ตอนที่ 2
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งปีก่อน...
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
เสียงไม้หวายที่ฟาดลงบนแผ่นหลังดังแน่นถนัดหูไม่ขาดสาย... ผู้ใดย่างกรายมาในละแวกพอได้ยินเสียงนี้ก็ต่างพากันเดินหนี หวั่นใจลึก ๆ ว่าผู้ที่ถูกฟาดจะตกตายไปเพราะความเ็ปหรือไม่...
“อาจารย์เน้นย้ำกับเ้าแล้วใช่หรือไม่!! ว่าห้ามเ้าฝึกฝนอาคมและไสยเวทย์ใด ๆ อีก เหตุใดยังกล้าแอบไปสักยันต์เบญจสารสัตว์ ไว้กลางแผ่นหลังเช่นนี้!! คำพูดของข้ามิได้เข้าไประคายหูเ้าเลยงั้นหรือ...ซุน!!”
ภิกษุชราท่าทีเดือดดาลพลางฟาดไม้หวายลงบนแผ่นหลังเด็กหนุ่มไม่ยั้งมือ... ใบหน้าของ ซุน นิ่วขมวด แต่ไม่มีแว่วเสียงใดหลุดผ่านลำคอแม้เพียงนิดซึ่งหากเป็คนทั่วไปคงแผดเสียงดังลั่นั้แ่หวายลงหลังครั้งแรก...
“อาจารย์... หากจะโทษใยมิโทษตัวท่านเล่า?! ท่านสอนสั่งวิชาอาคมให้กับข้าั้แ่ยังเล็ก ซึ่งข้าเองก็ชื่นชอบศาสตร์เหล่านี้เป็มั่นตั้งใจจะให้แตกฉานเทียบเคียงอาจารย์... ทว่าจู่ ๆ ท่านกลับแปรเปลี่ยนไป!! นอกจากจะเลิกสอนสั่งข้าแล้ว ยังสั่งห้ามข้ามิให้ยุ่งเกี่ยวกับเส้นทางนี้ ไม่คิดว่าคำสั่งของท่านมันจะเกินไปหน่อยหรือ? เหตุผลใด ๆ ท่านก็มิเคยสำแดงออกมาให้ฟัง!!” เด็กหนุ่มวัย 14 ปี กล่าวโต้ออกมา
อาจารย์ผัน มือสั่นเทาคล้ายเป็โทสะ...หากแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสับสนและเ็ป ก่อนที่จะโยนหวายในมือทิ้งไป... สายตาของซุน ยังจดจ้องมายัง อาจารย์ผัน ผู้ที่ชุบเลี้ยงตนั้แ่แบเบาะความหมายของสายตามิใช่โกรธเคืองอาจารย์ แต่เป็ความสงสัยใคร่รู้ต่อความจริง...
ภิกษุชรา ถอนหายใจหนักหน่วง...
“ที่อาจารย์ทำลงไป ก็เพราะ้าให้เ้าหลีกเลี่ยงชะตากรรมอันแสนโหดร้าย...ภาพนิมิตที่อาจารย์พบเห็นยามเข้าฌาน มันเกินกว่าที่อาจารย์จะกล่าวให้เ้าแจ่มแจ้งเื่ราวหากมันเป็เวรกรรมที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ อาจารย์ก็คงทำได้เพียงห้ามปรามเท่าที่จะทำได้...”
ซุน ลุกพรวดขึ้นมาในทันที...
“เวรกรรมงั้นหรือ... ชะตากรรมงั้นหรือ... ท่านรู้อยู่เต็มอกว่าข้าไม่เชื่อถือสิ่งเหล่านี้!! ใยท่านจึงยังอธิบายเื่ราวให้กับข้าฟัง ด้วยสิ่งที่มิอาจพิสูจน์ได้เหล่านี้อีก?!”
อาจารย์ผัน ยังแสดงท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนจะถอนหายใจ...
“สุดแล้วแต่เ้า... อาจารย์ไม่มีอะไรจะอธิบายให้เ้าฟังมากไปกว่านั้น...”
เด็กหนุ่ม ซึ่งกำลังแตะย่างวัยที่เริ่มต่อต้าน ไหนเลยจะทนรับฟังเหตุผลที่ไร้คำอธิบาย...
“ได้!! เช่นนั้นข้าจะแสดงให้ท่านอาจารย์ได้เห็น...”
ซุน ก้าวเดินลงเท้าแน่นหนักจากไป...
ภิกษุชราถอนหายใจ...
“มันคงไม่อาจหลีกเลี่ยงจริง ๆ งั้นสินะ... อย่างไรเสีย ที่นี่ก็มิใช่ที่ของเ้า...”
นับจากวันนั้น ซุน ก็ไม่ได้กลับไปยังที่วัดอีกเลย... ละทิ้งแม้แต่การเล่าเรียนชั้นมัธยมหันหน้าเข้าสู่เส้นทางไสยเวทย์อย่างเต็มตัว อาจเพราะความคึกคะนองในวันนั้นผนวกกับทิฐิและความเด็ดเดียว จึงเลือกเดินทางผิด...
ผ่านไปกว่าครึ่งปี ซุน เริ่มรู้สึกสลดเสียใจ กับสิ่งที่ได้แสดงออกไปกับอาจารย์ในวันนั้น...หากแต่ครั้นจะกลับไปตอนนี้ ย่อมทำให้เส้นทางตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาเหลือเพียงความว่างเปล่าขาดอีกเพียงจิติญญาพยัคฆ์ตบะแก่กล้าแค่ตนเดียว รอยสัก เบญจสารสัตว์ ก็จะสมบูรณ์...
ซุน จึงตัดสินใจมายัง ป่าแดง แห่งนี้เป็สถานที่สุดท้าย...
ก่อนจะกลับไปกราบขอขมาต่ออาจารย์ ด้วยความสำนึกผิด...
.................................................
ปัจจุบัน...
“มันมาแล้ว...” ซุน กล่าวสั้น ๆ พลางหันมองไปยังความมืดมิดทิศใต้ลม...
เงาร่างสัตว์ใหญ่ย่างก้าวเงียบกริบออกมาจากมุมมืด หากแต่ขนสีขาวลายพาดกลอนของมันทำให้มองเห็นได้เลือนรางยามราตรี ดวงตาของเสือร้ายเปล่งประกายดุจทับทิม มีเสียงขู่เบาๆ คล้ายเสียงกรนผ่านลำคอตลอดเวลา...
“กรรรรร...”
พรานดำ และ ฮีโข่ ตัวสั่นสะท้านไม่หยุด เพียงอำนาจคุกคามที่สมิงขาว แผ่ล้นออกมา ก็ทำให้สองเฒ่าขนคอลุกตั้ง... อีกทั้งการแผดเสียงคำรามดังกึกก้องทั่วป่าก่อนจะปรากฏตัวยังเป็สิ่งยืนยันว่า สมิงขาว ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องลอบโจมตีเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าเหยื่อของมันไม่มีทางหลบหนีไปจากคมเขี้ยว!!
“ดูเหมือนว่ามันกำลังโกรธพวกเราได้ที่เลย...” เด็กหนุ่ม กล่าวขึ้นพลางหรี่ตาแคบ
“สมิงขาว เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีแห่งนักล่า... การที่เ้าหยดเืตนเองทิ้งไว้ทั่วป่าเพื่อล่อลวงมันดูจะเป็การไปกระตุ้นโทสะ และดูแคลนความภาคภูมิใจในฐานะนักล่าของมัน...” พรานดำกล่าวขึ้น ยกชูปืนของตนส่องไปยัง สมิงขาว ตามสัญชาตญาณ...
แต่ ซุน เลือกที่จะกดปลายปืนของ พรานดำ ลงอย่างช้า ๆ พลางส่ายหน้า...
“ปืนของท่านยิงมันไม่เข้าหรอก... ทั้งยังเป็การกระตุ้นโทสะมันเสียเปล่าๆ อย่างน้อยหาก สมิงขาว เพ่งเล็งมาที่ข้าคนเดียว พวกท่านทั้งสองจะยังคงปลอดภัย...”
พรานดำ ได้ยินเช่นนั้นก็ยอมลดปืนลงตามการชี้แนะ แต่ทว่า...การเตือนของซุน หยุดได้เพียงแค่ พรานดำ!! ฮีโข่ ซึ่งอยู่บนนั่งร้านคนละระดับกับซุน และ พรานดำ ไม่ทันได้ยินเสียงเตือน... ทำให้ชายชราเผลอลั่นไก ยิงลูกศรจากหน้าไม้ออกไปตามสัญชาตญาณ!!
ลูกศร พุ่งแหวกอากาศกลืนไปในความมืด... ทว่า สมิงขาว กลับสามารถใช้กงเล็บปัดมันออกอย่างง่ายดายสายตาเริ่มเขม็งมองมายังนั่งร้านของทั้งสามคน...
“ฮีโข่!! ทำบ้าอะไรของเ้า!!” พรานดำตวาดเสียงขึ้นทันที...
“ขะ...ข้าขอโทษ” ฮีโข่ สีหน้าหวาดกลัวอย่างยิ่ง...
ซุน เห็นท่าไม่ดีแล้ว หากลำพังตนเองยังพอเอาตัวรอดได้ แต่หาก สมิงขาวจ้องเล่นงานสองชายชราไปด้วย ซุน คงยากที่จะหาทางปกป้อง...
สมิงขาว เริ่มเคลื่อนไหว!! ด้วยความที่ละแวกนี้เป็เขตป่าทึบมีเชิงดิน ก้อนหิน และต้นไม้สูงต่ำสลับไปมา เสือร้าย กระโจนจากตำแหน่งของตนขึ้นมายังก้อนหินก่อนจะดีดตัวมาต้นไม้ที่ต่ำเตี้ย โดดทะยานไต่กิ่งก้าน ไล่ระดับสูงขึ้นด้วยความคล่องตัว
ความสูงจากพื้นดินจนถึงตัวนั่งร้านบนต้นไม้ มีมากถึง 5 เมตร... ทุกคนมั่นใจว่าสัตว์ร้ายต่างๆ คงยากที่จะขึ้นมาเล่นงาน... แต่พอได้เห็นการเคลื่อนไหวของสมิงขาวแล้วมันทำให้รู้ว่าทุกคนนั้นคิดผิด!! ตบะที่แก่กล้าย่อมเพิ่มพูนปัญญาและความสามารถของสมิงขาว มันมิใช่แค่เสือแก่สามัญ แต่เป็เสือที่ฉลาดเฉลียว และเปี่ยมไปด้วยพละกำลังมหาศาล!!
“หนี!! พวกท่านสองคนต้องหนีแล้ว ข้าจะหาทางต้านกำลังมันไว้ให้เอง...”เด็กหนุ่ม เค้นเสียงขึ้นอย่างจริงจัง...
จากนั้น ซุน ก็เริ่มประกบมือทั้งสอง บริกรรมคาถา...
“ด้วยอำนาจแห่ง เบญจสารสัตว์... ขออัญเชิญจิติญญาแห่งพญาวานร...”
ชั่วจังหวะนั้นเอง ค่อย ๆ ปรากฏเงาร่างของวานรตัวใหญ่ ผุดออกมาจากแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม...เงาร่างที่โปร่งแสงนั้น ขู่คำรามออกมาเฉกเช่นสัตว์ป่าที่ดุร้ายมันคือจ่าฝูงพญาวานร ที่ ซุน เคยพิชิตได้ในป่าทางเหนือ มีตบะแก่กล้าถึง 150 ปี...
“ทรงร่าง!!”
สิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม เงาร่างวานรก็เข้าสิงสู่ ผสานเข้ากับร่างของซุน จนหลอมรวมเป็หนึ่งเดียว!!บังเกิดท่าทีและบุคลิกของ ซุน ที่แปรเปลี่ยนไป ดวงตาแข็งกร้าวผิดมนุษย์ ะโโลดเต้นไม่หยุดนิ่งหมุนควงมีดสั้นอาคมในมือผ่านร่องนิ้วทั้งห้าอย่างชำนาญ ก่อนจะะโไปมาระหว่างกิ่งก้านอย่างคล่องตัวผิดวิสัยและการเคลื่อนไหวของมนุษย์สามัญ...
นี่คือพลังของรอยสัก เบญจสารสัตว์... ถึงแม้จะดึงเอาพลังความสามารถทางร่างกายของสัตว์ที่ตบะแก่กล้าออกมาใช้แต่สติสัมปชัญญะของ ซุน ยังมีอยู่อย่างครบถ้วนในการควบคุมร่าง... ร่างสถิตวานรคือร่างที่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วว่องไวมากที่สุด โดยเฉพาะภายในป่าเช่นนี้...
ซุน มุ่งตรงเข้าหา สมิงขาว โดยไม่กริ่งเกรง!!
เสือร้าย แสยะคมเขี้ยวสยายกงเล็บพุ่งเข้ามาเช่นกัน!!
หนึ่งเป็มนุษย์ หนึ่งเป็พยัคฆ์ แต่กลับเลือกเผชิญหน้ากันบนยอดไม้!!
แม้ว่าราตรีนี้จะมืดมิด หากแต่ดวงตาของ ซุน ยังคงมีประกายบางอย่างจากอาคมััได้ในทุกการเคลื่อนไหวของ สมิงขาว อย่างแจ่มชัด การฝึกฝนตนเองมาโดยตลอด คือสิ่งที่ซุน ไม่เคยขาดตกบกพร่อง… เด็กหนุ่ม หลบเลี่ยงกงเล็บที่ถากแก้มได้อย่างเฉียดฉิวตวัดมีดอาคมยาว 1 ศอก ปาดเฉือนไปที่ขนสีขาวลาดพาดกลอน...
“!!!!!!!!!” ซุน แสดงท่าทีตกตะลึงไม่น้อย
“บ้าน่า... มีดอาคม ไม่อาจเฉือนผิวมันเข้างั้นหรือ!!”
เด็กหนุ่ม ประเมินตบะ 300 ปีของ สมิงขาว ต่ำเกินไป... ที่ผ่านมาซุน เคยพิชิตจิติญญาสัตว์ตบะแก่กล้าทั้ง 4 ตนมาแล้วก็จริงหากแต่ทั้งหมดล้วนมีตบะต่ำกว่า 200 ปีทั้งสิ้น!!นี่จึงเป็ครั้งแรกสำหรับ ซุน ที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าในทุก ๆด้าน...
สมิงขาว แสยะคมเขี้ยวหมายขย้ำ... ซุน อาศัยความคล่องตัวจาก ร่างสถิตวานรจับคว้าเถาวัลย์ ดึงร่างตนเองหลีกหนีจากระยะ ก่อนจะโดดลงสู่พื้นดินเบื้องหน้าจดจ้องไปยัง สมิงขาว ไม่วางตา...
ด้านของชายชราต่างพากัน แอบซ่อนหลังกิ่งไม้ที่หนาทึบ มองหาจังหวะลงสู่พื้นแต่ก็ยังไม่พบเจอเฝ้ามองการเผชิญหน้า ซุน ด้วยความหวาดหวั่น หากเด็กหนุ่มพลั้งพลาดไปล่ะก็ โอกาสที่ทั้งสองจะรอดชีวิตคงแทบไม่มี...
สมิงขาว กระโจนลงมาจากความสูงร่วม 5 เมตรสู่พื้นดินโดยที่ไม่มีความเสียหายใด ๆ บ่งบอกถึงความยืดหยุ่นและพลังกายที่เหนือชั้น...เสือร้าย จดจ้องมายังเด็กหนุ่มไม่วางตาเช่นกัน พลางเดินไปรอบ ๆ ด้วยแววตาที่กระหายต่อโลหิต...
ซุน บริกรรมคาถาอีกครั้ง ก่อนจะเป่ามนตราลงไปยังมีดในมือ จนอักขระที่ใบมีดส่องสว่างเจิดจ้าขึ้น...ดวงตาของเด็กหนุ่ม ยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนตรากตรำฝึกฝนมา หมุนควงมีดอาคมอย่างคล่องแคล่วก่อนจะหันชี้ปลายมีดไปยัง สมิงขาว...
“แน่จริงก็เข้ามา!!”
แต่ทว่า... สมิงขาว หาได้โง่เขลา มันรู้ดีว่าการต่อสู้ระหว่างตนเองและเด็กหนุ่มเบื้องหน้าคงไม่แสดงผลโดยง่าย เสือร้าย จึงจดจ้องไปยังสองเฒ่าชราที่แอบซ่อน!! ก่อนมันจะคำรามแผดเสียงก้องดังไปทั่วป่า...
บังเกิดสิ่งที่น่าใก็คือ ทั้งที่เป็กลางดึกสงัดเช่นนี้แต่กลับมีฝูงสัตว์ปีกจำนวนมาก ทั้งนกและค้างคาว ราวกับพวกมันได้รับคำสั่งจากสมิงขาว พุ่งตัวเข้าชนสองชายชราที่แอบซ่อนตัวบนยอดไม้ จนเสียหลักหล่นร่วงลงมา แน่นอนว่าร่างกายของทั้งสองที่วัยร่วม60 ปีทั้งคู่ การตกลงมาโดยไม่ตั้งหลักจากความสูงหลายเมตรเช่นนี้ จึงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะลุกยืนได้ทันที!!
สมิงขาว เผยมุมปากที่เชิดสูง ก่อนที่มันจะกระโจมหมายเล่นงานสองเฒ่าชรา!! ทุกคราที่ สมิงขาว สังหารและกัดกินผู้มีอาคม ตบะของมันจะแก่กล้ายิ่งขึ้น...พรานดำ และ ฮีโข่ แม้จะมีรัศมีอาคมที่อ่อนด้อยกว่า ซุน แต่ทั้งคู่ก็นับเป็เหยื่อที่ล่าง่ายกว่า!!
ซุน เบิกตากว้างขึ้นทันที...
“สารเลว!!”
สองเฒ่าชรา ที่ติดตาม ซุน มาด้วยความอยากรู้อยากเห็น...บัดนี้ทำได้เพียงนั่งจดจ้อง สมิงขาว ที่กระโจมเข้าหาพวกตน... ใบหน้าและแววตาของทั้งคู่เสมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งทาง...
ฉัวะ!!
คมเขี้ยวพยัคฆ์ ฝังลงบนหัวไหล่จมหาย... มีเพียงโลหิตที่สาดกระเซ็นออกมารอบๆ ทว่าผู้ที่ถูก สมิงขาว ขย้ำนั้น หาได้เป็สองเฒ่าชรา... แต่มันกลับเป็ ซุนที่วิ่งเอาตัวเข้ามาขว้างทางพยัคฆ์เอาไว้ได้ทันท่วงที...
เด็กหนุ่มแผดเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป ก่อนจะฉายแววตามุ่งมั่นปักมีดอาคมทิ่มเข้าที่ดวงตาของ สมิงขาว!! อย่างไรเสียดวงตาก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่สามารถฝึกฝนต่อให้แข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยตบะที่แก่กล้า ดวงตาก็ยังคงเป็จุดอ่อนสำคัญ โลหิตของพยัคฆ์พวยพุ่งออกมาจนต้องร่นถอยไปตั้งหลัก...
ทั้ง ซุน และ สมิงขาว ล้วนาเ็สาหัสทั้งคู่!!
“พะ...พวกท่านรีบหนีไป” ซุน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง
สองเฒ่าชราขาสั่นไม่หยุด แต่ก็ฝืนลุกยืนจนได้...
“ซุน!! หนีไปด้วยกันเถอะ...”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มที่อ่อนแรง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“หากข้าหนีไปด้วย สมิงขาว จะตามกลิ่นเืไปและหาพวกเราจนเจอ...ดังนั้นพวกทั้งสองหนีไปเถอะ ทิ้งข้าไว้ที่นี่แหละ...”
ทั้งสองเบิกตากว้างทันที สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความลังเลใจ...ซุน มองออกว่าทั้งสองนั้นอยากจะหลบหนี แต่ก็ไม่อยากทิ้งตนไว้ที่นี่...
“ขอฝากพวกท่านทั้งสองคน เป็ธุระกลับไปบอกกับอาจารย์ของข้าด้วย...ว่าข้านั้นเสียใจเป็ที่สุด เื่ที่ข้าไม่มีโอกาสได้กลับไปขอขมาอาจารย์ด้วยตนเอง...ศิษย์สำนึกผิดแล้ว และเข้าใจถึงเจตนาของอาจารย์อย่างแจ่มแจ้ง น่าเสียดายที่ศิษย์ถลำลึกเกินไปจนมิอาจย้อนกลับขอให้ท่านอาจารย์ดูแลตนเองด้วย...”
ซุน กล่าวขึ้นทั้งน้ำตา นึกถึงภาพของ อาจารย์ ที่ชุบเลี้ยงตนมาไม่ขาดสาย...
“ต่อให้กลายเป็ผี พวกเราก็จะกลับไปบอกอาจารย์ผันให้จงได้!!”
สองเฒ่าชรา ตอบรับคำมั่น ก่อนจะหันหลังและออกวิ่งเต็มกำลัง...
ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง เมื่อเห็นทั้งสองหลบหนีไป... เด็กหนุ่มนั้นรู้ดีว่าอาการาเ็ของตนในเวลานี้สาหัสยิ่งนัก ต่อให้ติดตามทั้งสองคนไปด้วย ก็คงไม่สามารถรอดพ้นออกจากป่าแห่งนี้ได้...
สายตาของเด็กหนุ่มจะแข็งกร้าวขึ้น จดจ้องมายัง สมิงขาว...
“วันนี้ข้าจะยอมสละชีวิตตนเอง เพื่อสังหารเ้า!!
อย่างน้อยก็จะทำให้เ้ามิอาจสังหารผู้ใดได้อีก!!”
ไม่นานหลังจากนั้น... สมิงขาว ก็ได้ทอดร่างไร้ิญญาแน่นิ่งไป โดยมีซุน ที่ร่างอาบท่วมไปด้วยเืนั่งหลังพิงต้นไม้ สติของชายหนุ่มพร่าเลือนจนใกล้จะดับวูบเต็มทีไม่เหลือแม้แต่กำลังจะสะกดดวงิญญา สมิงขาว ตามที่ตั้งใจ...
ในตอนนั้นเอง... ก็ได้มีฝูงช้างโขลงใหญ่ นำโดย คชสารเผือก ที่มีงายืดยาวเป็แนวหน้านำพาโขลงเคลื่อนผ่านมา... สติของ ซุน ในเวลานั้น ดูคล้ายจะย่ำแย่ใกล้ตกตายเต็มทีสิ่งที่เด็กหนุ่มได้เห็นนั้น จึงนับเป็ภาพที่ไม่น่าเชื่อถือนัก
แต่ ซุน ได้เห็นว่าบนศีรษะของ คชสารเผือก ตนนี้กลับมีชายชราิัเหี่ยวย่นอายุราวๆ 90 ปี นั่งอยู่... ชายชราผู้นี้ไม่ได้สวมอาภรณ์แม้แต่ชิ้นเดียว หากแต่ร่างกายที่เปล่าเปลือยนั้นมีหนวดเคราและเส้นผมสีขาวที่ยืดยาวปกคลุมจนถึงหัวเข่าแทนที่อาภรณ์ลักษณะไม่ต่างอะไรกับ เฒ่าชีเปลือยประหลาดผู้หนึ่ง...
“กล้ามากนะเ้าเด็กน้อย ที่บังอาจสังหาร สมิงขาว ที่ข้าชุบเลี้ยงให้มันคอยเฝ้าปกป้องเขตแดนของข้า...”น้ำเสียงของเฒ่าชีเปลือยแหบแห้ง แสนเย่อหยิ่ง กล่าวราวกับว่า สมิงขาวเป็สัตว์เลี้ยงของตน...
“จะ...เ้าเป็ใคร?!” น้ำเสียงของ ซุนอ่อนแรงเต็มที ใบหน้าและริมฝีปากซีดเซียว
“ข้าคือ เ้าป่าใหญ่ ที่นี่เป็อาณาเขตที่ข้าปกครองมาหลายพันปีแล้ว...รู้หรือไม่ว่าข้าต้องลำบากเพียงใดกว่าจะชุบเลี้ยง เสือสมิงสักตัวมาใช้งานได้? แล้วดูเ้าทำกับมันสิ!! หากไม่เห็นว่าเ้ากำลังจะตายอยู่รอมร่อ...ข้าจะฉีกเ้าเป็ชิ้น ๆ โทษฐานที่บังอาจเล่นงาน สมิงขาว ของข้า!!” เฒ่าชีเปลือย ดูจะไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
ซุน ฝืนอาการาเ็ ค่อย ๆ ลุกยืนด้วยขาที่สั่นเทา...
ก่อนที่ชายหนุ่มจะยกมีดอาคมขึ้นมาอย่างห้าวหาญ...
“ไหน ๆ ข้าก็จะตายอยู่แล้ว... แน่จริงก็เข้ามา!!” ซุน ในเวลานี้ดวงตาแทบจะมองไม่เห็นจากการเสียเืและาเ็สาหัส หากแต่จิตใจอันกล้าแกร่งของเด็กหนุ่มยังคงไม่สั่นคลอน...
จังหวะนั้นเงาร่างของัขนาดใหญ่ ค่อย ๆ ปรากฏทับซ้อนกับร่างของ ซุนส่งผลให้ เฒ่าชีเปลือย จากที่เคยมีใบหน้าแสนเบื่อหน่าย บัดนี้ดวงตาของ เฒ่าชีเปลือยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ตื่นเต้น เผลอลุกยืนขึ้นแม้จะยืนอยู่บนศีรษะของ คชสารเผือก...
ซึ่งหากสังเกตดี ๆ แล้วล่ะก็ จะเห็นชัดว่าเฒ่าชีเปลือยมิได้หยัดยืน...หากแต่เฒ่าชีเปลือยกำลังลอยตัวอยู่เสียมากกว่า จากความที่มันเป็เพียงร่างจิติญญาไร้กายหยาบ...
“เ้าเด็กนี่!!เ้าเด็กนี่อย่างไร คือคนที่ข้ารอคอยมานับพัน ๆ ปี!! เป็มันแน่ๆ เป็มันแน่ ๆ” สีหน้าของ เฒ่าชีเปลือยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน...
ซุน ในเวลานี้ไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้อีกแล้ว มันกำลังจะหมดสติมันกำลังจะสิ้นลม... ร่างกายที่ยืนขาสั่นไหว ค่อย ๆ หล่นร่วงลงกองกับพื้น ลมหายใจโรยริน...
เฒ่าชีเปลือย ลอยจากศีรษะ คชสารเผือก ตรงมายังร่างของเด็กหนุ่ม...ก่อนที่ เฒ่าชีเปลือย จะจับยกปลายคางของ ซุน เชิดขึ้นเอียงมองซ้ายขวาคล้ายเป็การสำรวจ...จากนั้น เฒ่าชีเปลือย ก็ได้แผดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ...
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ไม่ผิดแน่...เ้านี่แหละ!! คือผู้ที่จะเป็ ชะตากรรมนำพา ให้ข้ากลับคืนสู่บัลลังก์ได้อีกครั้ง!!”
....................................................