เมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนถูกสังหารไปทีละคน หัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าก็โมโหขึ้นทันที "พวกเจ้าหลบไป ข้าจัดการเอง !" เขาตะโกนสั่งลูกน้องของตนพร้อมพุ่งเข้าต่อสู้กับเย่ซวน "กระบี่พิษสังหาร" เขาตะโกนชื่อวิชากระบี่ของตนเองออกมา ที่มันได้ชื่อว่ากระบี่พิษเนื่องจากตัวกระบี่ถูกเคลือบด้วยพิษร้ายแรงหลายชนิด ขอแค่ฟาดฟันโดนศัตรูเพียงนิดเดียว มันก็สามารถทำให้คนที่โดนถูกพิษเล่นงาน
เย่ซวนสัมผัสได้ถึงความอันตรายของพิษที่เคลือกกระบี่อยู่ เขาไม่ลังเลที่จะใช้ออกด้วยวิชาเหยียบจันทราขั้นสูงสุด หลังจากนั้นเย่ซวนก็หายไปจากสายตาของพวกนักฆ่าทันที
พวกเขาหันมองซ้ายขวา ด้วยความตกตะลึง "เจ้านั้นหายไปไหนกัน !" นี้คือคำถามที่เกิดขึ้นกับเหล่านักฆ่า ก่อนที่พวกเขาจะทันรู้ตัว เพื่อนที่อยู่ข้างๆ ก็ถูกเย่ซวนใช้กระบี่ฟันร่างขาดเป็นสองท่อนไปแล้ว
"พวกเจ้าระวังตัวกันไว้ให้ดี ท่าเท้าของเจ้านี่พิสดารเกินไป !" หัวหน้าของเหล่านักฆ่าตะโกน พร้อมกับสั่งให้ลูกน้องของตนตั้งค่ายกลกระบี่ป้องกัน นักฆ่าเหล่านี้ส่วนมากจะแอบซุ่มโจมตีเสียมากกว่า น้อยครั้งที่พวกเขาจะปะทะซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ทำให้ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ลดลง โดยเฉพาะการร่วมมือกันเป็นกลุ่ม
หัวหน้าของกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ตรงกลางค่ายกลกระบี่ พร้อมกับหยิบบางอย่างขึ้นมา ก่อนที่จะโยนขึ้นไปในอากาศ เมื่อเห็นแบบนั้นเหล่านักฆ่าที่เหลืออยู่ก็หยิบหน้ากากขึ้นมาสวมใส่ มันมีลักษณะคล้ายกับควันสีขาว กระจายออกไปทั่วปกป้องค่ายกลกระบี่ของกลุ่มนักฆ่าเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่ามันคือพิษชนิดหนึ่ง ถ้าใครที่สูดดมพิษชนิดนี้เข้าไปจะทำให้พลักปราณในร่างกายค่อยๆ ลดลง
'ดูเหมือนพวกนี้จะไม่ได้ไร้สมองไปเสียหมด' เย่ซวนคิดคณะที่เขายังใช้เหยียบจันทราไปเรื่อยๆ
ที่เย่ซวนชื่นชมพวกนักฆ่าก็เพราะว่า พิษชนิดนี้มันทำให้การเคลื่อนไหวของเย่ซวนถูกคาดเดาได้ ถึงแม้จะมองไม่เห็นตัว แต่ก็สามารถกำหนดทิศทางที่เย่ซวนเคลื่อนไหวได้ ถือว่าได้ประโยชน์สองต่อ
"พวกเจ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของพิษให้ดีๆ" หัวหน้านักฆ่าตะโกนสั่ง พร้อมกับมองการเคลื่อนไหวของพิษ แต่ก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเข้าข้างเย่ซวนมากกว่า เพราะอยู่ดีๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มขึ้น ลมพายุที่ไม่รู้มาจากไหน พัดควันพิษลอยหายไปจนหมด
เสียงฟ้าร้องดังก้องไปทั่วป่า "ครืน !!!" ก่อนที่จะเกิดเสียงฟ้าผ่าตามมา "เปรี้ยง !!!" ทำให้คนที่ได้ยินอดที่จะยกมืออุดหูไม่ได้ พวกเขาต่างมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความสยสัย ท้องฟ้าที่สว่างอยู่ตลอดเวลาเมื่อกี้ แต่เพียงชั่วพริบตามันก็มืดครึ้มลงจนดูน่ากลัว บวกกับเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ทำให้นักฆ่าแต่ละคนอดที่จะขนลุกไม่ได้
"ท่านแม่ข้ากลัว" เสียงสั่นของเฉินฮ่าวหมินดังขึ้น เขาที่กอดมารดาเอาไว้อยู่ตลอด เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง เขาเลยเงยหน้าขึ้นดู ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ลมที่พัดกลิ่นเลือดเข้ากระทบกับจมูก ทำให้เฉินฮ่าวหมินตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม
"เจ้าไม่ต้องกลัว" นางลูบหัวของบุตรชายด้วยความสงสาร แต่ภายในใจนางเองก็หวาดกลัวไม่ต่างกัน
"เหมือนว่าโชคจะเข้าข้างข้า" เสียงของเย่ซวนดังขึ้น เป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะตอนเวลาเย่ซวนพูด เสียงฟ้าร้อง กลับเงียบสงบลง ดูเหมือนว่ามันไม่อยากจะเสียงดังแข่งกับเย่ซวนอย่างไรอย่างนั้น
พวกนักฆ่าหันกลับมามองเย่ซวนที่ตอนนี้ยืนตระหง่านท่ามกลางซากศพ ของพวกพ้องของตนเอง ในความคิดของพวกเขาตอนนี้ เย่ซวนไม่ต่างอะไรกับมารร้ายคนหนึ่งเลย
"พวกเจ้าพร้อมที่จะตายรึยัง ?" เย่ซวนเอียงคอถาม น้ำเสียงของเขาตอนนี้ฟังดูน่าขนลุกอย่างมาก
"เจ้าอย่าปากดีไปหน่อยเลย !" หัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าตะโกน ก่อนที่เขาจะหันไปสั่งลูกน้องที่มีความไวมากที่สุด "พวกเจ้ารีบไปตามพี่ใหญ่มา" เมื่อได้รับคำสั่งนักฆ่าคนหนึ่งก็แยกตัวออกไปจากค่ายกลทันที
"เจ้าให้เจ้านั้นไปตามคนมาช่วยหรือ ? แต่ก็เอาเถอะ มามากเท่าไหร่ก็ฆ่าเท่านั้น" เย่ซวนพูดอย่างอารมณ์ดี
"เจ้ารอพี่ใหญ่ข้ามาก่อนเถอะ ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้ายังจะกล้าปากดีแบบนี้อยู่มั้ย" หัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าแสยะยิ้ม เมื่อเห็นความมั่นใจของเย่ซวน
"ฮ่าๆ" เย่ซวนหัวเราะออกมา "แต่ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นเจ้าจะอยู่ดีรึเปล่านะ" พูดจบเย่ซวนก็พุ่งเข้าใส่ค่ายกลกระบี่ของพวกนักฆ่าทันที การฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวของเย่ซวนยังดำเนินต่อไป นักฆ่าค่อยๆ ทยอยตายไปทีละคน จนตอนนี้พวกเขาเหลืออยู่เพียง 10 คนเท่านั้น หลังจากควันพิษหายไป เย่ซวนก็ไม่ได้ใช้เหยียบจันทรา ขั้นสูงสุดอีกต่อไป
"ลูกพี่พวกเราต้านไม่ไหวแล้ว" นักฆ่าคนหนึ่งตะโกนบอกกับหัวหน้าของตน หลังจากที่เขาพูดจบก็ถูกเย่ซวนใช้กระบี่แทงเข้าที่หน้าอกทะลุไปถึงด้านหลัง เย่ซวนไม่ได้ชักกระบี่ออก เขากลับทำตรงกันข้ามคือการออกแรงฟันกระบี่จากหน้าอกลงไปยังเอวของนักฆ่าคนนั้น เขาให้นักฆ่าคนนั้นรู้สึกทรมาน ก่อนที่จะขาดใจตาย
"เจ้ามันไม่ใช่คน !" หัวหน้านักฆ่าตะโกนออกมาด้วยความโมโห เมื่อเห็นวิธีการสังหารของเย่ซวน
"ข้าว่าพวกเจ้าก็ไม่ต่างจากข้านักหรอก" เย่ซวนค่อยๆ ก้าวไปยังนักฆ่าที่เหลือ
"พวกเจ้าตามข้าไปจัดการมัน เข้าจู่โจมพร้อมกันทุกทิศทาง !" หัวหน้านักฆ่าตะโกนสั่งลูกน้องของตน พร้อมกับพุ่งเข้าต่อสู้กับเย่ซวนด้วยความบ้าคลั่งอีกครั้ง การต่อสู้กับหัวหน้านักฆ่าเย่ซวน นั้นระวังกระบี่ของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก เพราะเขารู้ว่าพิษที่เคลือบอยู่ที่ตัวกระบี่ คงไม่ใช่พิษธรรมดา
ภายในใจของหัวหน้านักฆ่าเขาขอแค่ฟันถูกเย่ซวนเพียงนิดเดียวนั่นถือว่าเป็นชัยชนะของเขาแล้ว เพราะเขามั่นใจในพิษที่เคลือบอยู่บนกระบี่ของตนอย่างมาก การต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด บาดแผลส่วนมากของเย่ซวนนั้นเกิดจากการที่เขาพยายามหลบเลี่ยงกระบี่ของผู้เป็นหัวหน้านักฆ่า ทำให้ไม่ทันระวังตัวจากคมกระบี่ของลูกน้อง แต่ยังโชคดีที่บาดแผลส่วนมากไม่ได้ร้ายแรงอะไร
"ดูท่าเจ้าจะไม่ไหวแล้ว" เย่ซวนพูดขึ้นหลังจากที่เหล่านักฆ่าตายจนหมด เหลือเพียงแต่หัวหน้าของพวกเขาเท่านั้น
"อั๊ก.." หัวหน้านักฆ่ากระอักเลือดออกมา พร้อมกับมองไปทางเย่ซวนอย่างโกรธแค้น สภาพของเขาตอนนี้เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยของคมกระบี่ เย่ซวนจงใจไม่ฟันกระบี่ให้ลึกหรือตื้นเกินไป เพราะต้องการที่จะให้เขาเจ็บปวดกับบาดแผลที่สุด
"พี่ใหญ่ต้องล้างแค้นให้ข้าแน่นอน" พูดจบเขาก็ยกกระบี่ปาดคอตนเองทันที ขืนต่อสู้กับเย่ซวนต่อไปเขาต้องถูกทรมานก่อนตายแน่นอน
เย่ซวนส่ายหัวกับความใจเสาะของเขา ก่อนที่จะค่อยๆ หันร่ายกายกลับไปทางพวกตระกูลเฉิน เขาเดินไปด้านหน้าอย่างช้าๆ แต่มันกลับทำให้ เย่ลี่อี๋ เฉินอวี้ฉี และ เฉินฮ่าวหมิน อดที่จะรู้สึกกดดันไม่ได้ ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ พวกเขายิ่งหวาดกว่า
"บาดแผลเจ้ายังไหวหรือไม่ ?" เย่ซวนถามเฉินอวี้ฉี
"เอ่อ..ไหว" เฉินอวี้ฉีตกตะลึงกับคำถามของเย่ซวนอย่างมาก นางไม่คิดเลยว่าสิ่งแรกที่เขาพูดจะเกี่ยวกับสภาพการบาดเจ็บของนาง ทำให้นางอดที่จะรู้สึกประทับใจไม่ได้
"แล้วพวกเรายังต้องไปวัดเสวียนคงซื่อ" เย่ซวน หันไปถาม เย่ลี่อี๋ ที่ตอนนี้มองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แต่เย่ซวนก็ไม่ได้สนใจ
"ตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้ว ถ้าเดินทางกลับ ข้ากลัวว่าจะเจอเข้ากับกลุ่มนักฆ่านั้นอีก พวกเราไปพักที่วัดเสวียนคงซื่อกันเถอะ" นางพูดก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่ตอนนี้ดวงอาทิตย์ถูกแทนที่ด้วยดวงจันทร์แล้ว
"ผ่านไปนานขนาดนี้แล้วหรือ ?" เย่ซวนเงยหน้าขึ้นมองฟ้า เขาไม่รู้เลยว่าเขาใช้เวลาต่อสู้ไปนานขนาดนี้ "ตกลงงั้นพวกเราเดินทางกันต่อเถอะ" เย่ซวนพูดพร้อมกับช่วยเฉินอวี้ฉีเดินขึ้นรถม้า
ส่วนเฉินฮ่าวหมินนั้นตอนนี้เขาอยู่ภายใต้อ้อมกอดผู้เป็นมารดาอยู่ตลอดเวลา มีเพียงแอบเหลือบมองเย่ซวนเป็นบางครั้งเท่านั้น ตอนนี้เขาไม่กล้าทำตัวสนิทสนมกับเย่ซวนเหมือนแต่ก่อนแล้ว
...
"เจ้ารีบนำทางไป !" เสียงของพี่ใหญ่ ที่เหล่านักฆ่าเรียกดังขึ้น เมื่อเขาได้ยินว่าพี่น้องของตนตกอยู่ในอันตรายเขาก็เดินทางทันที ระหว่างทางเขาได้ฟังรายละเอียดต่างๆ จากนักฆ่าที่มาส่งข่าวแล้ว ทำให้เขาเกิดข้อสงสัยมากมาย จากข้อมูลก่อนที่เขาจะรับทำงานนี้ เขาได้ข่าวว่าประมุขตระกูลเฉินได้ระดมยอดฝีมือของตระกูลไปยังนาเกลือและนาข้าวของตนแล้วไม่ใช่หรือ ? แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้มีเจ้าคนขับรถม้าคนนี้โผล่ขึ้นมากัน
"เจ้าคนขับรถม้านั่นมันมาจากไหนกัน !" เขาพูดออกมาด้วยความโมโห แต่ก็ยังไม่วายที่เขาจะเลือกใช้รถม้าแทนที่จะขี่ม้า เพราะเขาคิดว่าน้องชายร่วมสาบานของตนยังพอรับมือไหว แต่ตอนนี้เขาคงไม่คิดไม่ฝันว่าน้องชายร่วมสาบานของตนนั้นจะตายไปแล้ว
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ