Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 5 ตอนที่ 124 แรงมากเกินไปหน่อย

            หมัดไท่เก๊ก เป็นการฝึกกำลังภายในสังเกตจากการเคลื่อนไหว อ่อนสยบแข็ง นิ่งสยบความเคลื่อนไหว


     

            ผู้ที่สามารถฝึกถึงขั้นสูงสุดยิ่งใหญ่เกรียงไกร ก้าวหนึ่งถึงสวรรค์ เหาะเหินเดินอากาศได้

            กระบวนท่าที่ซูฮ่าวแสดงก่อนหน้านี้เห็นได้ชัดว่าเป็นวิชาสี่ตำลึงปาดพันชั่งของหมัดไท่เก๊ก ซึ่งถือว่าเป็นกระบวนท่าตั้งรับ 

            สาเหตุที่เว่ยอวี่เหอมั่นใจขนาดนั้นก็เพราะว่า หลังจากที่เธอปล่อยหมัดไปกระทบร่างกายของซูฮ่าวเธอกลับรู้สึกเหมือนโจมตีไปยังมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ทั้งยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังใดๆ เลย

            ตอนแรกเธอคิดว่าคุณปู่โกหกเธอที่บอกว่าหลงอีถูกหมัดไท่เก๊กของซูฮ่าวโจมตีจนพ่ายแพ้ดูจากตอนนี้แล้ว เรื่องนี้อาจจะเป็นความจริง

            “อย่างที่คุณพูดนั่นแหละนี่คือหมัดไท่เก๊กของฉัน” ซูฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม “ถ้าคุณยังไม่ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าคุณจะแพ้ฉัน”

            “เป็นไปไม่ได้!” เว่ยอวี่เหอได้ยินดังนั้นก็โต้เถียงออกมาด้วยความโมโห “แค่รู้จักหมัดไท่เก๊ก อย่าทำเป็นภูมิใจนักเลยใครจะแพ้ใครจะชนะเรื่องนี้มันยังไม่แน่!”

            เมื่อเห็นดังนั้นซูฮ่าวก็ไม่พูดอะไรมาก เขายืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะโบกมือไปมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็มาสู้กันต่อเถอะ”

            พูดตามความจริงแล้วพลังของหมัดไท่เก๊กไม่ได้ทรงพลังเท่าเจ็ดหมัดผงาดฟ้าแม้ว่าจะยืมพลังเพิ่มความแข็งแกร่งได้และจะสามารถแสดงพลังนี้ได้ก็ต่อเมื่อพลังของเขานั้นแข็งแกร่งกว่าคู่ต่อสู้หากต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าพลังที่แท้จริงของหมัดไท่เก๊กก็ยังไม่เพียงพอ

            แน่นอนว่าเขาพูดถึงคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งสำหรับเว่ยอวี่เหอ นักรบโบราณที่ไม่เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้แค่หมัดไท่เก๊กก็เพียงพอแล้ว 

            “บ้าที่สุดนี่กล้าดูถูกฉันหรือ ยกโทษให้ไม่ได้!” เว่ยอวี่เหอมองเห็นสีหน้าขอไปทีของซูฮ่าวใบหน้างดงามก็มีน้ำค้างแข็งปรากฏขึ้นมา 

            “ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ” ซูฮ่าวหัวเราะ เขากวาดเท้าไปบนพื้นอย่างงดงาม

            แยกขากว้างเท่าหัวไหล่ งอเข่าลงเล็กน้อย มือทั้งสองข้างปล่อยอย่างเป็นธรรมชาติราวกับกำลังกอดต้นไม้ขนาดใหญ่สองคนโอบ

            “ระวัง!” เว่ยอวี่เหอเปลี่ยนจากความอับอายกลายเป็นความโกรธเธอกัดฟันก่อนแล้วพุ่งตัวไปด้านหน้า เงาร่างงดงามโค้งตัวเป็นเส้นโค้ง วูบไหวราวกับสายลม 

            เธอจะไม่ยั้งมืออีกแล้ว อีกทั้งจะใช้พลังทั้งหมดเพื่อมอบบทเรียนให้แก่ซูฮ่าว

            ในสายตาของเว่ยซานเต๋อ พลังการต่อสู้เต็มกำลังของเว่ยอวี่เหอนั้นมีความเร็วสูงมากชั่วพริบตาเดียวเธอก็ไปอยู่ด้านหลังของซูฮ่าวแล้ว

            พร้อมกับปล่อยหมัดหนึ่งออกไปการเคลื่อนไหวเรียบง่าย พลังราวกับสามารถถล่มภูเขา แขนกระแทกแผ่นฟ้าล้มเท้ากระทืบสะท้านเก้าดินแดน 

            ซูฮ่าวไม่รีบร้อน ท่าทางผ่อนคลายเหมือนเรือที่ลอยแล่นอยู่กลางทะเล พลิ้วไหวไปมาตามสายลม 

            ตอนที่เว่ยอวี่เหอใช้หมัดแปดสุดยอดโจมตีเขาดวงตาของเขาก็ยังสงบนิ่งเช่นเดิม สองมือประคองลูกบอลที่เขาวาดตอนนี้มันอยู่ในรูปโค้งและมีลักษณะเป็นเกลียวซึ่งการเปลี่ยนแปลงไปมานั้นลื่นไหลราวกับสายน้ำและเมฆา ทั้งยังนุ่มนวลและสม่ำเสมอ 

            “ตู้ม!”

            ตอนที่หมัดปะทะกับความอ่อนนุ่มที่ปกคลุมร่างกายของเขาก็เกิดแรงสะท้อนกลับทำให้เว่ยอวี่เหอกระเด็นออกไปหลายเมตร

            “บ้าที่สุดฉันไม่เชื่อหรอกว่าหมัดไท่เก๊กของคุณจะไม่มีจุดอ่อน!” พลังของหมัดนั้นไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้ทำให้เว่ยอวี่เหอต้องสบถหนึ่งเสียง

            เมื่อเห็นว่าเธอโคจรพลังทั้งร่างจนทำให้หมัดแข็งแกร่งขึ้น และพลังอื่นๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับแล้วล้อมรอบตัวซูฮ่าวเอาไว้

            ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปกะทันหันเงาหมัดจำนวนมากโจมตีซูฮ่าวในเวลาเดียวกัน

            ซูฮ่าวไม่รีบร้อนท่าทางของเขานั้นสงบนิ่งอย่างถึงที่สุด 

            ขาขวาเหยียดไปด้านหน้าร่างกายส่วนบนเอนไปด้านหลัง ชายเสื้อทั้งสองข้างปลิว งดงามราวกับกำลังเต้นรำ 

            พลังหมัดของเว่ยอวี่เหอโจมตีเข้ามาที่พลังหมัดที่มองไม่เห็นของซูฮ่าวเหมือนกับลูกโป่งที่อากาศค่อยๆ จางหายไปอย่างไร้เสียง

            เว่ยอวี่เหอตกใจมากเธอไม่เคยเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน 

            “ไม่ได้ ฉันต้องใช้พลังให้มากกว่านี้แล้วทำลายพลังหมัดไท่เก๊กซะ” เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆดวงตาเฉียบคม พลังที่สงบนิ่งก็เกิดการเคลื่อนไหว

            ทันใดนั้น ลมปราณอันทรงพลังก็ค่อยๆแผ่กระจายออกมา 

            ชั่ววินาทีนั้นร่างกายของเธอก็กลายเป็นลำแสงสีเขียวพร้อมกับพุ่งตรงมายังซูฮ่าวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า 

            พลังของหมัดแปดสุดยอดระเบิดออกมาอย่างรุนแรงพลังท่วมท้นราวกับอสนีบาต ทั้งยังทรงพลังจนทำให้ผู้คนตกใจ 

            ซูฮ่าวยังคงสงบนิ่งสีหน้าไม่มีคลื่นอารมณ์เลยแม้แต่น้อยเหมือนกับว่าไม่มีอะไรที่จะสามารถทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวได้ 

            จากนั้นก็เห็นว่ามือที่เขาวาดวงกลมเปลี่ยนเป็นสี่เหลี่ยมเท้าจากสี่เหลี่ยมกลายเป็นวงกลม ความแข็งแกร่งกระจายไปทั่วร่างไม่ว่าเว่ยอวี่เหอจะต่อยมาแรงแค่ไหน เขาก็ยังยืนอยู่ที่เดิมราวกับหุ่นยนต์ออพติมัสไพรม์ที่ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว 

            พลังแห่งแสงสว่างของหมัดจำนวนนับไม่ถ้วนตกลงบนร่างกายของซูฮ่าวแต่มันก็เหมือนกับก้อนหินที่จมลงไปในมหาสมุทร เว่ยอวี่เหอจึงเกิดความสงสัยขึ้น

            นี่เป็นเพราะซูฮ่าวแข็งแกร่ง?

            หรือว่าหมัดของเธออ่อนแอเกินไป?

            เธอแยกไม่ออกแล้ว

            “เสียสมาธิระหว่างการต่อสู้ไม่รู้หรือว่าทำแบบนี้มันจะทำให้แพ้เร็วขึ้นกว่าเดิม?” ซูฮ่าวส่ายหน้าเขาสะกิดปลายเท้าเล็กน้อย พร้อมขจัดพลังแห่งแสงสว่างในหมัดออกไป เมื่อเห็นโอกาสเขาก็พุ่งโจมตีเว่ยอวี่เหอทันที 

            ในสายตาของเว่ยซานเต๋อ เขาเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจต่อยให้ช้าลง ช้าเสียจนหากเป็นคนที่ขาพิการก็ยังมีเวลาหลบ

            แต่ในสายตาของเว่ยอวี่เหอแม้ว่าหมัดนี้จะช้า แต่พลังแห่งแสงสว่างที่อยู่ด้านบนนั้นกลับรวดเร็วเป็นอย่างมากหมัดของเขายังไม่ทันได้เข้าใกล้ร่างกายของเธอ แต่พลังแห่งแสงสว่างนั้นกระจายไปทั่วอากาศแล้ว 

            “แย่แล้ว!” เว่ยอวี่เหอหน้าเปลี่ยนสี แล้วรีบยกมือขึ้นมาต้านทานพลังแห่งแสงสว่างนี้

            เนื่องจากเธอไม่มีสมาธิอีกทั้งพลังกายยังมีไม่เพียงพอเห็นได้ชัดว่าเธอไม่สามารถต้านทานพลังแห่งแสงสว่างนี้ได้

            และคงไม่ต้องคาดเดาจุดจบร่างของเธอถูกพลังแห่งแสงสว่างโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปไกลสามเมตร เธอล้มลงบนต้นหญ้าหน้าฝังลงโคลน

            “แย่แล้วแม้ว่าฉันจะลดพลังการโจมตีลงไปแล้วแต่ลืมคิดไปว่าก่อนหน้านี้เธอได้สูญเสียพลังกับการต่อสู้ไปมาก ดังนั้นจึงหมดแรงและทำให้ต้องบาดเจ็บอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!” ซูฮ่าวหน้าเปลี่ยนสีแล้วรีบพุ่งตัวไปที่พงหญ้า ก่อนจะนั่งยองๆ ข้างเว่ยอวี่เหอ

            “คุณเว่ย ขอโทษจริงๆนะครับ เป็นฉันเองที่ควบคุมแรงไม่ดีเลยใช้แรงมากเกินไปหน่อย คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”

            เว่ยอวี่เหอไม่ได้ตอบอะไรใบหน้าของเธอยังฝังอยู่ในพงหญ้า ร่างกายสั่นสะท้านอย่างต่อเนื่อง 

            “หรือว่าสลบไปแล้ว?” มุมปากของซูฮ่าวกระตุก ก่อนยื่นมือหมายจะดึงเว่ยอวี่เหอออกมา

            “ไอ้สารเลวไสหัวออกไป อย่ามาจับตัวฉันนะ!” มือของเขาเพิ่งจะได้สัมผัสกับตัวเว่ยอวี่เหอแต่กลับถูกเธอสะบัดออก 

            เธอพยายามยันตัวขึ้นมาตอนนี้เธอผมเพ้ายุ่งเหยิง ท่าทางจนตรอก 

            “คุณเว่ยนี่แสดงให้เห็นว่ารากฐานของคุณไม่ดีจริงๆ จำเป็นต้องเพิ่มความมั่นคง ไม่อย่างนั้น…”

            “หุบปาก!” เว่ยอวี่เหอน้ำตาไหลออกมา ดวงตาแดงก่ำ เธอรู้สึกโมโหจนตัวสั่นระริก 

            ซูฮ่าวอ้าปากพะงาบ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดว่าอะไร ท่าทางเก้อกระดากมาก 

            ตอนนั้นเว่ยซานเต๋อก็เดินเข้ามาพร้อมกับพูดเสียงเรียบว่า “อวี่เหอ การต่อสู้ย่อมมีแพ้มีชนะ เรื่องนี้จะไปโทษสหายซูไม่ได้หากเขาไม่ได้ยั้งมือให้ ตอนนี้หลานคงไม่ได้แค่ล้มอย่างเดียวเท่านั้นแต่อาจจะแขนขาหัก จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย”

            “เขายั้งมือให้?” เว่ยอวี่เหอได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโมโหมากกว่าเดิม 

            “คุณปู่ ปู่ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ลงมือโหดเหี้ยมยิ่งกว่าอะไรเขาไม่รู้จักคำว่ารักหยกถนอมบุปผาเลย หากเขายั้งมือให้ หมูคงปืนต้นไม้ได้แล้ว”

            เว่ยซานเต๋อถอนหายใจออกมา แล้วเตือนว่า “อวี่เหอ อย่าเพิ่งด่วนสรุปสหายซูเป็นเซียนเทียนขั้นกลางแต่กลับต้องลดพลังตัวเองลงมาสู้กับโฮ่วเทียนขั้นสูงสุดอย่างหลานถ้าเขาไม่ได้ยั้งมือแล้วเขาทำอะไร?”

            “นอกจากนี้ สิ่งที่สหายซูถนัดมากที่สุดไม่ใช่หมัดไท่เก๊ก แต่เป็นเพลงมวยวิชาอื่นถ้าให้เขาเอาวิชาที่ตัวเองถนัดที่สุดออกมา แม้กระทั่งโอกาสลงมือหลานคงไม่มีด้วยซ้ำ”

            ทันทีที่สิ้นเสียง เว่ยอวี่เหอก็ชะงักไป

            เธอหันไปมองทางซูฮ่าวเป็นระยะเวลานาน ก่อนจะระงับโทสะแล้วพูดขึ้นว่า “วันนี้ฉันแพ้แล้ว และฉันจะทำตามข้อตกลง แต่ว่าคุณอย่าภูมิใจไปนักหลังจากนี้ฉันจะชนะคุณให้ได้”

            เมื่อพูดจบ เธอก็หยิบกระดาษโน้ตออกมา แล้วเขียนเบอร์โทรศัพท์ลงไปพร้อมส่งให้ซูฮ่าว

            “นี่คือเบอร์โทรศัพท์ของฉัน ฉันว่างแค่ตอนกลางวัน อย่าโทรหาฉันตอนกลางคืน” 

            ซูฮ่าวรับกระดาษแผ่นนั้นไปเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วไม่ได้พูดอะไรอีก

            เขาไม่ใช่คนน่าเบื่อแบบนั้น ดังนั้นเหตุผลที่เขาจะให้เว่ยอวี่เหอทำงานกับเขาเพราะอยากให้เธอช่วยโปรโมตร้านขายยา 

            “คุณปู่ พวกเรากลับกันเถอะค่ะ” เว่ยอวี่เหอหยิบทิชชูออกมาเช็ดหน้าตัวเองเธอรู้สึกอารมณ์เสียอย่างมาก 

            เธอแข็งแกร่งมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะด้านการต่อสู้แต่วันนี้เธอกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่ซูฮ่าว ดังนั้นเธอจึงรู้สึกแย่มาก

            เมื่อเห็นสีหน้าเฉยเมยของเว่ยอวี่เหอเว่ยซานเต๋อก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดีดังนั้นจึงพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร

            “สหายซูถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับก่อนนะ”

            “ครับเรื่องก่อนหน้านี้ต้องขอโทษจริงๆ ” ซูฮ่าวยิ้มออกมาอย่างอึดอัดเหมือนเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงพูดขึ้นมาอย่างลังเลว่า “ผู้เฒ่าเว่ยสุขภาพของคุณไม่ค่อยดีเท่าไร หากยังไม่รีบรักษาในตอนนี้ละก็ ไม่ถึงครึ่งเดือนอาจจะ…”

            “อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ!” เขายังพูดไม่ทันจบ เว่ยอวี่เหอกลับตะคอกขึ้นมาเสียงดัง 

            “คุณปู่อย่าไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อของคนคนนี้ ฉันจะหาคนที่แกะสลักหยกคนนั้นมาให้ได้พวกเราไม่ต้องสนใจเขา รีบกลับไปพักผ่อนกันเถอะค่ะ”

            เธอรู้ว่าซูฮ่าวกำลังพูดถึงมะเร็งในกระเพาะอาหารของคุณปู่แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ เธอไม่ได้ยินข่าวร้ายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณปู่หากเป็นเช่นนั้นจะทำให้เธอมีความหวังมากขึ้นว่าคุณปู่จะมีชีวิตยืนยาว

            “แล้วเจอกันใหม่นะสหายซู!” เว่ยซานเต๋อไม่อาจละเลยความเป็นกังวลของหลานสาวตัวเองได้ดังนั้นเขาจึงส่งยิ้มให้กับซูฮ่าวเป็นการขอโทษ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปพร้อมกับเว่ยอวี่เหอ

            ซูฮ่าวมองตามแผ่นหลังของทั้งสองคนไปอย่างจนปัญญา

            ด้วยฝีมือทางการแพทย์ของเขาในปัจจุบันนี้ สามารถมองเห็นสภาพร่างกายของเว่ยซานเต๋อได้ ที่กระเพาะอาหารของเขานั้นมีแผลขนาดใหญ่อยู่และมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะเป็นมะเร็ง 

            ความจริงแล้วที่เขาพูดออกไปเพราะเขาอยากจะใช้เข็มเทพเหลยหั่วรักษาให้แก่เว่ยซานเต๋อ

            ด้วยประสิทธิภาพอันน่าทึ่งของเข็มเทพเหลยหั่วแม้ไม่รู้ว่าจะสามารถรักษามะเร็งได้หายขาดหรือไม่แต่สามารถยืดอายุของเว่ยซานเต๋อไปได้อีกห้าสิบปีแน่นอน

            แต่ว่าในเมื่อเว่ยอวี่เหอไม่อยากรับน้ำใจเขาก็คร้านที่จะซักถาม

            ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือเป็นเรื่องของน้ำใจจะไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร 

            เว่ยอวี่เหอเกลียดเขามากเขาเองก็ไม่จำเป็นต้องใช้หน้าอุ่นแปะก้นเย็น1

            “ทำไมคุณหนูใหญ่คนนี้ถึงมีนิสัยเสียแบบนี้นะก่อนหน้านี้ที่ฉันเจอกับมู่หรงฉินก็เป็นแบบนี้ ปวดหัวมาก” ซูฮ่าวหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น 

            จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาดูแล้วพบว่าไป๋เหวินหลิงส่งข้อความมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ 

            [ซูฮ่าวอาหารเช้าอุ่นอยู่ในไมโครเวฟนะ หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้วก็อย่าลืมกินล่ะฉันไปทำงานก่อน]

            ซูฮ่าวอ่านข้อความแล้วยิ้มในใจหลังจากตอบกลับข้อความของเธอแล้ว เขาก็เดินกลับไปที่คฤหาสน์ 

            ………………..

    1ใช้หน้าอุ่นแปะก้นเย็น (热脸贴冷屁股) สำนวนจีนหมายถึง แสดงความรู้สึกอันอบอุ่นกับความเย็นชาของอีกฝ่าย หรือถูกดูแคลนต่อเจตนาที่ดี

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247