โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 165 พิสูจน์ได้แต่ไร้ค่า

    หลังจากซ้อมกระสอบทรายจนพังไปหลายสิบลูก ขจรก็ขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วประมาณ 120 กม/ชม กลับมีมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์ ขับตามมาด้วยความเร็วสูง ขจรสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง เลยรีบขับเข้าเลนซ้ายสุด แล้วชักมีดออกมาเตรียมจัดการ แต่ว่าบิ๊กไบค์ที่มากันสองคนกลับไม่สนใจ ขับฉีกไปเลนขวาสุด เลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอห่างไปเกือบกิโล ก็พบว่า มันชักปืนกลสั้น ยิงเข้าใส่คนในรถตู้โฟลค์สวาแกนสีดำคันหนึ่ง

    เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วมันก็โยนระเบิดแม่เหล็กเข้าใส่รถคันนั้น

    บึ้ม !!!

    รถตู้แวนถึงกับ พลิกคว่ำประตูข้างรถฉีก ออกเป็นชิ้นๆ ขจรรีบขับรถเข้าไปดู คนเจ็บ พบว่า คนขับรถร่างถูกฉีกเป็นชิ้น ตายคาที่ อีกคนเป็นชายวัยกลางคน ถูกยิงพรุนไปทั่วทั้งร่าง หายใจรวยริน ขจรฉีกประตูรถออกมา แล้ว ลากชายที่ยังรอดตาออกมาจากรถ แล้ว ดูดกระสุนที่มีมากกว่า ยี่สิบนัดทั่วร่างออกมา แล้ว เริ่มรักษาอาการบาดเจ็บภายใน ที่ลูกกระสุนเจาะเข้าไปทำลายปอด ม้าม กระเพาะ เส้นเลือด จนแทบไม่มีชิ้นดี แต่ พอใช้ พลังของกล้วยไม้วิญญาณรักษา อวัยวะภายในก็หายเป็นปลิดทิ้ง แต่พอจะรักษาอาการภายนอก คนก็เข้ามามุงดูกันมากมาย

    ขจรเลยไม่รักษาบาดแผลกระสุนปืน ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นข่าวดังไปมากกว่านี้ จนหน่วยกู้ภัยเข้ามา

    “ ตอนนี้คนเจ็บปลอดภัยแล้ว บาดแผลถูกยิง 26 นัด ผมเอากระสุนออกมาหมดแล้ว เลือดหยุดไหล กระสุนไม่โดนอวัยวะสำคัญ เหลือแค่ทำความสะอาดบาดแผลเท่านั้น”  ขจรนำกระสุนทั้งหมดเอามาให้กู้ภัยดู เห็นสายตาของกู้ภัยมองขจรเหมือนเห็นตัวประหลาด คนบาดเจ็บก็มองหน้าขจร พยายามจะเอ่ยขอบคุณ แต่ขจรก็เดินจากไปแล้ว

    พอลับตาคนขจรก็พุ่งกายขึ้นไปบนฟ้ากลายเป็นนกเหยี่ยว ตามหาคนร้ายสองคนที่ขี่มอเตอร์ไซด์หนีไป ไม่นานก็พบว่า ทั้งสองยังขับรถ ออกไปทาง ถนนบางนาตราดออกนอกเมือง

    ขจรบินไปขวางหน้า ทั้งคู่เอาไว้ แล้วกลายมาเป็นขจร มายืนขวางกลางถนนบางนาตราด

    คนขับมอเตอร์ไซด์ ตกใจเล็กน้อย แล้วคนนั่งซ้อนก็คว้าปืนออกมา แล้วชี้ไปที่ขจร

    แต่ว่าขจรก็ไม่หนี นักฆ่าเลย สาดกระสุนปืนกลสั้นเข้าใส่ กระสุนพุ่งออกไป แต่ว่าค้างเติ่งหยุดนิ่งต่อหน้าขจร พวกมันก็ไม่สนใจ ขับรถมอเตอร์ไซด์พุ่งชนทันที

    ขจรไม่หลบแต่ง้างหมัดต่อยเข้าใส่รถมอเตอร์ไซด์   

    โครม !!  

    พลังหมัดทลายมิติ แม้ไม่ได้พลังขั้นมหาเซียน แต่แค่พลังเซียนจักรพรรดิ ก็ทำเอา มอเตอร์ไซด์ ถึงกับ แหลกรานเป็นชิ้นๆ นักฆ่าทั้งสอง กระโดดตีลังกาม้วนตัวข้าม ขจรไป แล้วไปยืนด้านหล้ง แล้วทั้งสองคนยังสาดกระสุนเข้าใส่ขจรอย่างไม่หยุดยั้ง แต่คราวนี้ขจรกลับ เคลื่อนตัวหลบกระสุน แล้วใช้มีดเสือบิน ปล่อยออกไปทั้งสองเล่ม เสียบเข้าไปที่กลางอกของทั้งสองคน  จนหงายท้องลงไปนอนกับพื้น พวกมันกัดฟันลุกขึ้นมา แล้ว กดปุ่มที่นาฬิกาข้อมือของพวกมันทั้งสองคน เสียงดัง คลิ๊ก !!  แล้วมันทั้งสองคนก็กระโดดเข้าใส่ขจร แต่ถูกขจรใช้พลังหมัดต่อยด้วยพลังปราณออกไป ทำให้พวกมันไม่อาจเข้าใกล้ ถูดอัดซัดกระเด็นออกไปทั้งสองคน  แล้วร่างของนักฆ่าทั้งสองคน ก็ระเบิดกระจุยด้วยระเบิดฆ่าตัวตายพร้อมๆ กัน

    “ พวกนักฆ่าจากเรือนมังกรซ่อนรึ?” ขจรสังเกตหลังหูของทั้งสอง กลับมีรอยสักรูปมังกรซ่อนเอาไว้ ไม่รู้ว่า ลุงคนนั้นเป็นใครกันนะ

    ขจรไม่สนใจอะไรแล้ว เพราะตอนนี้ รถราติดกันแน่นไปหมด จึงหายตัวไปในเงามืด แล้วกลับมาเอารถ กลับบ้านไป

    พอถึงบ้าน ทุกคนรอกินข้าวอย่างพร้อมหน้า 

    “ กลับมามืดค่ำแบบนี้ตลอดเลยหรือลูก”

    “ ไม่หรอกครับ พอดีวันนี้มีอุบัติเหตุ เลยรถติดกลับมาช้าไปหน่อย”

    “ เอาไว้ แม่จะถ่ายพลังให้กับถิงถิง พวกเราจะได้ย้ายไปอยู่ที่โลกเซียน ที่นั่นบรรยากาศดีกว่า โลกมนุษย์เยอะเลย”

    “ อ้าว ไปกันหมด จะทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวหรือไงกัน” ท่านชายภาสกรเอ่ยยิ้มๆ

    “ ไม่ต้องห่วง พวกเราต้องกลับมาเยี่ยมพี่ชายใหญ่แน่ๆ หากถิงถิงอยู่ที่โลกเซียนจะสามารถฝึกฝนพลังยุทธ์ได้ดีกว่าที่นี่ ต่อไปก็จะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ต้องกลัวใครบนโลกมนุษย์นี้”

    “ ท่านปู่ ขอถิงถิงไปนะ ถิงถิงอยากไปโลกเซียน แล้วถิงถิงจะซื้อขนมมาฝากท่านปู่”

    ขจรตามใจแม่อยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้เขาคงไปจากโลกมนุษย์ไม่ได้ มีเรื่องมากมายยังต้องสะสางอีกหลายเรื่อง หลังมื้ออาหารแล้ว ขจรก็เอ่ยถามแม่ว่า

    “ แม่ครับ เราจะตามหา พวกสำนักภูตโลกันต์ได้ที่ไหนครับ”

    “ แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าพวกมันมีสัญลักษณ์ที่ข้อมือเป็นรูปดวงไฟสีดำ หากว่าเจอนักฆ่าภูตโลกันต์สักคน บางทีก็อาจรู้ว่า สำนักของพวกมันตั้งอยู่ที่ไหน”

    ตอนเช้า ขจรฟังข่าวจากทีวี ก็พบว่า คนที่เขาช่วยไปเมื่อวาน คือ ท่านสิทธิชัย เป็นหัวหน้าคณะผู้พิพากษาคดีของผู้พันหลิวอี้ ที่ถูกตั้งข้อหาจัดหาอาวุธสงคราม ให้กับคนร้ายเพื่อสังหารท่านเจ้าสัวหลี่ และยังมีคดีเป็นหุ้นส่วนเจ้าของคลับบลูเฮ้าส์ ที่พบยาเสพติด บลูไอซ์มากมายซุกซ่อนอยู่ แต่วันนี้เป็นวันพิพากษาคดีชั้นฏีกา คดีค้าและครอบครองยาเสพติดที่ บลูเฮ้าส์คลับ ทำให้ไม่สามารถพิพากษาคดีได้ และผู้พิพากษาท่านอื่น เลยต้องยอมให้ ผู้พันหลิวอี้ประกันตัวไปชั่วคราว

    “ ถูกปล่อยตัวไปอย่างนี้ เขาคงไม่อยู่เมืองไทยต่อแน่ๆ คงไปซุกใต้ปีกของนายพลจางเฟยหัวหน้าของเขา”

    “ เขาจะออกไปได้อย่างไร ศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศ ไม่ใช่หรือครับ”

    “ อย่าลืม ท่านรองทรงยศตอนนี้ประจำอยู่เขต  6 หากคิดจะออกไปทางด่านชายแดนจังหวัดตาก ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น”

    “  พ่อกิ๊ฟ เกี่ยวอะไรด้วยครับ”

    “  เธอคงจำไม่ได้ เจ้าสัวหลิว ตอนนั้นขายทรัพย์สมบัติแล้วย้ายถิ่นฐานไปที่สวิสกิจการที่มีทั้งหมด ก็ยกให้คนของตระกูลจางดูแล  แล้วคอนเนคชั่นกับฝ่ายผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็มาจากตระกูลหลิวล้วนๆ ดังนั้น รองทรงยศหากได้รับสนับสนุนจากคนตระกูลหลิวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”

    “ ผมไม่อยากเชื่อว่า ท่านจะเป็นหุ่นเชิด ทำงานให้พวกคนชั่วพวกนี้”

    “ บางทีท่านอาจไม่ต้องทำอะไร แค่เพิกเฉยก็เพียงพอแล้ว”

    ขจรขับรถไปเรียนด้วยความหวั่นใจ หากว่าในอนาคตเขาต้องเกิดความขัดแย้งกับ ท่านรองทรงยศ ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ทันใดนั้นก็มีเสียงมือถือดังขึ้น

    “ ผู้กองนพพร มีอะไรหรือเปล่าครับ”

    “ มี เมื่อวาน ผมได้รับรายงานจาก ฝ่ายชันสูตร พวกเขาบอกว่า คุณเป็นคนบอกพวกเขา ว่านายสุรชาติ ตายด้วยการจี้สะกัดจุด อะไรนั่น ผมเลยอยากให้แวะมาหาผมที่ โรงพักหน่อยได้ไหม”

    “ คงไม่ได้ ผมต้องเข้าเรียนวิชาของอาจารย์พิมพ์ ขืนผมแวบออกไปอีก เธอคงฉีกอกผมตายแน่”

    “ เห็นฉันเป็นยักษ์เป็นมารหรือไง รีบมาที่โรงพักเดี๋ยวนี้เลย”

    เสียงของอาจารย์พิมพ์ ดังมาตามสายของผู้กองนพพร ทำให้ขจรไม่กล้าปฏิเสธ

    “ อ้าว เช้านี้ไม่มาสอนก็ไม่เห็นบอกเราเลย ไปทำอะไรกันที่โรงพัก” ขจรได้แต่บ่นแล้วก็เลี้ยวรถไปโรงพักทันที

    พอไปถึง ก็ถูกเรียกเข้าห้องประชุม เลย มีตำรวจนั่งประชุมกัน อยู่เกือบ ยี่สิบคน

    มีอาจารย์พิมพ์ และ ผู้กองนพพร และผู้กำกับคนใหม่ ชื่อว่า ผู้กำกับครรชิต

    ขจรถูกแนะนำก็ทำความเคารพไปตามธรรมเนียม  แล้วก็ถูกผู้กองนพพรให้มานั่งข้างๆ กัน แล้วฟัง อาจารย์พิมพ์บรรยายภาพวิดีโอที่อยู่บนเรือในขณะที่เกิดเหตุ

    “ ที่ผ่านมา ขบวนการวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ได้ตอบโจทย์สาเหตุการตาย ครบ 100% แต่วันนี้การทำร้ายคนโดยวิธีการจี้สะกัดจุด อาจทำให้รู้และสามารถตอบโจทย์ที่เราสงสัยได้ สำหรับฆาตกรรายนี้เขาเป็นคนขับเรือที่เห็นนายสุรชาติเดินเข้ามา แล้ว แกล้งขับเรือไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว ทำให้ นายสุรชาติเซถลาเข้าหาตัวฆาตกร แล้วหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเขาจะใช้นิ้วจิ้มไปที่ หน้าอกด้านซ้าย ของนายสุรชาติ สองจุด เพื่อดันเอาไว้ไม่ให้ล้ม  ซึ่งดูเผินๆ แล้วอาจไม่มีอะไร นายสุรชาติเองก็มีอาการเมาอยู่ก็เดินโซเซ เหมือนเดิม แต่หากดูรายละเอียดดีๆ จะเห็นว่า การเดินของเขานั้น ขาดความสมดุลผิดปกติไปในทันที 

    นั่นเท่ากับว่า เขาถูกกดไปที่จุดเส้นเลือดที่ไหลเข้าไปในหัวใจ ทำให้หัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง จากนั้นเขาก็ไปลวนลาม เด็กสาวเลยถูกฟาดด้วยขวดไวน์จนเลือดออก จากนั้น คนขับก็มองดูเวลาที่หน้าปัดของเรือ คิดว่าได้เวลาแล้ว เลยทำการกระชากเรือ ด้วยความเร็วกระทันหัน ทำให้นายสุรชาติตกลงไปในแม่น้ำ ซึ่งจังหวะที่เขาจี้สะกัดจุดที่หน้าอกนายสุรชาติ ครบเวลาห้านาที พอดี นายสุรชาติเลยไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ค่อยๆ จมหายไปในแม่น้ำ และไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย จากการผ่าพิสูจน์ศพ พบว่าในหลอดลมของเขาไม่มีเศษดินหรือ โคลนทรายใต้น้ำ เพราะเขาตายก่อนหน้านั้นไปแล้ว”

    ตำรวจที่ทำคดีนี้ ต่างก็ได้แต่อึ้ง ไม่คิดว่าบนโลกนี้จะมีใครสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้

    “ แล้วหากเราส่งสำนวนให้อัยการแบบนี้ ท่านไล่กลับมาเขียนสำนวนใหม่แน่่ การจี้สะกัดจุดแล้วทำให้คนตายไปใน 5 นาที เรื่องนี้ผมว่า ผอ.สถาบันนิติเวชยังไม่กล้ายืนยันเลยนะครับ”

    ผู้กำกับครรชิตไม่เชื่อเรื่องนี้อย่างแน่นอน

    “ คนที่จะตอบได้ เขามาแล้ว เชิญ คุณขจรช่วยยืนยันด้วยค่ะ”

    ขจรถึงกับสะดุ้ง จู่ๆ จะมาให้ยืนยันเรื่องพวกนี้ ใครเขาจะเชื่อ ขืนทดลองให้ดูจริง แล้วเกิดตายขึ้นมา ได้ยุ่งกันไปใหญ่

    แต่ขจรก็ต้องก้าวไปข้างหน้าห้องเพื่ออธิบาย ให้กระจ่างเรื่องนี้

    “ ก่อนอื่น ไม่ทราบว่า ตรวจสอบประวัติคนขับเรือ คนนี้แล้วหรือยังครับ”

    “ คนขับเรือหายไปตั้งแต่วันเกิดเหตุ พวกเราไม่เจอตัวอีกเลย และอีกอย่างหลักฐานใบสมัครขับเรือ ก็เป็นหลักฐานปลอมแทบทั้งสิ้น”

    ผู้กองนพพรเอ่ยตอบแทนทุก  ๆ คน

    “ ช่วยอธิบายเรื่อง  การจี้สะกัดจุด แล้วทำให้คนตายภายใน 5 นาทีด้วย อย่าเพิ่งพูดนอกประเด็น” อาจารย์พิมพ์เอ่ยเตือนขจรเบาๆ

    “ ผมอยากรู้ว่า ใครในที่นี่ไม่เชื่อว่า มีการจี้สะกัดจุดแล้ว ทำให้ตายได้ภายในห้านาทีบ้างครับ”

    10 คน ครึ่งห้องยกมือไม่เชื่อ ยกเว้น อาจารย์พิมพ์ กับ ผู้กองนพพร และผู้กำกับต่างนิ่งเงียบไม่ออกความเห็นอะไรออกมา

    “ ดีครับ ผมเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่ผมจะสาธิตให้ดู ขอให้คนที่ไม่เชื่อ ออกมายืนด้านหน้าเลยครับ”

    คราวนี้ทั้งสิบคน ถึงกับหน้าตาเลิกลั่ก มองหน้ากันไม่กล้าออกมาสักคน แต่มีคนหนึ่ง พูดออกมาว่า 

    “ คุณหมอ อย่าเล่นแบบนี้หากเกิดผีจับยัดขึ้นมา พวกผมตายไปคุณหมอจะติดคุกนะครับ”

    “ ไม่ต้องกังวลไป เลือดที่ไหลเข้าหัวใจมีสองเส้นซ้ายขวา ผมแค่จะทำให้พวกมันทั้งสองเส้นไหลเวียนช้าลง แต่ไม่เป็นอันตรายแน่นอน”

    แต่แล้วก็มีคนหนึ่งอาสาออกไป คนนั้นคือ จ่าแบล็คที่มั่นใจในตัวขจรมากที่สุด

    “ ขอบคุณนะจ่า”

    ขจรเดินเข้ามา แล้วกดจุดไปที่เหนือลิ้นปีจ่าแบล็ค ทันที

    จ่าแบล็ค ถึงกับ หยุดนิ่งชักงักค้าง

    “ นี่คือ จี้จุด เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ผ่านเส้นปราณที่ควบคุมร่างกาย ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ชั่วคราว ใครไม่เชื่อลองมาทดสอบดูได้”

    มีคนไม่เชื่ออยู่สามคน เข้าไปลองขยับตัวจ่าแบล็ค แล้วยกตัวไปมา จ่าแบล็คก็ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ขจรเลยจี้สะกัดจุด ตำรวจอีกสามคน ที่ขึ้นมา ทั้งหมดก็แข็งค้างไปเหมือนๆ กัน แล้วก็คลายจุดให้กับจ่าแบล็ค เป็นคนแรก

    “ นี่คือ การจี้สะกัดจุดเป็น แต่ว่า ถ้าหากสะกัดจุดตาย ก็จะเป็นแบบนี้”

    ขจรจี้สะกัดจุด ตำรวจทั้งสามคน ทำให้ทุกคนถึงกับสะดุ้งเฮือก แล้ว กดหน้าอกของตนเอง ด้วยความเจ็บปวด ทุกคนต่างตื่นตะลึงไม่คิดว่า สามคนจะเกิดอาการเจ็บปวด ถึงกับต้องคุกเข่าลงไปกับพื้น

    “ ช่วยพวกเขาเร็ว” อาจารย์พิมพ์เอ่ยอย่างร้อนรน

    ขจรยิ้มอย่างสบายๆ แล้วก็คลายจุดให้กับ ทั้งสามคน ทำให้พวกเขาหายใจได้ตามปกติ ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ อีกเลย

    คราวนี้ทุกคนล้วนเชื่อถือ ขจรยิ่งขึ้น

    “ศาสตร์การจี้สะกัดจุดนี้ ไม่ใช่แค่เพียง รักษาคน แต่ ก็ใช้ฆ่าคนได้ มันมีการใช้กว่าพันปีแล้ว ดังนั้นผมแนะนำว่า อย่าประมาทหากเจอคนร้ายพวกนี้ ต้องระวังตัวให้มาก ผมคิดว่า  เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ฆาตกร ผมแนะนำให้ปล่อยตัวไปครับ”

    ขจรเดินออกมากลับ อาจารย์พิมพ์เรื่องตามหาฆาตกรนั้นเป็นหน้าที่ตำรวจไม่ใช่เรื่องของพวกเขาแล้ว แต่แล้ว ผู้กองนพพรก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

    “ มีอะไรพี่”  อาจารย์พิมพ์เอ่ยด้วยความสงสัย

    “ ผู้กำกับบอกว่าแม้จะเป็นความจริง แต่ว่าจะใช้ยืนยันในศาลไม่ได้ แต่หลักฐาน ชี้ชัดว่า เด็กสาวเป็นคนตีหัว นายสุรชาติ แล้วตกน้ำไป ผู้กำกับเลยให้ทำสำนวนไปตามหลักฐานส่งให้อัยการสั่งฟ้องเด็กผู้หญิงว่า ฆ่าคนตาย โดยไม่เจตนา พี่ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องทำไปตามหลักฐานที่มี”

    “ เมื่อกี้ก็อธิบาย และก็พิสูตน์ให้เห็นแล้ว ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง  แล้วมาทำแบบนี้กันผู้บริสุทธิ์ได้อย่างไร ทำไมไม่ไปสอบสวนคนใกล้ชิด นายสุรชาติว่าขัดแย้งกับใคร เขาตายไปใครได้ประโยชน์ กลับมาโยนความผิดให้เด็กสาว ทำอย่างนี้มันง่ายไปหรือเปล่าพี่”

    “ ผู้กำกับสั่งมาแบบนี้ จะให้พี่ทำอย่างไรได้เล่า” ผู้กองนพพรเอ่ยเสียงเครียด

    “ พิมพ์จะช่วยประกันตัวน้องเขาออกมาเอง”

    “ พิมพ์อย่าเอาความรู้สึกมาปะปนกับงานแบบนี้ หากมีผู้ต้องหาแบบนี้ สิบคน พิมพ์จะช่วยทั้งหมดได้อย่างไร”

    “ พี่น้องเขา ขาพิการแบบนั้น ใจคอพี่จะยัดเยียดข้อหาฆ่าคนตายให้กับน้องเขาอีกหรือพี่ ต่อให้มีเคสแบบนี้เป็นร้อย พิมพ์ก็จะช่วย”

    ขจรอึ้งไปกับสิ่งที่อาจารย์พิมพ์พูด ไม่คิดว่าเธอจะกล้าหาญแบบนี้ จนผู้กองนพพรพาเธอไปช่วยประกันตัว ผู้ต้องหา พอขจรเห็นสภาพที่แท้จริง ก็ถึงกับอึ้งไป ที่แท้เธอก็ขาลีบ พิการจริงๆด้วย เพราะตอนมองในภาพวีดีโอ กลับมองเห็นเฉพาะช่วงบนของร่างกายเท่านั้น  ตอนนี้นั่งอยู่ในลูกกรง น้ำตาไหล น่าเวทนายิ่งนัก

    “ คุณหมอคิดจะทำอะไร นี่มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณนะ” ผู้กำกับเห็นอาจารย์พิมพ์ใช้ตำแหน่งข้าราชการ มาประกันตัวให้ ก็ไม่ค่อยพอใจ

    “ ทุกคนล้วนมีสิทธิ์ได้รับความยุติธรรมเท่าๆ กัน ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่พวกเราอธิบายและแสดงให้ดู ก็ล้วนแล้วแต่พิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง ทำไมยังแจ้งข้อหากับคนบริสุทธิ์อย่างนี้”

    “ ตำรวจทำตามหลักฐานที่เห็น แต่วิธีที่หมออธิบายมันไม่อาจใช้เป็นหลักฐานในคดีได้ ไม่เชื่อคุณก็ไปถามอัยการ ดูก็ได้”

    “ ไปกันเถอะ ฉันไม่อยากรับฟังเรื่องนี้อีกแล้ว ฉันจะจัดหาทนายให้เธอเอง”

    ผู้กำกับครรชิตดูไม่พอใจมาก ที่อาจารย์พิมพ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ พอกลับเข้าห้อง ก็โทรศัพท์ไปหา ใครบางคน

    “ เรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้ มีหมอกับนักศึกษาแพทย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแถมยังทำเรื่องประกันตัวผู้ต้องหาไปแล้ว”

    “ ประกันตัวไปแล้วก็ดี ผู้กำกับจะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวด้วย ผมจะให้คนไปจัดการกับมันเอง ผู้กำกับก็จะได้ปิดคดีนี้ได้เร็วๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายลึกลับหัวเราะผ่านมือถือผู้กำกับครรชิตก็ยิ้มออกมาเช่นกัน........

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199