ฉินลู่หัวเราะพลางโบกมือและพูดว่า “เกรงใจเกินไปแล้ว การช่วยคนเจ็บเป็หน้าที่ของหมอผมแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำเท่านั้นเอง”
ชายวัยกลางคนรีบส่ายหัวและพูดว่า “ไม่ได้หรอก พวกเราอยากตอบแทนหมอผมชื่อจ้าวต้าเฉียง พอมีคนนับหน้าถือตาอยู่บ้างในเมืองจิงเฉิงถ้าต่อไปคุณมีเื่อะไรให้ผมช่วย บอกมาได้เลยนะ มีเื่ลำบากอะไรก็บอกได้เสมอขอแค่เป็เื่ที่ผมจ้าวต้าเฉียงพอจะทำได้ จะไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน!”
“คุณจะพูดอย่างเดียวไม่ได้นะคะ” หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆวิ่งเข้ามา พร้อมกับเปิดกระเป๋าหนังหลุยส์ วิตตองของตัวเอง และควักธนบัตร 100 หยวนออกมาปึกหนึ่ง แล้วยื่นให้กับฉินลู่ “หมอฉินฉันมาขอโทษเื่เมื่อวานที่ได้ทำตัวโง่ๆ กับคุณ คุณรับเงินนี้ไว้เถอะถือว่าเป็การชดเชยจากฉัน”
ฉินลู่ตะลึง และรีบดันเงินนั้นกลับไป “อย่าทำแบบนี้เลยเก็บเงินเอาไว้เถอะ ผมบอกแล้วไงครับ การช่วยคนถือเป็หน้าที่ของหมอทุกคนถ้าคุณให้เงินผม แล้วผมจะเรียกตัวเองว่าหมอได้อีกเหรอ”
แม้ว่าฉินลู่จะไม่ใช่หมอในโรงพยาบาลอันดับสองของเมืองจิงเฉิงแต่ว่าการให้สินบนที่ “ไม่มีความละอายใจ” ต่อหน้าทุกคนแบบนี้หมอจะรับไว้ไม่ได้เด็ดขาด...อีกอย่าง ถ้าอยากจะให้กันจริงๆ ก็แอบให้ไม่ได้หรือไงมาให้ต่อหน้าทุกคนแบบนี้ สรุปว่าอยากให้หมอรับหรือไม่รับไว้กันแน่
ชายวัยกลางคนเหมือนจะเห็นปัญหาเื่นี้พอดี เขาจึงคว้ามือภรรยาเอาไว้และเก็บเงินกลับใส่กระเป๋า เขาพูดดุเธอว่า “เธอกำลังดูถูกหมอฉินอยู่นะ!”
พอพูดจบ เขาคงกลัวว่าฉินลู่จะเข้าใจผิดจึงรีบมาพูดกระซิบข้างหูฉินลู่ว่า “เดี๋ยวเราจะเอาให้ตอนกลับนะ...”
ฉินลู่หมดคำจะเอ่ย
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ฉินลู่เดินมาที่ข้างเตียงผู้ป่วย และทำการถอนเข็ม 4 เล่มจากหัวของนักศึกษาที่นอนไม่ได้สติเก็บใส่แผงเข็มของตัวเอง “ตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วแต่ต้องระวังระหว่างทำการย้ายตัวคนไข้ถ้าเกิดการกระทบกระทั่งอย่างรุนแรงก็มีโอกาสที่เืจะไหลอีกได้ตอนนี้พวกคุณทำการเย็บปิดแผลให้เขาเถอะ”
กงผิงเดินมาข้างหน้า สวมแว่นสายตายาวทำการตรวจสอบที่บริเวณแผลของคนไข้อย่างละเอียดจากนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยความดีใจและตื่นเต้นว่า “ห้ามเืได้แล้วจริงๆ ด้วยเราจะส่งตัวเขาไปที่ห้องผ่าตัดเพื่อทำการเย็บปิดแผลเดี๋ยวนี้เลย”
“ดีแล้ว หมดธุระของผมแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” ฉินลู่พูดพลางยิ้มเบาๆ
“หมอฉิน เดี๋ยวผมไปส่ง!”ชายวัยกลางคนจ้าวต้าเฉียงรีบเดินมาหาฉินลู่พร้อมกับกอดแขนฉินลู่ไว้
ฉินลู่ดันมือจ้าวต้าเฉียงออกเบาๆ และพูดว่า “คุณจ้าวผมรู้ว่าคุณจะทำอะไร แต่ว่าในฐานะที่ผมเป็หมอคนหนึ่งจะมารับรางวัลจากญาติคนไข้โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลยแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”
“ไม่ได้ทำอะไรเลยที่ไหนกันล่ะ” จ้าวต้าเฉียงทำตาโต “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณลูกชายของผมก็คงไม่รอดแล้ว นี่เป็บุญคุณอันใหญ่หลวงผมจ้าวต้าเฉียงยังไงก็จะตอบแทนคุณ”
ฉินลู่พูดอย่างไม่มีทางเลือกว่า “ถ้าคุณอยากจะตอบแทนจริงๆงั้นไว้เราเจอกันครั้งหน้าค่อยว่ากันอีกทีนะครับที่มหาวิทยาลัยยังมีเื่มากมายรอให้ผมไปจัดการ ผมยุ่งมากจริงๆ ขอตัวก่อนนะครับไม่ต้องส่งผม”
“หมอฉิน...”
พูดจบ ฉินลู่ก็หันหลังเดินออกไปเลย
จ้าวต้าเฉียงคิดอยากจะตามไปแต่พอนึกถึงสีหน้าจริงจังของฉินลู่เมื่อครู่แล้ว ก็หยุดความคิดนี้ทันที
กงผิงเห็นฉินลู่เดินออกไป จึงรีบพูดกับนางพยาบาลที่อยู่ข้างๆ ว่า“ตอนนี้ไปเรียกหมอจ้าว หมอเฉียน หมอซุน และหมอหลี่ทั้ง 4 คนให้ไปเตรียมตัวเพื่อทำการเย็บปิดแผลให้คนไข้ห้อง 401ฉันจะไปส่งหมอฉินก่อน”
“เข้าใจแล้วค่ะ” นางพยาบาลพยักหน้า
“เดี๋ยวผมจะเป็คนไปส่งหมอฉินแทนพวกคุณเอง”กงผิงแตะบ่าจ้าวต้าเฉียงเบาๆ แล้ววิ่งตามฉินลู่ไป
ฉินลู่เดินไวมาก กงผิงวิ่งตามมาจนถึงที่หน้าประตูโรงพยาบาลถึงค่อยมองเห็นหลังฉินลู่
“นี่! หมอฉิน! ช้าก่อนๆ”
ฉินลู่หยุดเดินและหันกลับมามองกงผิงที่วิ่งใกล้เข้ามาเขาหัวเราะพร้อมกับพูดว่า “หมอกง มีเื่อะไรอีกหรือเปล่าวิ่งตามผมมาทำไมครับเนี่ย”
“หมอฉิน...” กงผิงยืนหายใจหอบแฮ่กๆ ตรงหน้าฉินลู่“เห็นนายผอมแห้งแรงน้อย นึกไม่ถึงเลยว่าจะเดินไวขนาดนี้”
“ฮ่าๆๆ ผมค่อนข้างคล่องตัวน่ะครับ”
กงผิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คือแบบนี้นะ หมอฉินนายช่วยโรงพยาบาลของเราไว้มาก ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องตอบแทนนายด้วยเงินบ้างโปรดรับไว้เถอะ”
“ไม่เห็นต้องตอบแทนอะไรผมเลย” ฉินลู่ทำหน้าไม่พอใจ “ทำไมคนเป็แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศอย่างคุณยังทำตัวเชยอยู่อีก”
“แต่ว่าคราวนี้นายช่วยพวกเราได้มากจริงๆ จะไม่ให้เราตอบแทนเลยก็...”
“ก็ไม่เห็นเป็ไรนี่ครับ” ฉินลู่โบกมือไปมาและพูดว่า “ไม่แน่นะครับต่อไปผมอาจจะต้องมาช่วยบ่อยๆ ก็ได้ อย่าคิดมากไปเลยอาจารย์ของผมสอนอย่างเข้มงวดว่า ห้ามรับเงินจากการรักษาคนเด็ดขาดห้ามรับแม้แต่บาทเดียว การช่วยคนถือเป็การสะสมผลบุญอย่าได้มาขัดขวางการบำเพ็ญกุศลของผมเลยครับ”
“อาจารย์เหรอ” กงผิงพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจ “หมอฉินนึกไม่ถึงว่านายก็มีอาจารย์ด้วย”
“เหลวไหลน่า ถ้าผมไม่มีอาจารย์คอยสอนแล้วจะให้ผมไปเอาความรู้พวกนี้มาจากที่ไหน”
กงผิงรีบยืนตรงทันที พร้อมกับโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยอย่างนอบน้อม“งั้นขอถามได้ไหม ว่าอาจารย์ของหมอฉินท่านเป็ใครกัน”
“อย่าถามเลย คุณไม่รู้จักหรอก”
กงผิงไม่เชื่อจึงพูดต่อว่า “ฉันกงผิง นับว่าเป็ผู้สืบตระกูลแพทย์คนหนึ่งฉันรู้จักแพทย์ผู้าุโในประเทศรวมถึงที่ได้ล่วงลับไปแล้วทุกคน หมอฉินนายบอกชื่อมาเถอะ ฉันต้องรู้จักแน่”
“เซี่ยนอวิ๋นจื่อ อาจารย์ท่านชื่อเซี่ยนอวิ๋นจื่อ คุณรู้จักหรือเปล่า”ฉินลู่พูดด้วยสายตารอดูเื่สนุก
“เซี่ยนอวิ๋นจื่อเหรอ” กงผิงงงเป็ไก่ตาแตกไปเลย
นี่มันชื่อบ้าอะไรกัน
ใครกันจะใช้ชื่อนี้
มีสกุลเซี่ยนในแซ่ร้อยสกุลด้วยเหรอ
“อะ...เอ่อ...ชื่อนี้ นายแกล้งหยอกฉันเล่นล่ะสิ” กงผิงถามอย่างสงสัย
“พูดบ้าๆ หน่า ผมจะแกล้งคุณทำไม ผมบอกแล้วว่าคุณต้องไม่รู้จักแน่เอาเถอะ เลิกพูดเื่นี้ดีกว่าผมต้องรีบกลับไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อจัดการเื่อีกเยอะเลยไว้ค่อยเจอกันใหม่นะครับ” ฉินลู่โบกมือลาแล้วเดินจากไป
กงผิงยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างงงๆเหมือนกับว่ายังคงได้ยินเสียงของฉินลู่อยู่
“ตาแก่อายุหลายร้อยปีแล้ว คุณจะไปรู้จักได้ยังไง...”
กงผิงสั่นไปทั้งตัวหนึ่งที “นี่เขากำลังพูดหยอกฉันเล่นใช่ไหม”
กลับเข้ามาที่ห้องไอซียูกงผิงก็เห็นว่ามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านยืนล้อมเตียงคนไข้อยู่
เมื่อเห็นกงผิงเข้ามา หมอผู้หญิงคนหนึ่งก็ถามขึ้นมาว่า “นี่ หมอกงเมื่อกี้ที่นายพาหมอคนนั้นมา ทำไมไม่บอกฉันหน่อยล่ะ พวกเราจะได้ไปดูเป็บุญตาบ้าง”
“ใช่ครับ ความสามารถนี่เยี่ยมสุดๆ ไปเลย ผมได้ยินเสี่ยวอวี้บอกว่าเขาใช้เข็มแค่สองเล่มก็ห้ามเืได้ นี่มันเทพเกินไปแล้ว!”
“หมอกง คุณทำแบบนี้ก็ไม่ถูกนะครับ มีเพื่อนเก่งๆ แบบนี้คุณน่าจะพามาแนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิ”
“นั่นสิ...นั่นสิ...”
หมอคนอื่นๆ ออกันเข้ามา ต่างคนต่างแย่งกันพูด
กงผิงอธิบายว่า “ผมกลัวว่าถ้าคนเยอะ อาจไปรบกวนหมอฉินได้ครั้งหน้าแล้วกัน! ครั้งหน้าผมจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักนะ”
“ตกลง! คุณพูดแล้วนะ! ต้องรักษาคำพูดตัวเอง!”
“หมอฉินคนนั้นอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ยังเดินไหวไหมทำไมคุณถึงไม่ไปส่งเขาล่ะ”
คำพูดของหมอคนหนึ่งทำให้กงผิงนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาตบขาตัวเองหนึ่งที
“ตายจริง ลืมขับรถไปส่งเขาเลย!”
ทุกคน “...”