นพ้องต้องกันกับเขา
ทันใดนั้น เรเชลได้นั่งพับเพียบอย่างสง่างามเป็นคนแรก “ได้สิ แต่การอธิบายพลังของพวกเราต้องใช้เวลาใช่ไหมล่ะ” ครั้งนี้เรเชลมิได้เห็นแย้ง เมื่อเห็นเช่นนั้น กามูและแมรี่จึงเร่งนั่งลงและบอกเล่าถึงความสามารถของตนให้ชายหนุ่มได้รับฟัง
เริ่มต้นจากเรเชล ศาสตร์เฉพาะของเธอคือผู้สวดภาวนาต่อดวงดาราประจักษ์ ลำดับที่หนึ่งร้อยยี่สิบเก้า มีลักษณะธาตุคือพสุธา ซึ่งตัวเธอได้ถือครองทักษะประจำศาสตร์หนึ่งทักษะหากแต่มีทักษะแยกย่อยถึงสามอย่าง และยังมีทักษะทั่วไปอีกหนึ่ง
บทสวดภาวนาต่อดาราประจักษ์ บทที่หนึ่ง ดาราส่องแสง เมื่อเรเชลเริ่มต้นร่ายมนตร์ บอลแสงสีเหลืองอ่อนจะปรากฏขึ้นมาอยู่เหนือหัวโดยมีเธอเป็นศูนย์กลาง ทำให้พื้นที่โดยรอบส่องสว่างจึงเหมาะสมแก่การนำทางท่ามกลางความมืดมิด
บทสวดภาวนาต่อดาราประจักษ์ บทที่สอง ดาราร่ายรำ เป็นทักษะสนับสนุนจำพวกหมู่คณะ เมื่อทักษะถูกเรียกใช้งาน พันธมิตรในระยะใกล้เคียงจะได้รับพลังโจมตีและความเร็วเพิ่มขึ้นมากถึงสองในสิบส่วน ซึ่งผลของทักษะจะมีเวลาคงอยู่ได้สูงสุดคือสิบห้านาที
บทสวดภาวนาต่อดาราประจักษ์ บทที่สาม ดาราถล่มพสุธา ถือเป็นเพียงทักษะเดียวที่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรู เมื่อผู้ใช้งานเริ่มต้นร่ายมนตร์ ลูกบอลแสงจะปรากฏขึ้นอยู่เหนือศีรษะของเธอ ทว่าลูกบอลนี้มีความแตกต่างไปจากดาราส่องแสง โดยมันจะทำการดูดกลืนพลังชีวิตของตนและพันธมิตรโดยรอบ ในทุก ๆ สิบวินาที พลังชีวิตของพันธมิตรทั้งหมดจะถูกลดทอนในอัตราส่วนสองต่อร้อย ส่งผลให้พลังทำลายจึงเพิ่มพูนทวียิ่งขึ้นตามพลังชีวิตที่สะสมมาจนถึง ณ ปัจจุบัน
และทักษะสุดท้าย ทักษะประเภททั่วไป โล่ศักดิ์สิทธิ์ ฟาบา ทักษะนี้มีคุณประโยชน์คล้ายคลึงกับฟาเรมของกวี ทว่ากลับมีระดับที่แตกต่าง ในขณะที่ฟาเรมเป็นเพียงทักษะระดับหนึ่ง กระนั้นฟาบากลับมีระดับอยู่ที่หก เพียงแต่ ใช่ว่าทักษะนี้จะไร้ซึ่งจุดอ่อน หากเมื่อใดที่ใช้งานทักษะไปแล้วครั้งหนึ่ง ผู้ใช้จำต้องเฝ้ารอถึงสิบนาทีจนกว่าจะเริ่มต้นใช้งานทักษะได้อีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ตำราที่เธอมีอยู่ในครอบครองก็นับเป็นวัตถุโบราณระดับหกเช่นเดียวกัน นามของมันคือ ‘ตำราห้วงแห่งมานา’ เป็นอาวุธจำพวกหนังสือเวทมนตร์ ซึ่งมีความสามารถในการเพิ่มพลังของทักษะจำพวกสนับสนุนได้ถึงหนึ่งในสิบส่วน
.
< สมแล้วที่เป็นถึงผู้ติดตามขององค์หญิงของหนึ่งในสามอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุด ราคาของวัตถุโบราณแต่ละชิ้นไม่ใช่ขี้ ๆ เลย >
.
กวีครุ่นคิดพลางเผยยิ้มแห้งๆ
ถึงกระนั้น ในฐานะของผู้สนับสนุน การมีเธอคอยคุมเชิงอยู่แนวหลังก็นับเป็นเรื่องที่วิเศษ
กามูคือคนต่อมา ศาสตร์เฉพาะของเขาคือพลโล่แห่งหนามหมื่นเข็ม เป็นศาสตร์เฉพาะลำดับที่สามร้อยหกสิบแปด มีทักษะประจำศาสตร์อยู่สองทักษะ อีกทั้งยังมีทักษะทั่วไปมากถึงสามทักษะ โดยลักษณะธาตุของเขาคือพฤกษา
ทักษะประจำศาสตร์ที่หนึ่ง เนตรมารแห่งการยั่วยุ ทักษะจะเกิดผลลัพธ์ก็ต่อเมื่อศัตรูจ้องตากับผู้ใช้งาน ด้วยผลของทักษะ ศัตรูจะมุ่งเป้าหมายมาที่ผู้ใช้งานโดยไม่มีเงื่อนไข ในขณะเดียวกัน ศัตรูจะได้รับความเร็วและพลังโจมตีเพิ่มทวียิ่งขึ้นมากถึงหนึ่งในสิบส่วน เพียงแต่ว่า พลังป้องกันของผู้ใช้งานจะลดทอนลงไปมากถึงหนึ่งในสิบส่วนเช่นเดียวกัน
ทักษะประจำศาสตร์ที่สอง คุกหนามหมื่นเข็ม เมื่อเรียกใช้งาน เถาวัลย์ที่มีหนามปกคลุมจะผุดขึ้นมาจากผืนดินรอบกาย เพียงเพื่อพันธนาการศัตรูทั้งหมดมิให้เคลื่อนไหวได้อย่างง่ายดาย
ต่อมาเป็นลำดับของทักษะทั่วไป
ทักษะทั่วไปที่หนึ่ง โล่แสง ฟาลู มีคุณประโยชน์เช่นเดียวกันกับฟาบาของเรเชลและฟาเรมของกวี ทว่ากลับมีระดับของทักษะอยู่ที่สาม
ทักษะทั่วไปที่สอง ดินระเบิดต่อเนื่อง ยีล เป็นทักษะที่สามารถสร้างระเบิดเวลาขึ้นมาได้ สามารถแบ่งออกมาได้สูงสุดสามสิบลูก เพียงแต่ว่า ยิ่งแบ่งแยกดินระเบิดออกมามากเท่าใด แรงระเบิดและแสนยานุภาพก็ย่อมถูกลดทอนไปตามจำนวนระเบิด
ทักษะทั่วไปที่สาม ดวงจิตแห่งหนาม ไรฟู ทักษะนี้สามารถเรียกใช้งานได้ก็ต่อเมื่อพลังชีวิตของตัวผู้ใช้ลดลงน้อยกว่าหรือเท่ากับครึ่งหนึ่งของพลังชีวิตดั้งเดิม เมื่อใช้งาน ผู้ใช้จะสามารถเพิ่มพูนพลังชีวิตของตนหรือพันธมิตรได้มากถึงสองในสิบส่วนจากพลังชีวิตดั้งเดิม เมื่อเสร็จสิ้นการใช้งาน จำต้องใช้เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงจึงจะสามารถเรียกใช้งานทักษะได้อีกครั้ง
จากมุมมองของกวี กามูถือว่ามีความสามารถเพียบพร้อมในฐานะฝ่ายสนับสนุนและพลโล่ ทำให้ตำแหน่งของเขาจึงหลากหลายหากอ้างอิงจากความสามารถทั้งหมดที่กามูถือครองอยู่
และคนสุดท้ายคือแมรี่ ศาสตร์เฉพาะของเธอคือปราชญ์หิมะขาวแห่งต้นกำเนิด เป็นศาสตร์ลำดับที่สามสิบห้าจากการจัดอันดับทั้งสามพันหนึ่งร้อยห้าสิบแปดศาสตร์ มีลักษณะธาตุคือหิมะแห่งต้นกำเนิด ซึ่งท่านหญิงผู้งดงามได้ถือครองทักษะประจำศาสตร์และทักษะทั่วไปเพียงชนิดละหนึ่งทักษะ
ทักษะประจำศาสตร์ วายุเหมันต์คลั่ง เมื่อเริ่มต้นเรียกใช้งาน ผู้ใช้งานจำต้องใช้เวลาราวสามนาทีในการร่ายมนตร์ พลันสิ้นสุดกระบวนการ พายุหิมะคลั่งจะปรากฏขึ้นเพื่อสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูเป็นวงกว้าง และหากศัตรูตนใดยังไม่สิ้นชีพ พวกมันจะมีโอกาสติดสถานะหนาวเหน็บ ซึ่งจะลดทอนความเร็วของพวกมันลงมากถึงสองในสิบส่วน
ในด้านของทักษะทั่วไป จิตจันทราแห่งการปกป้อง ลูนาเรียคือทักษะเดียวที่แมรี่ถือครองอยู่ ทักษะดังกล่าวแตกต่างไปจากทักษะอื่นเรียกว่าทักษะติดตัว ซึ่งจะส่งผลได้เองโดยปราศจากกระบวนการการร่ายมนตร์ อีกทั้งยังเป็นทักษะระดับเจ็ด มูลค่าของมันมากมายมหาศาลจนมิอาจประเมินค่า เมื่อใดที่ผู้ใช้มีมันในครอบครอง ความเสียหายจำพวกพลังงานเวทมนตร์ที่ผู้ใช้ได้รับจะลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องประดับที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมกลับทรงพลังไม่แพ้กัน นามของมันคือสร้อยคอแห่งเนตรมังกรเพลิง เป็นแหวนซึ่งสร้างจากนัยน์ตาของลูกมังกรเพลิง หนึ่งในสัตว์อสูรจำแลงชนิดมังกรประจำธาตุ เป็นสัตว์หายากซึ่งว่ากันว่ามีอยู่เพียงในนิทานปรัมปรา ทว่าพวกมันมีอยู่จริง แหวนของแมรี่คือข้อพิสูจน์ วัตถุโบราณชิ้นนี้ถูกจัดให้อยู่ในระดับเจ็ด ผลลัพธ์ของมันคือการลดทอนความเสียหายทางกายภาพให้แก่ผู้สวมใส่ได้ถึงหนึ่งในสองส่วน
.
< ฮะๆ สมแล้วที่เป็นถึงองค์หญิง ดูเหมือนแค่มูลค่าของแหวนและทักษะทั่วไปของเธอก็เพียงพอจะซื้อที่ดินของประเทศเล็ก ๆ ได้หนึ่งหรือสองประเทศแล้ว >
.
กวีครุ่นคิด ทว่าความเป็นจริงกลับตรงตามความเห็นของเขาทุกประการ เมื่อรวมราคาของทักษะทั่วไปและวัตถุโบราณสวมใส่ ผนวกเข้ากับสิ่งที่เรเชลซึ่งเป็นข้ารับใช้ประจำตัวขององค์หญิงโรสเมเรียถือครองอยู่ รวมกันแล้วคงมีมูลค่าตามราคาประเมินสูงถึงหนึ่งพันหรือสองพันห้าร้อยล้านเซน
จึงไม่แปลกนักหากพระราชาผู้ปกครองอาณาจักรซูเมทิสจะปล่อยให้บุตรสาวสุดที่รักออกเดินทางโดยมีข้ารับใช้ข้างกายเพียงหนึ่งเดียว
การอธิบายความสามารถของแต่ละคนได้สิ้นสุดลง ถึงเวลาที่ต้องเริ่มต้นลงมือในขั้นตอนต่อไป
“งั้นก็มาคิดแผนกันเถอะครับ” กวีเอื้อนเอ่ยออกมาพร้อมเผยยิ้มอย่างมีเลศนัย และแล้ว วันเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงจนกระทั่งการตระเตรียมแผนการสิ้นสุดลง
ทุกคนต่างลุกขึ้นยืน ครั้งนี้กลับไม่มีความตื่นเต้นปรากฏอยู่บนใบหน้า พวกเขาช่างนิ่งสงบ การมีแผนการหมายถึงทุกสิ่งจำต้องดำเนินไปอย่างราบรื่น อารมณ์ซึ่งมักจะนำพามาซึ่งความผิดพลาดจึงถูกเก็บซ่อนไว้เป็นการชั่วคราว
กวีถอดแหวนสะกดพลังเพื่อปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ ทันใดนั้นเอง แววตาของทุกคนจึงแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงในทันตา
“กวี นี่คุณเป็นใครกันแน่ ?!” แมรี่เอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าตะลึงงัน ชายผู้นี้ช่างลึกลับจนน่าสะพรึง
การออมพลังมิใช่ตัวเลือกที่ดี ตรงหน้าคือดวงของอสูรร้ายซึ่งมิอาจคาดเดาระดับพลัง ถึงกระนั้น การที่เขายอมเปิดเผยตัวตน ก็หมายความว่าเขานั้นมอบความไว้วางใจให้แก่พวกพ้องกลุ่มนี้จนหมดหัวใจ
“ถึงเวลาแล้วครับ” กวีเริ่มต้นกล่าว “ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง แต่ผมจะพยายามให้เต็มที่ คุณกามู เรเชล แล้วก็.. แมรี่”
ถ้อยคำของเขาแปรเปลี่ยนความตกตะลึงพร้อมสร้างรอยยิ้มให้แก่องค์หญิงผู้เลอโฉม ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตอง ปราศจากการเคารพเพียงเพราะเธอนั้นเป็นเชื้อพระวงศ์ มีเพียงความสัตย์จริงในฐานะมิตรสหายร่วมรบร่วมศึกที่เปี่ยมล้นอยู่ภายในห้วงลึกของหัวใจ
แม้จะมีหลายสิ่งที่อยากถาม แต่ยามนี้ยังมีบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า
การเดินทางได้เริ่มต้นขึ้น กามูและกวีเดินนำหน้าลงสู่ชั้นใต้ดิน
ไม่มีสิ่งใดเฝ้ารออยู่ ณ ระหว่างทาง กระนั้นทุกคนกลับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ขยายอยู่ทั่วทั้งบริเวณ น่าอึดอัดประหนึ่งกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงปีศาจ คงเป็นดั่งที่นักบุกเบิกรุ่นก่อนต่างเล่าขานกันมาตั้งแต่ช้านาน ว่าดันเจี้ยนลับมิได้นำพามาซึ่งโชคลาภ กระนั้นขณะเดียวกันกลับนำพามาซึ่งภัยเงียบที่ไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาได้
เดินทางมาราวครึ่งชั่วยาม เบื้องหน้าของทุกปรากฏประตูบานใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อไปยังห้องถัดไป
เมื่อย่างเท้าผ่านบานประตูเข้าสู่ภายใน เบื้องหน้าของทุกคนมีเพียงพื้นที่อันว่างเปล่าและมืดสนิท
“แมรี่ เรเชล อย่าออกห่างจากผมและคุณกามูเป็นอันขาด” เสียงของกวีถูกเปล่งขึ้นด้วยอย่างบางเบาราวเสียงกระซิบ ในขณะที่ฝีเท้าค่อย ๆ ย่ำลงสู่พื้นดินตรงไปอย่างเชื่องช้า ยิ่งเข้าใกล้จุดศูนย์กลางเท่าใด จิตสังหารที่รู้สึกได้กลับเพิ่มพูนทวียิ่งขึ้นในทุกย่างก้าว
“พรึ่บ ๆ ๆ !!”
คบเพลิงถูกจุดขึ้นจากทั่วทั้งบริเวณ กลายเป็นห้องโถงใหญ่โตซึ่งมีเพียงความว่างเปล่า พร้อมเบื้องหน้าปรากฏรูปลักษ์ของสัตว์ร้ายร่างยักษ์กำลังเฝ้ามองมาด้วยรอยยิ้มอันน่าสยดสยอง
“อั่วะ-”
กวีเข่าทรุดลงไปกับพื้นและอ้วกออกมา จิตสังหารที่สัมผัสได้จากเจ้าอสูรร้ายช่างเด่นชัด กลายเป็นข้อสรุปซึ่งไม่จำเป็นต้องเสียเวลาโต้แย้ง..
‘ไร้ซึ่งหนทางโค่นล้ม’
ร่างกายของมันค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้ รูปลักษณ์ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับเหล่าก็อปลิน ยกเว้นร่างกายอันใหญ่ยักษ์ราวสิบเมตร เขี้ยวล่างงอกยาวคล้ายเสือเขี้ยวดาบ เพียงหนึ่งหมัดของมันก็เทียบเคียงได้กับร่างกายของพลทหารก็อปลิน
เพียงได้เห็นในแวบแรก แววตาของกามูกลับปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัวในฉับพลัน “ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่” เขาเริ่มกล่าว “ไม่ผิดอย่างแน่นอน มันอยู่ที่นี่แล้ว ราชันแห่งเหล่าก็อปลิน อสูรร้ายอินเซก้า ระดับของมันอยู่ที่..”
‘4’