เปรี้ยะเปรี้ยะ
รับรู้ถึงกระแสไฟอยู่รอบตัวความเ็ปจากสายฟ้าซึมลึกลงมาก่อนจะจางหายไปทว่าเทียบไม่ได้กับยามพิษกำเริบเลยสักนิด
แค่นี้ฉีซินอี๋ทนได้สบายอยู่แล้วแพขนตาสีดำพัดกระพือน้อย ๆ ก่อนจะเปิดออกเผยแววตากระจ่างใสสีรัตติกาล รอยยิ้มแย้มสลวลโผล่บนใบหน้า
“ที่แท้การฝ่าด่านเคราะห์ก็เป็เช่นนี้”
ตอนนั้นอาศัยความช่วยเหลือของม่อเจียลี่นางไม่ได้เผชิญกับความทุกข์ยากจากการฝึกตนเท่าไรนัก
พอลองเพ่งจิตดูพบว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่าและยังคล่องแคล่วกว่าเดิมฉีซินอี๋ดีใจ ก้มมองเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยเพราะสายฟ้ารีบแบ่งปันข่าวน่ายินดีกับดวงจิตแห่งหยก
“ข้าทำสำเร็จ!”
ดวงจิตแห่งหยกออกมาจากแหวนปรากฏเบื้องหน้าด้วยร่างเด็กหญิง โค้งคำนับอย่างน่ารักน่าเอ็นดู จุ๊ ๆอย่าให้รูปลักษณ์ภายนอกหลอกท่านได้เชียว
“ยินดีด้วยที่ท่านฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จคราวนี้ก็เข้าสู่การฝึกฝนอย่างเต็มตัวแต่อย่าได้ลืมไปเล่าว่าท่านยังอยู่ขั้นพื้นฐานระดับสามซึ่งเป็ขั้นต่ำสุด”
ฉีซินอี๋พยักหน้า“ข้ารู้ ข้ารู้ เพียงแต่ข้าไม่เคยััความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลยดีใจมากไปหน่อย”
“เช่นนั้นก็ดีต่อไปท่านสามารถเข้าไปฝึกในหยกแห่งจันทรานิรันดร์ได้ทุกเมื่อ”
“ใช่!ข้าจำได้ว่าในหยกอบอวลไปด้วยปราณสถิตบริสุทธิ์”
“ปราณสถิตนั่นจะช่วยทำให้ท่านก้าวเข้าสู่ขั้นรวบรวมได้อย่างง่ายดาย”
“แล้วเราจะรออะไรอีกเล่ารีบฝึกต่อเถอะ” ลุกพรวดในคราวเดียวโดยลืมไปว่ายังหลงเหลือผลกระทบจากสายฟ้านางหน้ามืดเสถลาเล็กน้อยรีบยันกายกับผนังถ้ำ
“ใจเย็นก่อนอย่าพึ่งรีบร้อนท่านยังมีเื่ยุ่งยากให้จัดการ”
สิ้นคำเสียงร้องเรียกของสาวใช้พลางแว่วมาตามสายลม“คุณหนู ท่านหายไปไหน”
“จริงด้วย!”ดวงหน้างามแตกตื่น
“บอกไปว่าท่านเผลอเดินหลงจึงต้องค้างคืนอยู่ในป่า”
“นี่ผ่านไปตั้งหนึ่งวันแล้วเหรอ”ทำไมเหมือนเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น
“ท่านอยู่ในระหว่างกักตนไม่รู้วันรู้คืนย่อมไม่แปลก ส่วนการบรรลุขั้นพื้นฐานนับว่ารวดเร็วกว่าคนอื่นมาก”
“รวดเร็ว?รวดเร็วอย่างไรกันไม่ใช่ว่าตั้งคืนหนึ่งหรือ”
ดวงจิตในชุดกระโปรงยกมือลูบคางตัวเองด้วยความเคยชินท่าทางของเด็กน้อยที่ทำตัวเป็ผู้ใหญ่ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็อย่างยิ่ง ทว่าน้ำเสียงจริงจังจนเหมือนคนผ่านโลกมาอย่างโชกโชนช่างไม่เข้ากัน
“บางคนต้องใช้เวลาเป็สัปดาห์บางคนนานเป็เดือน ส่วนบางคนเนิ่นนานเป็ปี”
“มีเื่เช่นนั้น?”
ดวงจิตน้อยพยักหน้าหงึกๆ “มีเื่เช่นนั้น”
“จะยังไงก็ช่างเถอะข้าต้องรีบออกไปก่อนเกิดนางมาถึงตรงนี้จะเป็เื่ใหญ่”
ดวงจิตผงกหัวเป็เชิงรับรู้ก่อนจะหายวับไปฉีซินอี๋ประคองตัวเองแหวกรากไม้เถาวัลย์ออกไป แสงแดดจ้าแสบตาจนต้องยกมือบังประคองร่างทุลักทุเลเดินตามเสียงร้องเรียกของสาวใช้
สาวใช้นางนั่นช่างไม่ประสีประสาหากมัวร้องเรียกเสียงดังอยู่อย่างนี้ประเดี๋ยวพวกสัตว์ิญญาก็แห่กันมาหรอกแม้ชายขอบจะไม่ใช่เขตแดนของสัตว์ิญญายังเสี่ยงถูกไล่ล่าอยู่ดี
“คุณหนูท่านอยู่ไหน” ใกล้เข้าไปทุกที
ฉีซินอี๋เก็บงำพลังปราณสถิตทำทีโผล่พรวดออกจากแนวต้นไม้ เปล่งเสียงเหือดแห้ง “ข้า...อยู่นี่”
ร่างผอมบางของสาวใช้หันขวับมาทางเสียงแววตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก สับขาวิ่งมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาพอมาถึงตัวก็กระชากนางเข้าหาอย่างแรงไม่รอให้นางอธิบายฝ่ายนั้นด่าทอทันที
“ท่านหายไปไหนมาทั้งคืนรู้ไหมข้าเป็ห่วงแทบแย่เที่ยวหาจนแข็งขาอ่อนล้า”
ฮึห่วงนางหรือห่วงตัวเองกันแน่
ไม่ใช่ว่ากลัวนางจะถูกฆ่าตายกลางป่าหรือหากเกิดเื่อย่างนั้นจริงจวนตระกูลฉีต้องเดือดร้อนแน่ ข่าวลือเื่ฮูหยินใจร้ายกระทำการโเี้กับลูกอนุที่ยังไม่เข้าวัยปักปิ่นเกรงว่าจางฮูหยินคงรับไม่ไหว ส่วนสาวใช้ก็ยิ่งแบกรับโทษฐานไม่ไหว
เพราะเหตุนี้จางฮูหยินจึงเพียรสั่งยาให้นางกินทีละนิดตลอดเพื่อให้ตายไปด้วยสาเหตุจากการป่วยอย่างไรเล่า!
“ข้าเพียงแต่วิ่งเล่นเพลินพอรู้ตัวอีกทีก็จำทางออกไม่ได้”
“เอาล่ะทีหลังท่านอย่างทำเช่นนี้อีกก็พอ ทำเอาข้าตกอกใหมด” กระชากลากถูนางกลับเรือน
ลับหลังสาวใช้ใบหน้าไร้เดียงสาเผยแววเหี้ยมเกรียม แขนของเด็กสาวอายุประมาณสิบเอ็ดปีเจ็บจนชาหากไม่ใช่ว่ามีพลังปราณสถิตนางคงไม่อาจทนไหว
หลังมาถึงบ้านเมื่ออีกฝ่ายปล่อยมือรอยแดงเป็จ้ำพลันปรากฏรอบข้อมือ สาวใช้เดินหายเข้าไปในห้องหับจัดเก็บถุงย่าม
“ประเดี๋ยวข้าจะไม่อยู่หลายวันระหว่างนี้ท่านก็อย่าออกไปซุกซนข้างนอกอีกล่ะ หากรู้สึกหิวก็เข้าไปหยิบหมั่นโถวในห้องครัวไว้กลับมาเมื่อไรข้าจะเอาขนมผิงแสนอร่อยมาให้ท่าน”
คำพูดหลอกเด็กเช่นนี้ใครจะไปหลงเชื่อแต่ฉีซินอี๋ยังแสร้งทำตัวหวาดหวั่น ร่างเด็กน้อยสั่นเทาแววตาไหววูบเผยความหวาดกลัว
“จะเ้า จะไปนานไหม” น้ำเสียงสั่นเครือ
สมบูรณ์แบบ!นางแน่ใจว่าฝีมือการปั้นหน้าบีบน้ำตาพัฒนาไวกว่าการฝึกตนอีก
สาวใช้ถอนหายใจเงยหน้ามอง“ข้าบอกว่าไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ”
“ขะข้ารู้แล้ว คะ แค่ ข้ากลัวจะนอนฝันร้ายอีก”
“เฮ้อไม่มีอะไรหรอก ท่านอยู่มานานขนาดนี้ยังไม่ชิน? ได้ ๆเดี๋ยวข้าจะขอยาสงบใจจากท่านหมอมาให้ท่านล่ะกัน” ตัดความรำคาญโดยการแบกย่ามออกไป ทิ้งให้เด็กน้อยอย่างนางอยู่เพียงลำพัง
ก็ดีน่ะสิ!ทีนี้จะได้ทำอะไรสะดวก
ฉีซินอี๋ไม่เดือดเนื้อร้อนใจสักนิดตลอดหลายวันนั้นนางใช้เวลาไปกับฝึกฝนและปรับพลังปราณสถิตในร่างกายจนเสถียรแถมยังก้าวะโมาถึงขั้นพื้นฐานระดับสอง แต่เมื่อความตื่นเต้นจากการฝึกตนหมดไปนางก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา
่ยามซื่อของวันหนึ่งนางตัดสินใจเอ่ย
“ข้าจะเข้าไปในหมู่บ้าน!”
ดวงจิตในร่างเด็กน้อยย่นจมูก“ในสภาพเช่นนี้? มีหวังได้ถูกชาวบ้านไล่เตลิดแน่”
นางลูบแก้มข้างมีรอยดำปื้นเป็ทางยาวทอดถอนใจอย่างเ็ปร้าวรานราวกับถูกทำลายพลังปราณสถิตอย่างไรอย่างนั้นเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ท่านดวงจิตผู้แสนยิ่งใหญ่ได้โปรดช่วยผู้น้อยด้วย ผู้น้อยจนปัญญาแล้ว”
“ฮึ!ข้าว่าแล้วว่าต้องไม่พ้นข้า” เชิดคางสูงจมูกแทบทะลุฟ้า
แม้จะชวนขบขันขนาดไหนฉีซินอี๋ไม่มีทางเผยออกมากัดลิ้นตัวเองข่มเสียงหัวเราะกับท่าทางบ้ายอของดวงจิตกล่าวว่า
“ใช่แล้วๆ ผู้น้อยได้รับความช่วยเหลือจากท่านดวงจิต ผู้น้อยซาบซึ้งนัก”
ห่างออกไปหลายลี้เด็กหญิงในชุดเก่ามอซอเดินเตะขาท่าทางมีความสุข แววตาซุกซ่อนเหลือบมองตรงนั้นทีตรงนี้ที
ไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าเหตุใดสาวใช้ถึงหนีมาเล่นในตัวหมู่บ้านทุกวี่ทุกวันแม้จะเห็นเป็หมู่บ้านชนบทแต่อย่าได้ดูถูกความครึกครื้นของชาวบ้านทีเดียวเชียว
แผงไม้หน้าร้านริมทางมีทั้งของกินหลักและของกินเล่นตลอดจนของเล่นเด็กถึงจะเป็ของดาด ๆ ไม่หรูหราดังเช่นในเมืองหลวง แต่...ฉีซินอี๋กลับไม่มีสักอิแปะติดตัว
จู่ๆ ความรู้สึกอยากเที่ยวต่อพลันลดฮวบ ใบหน้างดงามปราศจากรอยปื้นสีดำเพราะวิชาลวงตาของดวงจิตแห่งหยกหดหู่ลงไม่น้อย
รอยยิ้มกว้างไปถึงใบหูปิดเม้มเป็เส้นตรง มัวแต่ฝึกตนจนลืมนึกถึงเื่นี้ไป
“หากท่านไม่มีเงินตำลึงข้าสามารถช่วยท่านได้”เสียง์ของดวงจิตทำให้แววตาดุจเมล็ดซิ่งเบิกกว้าง แวบเดียวก็หายไป
“ท่านคงไม่ได้กำลังจะบอกค่ะว่าจะใช้วิชาลวงตานั่น...”
“เหมือนท่านจะเริ่มฉลาดขึ้นแล้ว”
นางแยกเขี้ยวข้าไม่เคยไม่ฉลาด!
“เอาเถอะวันนี้ข้าจะถือว่ามาเปิดหูเปิดตาไว้วันหน้ารับรองว่าจะกว้านซื้อข้าวของในตลาดให้หมดทุกแผง!”
เสียงดวงจิตแห่งหยกเอ่ยอย่างทอดถอนใจ“ความมุ่งมั่นเป็เื่ดีแต่ต้องรู้จักประมาณตน ไม่เช่นนั้นเ้าจะกลายเป็คนคุยโวดีแต่ปาก”
“ไยข้าไม่เห็นรู้เลยเล่าว่าท่านดวงจิตนอกจากพลังแก่กล้าฝีปากยังแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน”
ดวงจิตแห่งหยก“...”
“ข้าจะถือว่าท่านกำลังชมข้า”
อาจเพราะเป็เพียงตลาดในหมู่บ้านเดินแป๊บเดียวก็ถึงท้ายตลาดตลอดทางฉีซินอี๋รู้สึกหิวจนท้องไส้ร้องโครกครากยามได้กลิ่นอาหารโชยมา กระนั้นยังคงแสร้งตั้งมั่นในปณิธานอันแรงกล้าว่าจะไม่มีวันหลอกลวงเหล่าชาวบ้านตาดำๆ เพียงเพราะตัวเองมีวิชา
“แล้วเหตุใดสองมือของท่านจึงเต็มไปด้วยของกินเล่า!”เสียงดวงจิตแห่งหยกดังขึ้นในโสตประสาทถ้อยคำนั้นแฝงไปด้วยการเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของนาง
“ค-แค่กท่านก็รู้นี่ ว่าข้าอดอยากปากแห้งมานานขนาดไหนพอออกมาเจออาหารที่ไม่ใช่ปลากับหมั่นโถวย่อมหิวกระหายเป็ธรรมดา”
เพ้ย!แล้วมาทำเป็ปากดีว่าจะไม่มีวันรังแกผู้อ่อนแอ พึ่งจะเริ่มต้นยังโกงกินเช่นนี้ไม่รู้วันหน้าจะเป็เช่นไรนี่เขาคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ยอมทำสัญญานายบ่าวกับนาง
ระหว่างกำลังย้อนกลับทางเดินมือถือถังหูลู่สีแดงมันวาว ริมฝีปากเล็กงับคำอย่างมูมมามเบื้องหน้ากลับมีเสียงทะเลาะเอะอะดังขึ้น
ฉีซินอี๋เหลือบมองเห็นกลุ่มชาวบ้านกำลังล้อมวงแม้จะมีผู้คนเต็มไปหมดทว่านางยังมองออกอยู่ดีว่าข้างในนั้นมีเด็กหญิงผมเผ้ากระเซอะกระเซิงสวมชุดที่ทำมาจากผ้าเนื้อหยาบบนใบหน้ามีรอยช้ำเป็วงบวมเป่งตรงข้างแก้มจนมองโครงหน้าเดิมไม่ออก กำลังถูกสตรีนางหนึ่งทุบตีอย่างไม่ยั้งมือเยื้องออกไปเป็บุรุษในชุดผ้าเนื้อหยาบมีรอยปะชุนทั้งเก่าและใหม่แต่ยังดูดีกว่าเด็กน้อยคนนั้น
คราแรกนางตั้งใจจะเดินผ่านเพราะรู้ว่าเื่พวกนี้ไม่มีเกี่ยวข้องกับนางแถมตัวนางเองก็ยังเป็เด็กเกิดยื่นมือเข้าช่วยอาจเป็การนำพาปัญหายุ่งยากมาสู่ตัว
ทว่าพึ่งจะเดินเลยมายังไม่พ้น1 จั้ง กลับต้องชะงักฝีเท้ายามได้ยินเสียงด่าทอดังลอยมา
“ข้าให้เ้ามีที่ซุกหัวนอนมีอาหารให้เ้ากิน มีอาภรณ์ให้เ้าสวมแต่เ้ากลับไม่คิดจะตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณยังคิดขโมยสมบัติของข้าเพื่อหลบหนี เลี้ยงเสียข้าวสุก เลี้ยงไม่เชื่อง! วันนี้ข้าจะให้เ้าได้เจอกับนรก”
ว่าแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาประกาศก้องเสียงแหลมทั่วพื้นที่
“เ้าข้าเอ๊ยใครอยากได้นางนี่ไปเป็สาวใช้ อนุหรือนางบำเรอก็ดี ข้าให้ราคาถูก ๆ เพียงสามร้อยอีแปะเท่านั้นขายขาดไม่รับคืน” เท่านั้นยังไม่พอยังชูสัญญาทาสขึ้นมา
เสียงกระซิบพึมพำเริ่มดังระงมในหมู่ชาวบ้านสามร้อยอีแปะจะว่ามากก็มากน้อยก็น้อยแต่ที่นี่คือหมู่บ้านชนบทใกล้ป่าเซินหลินมากที่สุด ดังนั้นจึงเป็ไปไม่ได้เลยว่าจะมีคนมีเงินถุงเงินถัง
และก็เป็จริงดังคาดหลังเสียงจอแจเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ชาวบ้านหนึ่งในฝูงชนชูมือขึ้นถาม
“จ้าวซื่อเ้าคิดราคาแพงเกินไปหรือเปล่า หรือความจริงไม่ได้ตั้งใจขายั้แ่แรกถ้าไม่ขายจะออกมาะโร้องเรียกความสนใจจากชาวบ้านทำไม”
จ้าวซื่อหน้าเปลี่ยนสีเป็แดงก่ำกระทืบเท้าบนพื้นแรง ๆ ก่อนจะถุยน้ำลายตามลงไป
“เพ้ย!ข้าจ้าวซื่อไม่เคยคิดเกินราคา ถ้าให้คิดคำนวณค่าเลี้ยงดูที่เสียให้กับนางเด็กนี่ไปหมดเป็สิบ ๆ ตำลึง เ้าว่าจะมีปัญญาจ่ายหรือไม่”
บุรุษผู้นั้นที่เอ่ยปากหน้าซีดเผือดลงทันใด ริมฝีปากเผยออ้าทำท่าจะพูดอะไรต่อสุดท้ายก็ส่ายหัวได้ยินเสียงแ่เบาดังมาจากลำคอ“ไม่มี...”
“ไม่มีแล้วยังกล้ามาวางท่าใหญ่โตลำพังแค่บ้านเ้ายังเอาตัวไม่รอดยังหวังจะต่อราคาฟรี ข้าขันความไร้น้ำยาของเ้าจนปอดโยก”ถูกตอกกลับว่าไม่มีแม้เงินหาเลี้ยงครอบครัวแล้วยังมีหน้ามาทำทีว่าจะซื้ออีกฝ่ายจึงเงียบกริบไปทันที
บรรยากาศคุกรุ่นเมื่อสักครู่เริ่มกลับมาครึกครื้นดังเดิมขณะจ้าวซื่อกำลังหันไปเพื่อทำการค้าต่อ กลับมีมือชูสูงเสียดฟ้าขึ้นมานางรีบกวาดสายตาไปมอง ความตื่นเต้นยินดีในแววตาเปล่งประกายเจิดจ้า
บุรุษในฝูงชนคนนี้แม้จะยังสวมชุดที่ปักด้วยผ้าเนื้อหยาบแต่ไม่มีรอยปักชุนแถมยังสะอาดสะอ้านราวกับเสื้อผ้าชุดใหม่ไม่ว่ายังไงย่อมดูมีราศีกว่าคนเมื่อกี้ ท่าทางของจ้าวซื่อเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เ้ายินดีซื้อขายสัญญาทาสตลอดชีพกับข้าในราคาสามร้อยอีแปะใช่หรือไม่”
เขายิ้มใบหน้ากรำแดดดูแก่กว่าวัยแต่อายุไม่น่าจะเกินยี่สิบปลาย ๆ เกาแก้ม“เมื่อกี้จ้าวซื่อบอกว่าสามารถซื้อไปเป็นางบำเรอได้” เหลือบมองไปทางเด็กน้อยที่กำลังตัวสั่นงันงกใบหน้าถูกปอยผมแห้งกร้านปิดไปเกือบครึ่งแววหื่นกามผุดขึ้นมาผ่านแววตาแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป
“แม้ต้องใช้เวลาเลี้ยงดูอีกสักสองสามปีแต่ข้าคิดว่าไม่เลวเลย”
“แหมคุณชายท่านนี้ช่างสายตาดีจริง ๆ เช่นนั้นลงสัญญาซื้อขายกันเลยดีหรือไม่”
“ดียิ่ง!”ทำท่าเยื้องเท้าจะเดินเข้าไป กลับมีเสียงเล็ก ๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งดังไล่หลัง
“ข้าให้ห้าร้อยอีแปะแต่ท่านต้องส่งเด็กนั่นมาให้ข้า”
จ้าวซื่อคิดว่ามีเด็กไม่รู้ประสาคนใดกล้ามาพูดล้อเล่นกับตนตั้งใจตวัดหางตาดุดันกลับไปเพื่อเตรียมสั่งสอนแต่ต้องตกตะลึงกับพวงเงินหนึ่งก้านบนมือเล็กอวบอูมที่ยื่นมาตรงหน้า
ใบหน้าของเด็กน้อยจริงจังเป็อย่างยิ่งหว่างคิ้วผูกกันเป็ปม ั์ตาลูกซิ่งจ้องเขม็งราวกับ้ากดข่มผู้ใหญ่คล้ายจะััถึงกลิ่นอายไม่ธรรมดาจากตัวนาง แต่เพราะฉีซินอี๋สวมชุดเก่ามอซอไม่ต่างกันจ้าวซื่อจึงไม่มั่นใจ
“หนูน้อยเ้าแอบขโมยเงินพ่อแม่เ้ามาเดินเล่นในตลาดหรือ”
“ถ้าท่านคิดว่าเงินเพียงห้าร้อยอีแปะยังไม่พอข้ายินดียกให้หนึ่งก้วนไม่สิ สองก้วนเลย! ขอเพียงส่งสัญญาทาสมาให้ข้าเงินนี่ก็จะเป็ของเ้า!”
จ้าวซื่อแววตาลุกวาวอยู่ดี ๆ ก็มีเงินลอยมาเข้ากระเป๋า ท่าทีแข็งกร้าวเปลี่ยนไปเป็อ่อนน้อมถ่อมตนน้ำเสียงหรือก็นุ่มละมุนจนไม่รู้จะนุ่มไปไหน เดินค้อมกายมาหานาง
“แม่นางน้อยสองก้วนอาจจะมากเกินไป...”ตอนแรกอยากอ้าปากบอกว่าก้วนเดียวก็พอแต่ความโลภบังตาจึงกลืนคำพูดนั้นลงไป บุรุษกรำแดดที่ดูเหมือนจะเป็บิดาของเด็กที่ถูกขายยื่นมือมาจับข้อศอกจ้าวซื่อพยายามเกลี้ยกล่อมครั้งสุดท้าย
“จ้าวซื่อเราไม่ขายลูกไม่ได้หรือ ข้าสัญญาว่าคราวนี้จะหาเงินให้เ้ามาก ๆ”
ถูกขัดลาภลอยเช่นนี้ใครจะทนได้จ้าวซื่อสะบัดแขนเต็มแรงทำเอาบุรุษผู้นั้นเกือบล้มคะมำ
“เพ้ย!คราวก่อนท่านก็พูดเช่นนี้แล้วเป็อย่างไรสุดท้ายบุตรชายของเราก็ยังหิวโซเหมือนเดิม ครั้งนี้ข้าไม่หลงกลท่านอย่าเปลืองน้ำลายเปล่า ๆ เลย” หันมาส่งยิ้มกว้างไปถึงใบหูให้ฉีซินอี๋ยื่นกระดาษในมือไปตรงหน้านาง
“แม่นางน้อยนี่คือสัญญาซื้อขายส่วนนี่คือสัญญาทาสของนังเด็กนั่น ท่านเพียงแค่ประทับตราลงตรงช่องว่างตรงนี้”
ถึงจะแอบสงสัยว่าฉีซินอี๋ได้เงินเยอะแยะมาจากไหนแต่จ้าวซื่อคิดว่าบางทีอาจเป็ลูกหลานของคหบดีที่ปลอมตัวออกมาเที่ยวเล่นถึงได้พกเงินติดตัวมากขนาดนั้น
ฉีซินอี๋รอเวลานี้อยู่แล้วกวาดสายตาไปทางเด็กหญิงตัวน้อยข้างหลังจ้าวซื่อแล้วประทับตราลงอย่างไม่ลังเลเมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้นนางเก็บใบสัญญาทาสในแขนเสื้อหมุนตัวหันหลังเรียกเด็กหญิงคนนั้น
“ไปกันเถอะ”
เด็กหญิงเงยหน้าขลาดกลัวมองฉีซินอี๋รู้สึกสงสารจับใจเดินเข้าไปยื่นมือให้อีกฝ่ายจับบรรดาผู้ใหญ่รอบข้างกำลังมองประเมินว่านางคือลูกเต้าเหล่าใครทำไมถึงไม่เคยเห็นหน้า
ส่วนจ้าวซื่อกำลังมีความสุขกับเงินสองก้วนไม่เห็นการประท้วงเล็ก ๆ ของบุรุษที่เสนอจะซื้อเด็กไปเป็ทาสบำเรอกามเดินนับเงินจากไปโดยมีสามีที่ทำหน้าโศกเศร้าเสียเต็มประดาแต่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากเดินไปสามก้าวต้องเหลียวมามองบุตรสาวกลางถนน
ฉีซินอี๋จับจูงเด็กน้อยเดินตาม ความสูงของทั้งคู่ไล่เลี่ยกันแต่เพราะนางกินอิ่มนอนหลับร่างกายจึงท้วมกว่ามากในขณะที่อีกฝ่ายผอมจนิัติดกระดูก มีสภาพใกล้เคียงกับนางก่อนจะย้อนกลับมา
เสียงของดวงจิตแห่งหยกดังขึ้นในโสตประสาท“จุ๊ ๆ ข้าคิดว่าท่านจะสำนึกผิดที่เอาก้อนกรวดไปแลกกับของกินเล่นเสียอีกแต่นี่ถึงกับกล้าให้ข้าเสกเงินตั้งสองก้วนเพื่อเอาไปซื้อสาวใช้! ข้าผิดเองที่ดูถูกความชั่วร้ายของท่านต่ำไป”
ฉีซินอี๋กลอกตาคิดในหัวว่าก้อนกรวดนั่นเหมาะสมกับมารดาเลี้ยงใจั์แล้วแต่เหมือนนึกขึ้นได้ว่ามีเื่สำคัญกว่านั้นจึงกระซิบถาม
“เงินนั่นจะคงอยู่ไปนานเท่าไร”
ดวงจิตแห่งหยก“พอให้ท่านหายตัวไปจากที่นี่”
เพียงเท่านั้นความหนักอึ้งบนบ่าพลางเบาบางลงนางถอนหายใจยาว เริ่มคิดเล่น ๆว่าบางทีวันหน้าอาจจะให้ดวงจิตแห่งหยกเสกเงินใบไม้เพื่อซื้อข้าวของที่ราคาแพงกว่านี้ทว่ากลับถูกดวงจิตแห่งหยกห้ามไว้
“วันนี้โชคดีที่มีเพียงชาวบ้านตาสีตาสาหากขอเพียงมีผู้ฝึกตนที่พลังขั้นสูงกว่าท่านความลับนี่ย่อมถูกเปิดโปงทันที”
“ง่ายดายเช่นนั้น?”
ดวงจิตแห่งหยก“ก็ง่ายดายเช่นนี้”