หลังจากที่มี่หนิงหยางนั่งมองชิงเถาชื่นชมสิ่งที่เขานำมาให้อยู่ครู่ใหญ่ชิงเถาจึงได้รู้ตัวว่าเสียมารยาทดีใจเกินพอไปเสียแล้ว
“เอ่อขออภัยท่านด้วย พอดีข้าดีใจไปหน่อย แต่อย่างไรข้าก็ต้องมีสิ่งที่ต้องตอบแทนท่านด้วยเช่นกันไม่ทราบว่าคุณชายต้องการสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะถ้าไม่มากจนเกินไปข้าสามารถหามาให้ได้” เมื่อนางรับน้ำใจเข้าแล้วก็ควรที่จะมีสิ่งแลกเปลี่ยนเขากลับไปบ้างจำนวนเท่าที่เขาหามาให้นางนั้นต้องใช้ความพยายามพอสมควรขนาดนางยังคงมองหาไม่ค่อยจะเห็นเลย เขาต้องใช้คนหาหลายคนเป็นแน่
“ไม่เป็นไรหรอกตอนนี้ข้าไม่ได้มีอะไรที่ต้องการ” มี่หนิงหยางปฏิเสธ
“นั่นสินะระดับท่านประมุขพรรคแล้วนั้น คงไม่มีอะไรขาดเหลือเป็นแน่” ชิงเถาพยักอย่างเข้าใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นเอาเป็นว่าถ้ามีสินค้าตัวใหม่ของร้านเจ้าออกมาขาย อย่าลืมมาขายให้ข้าด้วยก็แล้วกัน”มี่หนิงหยางที่เห็นท่าทางนางจึงรีบบอกออกมา
“อ่อได้เลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวท่านได้ใช้บัตรกำนัลจนคุ้มแน่” ชิงเถายิ้มรับเมื่อนึกถึงของกำนัลที่นางมอบให้เขาตอนวันงานเลี้ยงฉลองเปิดตัวประมุขพรรคเหนือเมฆา
“เอ่อใช่ เป็นเช่นนั้น” เมื่อเขานึกไปถึงสิ่งที่ได้รับมาจึงได้เออออกับนางไปอย่างขืนข่มที่นางทำคือการบังคับซื้อของชัดๆ แต่ไม่เป็นไรหรอกก็สินค้าของร้านนางมีแต่สิ่งที่หายากทั้งนั้น
“ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะข้าจะเสนอขายให้ท่านก่อนคนแรกเลย” ชิงเถาเอ่ยอย่างยิ้มแย้มมี่หนิงหยางถือได้ว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ของร้านค้ากิจการของครอบครัวนางเลยก็ว่าได้ถ้าเทียบๆกับโลกก่อนก็คงต้องเป็นลูกค้าระดับไดม่อนแล้วเป็นแน่
“อืมขอบใจ” เขาเพียงตอบรับสั้นๆ
“อาข้านึกออกแล้ว ท่านรอก่อนนะเจ้าคะ ข้ามีอะไรอีกอย่างจะให้ด้วย ตอบแทนน้ำใจที่ท่านเสียเวลานำของสิ่งนี้มาให้”ชิงเถารีบบอกและวิ่งออกไปจากห้องรับรองทันที ปล่อยให้เขานั่งรอนางอย่างงงๆและเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ นางกระตือรือร้นจะให้อะไรแก่เขากันแน่นะ
ชิงเถาหายไปครู่หนึ่งก่อนที่จะมาพร้อมกลับปิ่นโตไม้ที่มีชามอาหารอยู่ด้านในวันนี้นางทำอาหารจากสัตว์ทะเลที่ได้มาให้คนที่บ้านกินมันยังเหลืออยู่มากให้พวกนางได้กินอีกเป็นมื้อถัดไปนางจึงได้นำมาให้เขานำกลับไปกินด้วยสำหรับคนทำร้านอาหารอย่างนาง อะไรจะเป็นการแสดงออกซึ่งน้ำใจไปกว่าให้อาหารกันหละ
“นี่คือ”เสียงถามนางออกมาอย่างหมดความตื่นเต้นเหมือนตอนลับหลังนาง เขาก็คิดไปไกลที่ไหนได้นางก็ไปเตรียมกับข้าวให้นี่เอง
“ต้มยำทะเลเจ้าค่ะรสชาติเข้มข้นจนหยุดกินไม่ได้เชียวหละ ไม่มีขายที่ไหนแน่นอนเจ้าค่ะมีแค่ที่จวนข้าที่เดียว” ชิงเถาอวดอ้างสรรพคุณด้วยหน้าตายิ้มภูมิใจ
“เอ่อขอบใจมาก ข้าจะกินให้หมดเลย” เขายิ้มรับพร้อมยื่นมือไปรับของต่อจากนาง
“ดีเจ้าค่ะต้องอุ่นด้วยนะเจ้าคะ” ชิงเถายังไม่หยุดอวยอาหารของนาง ต้มยำทะเลของนางได้รับการันตรีจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารหลายคนเชียวนะ(ก็คนในครอบครัวนั่นแหละ)
“ได้เช่นนั้นข้าต้องขอตัวกลับก่อน” มี่หนิงหยางเอ่ยลา
“เจ้าค่ะข้าจะออกไปส่งท่านเอง” ชิงเถายิ้มรับและเดินตามออกไปส่งเขาถึงหน้าจวนที่มีถ้ารถม้าจอดรอเขาอยู่
วันต่อมาในท้องพระโรงมีการประชุมหารือหาข้อยุติจนได้ความว่าจะส่งองค์ชายเป็นผู้นำไปสานสัมพันธไมตรีกับแคว้นเยว่อู่พร้อมด้วยขุนนางและผู้ติดตามอีกนับร้อยชีวิตที่ต้องติดตามอารักขาความปลอดภัยซึ่งคนที่ต้องรับหน้าที่นี้ก็คือองค์ชายเจ็ดฉวนไป๋เล่อบุตรของพระสนมเอกอันเต๋อเฟยนั่นเองถึงแม้ว่างานนี้จะเป็นงานใหญ่และจะได้มาซึ่งชื่อเสียงแต่ฮองเฮานางก็ไม่ยอมให้บุตรของนางเดินทางไปเด็ดขาดหน้าที่จึงตกลงมาเป็นขององค์ชายเจ็ดแทนหากนับตามลำดับของมารดาที่เป็นใหญ่ในวังหลังและเมื่อเป็นองค์ชายเจ็ดต้องรับหน้าที่นี้ทำให้มี่หนิงหยางที่ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักก็ต้องเป็นอันคิดใหม่เนื่องด้วยเขาห่วงความปลอดภัยของฉวนไป๋เล่อไม่น้อย อายุของฉวนไป๋เล่อก็ยังเป็นเพียงเด็กอายุสิบสองสิบสามแต่ต้องรับงานเป็นราชทูต นั่นจึงทำให้เขาต้องหาทางช่วยให้น้องชายผู้นี้ไม่ได้รับอันตรายใดๆให้ได้
การจะเดินทางเพื่อไปสร้างสัมพันธไมตรีนั้นจะไปแต่ตัวเปล่าๆก็คงไม่ได้นั่นชิงเถาทำให้ชิงเถาได้รับรายการสั่งสินค้ารอบใหญ่มาเช่นกันทางวันหลวงได้สั่งถุงเพิ่มพื้นที่กับนางนับครึ่งร้อยซึ่งเป็นยอดสั่งที่มากที่สุดที่นางได้รับ ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครสั่งเยอะขนาดนี้แต่เป็นเพราะจำกัดการสั่งที่ละรอบแค่สิบถึงสิบห้าใบเท่านั้นแต่ครั้งนี้นางคงปฏิเสธอะไรไม่ได้เพราะนั่นมันเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของแคว้นเลยทีเดียว
“จะคิดมากทำไมลูกยังไงของเราก็ยังมีอยู่ ไม่ได้ทำไม่ทันแต่อย่างใด”นางลี่จูที่เห็นท่าทางบุตรสาวคิดหนักจึงต้องเอ่ยให้นางผ่อนคลายเสียหน่อย
“ก็ใช่เจ้าค่ะแต่ก่อนเราต้องจำกัดการขายเพื่อไม่ให้สินค้าเราล้นตลาดจนราคาตกจนเกินไปแต่พอท่านแม่พูดอย่างนี้แล้วข้าก็นึกได้ว่าอย่างไรการสั่งซื้อครั้งนี้ก็เพื่อนำไปมอบห็แก่แคว้นใกล้เคียงอย่างนี้มันเป็นการโฆษณาสินค้าของเราชัดๆ เช่นนั้นแล้วข้ารีบไปคัดเลือกลวดลายสวยๆก่อนนะเจ้าคะ”ชิงเถาที่เคร่งเครียดเมื่อครู่ไม่มีอีกแล้วนางกลับมาร่าเริงและวิ่งโล่ไปหาพี่สาวที่กำลังนั่งทำบัญชีและควบคุมการเย็บปักผ้าอยู่ที่ร้านทันทีนางลี่จูมองได้แล้วได้แต่ส่ายหน้ากับบุตรสาวที่นางช่างปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วจนเกินไป
ชิงเถารีบเดินจากร้านอาหารมาหาลี่ถิงที่ร้านค้าเพื่อให้นางช่วยคัดเลือกถุงเพิ่มพื้นที่ที่จะส่งให้กับราชสำนักไม่ใช่ว่าสินค้านางไม่ดี แต่เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของร้านนาง นางจึงอยากจะคัดเลือกอีกรอบหนึ่งอยู่ดี
“พี่ใหญ่หยุดมือก่อนเจ้าค่ะมาช่วยข้าเลือกก่อนว่าจะเอาอันไหนส่งให้แก่ทางราชสำนักบ้าง”ชิงเถาที่รีบมาเพื่อถามความคิดเห็นจากที่สาวนางก็เร่งเร้าอีกฝ่ายทันทีเมื่อมาถึงนางคิดว่ารสนิยมของพี่สาวดีไม่น้อยจึงได้ขอความคิดเห็นนาง
“ที่จริงเจ้าเลือกก็ได้นะ ไม่เห็นต้องถามพี่เลย” ลี่ถิงเอ่ยกับน้องสาวถึงจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ลี่ถิงก็ลุกออกจากโต๊ะทำบัญชีของนางเพื่อมานั่งกับน้องสาวเพื่อช่วยนางที่กำลังนั่งรอที่โต๊ะน้ำชาอยู่ดี
“ข้าว่าท่านมีความรู้เรื่องศิลปะมากกว่าอีกอย่างสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียวเจ้าค่ะ” ชิงเถาเอ่ยยิ้มๆนางเริ่มเอาถุงเพิ่มพื้นที่ที่อยู่กับนางออกมากองๆ ไว้บนโต๊ะเพื่อคัดเลือกเนื่องด้วยชิงเถาเป็นคนสร้างมันขึ้นนางจึงมีหน้าที่เก็บมันไว้ซึ่งมีอยู่เกือบสามร้อยใบเลยทีเดียว
“เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเถอะ”ลี่ถิงเอ่ยและเริ่มช่วยน้องสาวคัดเลือกทันทีเนื่องด้วยมีคนงานที่มาปักถุงผ้าหลายคนดังนั้นแล้วฝีมือของแต่ละคนจึงไม่ได้ดีเท่ากันทุกคนและความหมายของแต่ละลายปักก็แตกต่างกัน ดังนั้นแล้วจึงให้เวลาเลือกกันอยู่พักใหญ่จนสุดท้ายจึงได้จำนวนเท่าที่คนซื้อร้องบอกมาคือห้าสิบใบซึ่งชิงเถาไม่มีการแถมหรือว่าลดราคาใดๆทั้งสิ้นเพราะนางถือว่าสินค้าของนางมีค่าไม่ควรไปลดคุณค่ามันแต่อย่างใด
“นอกจากถุงผ้าแล้วสินค้าอื่นๆ น้องรองเตรียมพร้อมแล้วหรือ”ไม่ได้มีเพียงแค่ถุงเพิ่มพื้นที่ที่ทางราชสำนักสั่งร้านเจี้ยนเฉิงมา แต่ยังมีพวกผลึกสีใช้ตกแต่ง น้ำดับกลิ่นกาย น้ำหอม ตู้เก็บสมบัติ สุราผลไม้หรือแม้แต่รถม้าของทางร้านเขายังสั่งมาด้วยเพียงแต่สินค้าอย่างสุดท้ายชิงเถานางให้ได้แค่สองคันเท่านั้นแต่นั่นคนสั่งก็พอใจมากแล้ว ร้านค้าเจี้ยนเฉิงถือว่าขายสินค้าได้มากทีเดียวจากการหาของมีค่าเพื่อนำไปเป็นของกำนัลแก่แคว้นเยว่อู่เพราะนอกเหนือจากร้านนางแล้วก็คงจะเป็นพวกแพรพรรณซะส่วนใหญ่ทำเช่นไรได้ร้านนางไม่มีขายนี่นาถ้ามีแล้วล่ะก็คงไม่ต้องไปหาซื้อร้านอื่นกันแล้วหล่ะ
“ถ้าให้เยว่สือจัดการให้แล้วเจ้าค่ะและคาดว่าก็คงเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน” ชิงเถาตอบพี่สาวดีที่สินค้าเหล่านั้นมีจำหน่ายอยู่ไม่ขาดจึงไม่ได้จำกัดการขายแต่อย่างใดพวกเขาร้องอยากได้เท่าไหร่ ถ้าไม่เกินจำนวนที่มีอยู่ในคลังพวกนางก็ยินดีจะขายให้ได้อยู่แล้ว
“เช่นนั้นก็ดีแล้วแล้วเจ้าจะส่งมอบสินค้าวันไหน” ลี่ถิงเอ่ยถาม เรื่องนี้น้องสาวนางเป็นผู้รับผิดชอบนางจึงไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยมากนัก
“คงพรุ่งนี้แหละเจ้าค่ะวันนี้ข้าก็มารอแจ้งกำหนดรับของกับขุนนางผู้รับผิดชอบด้วยเขาจะมาหาข้าที่ร้านนี่แหละ” ชิงเถาตอบตอนแรกนางทำเป็นอิดออดไม่บอกแก่อีกฝ่ายแน่ชัดว่าจะหาของทั้งหมดได้วันไหนให้เขามาเอาคำตอบวันนี้ จะได้ดูเหมือนสินค้าของนางหายากเพิ่มขึ้นอีกหน่อยแต่จะให้นางเล่นตัวมากไปก็ไม่ได้เดี๋ยวได้เป็นการขัดขวางการออกเดินทางของคณะทูตพอดีเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนอยู่ไม่น้อยด้วยนี่