จื่อยวนรับคำก่อนจะรีบจูงมือว่านชิงเดินกลับเข้าห้องไปทันที เมื่อปิดประตูลงว่านชิงก็คิดจะเอ่ยขอโทษคนตัวโต
" คุณชายข้า อื้ออ "
จื่อยวนดึงคนตัวเล็กเข้ามาจูบอย่างโหยหา ลิ้นสากแลกลิ้นกับลิ้นเล็กอย่างดูดดื่ม มือหนาปลดเปลื้องเสื้อผ้าของคนตัวเล็กออก พร้อมกับพรมจูบไปทั่วร่างบาง
" พี่คิดถึงเจ้าเหลือเกินเมียรักของพี่ "
เอ่ยจบก็เลื่อนขึ้นไปจูบแลกลิ้นกับคนตัวเล็กอีกครั้ง มือหนาขยำเนินเขาขาวอวบที่ล้นมือ พร้อมกับบีบบี้เม็ดทับทิม ก่อนที่จะดันล่างเล็กติดขอบโต๊ะ สองมือยกสะโพกเล็กขึ้นบนโต๊ะ ก่อนที่จะแทรกกายเข้ากลางหว่างขาเรียว
จื่อยวนไม่รอช้าปลดเชือกกางเกงลงรูดรั้งมังกร สอดใส่ลงร่องถ้ำคนตัวเล็กทีนที
" ส่วบ "
" อื้ออ ท่านพี่ ข้าเจ็บ "
" อ๊าา พี่ขอโทษ ซี๊ดด พี่คิดถึงเจ้ามากไป "
จื่อยวนจูบคนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะเริ่มขยับเอวสอบโดยปล่อยให้คนตัวเล็กนอนแผ่อยู่บนโต๊ะ เอวสอบขยับเขาออกเนิบนาบ สายตาก็จ้องมองร่างเปลื้อยเปล่าของอีกคนที่ส่งสายตาหยาดเยิ้มกลับมา
จื่อยวนจ้องมองอยู่เช่นนั้นดั่งกลัวว่าคนตัวเล็กจะหายไปอีก
" ท่านพี่อย่าจ้องข้าเช่นนั้นได้หรือไม่ "
" พี่กลัวว่าเจ้าจะหายไปอีก "
มือเล็กเอื้อมมาดึงคนตัวโตให้ก้มลงจูบตน ทั้งสองกอดจูบกันอยู่เช่นนั้น เอวสอบก็ยังคงขยับขึ้นลง ขาเรียวถูกยกขึ้นพาดบนไหล่กว้าง ก่อนที่จื่อยวนจะเร่งเอวสอบเร็วขึ้น จนทั้งคู่เกร็งกระตุก แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับคนที่โหยหาร่างกายนี้
" พี่ขออีกนะคนดี อ๊าา "
จื่อยวนอุ้มคนตัวเล็กไปวางที่เตียง ก่อนจะจับว่านชิงให้หันหลังอยู่ในท่าคลานเข่า
" ส่วบ พั่บ พั่บ "
มักกรถูกกดเข้าในร่องถ้ำก่อนที่คนตัวโตจะเริ่มขยับ มือหนาก็จับที่เอวของคนตัวเล็ก ขยับเอวสอบใส่ไม่หยุด
" อ๊าา ท่านพี่ อื้ออ ข้าเสียว อื้ออ "
" อ๊าา พี่ก็เสียว แน่นดีเหลือเกิน อ๊าา "
" อื้ออ ท่านพี่ ลึกไปแล้ว อ๊าาา "
" ตับ ตับ พั่บ พั่บ "
" อ่ะ อ่ะ อื้ออ ท่านพี่ อ๊าา เสียวดีเหลือเกิน อื้ออ "
เอวสอบกดเน้นย้ำใส่ร่องถ้ำ มือเรียวเอื้อมขยำเนินเขา ก่อนที่จะดึงคนตัวเล็กให้แหงนมาจูบแลกลิ้นกันอย่างเมามัน
" อื้ออ ท่านพี่ ข้าเสียวเหลือเกิน อ๊าา "
" อ๊าา เมียรัก ซี๊ดด เอามันเหลือเกิน ซี๊ดด "
" ตับ ตับ พั่บ พั่บ "
" อื้ออ ไม่ไหวแล้ว อ๊าาา จะมาแล้ว อื้ออ "
" ซี๊ดด พร้อมกันคนดี อ๊าา "
" ตับ ตับ ปัก ปัก "
เอวสอบกระแทกมังกรเข้าออกจนสองร่างที่เปลื้อยเปล่า คุกเข่าบนเตียงเกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำรักออกมาทั้งคู่
ว่านชิงทิ้งตัวลงบนที่นอน ก่อนที่จื่อยวนจะทิ้งตัวลงมาเช่นกัน คนตัวโตกอดคนตัวเล็กไว้ในอ้อมกอด
" ท่านพี่โกรธข้าหรือไม่ที่ข้าไม่ได้ส่งข่าวถึงท่าน "
" พี่จะโหรธเจ้าได้ยังไง เจ้ายังมีชีวิตอยู่ถือว่าสวรรค์เมตตาพี่แล้ว พี่ดีใจมากรู้หรือไม่ "
จื่อยวนเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเริ่มขยับเอวสอบขึ้นอีกครั้ง
" อื้ออ ท่านพี่ยังไม่พออีกหรือไง อ๊าาา "
" ซี๊ดด กินเจ้ายังไงก็ไม่อิ่มหรอก อ๊าา "
จื่อยวนที่นอนตะแคงอัดเอวสอบเข้าออกโดยที่จับขาของอีกคนยกขึ้น จากทางด้านหลัง
" ตับ ตับ พั่บ พั่บ "
เสียงหยาบโล้นดังอยู่เนิ่นนานเพราะต่างก็โหยหาซึ่งกันและกัน
เช้าของอีกวันมารดาของว่านชิงถูกส่งไปแคว้นซางกวูด้วยทหารคนสนิทของฟานอวี้ ที่อยู่ค่ายนอกเมืองเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต
แคว้นซางกวูหมิงเฟยมารอรับมารดาว่านชิง ที่เขตชายแดนตั้งแต่ได้รับข่าวจากฝูหรง โดยมีทหารที่ติดตามมาด้วยพร้อมกับองค์ชายซีกวนที่ไม่ยอมห่างหมิงเฟยเลยสักวัน
" นี่องค์ชายจะตามมาทำไมกันเพคะ หากพระองค์เป็นอะไรไปหม่อมฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะเพคะ "
" ก็ข้าเป็นห่วงเจ้านี่ เจ้าไม่ยอมเข้าไปอยู่กับข้าในวัง ข้าก็ต้องตามเจ้าเช่นนี้แหละ "
จินหยางนึกขำนายของตนไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าที่จะแสดงอาการอะไรออกมา ก่อนนี้องค์ชายไม่เคยต้องตามสตรีนางใดเช่นนี้ แต่นี่กลับตามติดเป็นเงา
" มากันแล้ว ท่านแม่เดินทางเป็นอย่างไรบ้าง "
" คุณหนูหมิงเฟยใช่หรือไม่ อ๊า โตป่านนี้แล้วหรือนี่ "
หมิงเฟยวิ่งเข้าไปกอดคนที่เคยให้คำปรึกษาตนในตอนที่สูญเสียบิดามารดา แต่ก็ได้พบกันไม่นานข่าวคราวของคนผู้นี้ก็หายไป
" ท่านแม่คงจะลำบากมากใช่หรือไม่ "
หลินเหอมารดาว่านชิงยิ้มให้กับคนที่นับถือตนเช่นมารดา
" พวกเจ้าต่างหากที่ต้องมาลำบากเพราะแม่ "
" ท่านแม่อย่าพูดเช่นนี้ ไปเถอะข้าจะพาไปพัก เออ ท่านแม่นี่องค์ชายซีกวน และพี่จินหยางท่านจำได้หรือไม่ "
" โอ๊ะ องค์ชายซีกวนหรือ ขอภัยที่หม่อมฉันไม่ได้สังเกตเพคะ "
" ท่านแม่อย่ากังวลเลย "
นางหลินเหอรู้สึกแปลกใจจนหมิงเฟยเล่าเรื่องระหว่างตนและองค์ชายให้ฟัง
" ดีจังเลยที่ได้เห็นพวกเจ้าต่างก็มีคนดีๆค่อยปกป้องเช่นนี้แม่ดีใจเหลือเกินเพียงเท่านี้ก็ตายตาหลับแล้ว "
" ท่านแม่อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ไปเถอะข้าจะพาไปกินของอร่อย "
หมิงเฟยเดินเกาะแขนนางหลินเหอเดินเข้าโรงเตี๊ยมที่ถูกเหมาอีกครั้งโดยองค์ชายเช่นเดิม
อีกสองวันหลังจากนั้น ฝั่งเมืองหลวงแคว้นชินลาเมื่อรู้ข่าวว่านางหลินเหอถูกส่งตัวถึงมือหมิงเฟยเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มทำตามแผนล่อให้มหาเสนาติดกับ
" หวังว่าแผนนี้จะได้ผล เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องรอโอกาสที่มหาเสนาจะลงมืออีกคงต้องรอไปอีก "
ฟานอวี้เอ่ยขึ้น
" นั้นสิ พวกเจ้าก็ต้องระวังตัวให้มาก "
แม่ทัพหยางเอ่ยขึ้นก่อนที่จะออกเดินทางไปต่างเมืองพร้อมฮูหยินและราชครู เพราะหากการก่อกบฏของมหาเสนาครั้งนี้สำเร็จ ก็ไม่อยากอยู่เป็นตัวถ่วงให้กับหนุ่มสาว
เช้าวันที่ฮ่องเต้จะออกล่าสัตว์ โดยมีเหล่ารัชทายาทและทหารองครักษ์ติดตามไปจำนวนหนึ่ง พร้อมเหล่าขุนนางซ้ายและขวา ร่วมถึงมหาเสนาด้วย
" ฝ่าบาทวันนี้จะล่าตัวอะไรดีพะยะค่ะ "
มหาเสนาเอ่ยกับฮ่องเต้
" เจ้าคิดว่าควรเป็นตัวอะไรดีล่ะ "
" หม่อมฉันคิดว่าเป็นกวางสักตัวดีไหมพะยะค่ะ "
" อืมเจ้าคิดเช่นนั้นหรือ แต่ข้าอยากล่าหมาจิ้งจอกมากกว่า เห็นเขาว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่เลี้ยงไม่เชื่อง มักจะกัดคนที่ให้อาหารมันอยู่เสมอ "
มหาเสนายิ้มออกมากับคำพูดของฮ่องเต้ ฮ่องเต้เองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน ก่อนที่ต่างฝ่ายจะแยกย้ายกันขึ้นม้า
" หึ อีกสักพักฝ่าบาทก็คงจะกลายเป็นจิ้งจอกตัวนั้นแล้วพะยะค่ะ "
ฟานอวี้ตามฮ่องเต้ไม่ห่าง นั้นยิ่งทำให้มหาเสนายกยิ้มที่มุมปากอย่างได้ใจ เพราะแม่ทัพใหญ่ก็อยู่ที่นี่การกำจัดฮ่องเต้จึงเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีก
" อยู่ที่นี่กันหมดข้าจะได้กำจัดที่เดียว ในวังจัดการให้เรียบร้อย "
มหาเสนาเอ่ยกับคนสนิทของตน เมื่อสั่งการสมุนของตนเรียบร้อยแล้ว คนสนิทมหาเสนาก็ส่งสัญญาณให้กับมือสังหารที่แต่งกายด้วยชุดทหารลงมือ สังหารบ่าวรับใช้และทหารที่เฝ้ายาม ก่อนที่จะให้คนของตนปลอมตัวประจำตำแหน่งเช่นเดิม
ฟานอวี้พาฮ่องเต้ล่าสัตว์ไปจนถึงเชิงเขาที่มีแม่น้ำไหลผ่าน ก็หยุดพัก ไม่ไกลกันก็มีชาวบ้านจอดเรือหาปลาอยู่
" ฝ่าบาทเป็นอะไรไปพะยะค่ะ พาฝ่าบาทกลับที่พักก่อน "
ฟานอวี้ประคองฮ่องเต้ที่มีอาการคันจนผืนขึ้นเต็มหน้าเต็มตัว
" เกิดอะไรขึ้นกันท่านแม่ทัพ "
เหล่าขุนนางที่เห็นฮ่องเต้มีอาการเช่นนี้ต่างก็ตกใจกันเป็นอย่างมาก มหาเสนารีบเข้าไปดูทันที
" ฝ่าบาทเป็นอะไรไปพะยะค่ะ เหตุใดฝ่าบาทถึงเป็นเช่นนี้ "
มหาเสนาทำทีเป็นห่
วงฮ่องเต้ทั้งที่ในใจก็อดนึกสมน้ำหน้าไม่ได้ ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็นห่วงและกังวลกับอาการของฮ่องเต้อยู่นั้น ด้านหลังเหล่าองครักษ์ก็ถูกสังหารไปที่ละคน