วันต่อมา
โรงพยาบาลพรเทพ
“นี่ทำไมหมอพิเชษฐ์ถึงมาอยู่ห้องฉุกเฉินเช้านี้หละเขาเป็นหมอผ่าตัดนี่”ขวัญหรือพยาบาลวัย38ที่มีเรื่องกับอิงค์ไปเมื่อวันก่อนถามอย่างแปลกใจ
“หมอมนัสตายแล้วหนะสิเมื่อคืนนี้เองเห็นว่าโดนฆ่าด้วย ไม่รู้ใครทำตำรวจหาหลักฐานไม่ได้ เห็นว่าใช้ระเบิดเลยด้วยนะ ตอนนี้ยังหาหมอคนใหม่มาประจำแผนกฉุกเฉินไม่ได้เขาเลยให้หมอพิเชษฐ์มาช่วยก่อน”พยาบาลอีกคนเล่าให้ฟัง
“มิน่าตำรวจเต็มโรงพยาบาลไปหมดนักข่าวอีก”ขวัญพูด ระหว่างที่เธอเดินจากที่จอดรถมาเธอก็เห็นตำรวจและนักข่าวอยู่หน้าโรงพยาบาลเต็มไปหมด
“ไม่ใช่พวกนั้นมาเพราะหมอศราวุธเห็นว่าเขาโดนฟ้องเพราะรักษาคนไข้โดยประมาทแล้วคนไข้ตาย แถมผู้อำนวยการยังโดนไปด้วยเพราะมีคนแจ้งไปว่าผู้อำนวยการสั่งให้พวกเรารักษาแต่คนที่จ่ายเงินเองดีๆแต่ให้รักษาพวกที่ใช้สิทธิของรัฐไปแบบส่งๆก็พอ”
“โดนฟ้องเพราะคนไข้คนไหน”พยาบาลขวัญถามอย่างเร่งรีบ เธอเริ่มจะตะหงิดๆแล้ว
หมอมนัสโดนฆ่า หมอศราวุธโดนฟ้อง ผู้อำนวยการโดนหางเลขไปด้วย คนทั้งหมดนี่มันเกี่ยวกับตาของคนกลุ่มนั้นที่มาทะเลาะกับเธอหมดเลย พยาบาลขวัญเปิดประวัติของตาของอิงค์ดูก็เลยรู้ว่าหมอศราวุธคือหมอประจำที่ให้ยาพาราแล้วปล่อยให้คุณกลับไปโดยไม่ได้ตรวจละเอียดตั้งหลายครั้ง
“ก็คนที่เธอทะเลาะด้วยนั่นแหละ หลานของตาคนนั้นตั้งทนายฟ้องแล้ว"
“งะงั้นหรอ คงไม่เกี่ยวหรอกมั้ง”พยาบาลขวัญหน้าซีดเล็กน้อยแต่ก็ต้องสะบัดหัวทิ้ง
‘ถ้าเกิดว่าการที่หมอมนัสโดนฆ่ามันเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยมันก็แปลกๆไปหน่อยเพราะหมอมนัสแทบจะไม่ได้ทำอะไรผิดเลยเพราะก็แค่มาช้าแล้วก็ไปตรวจคนอื่นก่อนถ้าถึงขนาดจะฆ่ากันทำไมเรายังรอดหละ แล้วยังหมอศราวุธสิรายนั้นหนักกว่าอีกเพราะไม่ยอมสั่งตรวจให้ละเอียดยังโดนแค่ฟ้องเลย’
พอคิดแบบนั้นเธอจึงสรุปว่าการที่หมอมนัสตายนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องตาของอิงค์ ส่วนเรื่องการโดนฟ้องไม่ได้เป็นอะไรใหม่สำหรับโรงพยาบาลอยู่แล้ว
“เหอะมาขอรักษาฟรีแท้ๆยังจะมาฟ้องกันอีก เมื่อไหร่ขยะแบบนี้จะหมดไปนะ”พอคิดว่าน่าจะไม่เกี่ยวกันพยาบาลขวัญก็หันไปแขวะให้เพื่อนฟังเพราะยังไงตัวเองก็ไม่โดนฟ้องอะไรอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่ยอมไปตามหมอมาให้วันนั้นถ้าจะโดนก็คงโดนไปแล้ว
“รักษาฟรีอะไร เขามาใช้สิทธิของรัฐ โรงพยาบาลก็ไปเบิกกับรัฐไม่ใช่หรือไง โรงพยาบาลไม่ได้ออกค่ารักษาให้เขาสักหน่อย”หมอพิเชษฐ์ที่มาช่วยแผนกฉุกเฉินชั่วคราวได้ยินที่พยาบาลสองคนคุยกันก็ทนไม่ไหวแทรกขึ้นมา
“ถึงจะ….”พยาบาลขวัญเตรียมจะเถียงแต่เพื่อนของเธอดึงเอาไว้ก่อน เพราะหมอพิเชษฐ์เป็นพวกอุดมการณ์สูงเถียงไปก็มีเรื่องเปล่าๆ พยาบาลอย่างพวกเธอไปมีเรื่องกับหมอไม่ใช่เรื่องดีหรอก
หมอพิเชษฐ์เห็นแบบนั้นก็แสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมา เขาเป็นคนที่มาจากตระกูลแพทย์โบราณ ต้นตระกูลนั้นเคยถูกยกย่องว่าเป็นหมอเทวดาแล้วครอบครัวเขาก็เป็นหมอมาตลอดหลายชั่วอายุคนตั้งแต่สมัยที่ยังต้องขึ้นเขาเก็บสมุนไพรรักษาคนไข้
ตัวหมอพิเชษฐ์เองก็สืบทอดวิชามาจากตระกูล แต่ในยุคสมัยใหม่จะเป็นหมอรักษาคนได้จริงๆต้องมีใบประกอบวิชาชีพเขาจึงต้องเรียนแผนปัจจุบันด้วย
หลังจากที่สังคมเข้าสู่ยุคใหม่บ้านเขาก็ทยอยเปลี่ยนวิธีการมาเข้าเรียนด้านแพทย์แผนปัจจุบันแทน ถึงแม้ว่าวิธีจะเปลี่ยนไปแต่เขาก็สืบทอดอุดมการณ์ของแพทย์มาไม่ขาดตกอะไรไป
แพทย์สมัยก่อนนั้นมีอุดมการณ์สูงมากต่อให้เป็นศัตรูเจ็บมาก็ช่วย ไม่มีเงินก็รักษาให้ ไม่เหมือนปัจจุบันที่ที่กำหนดจรรยาบรรณกันชัดเจนแต่กลับมีไว้แค่ท่องจำ ตัวแพทย์ส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงให้เห็นเกียรติของคนเป็นหมอเลย
ยิ่งโดนส่งมาอยู่โรงพยาบาลนี้เขายิ่งรู้สึกอึดอัด แต่เหตุผลที่เขาไม่ย้ายไปก็เพราะสงสารชาวบ้าน อย่างน้อยเขาก็ช่วยรักษาคนไข้ของเขาเท่าที่เขาพอจะทำได้ ถ้าเขาย้ายไปที่อื่นแล้วที่นี่มันจะเป็นยังไง ชาวบ้านที่เป็นคนไข้ของเขาไปรักษากับหมอคนอื่นมันจะแย่แค่ไหน
โรมแรมในตัวเมือง
“เหอะ ทำดีที่สุดแล้วพูดมาได้นะไอ้หมอชั่วเอ้ย"อิงค์ด่าออกมาระหว่างดูข่าวเนื่องจากหมอศราวุธที่ออสตั้งทนายฟ้องให้เธอบอกกับนักข่าวว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เลย
“เอาน่าทำตามระบบก็ต้องใช้เวลาแบบนี้แหละ”ออสหันไปปลอบ
หลังจากการสัมภาษณ์หมอศราวุธเสร็จรายการข่าวก็ตัดภาพจากภาคสนามไปที่ห้องส่ง ก่อนจะรายงานว่ามีข้อมูลจากผู้ไม่ประสงค์ออกนามส่งมาว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับผู้อำนวยการที่สั่งให้บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติกับคนไข้แบบ2มาตรฐานอีกด้วยทำให้อิงค์ต้องร้อง เอ๊ะ ออกมา
“ผิดแผนไปนิดหน่อยแฮะ”ออสที่ดูอยู่ข้างๆก็เอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นข่าว
ก๊อกๆ
ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นหลังจากออสตอบรับก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ขอโทษครับผมบอกไปแค่ว่าให้ออกข่าวโจมตีหมอศราวุธเรื่อยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าอย่าไปยุ่งกับคนอื่น พอดีมีคนส่งข้อมูลไปให้พวกเขาก็ออกข่าวเลยผมห้ามไม่ทันเพราะเป็นรายการสดแต่เดี๋ยวผมจะรีบแก้ไขครับ”ชายคนนี้คือนักข่าวที่เป็นคนอาสาคอยประสานงานกับนักข่าวคนอื่นๆของอิกดราซิลว่าจะต้องออกข่าวแบบไหนเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ไม่ต้องหรอกยังไงก็จบคล้ายๆกันแหละ จะเชือดไก่ เชือดหลายๆตัวเห็นผลว่านี่ใช่มั้ยอิงค์”ออสยิ้มแล้วหันไปถามสาวสวยข้างๆ
“ยังไงก็ได้ให้มันชดใช้ก็พอ ว่าแต่เนียนไปมั้ยฮะ"อิงค์ตอบก่อนจะใช้มือคีบมือของออสที่เอื้อมมาโอบเอวเธอหน้าตาเฉยออก
“แหม ช่วยเธอไปตั้งเยอะให้รางวัลกันหน่อยสิ”ออสหันไปพูดเล่นกับอิงค์
“คดีเก่ายังไม่เคลียร์เลยนะ”อิงค์พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ก็ชดใช้ให้อยู่นี่ไงโธ่”
“ไม่รู้ ไม่สนแล้ว”พอพูดจบก็ก็สะบัดหน้าลุกเดินหนีไป ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่เธอก็แอบหน้าแดงอยู่เหมือนกัน
พออิงค์เดินไปออสก็ยิ้มออกมาเพราะก็เห็นอยู่ว่าเธอไม่ได้โกรธจริงๆก็แค่โวยวายไปตามนิสัยแบบเดียวกับที่เคยเป็น
วันก่อนตอนช่วงที่วางแผนกันหลังจากที่อิงค์ตัดสินใจจะแก้แค้น อยู่ๆเธอก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าเธอไม่อยากแก้แค้นอย่างเดียวแต่อยากจะทำให้เรื่องนี้เป็นตัวอย่าง เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์คนอื่นๆไม่กล้าทำกับชาวบ้านแบบนี้อีก
เพราะงั้นเลยต้องมีคนที่โดนเล่นงานตามระบบด้วยเพราะว่าถ้าจะฆ่าพวกมันแบบหมอมนัสเขาต้องทำให้เรื่องมันเงียบ และต่อให้ฆ่ามันแล้วไม่ทำให้เรื่องเงียบแต่กระจายข่าวให้เรื่องมันใหญ่มันก็จะไม่น่ากลัวเท่าไหร่อยู่ดีเพราะพวกนี้กล้าทำเรื่องแย่ๆก็เพราะเห็นชาวบ้านที่ใช้สิทธิเป็นคนจนไม่มีทางทำอะไรพวกมันได้ หมอทั่วๆไปคงไม่ซวยมาเจอคนจนที่รู้จักผู้มีอำนาจบ่อยๆหรอก ต้องให้เห็นว่าพวกมันถ้ารักษาแย่ๆก็โดนกฏหมายเล่นได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเป็นหมอแล้วกฏหมายจะอะลุ่มอล่วยตลอด
และคนที่โดนเลือกก็คือหมอศราวุธเนื่องจากจะเล่นงานยัยพยาบาลก็ดูจะไม่ค่อยมีผลกระทบเท่าไหร่ ส่วนผู้อำนวยการจะเล่นงานตามกฏหมายก็ไม่ค่อยจะแรงเท่าไหร่เพราะก็แค่เรื่องของการบริหารที่ไร้จรรยาบรรณ อย่างมากก็โดนปรับส่วนโทษทางวินัยก็แค่พ้นจากตำแหน่งหรืออาจจะโดนปลดจากข้าราชการ
แต่ในเมื่อเรื่องมันมาแบบนี้ก็เอามันสองคนเลยก็ได้ ยังไงตอนท้ายทั้งสองคนก็ต้องตายอยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่ยุติธรรมกับหมอมนัสที่ล่วงหน้าไปก่อนเท่าไหร่จริงมั้ย