บทที่ 5
คำสาปของแวมไพร์
หลังจากทานมื้อเย็นกับหญิงสาวเสร็จก็ถึงเวลาทำงานของลีโอนาร์ด ชายหนุ่มกลับมายังห้องทำงานและประจำโต๊ะตนเอง เขาเปิดแฟ้มคดีเกี่ยวกับคนตายที่คราวนี้ร่างกายของคนตายไม่ซูบผอมเหมือนที่ผ่านมา ศพหญิงสาวยังคงสภาพเดิมทว่ามีรอยเขี้ยวสองจุดฝังตรงลำคอ
ั้แ่ที่เขาทำงานอยู่แผนกสายสืบพิเศษล่าแวมไพร์ก็เจอแต่เื่ปริศนามากมาย แวมไพร์แต่ละตัวที่เคยเจอมาล้วนเป็แต่พวกคลั่งกระหายเืเป็จำพวกไม่มีสติมักจะดูดเืมนุษย์จนซากศพซูบผอม ทว่าคนที่เสียชีวิตคราวนี้สภาพร่างกายแตกต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งทำให้แผนกสายสืบต้องทำการสืบและหาข้อสันนิษฐานตรงนี้ให้ได้
ในขณะที่ลีโอนาร์ดทำสีหน้าเคร่งเครียดในการอ่านเอกสาร รุ่นพี่มาโครที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ ก็ตื่นจากการงีบพักผ่อน
“รุ่นพี่แฟรงค์บอกว่าจะให้สืบคดีนี้ นายทำคนเดียวได้หรือเปล่า?”
มาโครถามรุ่นน้องพลางยืนเส้นยืดสายบิดี้เี ่นี้เขาเหนื่อยล้าจากการทำงานมากเป็พิเศษเพราะต้องดูและพื้นที่เขต 2 ด้วยตัวคนเดียว การกำจัดแวมไพร์คลั่งมันไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาแต่ถ้าทำคนเดียวมันก็เหนื่อยเหมือนกัน
“ผมจะลองดูครับ ว่าแต่...” ลีโอนาร์ดละสายตาจากกระดาษในมือและหันไปทางรุ่นพี่มาโคร “รุ่นพี่เคยเจอแวมไพร์ตัวอื่นที่ไม่ใช่แวมไพร์คลั่งไหมครับ”
มาโครไขว้ขาพลางกอดอก เขาหมุนเก้าอี้ไปทางรุ่นน้องและพยักหน้า
“เคยเจอแค่ครั้งเดียว ตอนนั้นฉันเกือบตายเลยแหละ”
มาโครเล่าเหตุการณ์ที่เจอแวมไพร์ตัวอื่นนอกจากแวมไพร์คลั่ง ความสามารถและสติของมันฉลาดหลักแหลมและเืเย็นกว่าแวมไพร์คลั่งหลายเท่า ทว่าแวมไพร์จำพวกนี้จะแทบไม่เคยโผล่ออกมายามวิกาลเลย น้อยคนที่จะรู้ถึงตัวตนลึกลับของมัน เพราะถ้ารู้ก็คงจะตายกันหมดแล้ว
ลีโอนาร์ดตั้งใจฟังรุ่นพี่มากประสบการณ์เล่า พลางคิดตามว่าแวมไพร์ตนนั้นแฝงตัวอยู่ท่ามกลางมนุษย์ด้วยหรือเปล่า และการที่มีคนตายโดยมีสภาพศพแบบนี้ ทำให้เขาสันนิษฐานข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว
และพูดออกมาให้รุ่นพี่ฟังความเห็นของเขา
“ผมว่าแวมไพร์จำพวกที่รุ่นพี่เคยเจอจะเป็คนละระดับที่เราเจอกันนะครับ” ลีโอนาร์ดลุกออกจากเก้าอี้และวางกระดาษบนโต๊ะมาโคร พร้อมชี้จุดภาพฟิล์มที่ถ่ายภาพศพไว้
“ก็อย่างที่เห็นว่าสภาพศพดูดีกว่าที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าแวมไพร์ที่รุ่นพี่เจออาจจะเป็คนทำก็ได้ ไม่ก็คงเป็แวมไพร์ระดับเดียวกัน”
“สันนิษฐานใช้ได้... งั้นงานของนายก็คือหาแหล่งกบดานพวกแวมไพร์พวกนี้ แต่สืบอย่างเดียวนะ ห้ามปะทะโดยตรงเด็ดขาด”
มาโครลุกจากเก้าอี้แล้วตบบ่ารุ่นน้องเบา ๆ พร้อมระบายยิ้มให้กำลังใจ “ตอนอยู่หน่วยสายสืบธรรมดาได้ข่าวว่าเก่งพอตัวเลยนิ ฉันหวังว่านายจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ”
เมื่อให้กำลังใจรุ่นน้อง เขาก็เดินไปหยิบเสื้อโค้ต
ลีโอนาร์ดขมวดคิ้วทันที “ให้ผมสืบคนเดียวเลยเหรอ”
“ก็ชั่วคราวไปก่อน ถ้าฉันจัดการพวกแวมไพร์คลั่งเขตสองหมดจนมันไม่กล้าโผล่มาอีก ฉันจะกลับมาช่วยนาย”
มาโครกล่าวในขณะสวมเสื้อโค้ตและจัดแจงใส่อุปกรณ์สำหรับออกล่าผีดูดเืในคืนนี้
“ส่วนรุ่นพี่แฟรงค์ตอนนี้เขากำลังเจอศึกหนักเพราะโดนผู้ใหญ่เรียกคุย เื่ปรับเปลี่ยนแผนกเราน่ะ ก็คงไม่มีเวลาว่างเท่าไหร่”
ลีโอนาร์ดถอดลมหายใจ ไม่คิดเลยว่าจะกลับมาทำงานสายสืบอีกครั้ง นึกว่าย้ายมาแผนกนี้แล้วจะได้ล่าแวมไพร์มากกว่านี้เสียอีก
“รุ่นพี่... ถ้าผมเจอแหล่งกบดานเ้าพวกนี้ แล้วเราจะทำยังไงกันต่อ เข้าบุกเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่หาแหล่งกบดาน แต่หาข้อมูลของพวกมันต่างหาก ตัวตน เป้าหมาย อาชีพ ที่มาที่ไป ทุกๆ อย่าง ส่วนเื่บุกไหมต้องให้รุ่นพี่แฟรงค์เป็คนตัดสินใจ”
มาโครรู้ดีว่ามันยากที่จะให้รุ่นน้องสืบคนเดียว ทว่าตอนนี้กำลังของเราไม่เพียงพอจริงๆ เราไม่สามารถบุกเข้าไปกำจัดแวมไพร์โดยที่ไม่มีข้อมูลไม่ได้
“ผมจะทำให้เต็มที่ครับ”
แผนกสายสืบนักล่าแวมไพร์ค่อนข้างจะขาดบุคลากรอย่างมาก เนื่องด้วยเป็งานที่เสี่ยงอันตรายและมีตำรวจเสียชีวิตอยู่ตลอดทำให้คนแผนกนี้เริ่มน้อยลง ทว่าเราก็ไม่ได้เป็ฝ่ายเสียเปรียบขนาดไม่สามารถทำอะไรพวกมันไม่ได้ ยังมีสายสืบที่เก่งคอยค้ำจุนสร้างแรงผลักดันให้กับรุ่นน้องอย่างลีโอนาร์ดหรือคนอื่นๆ ให้อยากพัฒนาฝีมืออยู่เลยเรื่อย ๆ จะเป็ใครไม่ได้นอกจากหัวหน้าแฟรงค์ เขาเป็ผู้าุโที่เก่งกล้าและมากความสามารถ ซึ่งทำให้แผนกนี้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป อีกทั้งยังมีหัวกะทิของรุ่นอย่างมาโคร คอยปิดช่องโหว่ของแผนกที่ขาดกำลังคน เขาจะเป็คนเข้าไปแทนในจุดนั้นแทน นั่นทำให้ 2 คนนี้เป็ตัวอย่างให้รุ่นน้องคอยก้าวเดิมตาม
ปาร์ตี้ฉลองตั้งพรรคนักการเมืองหน้าใหม่ถูกจัดขึ้นที่คฤหาสน์เฟรนเรนเดีย ชายหนุ่มร่างสูงเซตผมขึ้นดูภูมิฐาน สวมใส่สูทสีครีมดูเนี้ยบฉบับหนุ่มเ้าสำอาง เดินเคียงคู่มากับหญิงสาวชุดเดรสสีครีมรัดรูปเผยสัดส่วนเอวบางได้เป็อย่างดี
“พี่สาวของคุณเฮนรี่สวยสง่าอย่างที่คุยเลยนะครับ ถ้าได้ออกงานสังคมคู่กันบ่อย ๆ คงจะสร้างความนิยมให้กับพรรคเราได้ดีเลย”
นักการเมืองในพรรคคนหนึ่งจับมือทักทายกับผู้เป็หัวหน้าพรรคและส่งยิ้มหวานให้กับฮาโมนี่
“ถ้ามีโอกาสก็อยากให้เป็แบบนั้นเหมือนกัน แต่คุณฮาโมนี่จะสะดวกหรือเปล่าก็อีกเื่หนึ่ง”
เฮนรี่เหลือบมองหญิงสาวข้าง ๆ และคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะหันมาพูดคุยกันนักการเมืองตรงหน้าต่อ
ฮาโมนี่ได้แต่ฝืนยิ้มการเมืองให้กับผู้คนที่เข้ามาคุยกับเฮนรี่ตลอดเวลา ตามจริงเธอไม่อยากออกงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าเฮนรี่ก็เล้าหลือจนเธอต้องยอมออกมาแสดงตนต่อหน้าพวกมนุษย์เหล่านี้
มีหลายอย่างที่เธอไม่เข้าใจเกี่ยวกับเฮนรี่ ว่าทำไมเขาถึงอยากมีอำนาจถึงขนาดลงทุนไปคลุกคลีกับมนุษย์ แถมยังเป็นักการเมืองที่บอกว่าจะเสนอนโยบายกำจัดเหล่าผีดูดเืให้หมดไป ทั้ง ๆ ที่ตัวเองคือแวมไพร์เผ่าพันธุ์ที่มนุษย์จงเกลียดจงชังมาเป็ร้อยปี
หญิงสาวเริ่มรู้สึกอึดอัดเมื่อมีผู้คนรุมล้อมมากขึ้น เธอจึงดึงชายเสื้อของน้องชาย บ่งบอกถึงความอดทนเริ่มหมดลง
“เดี๋ยวผมขอตัวพาคุณฮาโมนี่ไปพักก่อน เชิญทุกท่านสนุกกับงานเลี้ยงต่อได้เลยนะครับ”
ชายหนุ่มกล่าวกับนักการเมืองเบื้องหน้า หลังจากนั้นเขาก็พาหญิงสาวไปยังห้องรับรองที่ไม่มีใคร
ใบหน้าสวยซีดเผือด หอบหายใจถี่แรง เธอรู้สึกแน่นและเจ็บที่หน้าอก ชายหนุ่มจึงประคองหญิงสาวมานั่งพักตรงโซฟา
“ครั้งนี้ท่านพี่ทนได้นานกว่าที่คิดนะครับ”
ั์ตาสีเทามองไปยังแวมไพร์สาวซึ่งตอนนี้เธอหายใจหอบเหนื่อยราวกับพึ่งผ่านการออกกำลังกายมา
เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อให้ใจเย็น อาการฮีตจะได้สงบลง
“นายจะฝึกฉันหรือไง รู้ทั้งรู้ว่าฉันจะเป็แบบนี้เวลาอยู่ท่ามกลางมนุษย์ระยะประชิด” เธอกล่าวเสียงแข็ง ส่งสายตาไม่พอใจให้กับชายหนุ่มข้าง ๆ
“เพราะท่านพี่ไม่ยอมดื่มเืมนุษย์ถึงมีอาการแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ข้าอยากให้ท่านพี่หายทรมาน...”
สิ่งหนึ่งที่เธอปกปิดความลับไว้ต่อเฮนรี่ ทำให้เขาเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาการที่เธอเป็อยู่ ตัวเธอจะมีอาการคลั่งกระหายเืเวลาอยู่ท่ามกลางมนุษย์มากกว่าเกณฑ์ พอกดความรู้สึกนั้นไว้มาก มันเลยกลายเป็อาการตื่นตระหนก ระบบหายใจผิดปกติ รู้สึกเหนื่อยและอึดอัดจนเ็ปหน้าอก เฮนรี่เข้าใจว่าอาการแบบนี้เป็เพราะเธอไม่ยอมดื่มเืมนุษย์
แต่ความเป็จริง เธอมีคำสาปติดตัว ถ้าได้ดื่มเืมนุษย์ร่างกายของเธอจะทรมานราวกับถูกไฟเผา ไม่ดื่มก็เ็ปราวกับถูกเข้มทิ่มแทง เป็คำสาปเฮงซวยที่จองจำเธอไว้ให้อยู่อย่างทุกข์ทรมานชั่วนิรันดร์
“ฉันจะดื่มเืของนายแค่คนเดียว”
เฮนรี่คลี่ยิ้มพอใจเมื่อได้ยินความ้าอันชัดเจนของหญิงสาว
“ผมดีใจนะที่ท่านพี่้าแค่ผม แต่ผมก็อยากให้ท่านพี่คุ้นชินอยู่กับพวกมนุษย์ แวมไพร์อย่างเราซ่อนตัวตนอยู่แต่ในมุมมืดมานานเพียงพอแล้ว ตอนนี้มันก็ใกล้ถึงเวลาที่เราจะยืนหยัดเทียบเท่าพวกนั้นไม่ใช่หรือ”
ชายหนุ่มยกมือจับช่อผมดำเงาของหญิงสาว ก่อนจะสูดดมกลิ่นหอมอย่างเสน่หา
เธอขมวดคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด “หมายความว่ายังไง? นายมีแผนจะทำอะไร”
ใบหน้าคมซุกเข้าที่ไหล่บาง พลางโอบเอวหญิงบาง
“แผนก็คือกลายเป็คนมีชื่อเสียงและมีอำนาจ เพื่อเราจะได้ใช้ชีวิตสบายๆ ยังไงละครับ~~~”
เขาพูดพลางซุกไซ้คลอเคลียไหล่ฮาโมนี่เหมือนกับลูกแมวขี้อ้อน
“แต่เราก็มีเงินเยอะมากแล้วไม่ใช่เหรอ แค่นี้ก็สบายไปทั้งชีวิตแล้ว” ฮาโมนี่ยังนั่งเฉย แม้จะโดนผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น้องชายคลอเคลียแนบชิดตัวตลอด
เฮนรี่หยุดเอาหน้าซุกและกลับมายืดตัวตรง แต่มือก็ยังไม่ปล่อยจากเอวของเธอ
“ก็ท่านพี่ไม่ใช่คนหาเงินไงครับ ถึงคิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
คำพูดแทงใจของผู้นำครอบครัวทำให้เธอสงบปากสงบคำ เพราะมีเฮนรี่อยู่ข้างกายตลอดมาทำให้เธอใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย แม้ว่าตอนนี้เธอจะเริ่มคิดได้แล้วว่าอยากช่วยเขาหาเงินเลยขอดูโรงแรมแห่งหนึ่งที่เป็ของเขาไว้ และนั่นก็ทำให้เธอต้องไปบริหารงานโรงแรมนั้นและได้เจอกับลีโอนาร์ด มนุษย์ที่เธอจับตาดูอยู่
“เฮนรี่... ฉันจะไม่เป็พี่สาวที่ให้แต่น้องชายทำงานแล้ว”
เธอขานเรียกชื่อเขา และช้อนตามองใบหน้าเกลี้ยงเกลา พลันทำหน้าสำนึกผิด
ชายหนุ่มกระชับร่างเธอให้เข้ามาใกล้ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่คืบ
“ท่านพี่เมื่อไรจะให้ผมหลุดจากสถานะน้องสักที... ผมน่ะ อยากเป็มากกว่านี้” เขาใช้น้ำเสียงหนักแน่นแสดงสีหน้าจริงจังกว่าก่อนหน้านี้ที่คุยหยอกเย้ากันเล่น เขายังคงไม่ชอบที่ฮาโมนี่เรียกตัวเองว่าน้องชาย มันเหมือนกับว่าเขาเป็น้องเธอจริง ๆ น่ะสิ
เธอเบือนหน้าหนีก่อนจะผุดยิ้มหัวเราะในลำคอ
“หึ นายห่างกับฉัน 70 ปี แล้วจะไม่ให้มองว่าเป็น้องได้ไง”
เฮนรี่ที่เห็นหญิงสาวหัวเราะขบขันกับคำพูดจริงจังของเขา เลยรู้สึกอยากเอาคืนพี่สาวคนนี้
เขาโน้มหน้ากระซิบข้างหูเธอแ่เบา
“แต่น้องชายคนนี้ก็ทำเื่ผิดศีลธรรมกับท่านพี่มาแล้วนะครับ ไม่อยากทบทวนกันหน่อยเหรอ ร้อนแรงกันเสียขนาดนั้นจะให้ผมลืมได้ไง...”
ฮาโมนี่ชะงักทันที มันเป็อดีตที่นานมากแล้วแต่เธอก็ไม่เคยลืมเลือนมันเลย และเฮนรี่ก็คงเป็แบบเดียวกับเธอ
“เฮนรี่... นั่นก็เพื่อตัวนายเองนะ”
น้ำเสียงเรียบเฉยของเธอทำให้เฮนรี่ค่อย ๆ ผละตัวออกจากหญิงสาว เขารู้ดีว่าเธอหยุดความสัมพันธ์ของเราเพราะเธอไม่อยากให้เขาเ็ปทรมานกับความรักที่ไม่อาจสมหวังได้
ไม่ใช่เพราะสถานะพี่น้อง
ไม่ใช่เพราะเราอายุห่างกัน
แต่เป็เพราะเธอไม่สามารถมอบความรักให้เขาได้ต่างหาก
เฮนรี่ไม่อยากโดนทอดทิ้งอีกครั้ง เขาจึงอดกลั้นความ้าของตัวเองมาเป็ร้อยปี แล้วเขาจะอดทนต่อไป ขอเพียงแค่เธอยังอยู่กับเขาไปอีกนานแสนนานก็พอ...