“พ่อของเธอเป็นักธุรกิจใหญ่คนหนึ่ง เธอน่าจะรู้ดี แต่ว่าโดนผู้ถือหุ้นที่เค้าไว้ใจหักหลังโดยการขายหุ้นให้กับบริษัทคู่แข่ง จนทำให้พ่อของเธอถูกฟ้องล้มละลายและถูกยึดบริษัท พ่อของเธอ้าที่จะซื้อหุ้นคืน เลยต้องไปกู้เงินมาจากพวกแก๊งเงินกู้เถื่อน ซึ่งฉันก็ไม่รู้มาก่อนว่ามีพวกนี้ในถิ่นที่ฉันปกครองอยู่ เมื่อได้เงินมาพ่อของเธอก็เอาไปซื้อหุ้นคืนกลับมา แต่ว่าธุรกิจพวกนั้นไม่ได้มีกำไรมากแล้ว อีกอย่างตอนที่บริษัทคู่แข่งได้ไป มันก็แอบเอาผลงานของบริษัทไปขาย ทำให้พ่อของเธอไม่มีเงินมาใช้หนี้ พวกมันเลยออกตามล่าพวกเธอ แล้ววันนั้นลูกน้องของฉันก็รายงานมาว่า มีแก๊งทวงหนี้มันมาหยามในถิ่นของฉัน ฉันเลยไปจัดการพวกมัน และก็ได้เจอเธอ ตอนนั้นเธอเองาเ็และร่างกายอ่อนเพลีย นอนหลับไปหลายวัน ระหว่างนั้นพ่อของเธอก็ได้มาขอร้องให้ฉันช่วยดูแลเธอ และเค้าจะกลับไปเคลียกับพวกนั้นด้วยตัวเอง ฉันเสนอว่าฉันจะจัดการคนพวกนั้นให้ เพราะมันมาหยามในที่ของฉัน แต่พ่อของเธอไม่ยอมเชื่อฉัน เค้าบุกกลับไปที่บ้าน ยังไม่ทันที่คนของฉันจะตามไปทัน เพราะมัวแต่ตามหาเธอที่หนีออกจากโรงพยาบาล ทำให้ฉันไปที่นั้นช้าเกินไป ก่อนพ่อของเธอจะไป เค้าได้บอกกับฉันว่าให้ฉันช่วยดูแลเธอ อย่าให้เธอเป็อันตราย เค้าคุกเข่าขอร้องฉัน ฉันเลยรับปากเค้า” ฉันนิ่งอึ้งไป ไม่คิดเลยว่าเป็เพราะฉัน ถ้าวันนั้นฉันไม่หนีออกจากโรงพยาบาล คนของเค้าก็คงไปช่วยพ่อไว้ทัน เป็เพราะฉัน
“ฮึกๆๆๆ” ฉันทำอะไรไม่ถูก อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว ฉันนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น ต่อหน้าเค้าและลูกน้องเค้าอีก 2 คน ทุกคนเงียบ ปล่อยให้ฉันร้องไห้แบบนั้น
ผมเล่าความจริงบางส่วนให้กับฮานะฟัง และนั่งดูเธอร้องไห้ ไม่รู้ว่าจะปลอบเธอยังไง ผมคงเล่าความจริงทั้งหมดให้เธอฟังตอนนี้ไม่ได้ แต่ซักวันเธอก็คงต้องรู้ เพียงแต่ตอนนี้ เธอรับรู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
“ลุกขึ้นไปล้างหน้ากินข้าวได้แล้ว คนเราต้องเดินไปข้างหน้า ในเมื่อเธอต้องอยู่ที่นี้ ก็ต้องเชื่อฟังฉัน” เค้าสั่งฉันหลังจากที่นั่งดูฉันร้องไห้มานาน โดยไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรเลย
“ฉันไม่หิว นายอยากกินก็เชิญ ฉันจะกลับไปที่ห้องของฉัน” ฉันลุกขึ้นและกำลังจะเดินไป แต่กวินก็เดินมาขวางหน้าฉันไว้
“ผมว่าคุณหนูทำตามที่นายใหญ่บอกดีกว่านะครับ” กวินบอกฉันด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง หากว่าฉันไม่ยอมทำตามที่นายใหญ่บอก ฉันคงต้องเจอดีเป็แน่
“ฉันไม่หิว ถอยไป” ฉันยังคงไม่ยอม กวินเลยหลีกทางให้ ไม่ใช่เพราะฉันสั่งหรอกนะ แต่เพราะนายใหญ่ของเค้าต่างหากที่โบกมือเป็สัญญาณเหมือนกับว่าให้ปล่อยฉันไป
“ถ้าไม่กิน ก็ไม่ต้องกินตลอดแล้วกัน ในเมื่อเธอไม่คิดที่จะเชื่อฟังฉัน ก็ไม่ต้องกินข้าว” ฉันหันไปมองหน้าคนใจร้ายที่ออกคำสั่งเหมือนฉันเป็ลูกน้องของเค้าคนหนึ่ง แล้วสะบัดหน้าหนี เดินขึ้นห้องไปทันที