โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 110 โรงเตี๊ยมมังกร

    ทั้งสามคนควบม้าเดินทางต่อไป ตามแผนที่ของหยวนไค ซึ่งระยะทางที่ผ่านล้วนมีแต่ป่าขึ้นตามสองข้างทาง

    “ ทำไมผ่านเมืองชายแดนมาแล้ว ไม่เห็นมีผู้คนอยู่แถวนี้เลย”

    “ จากเมืองชายแดนจะเข้าสู่เมืองแรกคือ เมืองเล่ออัน ผ่านเมืองเล่ออันก็เข้าเมืองฝอซัน สำนักเทียนฟ้าตั้งอยู่ที่บนเขาฝอซัน แต่ระยะทางต่อเมืองอาจเปลี่ยวร้างไปบ้าง เพราะเส้นทางนี้มีสัตว์ร้ายชุกชุม ผู้คนมักใช้เป็นที่สัญจรผ่านเท่านั้น ไม่ค่อยมาตั้งรกรรากกันอยู่เท่าไร แต่ว่าเส้นทางนี้ กลับมีมีโรงเตี้ยมตั้งขึ้นอยู่เพียงแห่งเดียว มีชื่อเรียกว่า โรงเตี้ยมมังกร เปิดทำการอยู่เพียงที่เดียว และอยู่ไม่ไกล พวกเราไปพักที่นั่นก่อนดีกว่านะขอรับ”

    “ ดี งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ”

    ขจรควบม้าไปตามเส้นทางที่แต่แสงจันทร์นำทาง เณรน้อยหยวนตี้กระซิบถามด้วยความสงสัยว่า

    “ ศิษย์พี่ ทำไมอาจารย์ลุงไม่พัก ที่เมืองฉินสักคืนก่อน แล้วค่อยเดินทางตอนเช้า

    มาลำบากเช่นนี้ทำไม?”

    “ เจ้าไม่รู้อะไร อาจารย์ลุงไม่อยากนอนที่เมืองฉิน เพราะต้องการรีบเดินทาง แต่ข้าว่า ท่านคงไม่อยากเจอฮูหยินหนี่มากกว่า”

    “ ทำไมล่ะ ฮูหยินหนี่ ก็สวยมาก เหมาะกับอาจารย์ลุงไม่น้อย”

    “ เจ้าไม่รู้อะไร ผู้ที่จะดูดซับพลังของท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ ต้องถือกายพรหมจรรย์

    มิเช่นนั้น อาจถูกธาตุไฟเข้าแทรกได้”

    “ แล้วที่ท่านอาจารย์ลุงเข้าไปในรถม้าตั้งนาน มิเสียกายพรหมจรรย์ไปแล้วรึ?”

    “ แค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ  คงไม่ทำให้ท่านต้องเสียพรหมจรรย์ง่ายๆ แต่หากค้างคืนแล้วละก็ คงไม่เหลือแน่”

    “ อืม ต่อไปข้าจะจำเอาไว้  ต่อไปหากข้าเติบใหญ่ จะไม่มีวันค้างคืนกับ สตรีใดเป็นอันขาด”

    ทั้งสองคนพยักหน้าเข้าใจกันไปเอง แล้วก็ควบม้าตามขจรไปติดๆ

    ทั้งสามคนมาถึง โรงเตี้ยมมังกร ที่ด้านหน้ามีซุ้มประตูมังกรสองตัวเลื้อยขดตัวมองมาอยู่สองตัว โครงสร้างเป็นตึกไม้สักทั้งหลัง สูงประมาณ4ชั้น แต่ทอดยาวขวางออกไป มีอยู่ไม่น้อยกว่า 60 ห้อง มองไปรอบๆ มีต้นไม้ใหญ่ปลูกโดยรอบ ทำให้บรรยากาศดูน่าอึมครึม น่าหวาดหวั่นไม่น้อย ยิ่งดึกอากาศเริ่มหนาวเย็น มีโคมไฟสีแดงประดับเอาไว้ ตามจุดต่าง เป็นแนวทางเดิน พอให้เห็นทางเข้า แต่ก็มีหลายโคมที่ดับ ไปเกือบครึ่ง แต่ก็น่าแปลก มีผ้าแดงมงคล ต่างผูกเรียบราย ไปตลอดทางเข้า  ทั้งสามพาม้าไปผูกเอาไว้ที่ โรงเก็บม้ามีชายชราคนหนึ่ง นั่งผิงไฟคอยเฝ้าอยู่ เห็นม้ามีกว่าสามสิบตัวถูกผูกเอาไว้เช่นกัน

    “ วันนี้มีคนมาพักกันมากเลยหรือขอรับ ท่านลุง”  หยวนไคเอ่ยพร้อมกับ ยื่นเชือกผูกม้าให้

    “ พวกท่านคงมาใหม่ไม่รู้เรื่องอะไรใช่ไหม” ลุงที่เฝ้าม้า เอ่ยยิ้มๆ

    “ มีเรื่องอะไรกันอย่างนั้นรึ?” ขจรเริ่มสงสัยเช่นกัน

    “ วันนี้โรงเตี๊ยมมังกร กำลังมีงานมงคล นายหญิงของโรงเตี๊ยมมังกร หลงจื่อซวง กำลังจะเข้าพิธี แต่งงาน คนก็เลยมากเป็นพิเศษ”

    “ แต่นี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว งานคงจะจัดเสร็จไปแล้วกระมัง” หยวนไคเอ่ยอย่างสงสัย

    “ เปล่าเลย งานจะเริ่มตอนเที่ยงคืน พวกท่านก็เข้าไปข้างในเถอะ คนที่เข้ามาไม่ได้เยอะอย่างที่พวกท่านคิด”

    ขจรแม้จะสงสัย แต่นี่มันเป็นเรื่องของผู้อื่น เลยไม่อยากถามมากความ เดินเข้าไปในห้องโถงของโรงเตี๊ยมทันที

    “ ทำไมถึงเงียบอย่างนี้ ศิษย์พี่” หยวนตี้เข้ามาเกาะแขนหยวนไคด้วยความรู้สึกหวาดกลัวบรรยากาศรอบๆ

    “ ที่นี่เป็นโรงเตี้ยมแห่งเดียว ในระแวกนี้ ผู้คนก็ไม่ค่อยมีใครผ่านมาเท่าไร มีแต่เฉพาะคนที่จำเป็นต้องเดินทางยามเร่งด่วนเท่านั้น แต่ว่าวันนี้มีงานมงคลทำไม ถึงได้เงียบ ไม่เห็นมีเสียงอะไรเลย” หยวนไคเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ เข้าไปกันเถอะ แค่คืนเดียว เช้ามืดจะได้รีบเดินทางกันต่อ” 

    ขจรเองไม่สนใจ เหล่าวิญญาณสัมภเวสีที่บินวนเวียน รอบๆ โรงเตี๊ยมมังกรแห่งนี้ 

    พอเข้ามาในห้องโถง ก็พบว่า มีการจัดโต๊ะงานเลี้ยงในห้องโถง อยู่ประมาณหกโต๊ะ แขกที่มากินล้วนแต่ แต่งกายด้วยชุดสีดำ แถมยังหน้าตาขาวซีดเหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่างไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรสักคำ  และมีโต๊ะที่ว่างๆ อยู่สามโต๊ะ

    ไม่มีใครนั่งอยู่เลยสักคน

    “ พวกเราต้องการห้องพัก สองห้อง”  ขจรรีบเอ่ยกับ พนักงานต้อนรับชายที่อยู่หลังเคาน์เดอร์ด้านใน

    “ คุณชายวันนี้ โรงแรมของเราเต็มหมดแล้ว ขอเชิญพวกท่านกลับไปเถอะ”

    “ อะไรกัน ป้ายห้องพักว่างที่ห้อยอยู่ข้างหลังท่าน มีอยู่เต็มไปหมด ทำไมบอกว่าเต็มหมดแล้วเล่า” หยวนไคเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ โธ่ ข้าบอกแล้วว่าเต็ม ก็เต็มซิ ออกไปจากที่นี่ซะเถิด ข้าหวังดีต่อพวกท่านนะ”

    พอได้ยินคำนี้ ขจรก็รีบเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ บอกมาเถอะ ว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่”

    ไม่ทันที่พนักงานโรงเตี๊ยมจะเอ่ยอะไร ก็มีเสียงมโหรี ดังมาจากด้านหน้าโรงเตี๊ยมมังกร มีคนแบกเกี๊ยว 30 คน ลอยมาจากบนอากาศ ทุกคนล้วนแต่งกายชุดสีดำ แต่มีผ้าคาดสีแดงคาดเอาไว้  พอเข้ามาใกล้พอเห็นหน้าคนที่เข้ามาชัดๆ ทั้งสามคนก็ต่างตกใจ เพราะใบหน้าของพวกมันนั้น ล้วนมีใบหน้าคล้ายกับมนุษย์ก็จริง แต่ดันมีหูยาวคล้ายกับสุนัขจิ้งจอก

    “ ท่านราชันจิ้งจอก มาถึงแล้ว”

    ชายหนุ่มวัยสามสิบ หน้าตาหล่อเหลา เดินลงมาจากเกี้ยว สวมชุดแดง เดินเข้ามายืนด้านหน้าทุกคน แม้นจะหล่อเหลา สวยงามแต่ที่หูของเขาก็ยังคงยาวกว่ามนุษย์อยู่ดี แล้วก็มีหญิงสาวในชุดเจ้าสาวชุดแดงค่อยๆเดินนวยนาดลงมา มีหมวกปิดบังใบหน้าเอาไว้ มีสาวใช้ เดินตามลงมาด้วยสองคน

    “ น้องจื่อซวง ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันที่ข้าเฝ้ารอมานาน พวกเรา เริ่มทำพิธีกันเลยดีไหม” ชายชราหูยาวคนหนึ่งเดินมาข้างหน้า แล้วยกมือให้ คนหูยาวที่มาด้วยถือถาดใส่น้ำชามาให้

    “ รอก่อน บิดาของข้าเล่า หากไม่พาท่านมาด้วย แล้วจะให้ข้ายกน้ำชาให้ใครกัน”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พาเขาออกมา”

    ชายหนุ่มหูยาวสองคน พาชายวัยกลางคนหน้าขาวซีด เดินเข้ามานั่งประจำที่ ซึ่งชายวัยกลางคนนั้น แสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไร

    “ ท่านพ่อเป็นยังไงบ้าง”

    “ ไม่เป็นอะไร แต่ว่าเจ้า...”

    “ ไม่เป็นไร ลูกสบายดี”

    “ รีบทำพิธีกันได้แล้ว ข้าไม่อยากเสียเวลาที่จะเข้าห้องหอ”  ราชันจิ้งจอก เอ่ยเสียงดัง

    ชายชราหูยาว รีบเข้ามายืนตรงกลาง แล้วรีบเอ่ยออกมาว่า

    “ บ่าวสาว  คำนับฟ้าดิน” ราชันจิ้งจอกกับ หลงจื่อซวน กำลังจะคำนับไปที่แท่นบูชาฟ้า

    ทันใดนั้นก็มีธนูสีดำพุ่งตรงเข้ามาที่แท่นบูชาฟ้า ทำลายป้ายหินที่สลักคำว่า ฟ้า พังกระจาย

    แล้วก็มีชายหนุ่มคนหนึ่ง กับ ชายนักพรตหนวดเครายาวอีกคน พุ่งตัวเข้ามาในห้องโถง

    “ พี่หยาง”  เจ้าสาวเปิดผ้าที่ปิดหน้าออกมา พบว่าเป็นสาวงามวัย ยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น

    “ จื่อซวน ไม่ต้องกลัว ข้ากับอาจารย์มาช่วยแล้ว”

    “ เหอ เหอ เหอ พวกมนุษย์อย่างเจ้า คิดหรือว่าจะขัดขวางงานแต่งของข้าได้”

    “ ราชันจิ้งจอก ไม่เจอกันสิบปี เจ้านี่คิดชั่วไม่เคยเปลี่ยน วันนี้ข้าจะเป็นตัวแทนฟ้าจะเป็นคนลงทัณฑ์เจ้าเอง”  นักพรตเครายาว นำกระบี่ยักษ์ข้างหลังออกมา ปักเอาไว้ตรงหน้า แล้วท่องคาถาเตรียมลุยทันที

    “ จื่อซวน รอข้าสักครู่ ข้าจะจัดการกับพวกแมลงหวี่พวกนี้ก่อน เสร็จเรื่องแล้ว เราค่อยทำพิธีกันต่อ”

    “ อาจารย์ลุง พวกเราจะเอายังไงกันต่อดี”  หยวนไคกับ หยวนตี้เดินเข้ามาประชิดขจร แล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้น

    “ รอดูไปก่อน”

    นักพรตเครายาวใช้ดาบใหญ่ฟาดฟันเข้าใส่ราชันจิ้งจอก

    ส่วนคุณชายหยางก็ยิงธนูต่อสู้กับ เฒ่าจิ้งจอก ที่บัดนี้ร่างเป็นมนุษย์จิ้งจอกห้าหางไปแล้ว

    ขจรสังเกตหลงจื่อซวน เจ้าสาวคล้ายมีรอยยิ้มประหลาด ไม่ได้ใส่ใจคุณชายหยางที่อุตส่าห์ไปพาอาจารย์นักพรตปราบปีศาจ มาช่วยในงานนี้  พวกลิ่วล้อของ ราชันจิ้งจอกก็ไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำร้ายชาวบ้านที่ถูกบังคับให้มาร่วมงาน ขจรเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง จนกระทั้ง ราชันจิ้งจอก ถูกกระบี่ยักษ์ แทงเข้าที่ร่าง นักพรตเครายาวถูกแทงด้วยหางจิ้งจอกที่เริ่มโผล่ออกมา 1 หาง  คุณชายหยางถูกสุนัขจิ้งจอกชรากัดเข้าที่ไหล่บาดเจ็บไม่เบา แต่ก็ยังใช้ดาบแทงเข้าที่กลางอก ของสุนัขจิ้งจอกชรา   ทั้งสี่คนต่างได้รับบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย 

    ในขณะที่ทั้งหมดสู้กันเลือดสาดทันใดนั้น ก็มีหญิงสาวชุดชาวเหินลอยเข้ามาให้ห้องโถง มายืนเคียงข้างหลงจื่อซวน แล้วดึงหลงจื่อซวนมาอิงแอบไว้แนบข้าง

    “ ท่านพี่มาช้านะ” จื่อซวนเอ่ยเบาๆ แถมส่งสายตาแง่งอนเล็กน้อยให้กับสาวสวยชุดขาว

    “ แต่ก็มาทันเห็นพวกไร้สมองตบตีกัน เพื่อแย่งชิงเจ้า ช่างน่าขบขันจริงๆ”

    ราชันจิ้งจอก ดึงดาบใหญ่ออกจากร่าง มองหน้าหญิงสาวที่มาใหม่ แล้วคำรามออกไปว่า

    “ เจ้าเป็นใคร”

    “ ขอแนะนำ นี่คือ ท่านตงตง เทพพิณพิฆาต คนรักของข้าเอง”

    จื่อซวนประกาศออกมาหน้าตาเฉยทุกคนได้ยินก็ต่างตื่นตะลึง กันถ้วนหน้า

    “ จื่อซวน..นี่เจ้ามีคนรักเป็นหญิงอย่างนั้นเร๊อะ?”   คุณชายหยางเหมือนถูกฟ้าผ่าแล้วโดนน้ำเย็นราดที่ศรีษะ สุดแสนช้ำใจยิ่งนัก

    “ เรารักกันมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้บอกใครเท่านั้น”

    “ เจ้าไม่กลัวว่าข้า จะสังหารเจ้าและบิดาอย่างนั้นเร๊อะ” ราชันจิ้งจอกเริ่มโกรธจนควันขึ้นไปทั่วร่าง ไม่สนใจเลือดที่ไหลรินกลางหน้าอก

    “ เจ้าคิดว่า เจ้ามีปัญญาอย่างนั้นรึ?” ตงตงส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา

    “ลองดูก็แล้วกัน” ราชันจิ้งจอกอ้าปากส่งเสียงคำราม เหล่าสมุนที่หูยาวกลายร่างเป็นสุนัชจิ้งจอก  ทั้งหมด พุ่งตัวเข้าหา ตงตง ซึ่งบัดนี้ นั่งลงหลังโต๊ะมีพิณเจ็ดสายลายมังกร วางอยู่ตรงหน้า แล้วเริ่มดีดพิณออกมาทันที

    ติ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ 

    เสียงเพลงพิณพอดังออกมา เหล่าฝูงสุนัขจิ้งจอกที่กระโดดใส่ ถูกปราณพิณสร้างมโนภาพ เป็นวายุดาบพุ่งออกมาตัดหัวขาดกระเด็น ตาเฒ่าจิ้งจอกที่ได้รับบาดเจ็บ พุ่งตัวขวางราชันจิ้งจอกเอาไว้ ถูก ปราณพิณตัดขาดเป็นสองท่อน ตายต่อหน้า ราชันจิ้งจอก ที่ตอนนี้ แปลงกายเป็น จิ้งจอกเก้าหางตัวใหญ่สะบัดหางทั้งเก้าหางพุ่งออกไปปะทะกับ เงาพิณ แต่ว่า หางทั้งเก้าล้วนถูกตัดเป็นชิ้นๆ แม้มันจะงอกออกมาใหม่ได้ แต่ก็ถูกเงาวายุดาบจากเพลงพิณปล่อยออกมาอีก นับไม่ถ้วน จนร่างราชัน ถึงกับถูกกระแทกกระเด็นไป  หางทั้งเก้าถูกตัดจนเหลือแต่ตอ

    “ เจ้า.. เจ้า”

    ตงตง ดีดพิณพิฆาตรัวๆ เข้าใส่เป็นเงากรงจักรพุ่งเข้าไป หมายตัดร่างของราชันจิ้งจอกเอาไว้ แต่ทันใดนั้นเอง  ขจรก็วาร์ปไปยืนขวางเอาไว้ พร้อมกับ ปักขลุ่ยพันชั่ง ขวางเอาไว้ ทำให้ เงากรงจักรถึงกับแตกสลายไป

    “ หืม คุณชายท่านนี้เป็นใคร เหตุใดถึงได้ช่วยปีศาจจิ้งจอกตัวนี้”

    “ ข้ายืนฟังเรื่องราวมาทั้งหมด รู้สึกว่าราชันจิ้งจอก นั้นถูกพวกท่านลวงหลอกให้มาติดกับยังไงไม่รู้ พวกท่านช่วยแก้ปมในใจของข้าหน่อยจะได้ไหม?”

    “  มันจับตัวบิดาข้าไป แล้วบังคับให้ข้าแต่งกับมัน นี่คือเรื่องจริงหาใช่เรื่องหลอกลวงไม่” หลงจื่อซวน เอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดเจน

    “ บิดา? นี่ท่านมีบิดาเป็นขันที ด้วยหรือ?”

    ทุกคนได้ยินขจรเอ่ย ก็ตกใจยิ่งนัก ไม่รู้ว่าขจรพูดเรื่องอะไร

    “ เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้า” คุณชายหยางเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ ท่านลุงบอกความจริงมาได้แล้ว ผู้ชายอย่างท่านใช้น้ำหอมกลิ่นแรงยิ่งกว่าบุตรสาวของท่านเสียอีก ซึ่งคนที่ทำเช่นนี้เพื่อปกปิดกลิ่นกายขันทีของตนเอง  แล้วอีกอย่างหนึ่ง หน้าตาของท่านยังกับลิงปีนต้นมะพร้าว ส่วนบุตรสาวถึงสวยปานนางฟ้านางสวรรค์ เรื่องนี้ข้าเห็นแล้วยิ่งมั่นใจ  ว่าต้องไม่ใช่พ่อลูกกันแน่”

    ทุกคนเริ่มมองหน้าของสองคน แล้วต่างเห็นด้วยกับคำพูดของขจร

    “เขาเป็นบิดาบุญธรรมของข้า แล้วยังไงเล่า”

    “ ข้าก็นึกไว้อยู่แล้วท่านต้องตอบแบบนี้ แต่ทำไมท่านถึงได้หลอกล่อให้ราชันจิ้งจอก กับ คุณชายหยางมาหาท่านในวันนี้ และยังให้พานักพรตเครายาวมาอีกด้วย?”

    “ ข้าไปหลอกล่ออะไรราชันจิ้งจอก เขาต่างหากเป็นคนมาหาข้าเอง แล้วจับตัวบิดาบุญธรรมข้าไป คุณชายหยางก็รู้จักข้าอยู่แล้ว เขามีน้ำใจเมื่อช่วยข้าในวันแต่ง ยิ่งนักพรตนั่นด้วย ข้าไม่รู้เรื่องด้วยสักหน่อย”

    “ แต่กลิ่นน้ำหอมที่ท่านใช้ มันคือกลิ่นที่ดึงดูด ราชันจิ้งจอกให้หลงไหลในตัวเจ้า”

    “ ไร้สาระ นี่คือกลิ่นน้ำหอมดอกสะบันงา ข้าเป็นคนปรุงแต่งด้วยตัวเอง จะไปทำให้ราชันจิ้งจอกหลงไหลได้อย่างไร”

    “ เหรอ แต่ทำไมมันมีกลิ่นเลือดระดู ของสุนัขจิ้งจอกตอนท้อง ด้วยเล่า”

    “ เจ้า.... นี่เจ้าเป็นใครกันแน่?”

    “ ข้าคือหมอ เรียนรู้พิษ และ ยาเพื่อรักษา เลือดของระดูสุนัขจิ้งจอกตอนท้องแก่ นั้นจะมีสารที่เรียกว่า ฟีโรโมน หลั่งออกมาเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม ยิ่งราชันจิ้งจอกได้กลิ่นก็จะเกิดความต้องการตัวท่านอย่างยิ่ง  ยิ่งอยู่ในวัยเจริญพันธุ์เช่นนี้ ย่อมต้องการอยากได้ท่านเป็นคู่ครอง ข้าพูดถูกหรือไม่”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องละเอียดอ่อนของสตรี ท่านกลับรู้ดีถึงเพียงนี้  ข้ายอมรับนี่คือแผนการณ์ของข้าทั้งหมด พวกมันล้วนมีส่วนทำให้ พ่อแม่ของข้าต้องตายไป วันนี้พวกมันมากันครบทั้งสามคน  ทุกคนต้องตายกันทั้งหมด เพื่อเซ่นดวงวิญญาณของบิดามารดาของข้า” จื่อซวนพูดจบ ก็กระชากผ้าม่านสีแดงที่เป็นฉากหลังของพิธีแต่งงานออกมา พบว่ามีรูปภาพวาดชายหนึ่งคน และแม่ชีอีกคน 

    ราชันจิ้งจอก เห็นหน้า มารดาของ จื่อซวน ก็ขมวดคิ้ว

    “ ที่แท้เจ้าคือ บุตรีของนาง?”

    นักพรตเครายาว มองเห็นภาพก็ได้แต่ส่ายหัว คล้ายกับละอายใจ

    “ ข้าไม่รู้จักสองคนนี่ มันไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลย?”

    คุณชายหยางรีบเอ่ยออกมาทันที..

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน