Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 27 โซฟีจิตสัมผัสกับอะพอลโล่จูเนียร์ที่หายไป


    จากมือสมัครเล่นในการดูดวงผ่านลายมือ กลายมาเป็นคลาสหมอดูสายไพ่ทาโรต์ที่เข้ามาโลดแล่นอยู่ในเกมโลกเสมือน… ชื่อของเธอคือ ‘โซฟีจิตสัมผัส’เมื่อประกาศตัวชัดเจนว่าจะตบมอนส์ให้เด็กมันดู ป้าโซฟีจึงเริ่มลงมือตามทำตามที่เธอพูดไว้ โดยมีเป้าหมายเป็นอีเกิลน่าตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด“โห! ป้าไม่ธรรมจริงว่ะพี่ เลือกมอนสเตอร์ที่เวลมากสุดด้วย”“ยอม”ป้าโซฝีเปิดประเดิมด้วยทักษะเรียกซัมมอนหนึ่งเดียวที่ป้าอัพมา“ด้วยขุมพลังแห่งคำทำนายของเหล่าเมเจอร์อาคาน่า(Major Arcana) จงก่อเกิดเป็นกองกำลังแห่งโชคชะตา… ทาโรต์ซัมมอนนิ่ง(Tarot Summoning)”ลูกแก้วทำนายที่อยู่ในมือพลันลอยขึ้น ก่อนจะปรากฏเป็นไพ่ทาโรต์ขึ้นมาจำนวน 3 ใบ ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับระดับขั้นของทักษะทาโรต์ซัมมอนนิ่งของป้าโซฟี ที่ต้องใช้ 10 แต้มทักษะในการเลื่อนระดับทักษะดังกล่าวเพียงหนึ่งขั้นเธอหยิบไพ่ทั้งหมดขึ้นมาดู แล้วชูไพ่ขึ้นไปสุดแขน พร้อมกล่าว“เดอะซัน(The Sun) เดอะมูน(The Moon) เดอะเวิลด์(The World)... ซัมมอน!”ทันใดนั้นไพ่ทั้งสามใบก็เปล่งแสงออกมา ก่อนจะลอยหมุนวนขึ้นไปในอากาศ แล้วพุ่งลงมาที่พื้นเบื้องหน้าของป้าโซฟี ก่อกำเนิดเป็นวงเวทสีขาวขนาดใหญ่ พร้อมกับเกิดเป็นก้อนแสงที่สว่างวาบ ก่อนจะปรากฏเป็นเทวทูตเด็กชายตัวน้อยในชุดสีขาวราวกับเทพกรีกที่กำลังสลายปีกอยู่ในอากาศและเพิ่งลืมตาขึ้นนามว่าอะพอลโลจูเนียร์ เลเวล: 7ทันใดนั้นพิณขนาดเล็กในมือของเทพองค์น้อยก็ถูกบรรเลงขึ้นเป็นท่วงทำนองที่ฮึกเหิม พร้อมเกิดเป็นออร่าสีส้มเหลืองเคลือบที่อาวุธของคนในปาร์ตี้ แล้วเปลี่ยนเป็นบรรเลงดนตรีแนวเซลติค(Celtic) ซึ่งเป็นดนตรีไอแบบดั้งเดิม สร้างออร่าสีเขียวและเกิดเป็นเอ็ฟเฟ็คการฮีลให้แก่สมาชิกปาร์ตี้ขึ้นชั่วขณะเป็นเรื่องที่ดีที่ทักษะรีดเดอร์อินสติงค์ของผมไม่ได้ทำงานในตอนนี้ ซึ่งเมื่อสังเกตจากลักษณะของทักษะที่เทพน้อยใช้ออกมานั้น การเคลือบออร่าสีส้มน่าจะเป็นการเพิ่มพลังโจมตีหรืออะไรสักอย่างให้กับอาวุธ ส่วนออร่าสีเขียวนั้นน่าจะเป็นทักษะฟื้นพลังชีวิตแต่ป้าโซฟียังไม่ให้จบเพียงแค่นั้น ป้ายังเรียกใช้ทักษะอันสุดท้ายที่ป้ามี“เคะ เซรา เซรา... ทาโรต์รีดดิ้ง(Tarot Reading)”สาบานว่านั้นเป็นคำร่ายในการเรียกใช้ทักษะจู่ๆ ไพ่ทาโรต์จำนวนมากก็ปรากฏขึ้นแบบคว่ำหน้าอยู่ในอากาศรายล้อมรอบตัวของป้าโซฟี เธอลังเลในการเลือกอยู่พักหนึ่งก่อนจะหยิบไพ่ใบหนึ่งออกมาดูพลันไพ่รูปวงล้อแห่งโชคชะตาได้ที่มีชื่อว่า‘วีลออฟฟอร์จูน(Wheel of Fortune)’ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทุกคนในปาร์ตี้ พร้อมกับหน้าต่างผลคำทำนายที่เด้งขึ้นมาไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งพลังแห่งโชคชะตาได้ เพิ่มโอกาสอย่างมากในการเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคาดฝันโดยไม่สนใจเงื่อนไขเพียงครู่หนึ่งไพ่ดังกล่าวก็หายวับไปเสียงดีดพิณของเทวทูตที่บินอยู่ในอากาศดังขึ้นเป็นจังหวะ โดยการดีดแต่ละครั้งนั้นเป็นการปล่อยศรเวทมนตร์หลากสีที่เป็นกระสุนแบบติดตามเป้าหมายเข้าใส่เหยี่ยวหัวกิ้งก่าอีเกิลน่าที่รู้ตัวว่าถูกโจมตีก็สวนกลับด้วยการยืดลิ้นออกมาฟาดงวงฟางาแต่การโจมตีเพียงแค่นั้นไม่อาจโดนอะพอลโล่จูเนียร์ที่มีความคล่องแคล่วสูงได้เทวทูตพลันไล่นิ้วของตนไปยังสายพิณทุกเส้นเกิดเป็นเสียงไพเราะขึ้นเสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนจะถูกกลบไปด้วยเสียงคลื่นลมกระแทกที่ดังกระหึ่มติดต่อกันหลายครั้ง โดยมีจุดกำเนิดคลื่นอยู่ที่บริเวณรอบๆ ของร่างเหยี่ยวร่างใหญ่แรงระเบิดของเสียงดังกล่าวได้ส่งร่างของอีเกิลน่าให้เสียหลักล้มลงแต่ซัมมอนของป้าฟีก็ไม่ได้มีท่าทีจะปล่อยการโจมตีซ้ำออกไปแต่อย่างใดป้าโซฟีกลับเลือกที่หยุดเพียงแค่นั้น แล้วเดินมาหาพวกเราพร้อมกับพาอะพอลโล่จูเนียร์บินตามมาด้วย ก่อนจะเอ่ยขึ้น“น่ารักน่าชังจริงๆ เด็กคนนี้” พร้อมกับเอามือเอื้อมจะไปหยิกแก้ม แต่เทวทูตน้อยก็บินหลบได้ทัน ดูท่าว่าเขาจะไม่อยากให้ป้าโซฟีสัมผัสโดนตัว“ป้าโซฟี, มอนสเตอร์ยังไม่ตายเลยป้า มันแค่ล้มไปเฉยๆ”“ป้ารู้ ป้าก็มีส่วนร่วมแล้วนี่ไง วิคกับมาร์คทำเลย ป้าไม่อยากทำ”“เอาสักหน่อยนา ไหนป้าบอกว่าจะตบมอนส์ให้เด็กมันดูไง”“ดูซีรี่ย์เวลไม่อัพนะ” พี่มาร์คัสเสริม“ป้าโซฟีลองคิดดูให้ดีนะ ถ้าป้าลองคิดว่าป้าเลเวลอัพ ป้าจะได้เข้าใกล้กับความเป็นหมอดูไพ่ยิปซีมากขึ้น และยิ่งป้าเวลอัพไวป้าก็จะมีเวลาเหลือให้ไปดูซีรี่ย์อีกยาวในช่วงที่รอกิจกรรมอารีน่าเลยนะป้า”“ฮึบ! ฮึบ!” พี่มาร์คัสกล่าวให้กำลังใจป้าโซฟีครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นฟึบ!เสียงอีเกิลน่าใช้กรงเล็บบินโฉบลงมาขย้ำไหล่ทั้งสองข้างของป้าโซฟีแล้วพาบินขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็วป้าโซฟีที่ถูกโจมตีก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ซึ่งเป็นจังหวะที่ซัมมอนเทวทูตได้เปลี่ยนพิณเป็นธนูสีทองขนาดใหญ่พร้อมกับศรเวทมนตร์ที่เปล่งแสงสีส้มระเรื่อออกมาอะพอลโล่จูเนียร์ไม่รอช้า เขารีบง้างสายของคันธนูที่อยู่ในแนวนอนด้วยสองมือและพยายามใช้แรงส่งจากการกระพือปีกช่วยสุดชีวิต ก่อนจะปล่อยสายเพื่อปลดปล่อยการโจมตีออกไปศรเวทมนตร์พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว โดยปักทะลุร่างของอีเกิลน่าพร้อมกับเกิดเป็นไฟลุกท่วมตัวและส่งร่างของมันให้ร่วงลงสู่พื้น ไม่ต่างกับร่างของป้าโซฟีโชคดีที่เทวทูตน้อยใช้ทักษะบางอย่างพุ่งตัวเข้าไปจับคอเสื้อของผู้อัญเชิญเอาไว้ทันก่อนที่ร่างของป้าโซฟีจะแหลกไปกับพื้นเมื่อบินจนใกล้ถึงพื้นเทวทูตตัวน้อยจึงปล่อยป้าให้ลงไปเหยียบผืนแผ่นดินอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็หอบขายใจอยู่เฮือกใหญ่แต่เรื่องมันยังไม่จบเพียงแค่นั้น เพราะเมื่อเหยี่ยวไฟกลับขึ้นมายืนได้สำเร็จ มันก็ได้เข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งและบินโฉบไปทั่ว ก่อนจะปล่อยลิ้นออกมาจับเทวทูต แล้วดึงเข้าไปในปากและกลืนกินอะพอลโล่จูเนียร์เข้าไปทั้งตัวส่วนทางด้านป้าโซฟีก็ไม่ต่างกัน ดูเหมือนว่าป้าแกก็ได้เข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งเช่นกัน เมื่อเห็นเด็กน้อยถูกเขมือบไปต่อหน้าต่อตาเธอเรียกอาวุธประจำที่กายลูกแก้วพยากรณ์ออกมา ก่อนจะปามันเข้าไปที่หัวของอีเกิลน่าอย่างรุนแรง โดยเมื่อลูกแก้วกระทบกับเป้าหมายแล้วกำลังร่วงลงสู่พื้น ลูกแก้วดังกล่าวก็จะหายวับไปและไปปรากฏอยู่บนฝ่ามือของผู้ครอบครองอีกครั้งจนเมื่อไฟที่ปกคลุมร่างของอีเกิลน่าเริ่มมอดไป จึงเห็นว่าอีเกิลทำท่าเหมือนกับมีอะไรติดคอ ซึ่งมันก็พยายามอ้วกออกมา ทำให้มันยืนกลายเป็นเป้านิ่งอยู่บนพื้นมาสักพักแล้วเปิดโอกาสให้ป้าโซฟีขว้างลูกแก้วใส่อย่างไม่ปรานีราวกับต้องการให้มอนสเตอร์เจ็บและตายลงอย่างทรมาน มันช่างเป็นการกระทำที่แลดูป่าเถื่อนและโหดเหี้ยม ขัดกับภาพลักษณ์ของโซฟีสาวใสวัยป้าที่แสนใจดีก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงป้าโซฟีทารุณกรรมมอนสเตอร์โชคร้ายอย่างไม่ลดละ จนร่างของมันกลายเป็นแสงไป แล้วกล่าวประโยคทิ้งท้ายเอาไว้อย่างเท่ว่า“อย่าบังอาจมาคุกคามเด็กต่อหน้าฉัน ไอ้มอนสเตอร์สถุน”หลังจบการต่อสู้ ป้าโซฟีก็คุกเข่าลงเพื่อภาวนะ เธอหลับตาพริ้ม ปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง แล้วหายใจเข้าแบบโคตรลึกอยู่เฮือกหนึ่ง และเมื่อเธอลืมตาขึ้นมา สีหน้าโหดเหี้ยมเมื่อครู่ก็ได้หายไปเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างเหมือนถูกรีเซตกลับมาเป็นช่วงก่อนหน้านี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นป้าโซฟีก็ลุกขึ้นและเดินเข้ามาสมทบกับคนในปาร์ตี้“ป้าทำได้อย่างที่พูดแล้วนะ วิค มาร์ค” ป้าโซฟีกล่าวขึ้น ในขณะที่พยายามข่มเสียงสะอึ้นเอาไว้ผมและพี่มาร์คัสที่เฝ้าดูการต่อสู้ต่างช็อคไปกับเหตุการณ์เมื่อครู่ นี่ถือเป็นอีกด้านหนึ่งของป้าโซฟีที่ผมกับพี่มาร์คัสก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน“ตบมอนส์... ด้วยลูกแก้วหมอดู” ผมพูดขึ้นในขณะที่พยายามปรับการหายใจของตัวเองให้เป็นปกติ เพราะยังตกใจไม่หาย“สมบูรณ์แบบ” พี่มาร์คัสบอกและยกนิ้วโป้งทั้งสองข้างให้ป้าโซฟี พร้อมกับพยายามฝืนยิ้ม“ป้ารู้ว่าเกมนี้มันสร้างความเจ็บปวดทางร่างกายก็จริง แต่ป้าไม่คิดว่าก่อนเลยว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดทางจิตใจให้ป้าได้มากถึงเพียงนี้”“ป้าจำวันนี้เอาไว้นะป้า ถ้าป้าไม่อยากให้เด็กถูกมอนสเตอร์คุกคาม หรือไม่ให้ใครตายเปล่าอีก ป้าจะต้องฝึกตัวเองให้เก่งกว่านี้”“แฮชแท็กยุยงปลุกปั่น”พวกเราพูดคุยกันเกี่ยวกับสไตล์การต่อสู้ของแต่ละคนกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ผมจะถามพี่มาร์คัสออกไปว่าพี่เขาทำยังไงให้สามารถฆ่าเนคเค็ดโมลแร็ทตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวพี่มาร์คเล่าว่าเขามีเขาใช้สกิลสตอล์กกิ้งเพื่อเพิ่มดาเมจฮิตแรกเป็นสองเท่า ใช้สกิลเดดลี่สไตรค์ที่ต้องจ่ายเลือด พลังเวท พลังงานอย่างละ 90% เพื่อเปลี่ยนเป็นค่าความเสียหาย ซึ่งนอกจากนี้ยังมีสกิลติดตัวอย่างแบ็คสแต็บเทคนิคที่ทำให้การโจมตีจากด้านหลังของเป้าหมายมีความรุนแรงขึ้นเป็นสองเท่าและจากคำบอกเล่าของพี่เขาทำให้ผมได้รู้ว่าทักษะสัญชาตญาณนักอ่าน(รีดเดอร์อินสติงค์)ไม่สามารถใช้กับทักษะติดตัวได้ส่วนทักษะของป้าโซฟีเองเจ้าตัวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไพ่แต่ละใบให้ผลการเรียกซัมมอนหรือให้ผลการทำนายอย่างไรสิ่งที่เธอรู้คือทักษะทาโรต์ซัมมอนนิ่งนั้นสามารถใช้เรียกจำนวนซัมมอนออกมาได้สูงสุดเท่ากับระดับของทักษะ แทนที่เธอจะเลือกซัมมอนเดอะซัน เดอะมูน เดอะเวิลด์ออกมาแยกกันช่วยต่อสู้ แต่เธอกลับเลือกใช้ไพ่ทั้ง 3 ใบในการเรียกซัมมอนออกมาเพียงตัวเดียวโดยเธอได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่าเธอไม่อยากเรียกซัมมอนมาเยอะๆ ให้มันวุ่นวาย ซึ่งเมื่อไปรวมเรื่องที่ว่า ป้าโซฟีอัพเสตัสลงไปกับค่าพลังชีวิตหมดเลยเพราะเธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของทีม และการที่เธอมีทักษะทั้งหมดเพียงแค่สองทักษะเท่านั้น ทำให้ผมได้รู้ชัดเห็นแจ้งถึงสไตล์การต่อของป้าโซฟีที่เป็นแบบน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮแฟชั่นอย่างแท้จริงความจริงเหล่านี้เหมือนทำให้ปาร์ตี้สานฝันปันรอยยิ้มที่คิดว่าจะมีสายซัพพอร์ตคนใหม่กลับได้ผู้เล่นที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นสายแทงค์มาแทน‘เห็นทีผมอาจจะต้องเปลี่ยนไปอัพอย่างอื่นแทนค่าสเตตัสพลังชีวิตแล้วมั่งเนี่ย’หลังจากนั้นพวกเราก็วางแผนตีฝูงไฮยีน่ากัน แต่ก่อนที่พวกเราจะได้เริ่มเก็บเวลกันอย่างจริงจัง ผมก็รู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดินแล้วจู่ๆ ป้าโซฟีก็อุทานขึ้นมาว่า“อุ๊ยตาย!” พร้อมกับร่างของสาวใหญ่ที่พลัดตกลงไปในหลุมลึกที่ไม่รู้ที่มาเมื่อผมและพี่มาร์คัสเห็นดังนั้นจึงนอนลงไปกับพื้นแล้วตะโกนเรียกอยู่ที่บริเวณปากหลุมอยู่ระยะหนึ่งทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความสั่นไหวบนพื้นอีกครั้ง พร้อมกับความกว้างของหลุมที่กำลังบีบแคบลงเมื่อเห็นท่าไม่ดี พวกเราจึงตัดสินใจกระโดดตามป้าโซฟีลงไปก่อนที่หลุมจะถูกปิดตาย“รอก่อนนะป้า! พวกเรามาช่วยแล้ว”

    ทันใดนั้นเสียงประกาศการเข้าสู่ดันเจี้ยนก็ดังขึ้นท่านเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกของเซิร์ฟเวอร์ที่ได้เข้าสู่ดันเจี้ยนสุสานกิ้งก่าด้วยเงื่อนไขพิเศษ หากท่านล็อกเอาท์ เกมโอเวอร์หรือสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนได้สำเร็จ จะทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ดันเจี้ยนนี้ได้อีกเมื่อผมและพี่มาร์คัสกระโดดลงมาถึงเบื้องล่างก็เจอกับป้าโซฟีที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว คาดว่าที่พวกเราไม่บาดเจ็บจากการตกลงมาจากที่สูงน่าจะเป็นเพราะเงื่อนไขบางอย่างในการเข้าสู่ดันเจี้ยนเดิมทีในพื้นที่ปิดแบบนี้มักจะไม่มีแหล่งกำเนิดแสงที่คอยให้แสงสว่าง แต่โชคดีที่ป้าโซฟีใช้ทักษะอ่านไพ่ทาโรต์(ทาโรต์รีดดิ้ง) แล้วหยิบได้ไพ่เดอะซันที่แสดงผลออกมาเป็นก้อนแสงสว่างลอยอยู่กลางห้องพร้อมกับไพ่รูปดวงอาทิตย์และหน้าต่างของผลคำทำนายที่เด้งขึ้นมา โดยมีรายละเอียดระบุเอาไว้ประมาณว่าไพ่เดอะซันนอกจากจะให้ความสว่างแล้วมันยังมีผลทำให้การโจมตีด้วยธาตุแสงและธาตุน้ำของคนในปาร์ตี้เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งลดพลังป้องกันของศัตรูที่เป็นธาตุมืดและธาตุไฟลงอีกด้วย แต่มันก็ไม่ได้บอกเอาไว้ว่าลดลงไปเท่าไร ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทักษะนี้จะอยู่กับพวกเราไปได้นานขนาดไหนต่อจากนี้ไปผมคงต้องหาทักษะส่องไฟมาใช้บ้างแล้ว นี่ถ้าไม่ได้ป้าโซฟีเอาไว้พวกเราคงไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยเมื่อแสงสว่างได้ไล่ความมืดมิดออกไป ก็เห็นเป็นห้องโถงดินขนาดใหญ่ที่มีอุโมงค์แยกออกไปเป็นทาง 5 แพร่ง ทันใดนั้นเสียงของระบบก็ประกาศเข้าสู่การต่อสู้พร้อมปรากฏเป็นหนังสือขึ้นมาสามเล่ม โดยหนังสือเล่มที่ผมเลือกนั้นมีชื่อว่า ‘เดอะมัมมี่’ส่วนทางด้านป้าโซฟีเองก็ได้เรียกซัมมอนไพ่ทาโรต์ออกมาเช่นเดียวกัน โดยราวนี้ป้าแกก็ยังเลือกที่จะซัมมอนออกมาเพียงตัวเดียวเช่นเคย ซึ่งป้าโซฟีก็เลือกที่จะใช้เดอะไฮพรีสเทส(The High Priestess) เดอะเอ็มเพรส(The Empress) และเดอะสเตร็งท์(The Strength) ตามลำดับผลของการเรียกซัมมอนก็ปรากฏเป็นเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดนักบวชสีขาว นามว่า ‘ลิตเติ้ลนัน เลเวล 8’ ซึ่งเป็นระดับเลเวลที่เทียบเท่ากับระดับเลเวลของป้าโซฟีในตอนนี้พอดีไม้กางเขนในมือของซัมมอนตัวน้อยถูกกำแน่นก่อนจะเรียกใช้ทักษะบางอย่างออกมาเกิดเป็นแสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบกับร่างของแม่ชีตัวน้อยที่เรืองแสงส่องสว่างช่วยขับไล่ความมืดมิดร่วมกับความสามารถของไพ่เดอะซันไปอีกแรงพลันเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามาทุกทิศทางผมจึงรีบใช้โอกาสนี้สแกนอ่านทักษะแบบคร่าวๆไม่นานนักศัตรูของพวกเราก็ได้ปรากฏตัวขึ้น