ตอนที่หนึ่งร้อยแปด Lament of Configuration
“ข้าเคยเจอเรื่องราวของไอเท็มอาร์ติแฟ็คของจ้าวปีศาจแห่งนรก เราสามารถขอพรได้กับอาร์ติแฟ็คนั้น แต่หากขอความรู้เจ้าจะศีรษจะะระเบิด ขอพลังเจ้าจะกลายเป็นหนึ่งในปีศาจ ขอให้คนที่เจ้ารักคืนชีพเขาจะกลับมาในสภาพที่ทรมานที่สุด“
คัลถอนหายใจก่อนจะกล่าวต่อ
“แต่จะมีหน้าของตัวต่อของอาร์ติแฟ็คนั้นคือความหมายของชีวิตLife is Lament ชีวิตคือความสำนึกเสียใจ ต่อให้เจ้ารอดมาจากเล่ห์กลของปีศาจได้เจ้าก็ต้องอยู่กับความสำนึกเสียใจที่ไม่สามารถทำได้ดีกว่านั้นหรือเลือกหนทางที่ดีกว่าเดิมหากมองในแง่นี้แล้ว ชีวิตนั้นก็เป็นการลงโทษและการทรมานอย่างหนึ่งไม่ใช่หนทางของคนที่จะมีชีวิตรอดต่อไปได้ แต่เราต้องแบกรับบาปที่ผ่านมาของเรา”
คัลส่ายศีรษะราวกับสิงห์โตสะบัดหัว
“แม้แต่ข้าเองก็เคยทำเรื่องชั่วมามากมายทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอดในช่วงเวลาความยากลำบาก ขโมย ปล้น ลักพาตัวทุกอย่างข้าทำมาหมด และมีความสำนึกเสียใจอยู่ในการชีวิตของข้าแต่ข้าได้แต่สู้ต่อไปเท่านั้นเพรานั่นคือสิ่งที่ครอมเทพเจ้าให้ข้ามา พลังที่จะทำให้เราเอาชีวิตรอดและพลังที่จะสังหารนั่นคือหนทางของการไถ่บาปของข้าเช่นกันในการมีชีวิตรอดต่อไป ข้ายังไม่พร้อมไปพบกับครอมพวกเขาเองก็เช่นกัน”
คัลชี้ไปที่คนทรยศ
“การลงโทษของพวกเขาในชีวิตนี้ยังไม่จบสิ้นมันพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”
เสียงของคัลนั้นเรียบง่ายราวกับเหล็กไม่มีความอ่อนโยนแค่กล่าวความจริงธรรมดาของโลก
แต่ก็ทำให้คนที่ทรยศนั้นถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นกับพื้น
เพราะคัลดันพูดเรื่องธรรมดที่ทุกคนคิดว่าเป็นความจริงอย่างเรื่องโลกหลังความตายและเทพเจ้าอย่างจริงจังในครั้งนี้ที่ทำให้พวกเขาคิดเรื่องชีวิตอย่างจริงจัง
“ลุกขึ้นมาและจับเอาวุธขึ้นสู้เพื่อไถ่บาปเถอะเทพเจ้าของพวกเจ้าใจดีกว่าครอมเยอะ”
คัลถ่มน้ำลายไปด้านข้างเมื่อพูดชื่อครอมเพื่อป้องกันการที่ครอมจะมาสนใจเรื่องราวในที่นี้
“คนแคระมีระบบ The Slayer คนแคระที่ทำเรื่องไถ่บาปในการที่จะออกเดินทางไปฆ่าศัตรูจนกว่าตนเองต้องตายไประหว่างการฆ่าศัตรู”
“เฮอะ “
นายช่างคนแคระคนหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะ
“เจ้าหนุ่มอย่าปากพล่อยเพราะสเลเยอร์นั้น-“
“ต่อให้ตายก็ไม่ได้ทำให้บาปหายไป”
“ต่อให้ตายก็ไม่ได้ทำให้บาปหายไป”
คัลกล่าวพร้อมกับนายช่างคนแคระทำให้ทั้งคนแคระและคนอื่นในท้องพระโรงตื่นตระหนกกับความรอบรู้ของคัล
ที่เรียกว่าหากไม่นับการแต่งชุดนุ่งน้อยห่มน้อยหรือการถ่มถุยในท้องพระโรงนี่
ทุกคนคงเข้าใจว่าคัลเป็นนักปราชญ์ Sage หรือบัณทิต Scholar ไปแล้วที่รู้เรื่องราวกว้างขวางแบบนี้