ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 146 สังหารราชันย์เซียน

    “เป็นยังไงบ้าง ท่านผู้อาวุโสพวกท่านพอใจที่จะอยู่ที่นี่หรือไม่”

                ผู้อาวุโสมังกรทั้งสี่มองไปยังด้านหน้าของตนพร้อมกับอ้าปากค้าง พลังฟ้าดินที่หนาแน่น พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล

                “เจ้าเจ้าดูนั่น”หวางหลงเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้มือไปยังต้นไม้ใหญ่ยักษ์ที่มีอยู่หลายต้น

                “นั่นนั่นมันต้นพฤกษาโลกา พวกเจ้าดูรอบ ๆ นั่น นั่นมันสมุนไพรข้าไม่เคยเห็นแปลงสมุนไพรกว้างใหญ่ไพศาลมากขนาดนี้มาก่อน”

                “ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้าเด็กน้อย เจ้าไม่เคยเห็นก็ไม่แปลกอันใดสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ส่วนตัว หากเจ้าหนูนั่นไม่อนุญาตใครก็เข้ามาในนี้ไม่ได้เด็ดขาด พวกเจ้าเลือกที่อยู่อาศัยกันตามสบาย”เสียงของผู้อาวุโสอู่หวังฉีดังขึ้นขณะที่เดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับเทียนหลงและภรรยา  เมื่อพวกเขาทั้งสี่เห็นผู้อาวุโสอู่หวังฉีและทั้งคู่เดินเข้ามา

                “คารวะผู้อาวุโสท่านคงเป็นผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้”

                “ใช่แล้วหละข้าเป็นผู้ดูแลที่นี่ ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่เช่นพวกเจ้า”  

           “พวกท่านมาอยู่กับพวกเราที่นี่ คงไม่มีปัญหาอะไร พวกเราสามารถฝึกฝนได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะมารบกวนพวกเราอีกต่อไป”เสียงของ หลงหลี่เซ่อมารดาของเสี่ยวหลงเอ่ยขึ้นมา

                “พวกท่านคุยกันไปก่อนนะข้าจะกลับสำนักก่อน”

                “เจ้าจะกลับไปแล้วอย่างนั้นหรือ?”

                “ขอรับท่านผู้อาวุโสข้าทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้วข้าคงต้องรีบกลับไปรายงานยังสำนักก่อน”

                เทียนหลงหันไปคุยกับทั้งสี่คนครู่หนึ่งเขากลับมาพร้อมกับขวดหยกใบเล็ก สองขวด

                “เจ้ามีซากมังกรก็จริงอยู่แต่พวกเขาต้องถามหาเลือดมังกรอย่างแน่นอน ในนี้มีเลือดมังกรบริสุทธิ์ของพวกเราอยู่สองร้อยหยด หากเจ้านำไปให้สำนักเพียงแค่สิบหยดก็เพียงพอแล้วส่วนที่เหลือเจ้าใช้หลอมรวมกับเลือดของเจ้าแทนตอนนี้ในตัวของเจ้าก็มีสายเลือดมังกรของพวกเราอยู่เกือบครึ่งแล้วหากเจ้าหลอมรวมเลือดที่เหลือทั้งหมดสายเลือดของเจ้าก็จะเปลี่ยนเป็นสายเลือดมังกรบริสุทธิ์เช่นเดียวกับพวกเราได้

                “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส” เฟิ่งหยูรับขวดหยกทั้งสองใบและเก็บไว้ทันทีเขารู้ถึงความสำคัญของสายเลือดมังกรบริสุทธิ์ว่ามันสำคัญมากขนาดไหน หากเขาสามารถเปลี่ยนสายเลือดของเขาให้กลายเป็นสายเลือดมังกรบริสุทธิ์ได้เช่นนั้นพลังความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

                “พวกท่านเลือกสถานที่ฝีกฝนของพวกท่านได้ตามสบายข้าน้อยต้องขอตัวต้องออกไปข้างนอกก่อน”

                “เสี่ยวหลงเจ้าอยู่กับพ่อแม่ของพวกเจ้าก่อน เจ้าพึ่งจะได้อยู่กันพร้อมหน้า ตอนนี้อย่าพึ่งออกไปด้านนอกเลยแล้วข้าจะพาพวกเจ้าไปเที่ยวอีกครั้งทีหลัง”

                “ขอรับท่านพี่ข้าเองก็อยากอยู่กับท่านพ่อ ท่านแม่ของข้าเช่นเดียวกัน”

                “พวกท่านต้องการจะอยู่ร่วมกับเราหรือไม่หากพวกท่านไม่ต้องการก็สามารถไปเลือกสถานที่ฝึกฝนกันเองได้”เทียนหลงเอ่ยชวนทั้งสี่

                “พวกเราขอหาสถานที่ฝึกฝนเองดีกว่าพวกเจ้าเองก็อยู่ไม่ไกล พวกเราอยู่ที่นี่ปลอดภัย คงไปมาหาสู่กันได้สะดวกยิ่งขึ้นแล้วพวกข้าจะหมั่นไปเยี่ยมพวกเจ้าเอง”

                “แล้วแต่พวกท่านข้าเองก็อยู่กับลูกของข้าใกล้ ๆ นี่เอง หากพวกเจ้าว่าง ก็มาหาพวกเราได้”

                พวกเขาพูดคุยสักพันทั้งสี่จึงพากันจากไปหาสถานที่พักของพวกเขาเอง  

                “ท่านพี่หากพวกเราฝึกฝนอยู่ที่นี่พวกเราคงก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว”เต้าหลงเอ่ยขึ้นมา

                “ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้าไม่น่าเชื่อว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในจักรวาลนี้”

                “เอาหละพวกเจ้าอย่าพึ่งตื่นเต้นกัน พวกเราช่วยกันหาที่พักของพวกเราก่อน”

            เฟิ่งหยูออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์เขาออกมาอยู่ในบริเวณที่พักของมังกรทั้งสี่ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ บดบังไปด้วยต้นไม้ใหญ่เล็กมากมาย

                “ข้าสมควรกลับไปยังสำนักก่อนตอนนี้ข้าทำภารกิจสำเร็จเรียบร้อยแล้วสมควรกลับฝึกฝนกายของข้าให้สำเร็จเป็นกายเซียนก่อน”เฟิ่งหยูคิดในใจ ทันใดนั้น

                ตู้มมมม.........เฟิ่งหยูรีบหลบอยู่หลังก้อนหินใหญ่ในถ้ำอย่างรวดเร็วเมื่อสิ้นเสียง และแลดูทุกอย่างเหมือนกลับเข้าสู่ปกติแล้วเฟิ่งหยูจึงเดินออกมาดูด้านนอกเขาพบป่าบริเวณนั้นหายไปหมดสิ้น หลงเหลือเพียงที่ราบกว้างราว ๆ สามสิบกิโลเมตรได้

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”ทันใดนั้นเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมาจากท้องฟ้า เฟิ่งหยูแหงนหน้ามองยังจุดนั้นเขาพบกับชายชราคนหนึ่งกับผู้ติดตามอีกสี่คน ยืนอยู่กลางอากาศ ผู้ติดตามทั้งสี่คนต่างอยู่ในระดับราชันย์เซียนกันทุกคน

                “เจ้าหนูเจ้าเป็นใคร ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้”

                “ข้าเป็นศิษย์สำนักอักษรสวรรค์ชื่อซิงเหยียน ออกมาทำภารกิจแถวนี้ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นขอรับท่านผู้อาวุโส”

                “ข้ากำลังตามหามังกรสายเลือดบริสุทธิ์ที่อยู่แถวนี้เจ้าพอจะเห็นบ้างไหม?”

                “ไม่เลยขอรับข้าน้อยไม่เห็นเลย”

                “เจ้าอย่าได้มาโกหกพวกข้าเลยที่เจ้ายืนอยู่นั่นมันถิ่นอาศัยของมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ที่พวกข้าตามหาอยู่เจ้าสินะที่เป็นคนสังหารคนของข้า”

                “ท่านเป็นใครเหตุใดข้าต้องโกหกท่านด้วย” เฟิ่งหยูเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น

                “เจ้าหนูเจ้าบังอาจนัก เจ้ารู้ไหมคนที่เจ้าพูดอยู่ด้วย คือท่านเจ้าโลกที่แปดราชันย์จงจื่อเจ้าหนูบอกความจริงมา อย่าให้พวกเราต้องลงไม้ลงมือ” มู่กวาหนึ่งในผู้ติดตามเอ่ยขึ้นมา

           “ซวยแล้วสิ เจอกับพวกระดับฝีมือขั้นเทพเจ้าเข้าแล้ว” เฟิ่งหยูคิดในใจ

                “ข้าไม่รู้จริงๆ พวกท่านจะให้ข้าบอกอะไรพวกท่านกันหละ”

                “เจ้านี่คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ” มู่กวา ปลดปล่อยพลังปราณออกมาพร้อมกับพุ่งไปยังเฟิ่งหยูทันที หมัดของเขาหลอมรวมพลังปราณระดับราชันย์เซียนเอาไว้  มู่กวาซัดหมัดตรงไปยังเฟิ่งหยูในทันทีเฟิ่งหยูยกสองแขวนไขว้เป็นรูปกากบาทรับหมัดของมู่กวาเอาไว้

                ตู้มมม...เฟิ่งหยูปลิวไปตามแรงปะทะ เขาถอยไปประมาณสิบก้าว

                “เอ๋.....ไม่เลวนี่เจ้าหนูสามารถรับหมัดของข้าได้โดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ”

    เฟิ่งหยูดึงพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดหลอมรวมเข้ากับสายลมเป็นรูปกระบี่เล็ก ๆ จำนวนมากมาย เขาชี้นิ้วไปยังมู่กวาทันที กระบี่เล็ก ๆจำนวนมากพุ่งตรงไปยังมู่กวาอย่างรวดเร็ว

                “รีบหนีเร็วเจ้าโง่!” เสียงของเจ้าโลกที่แปดราชันย์จงจื่อดังขึ้นมาแต่ก็สายไปเสียแล้ว เมื่อกระบี่เล่มเล็ก ๆ จำนวนมากมายเริ่มมาถึงตัวของมู่กวา  เขาสามารถปัดกระบี่เล็ก ๆ พวกนั้นได้หลายสิบเล่มแต่ด้วยจำนวนที่มากมายมหาศาล กระบี่เล็ก ๆ พวกนั้นเริ่มทะลวงเข้าไปยังร่างกายของมู่กวาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

                อ๊ากกก...... เสียงร้องโหยหวนของมู่กวาดังระงมไปทั่วบริเวณเพียงไม่ถึงห้าลมหายใจร่างของมู่กวาพลันแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

                “เจ้าหนูเจ้ากล้ามากที่มาทำกับคนของพวกเราแบบนี้”

                “พวกท่านเป็นคนเริ่มต้นก่อนข้าไม่ได้คิดร้ายต่อพวกท่าน เป็นพวกท่านเองที่จ้องทำร้ายข้าก่อน” เฟิ่งหยูตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและเยือกเย็น

                “กำแหงยิ่งนักเจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม?”

           “เจ้าหนูเจ้าบังคับพวกข้าให้ต้องสังหารเจ้าเองนะ อย่ามาโทษพวกข้า”

                หยางจั่วเย่จือ โปหลัวทั้งสามพุ่งทะยานเข้าหาเฟิ่งหยูอย่างรวดเร็วทั้งสามรายล้อมเฟิ่งหยูเอาไว้ทุกด้าน

                “นี่นะหรือจอมยุทธ์ของโลกที่แปดทำตัวเป็นหมาหมู่รุมเด็กตัวเล็ก ๆ คนเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า น่าขันสิ้นดี”

             เฟิ่งหยูกล่าวด้วยวาจาเหยียดหยามเขาหลอมรวมเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์ไว้ที่นิ้วมือของเขาพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าหาหยางจั่วหยางจั่วระเบิดพลังปราณออกมาพร้อมกับกระชับกระบี่มั่น เขาฟาดฟันกระบี่ออกมาอย่างรวดเร็วปราณกระบี่ถูกปลดปล่อยออกมาทางเฟิงหยูด้วยความรุนแรง

                เฟิ่งหยูเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยเขาชี้นิ้วไปที่หน้าฝากของหยางจั่วพร้อมกับปลดปล่อยพลังออกไป

                “ดัชนีเพลิงฟ้า”

                ฟิ้วววว.......เพียงระยะไม่ถึงสามเมตร ศีรษะของหยางจั่วพลันถูกลำแสงดัชนีเพลิงฟ้ายิงทะลุเป็นรูโหว่ในทันทีเฟิ่งหยูรีบนำดาบราชันย์ออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่มาจากด้านหลัง

             เฟิ่งหยูหันพลิกตัวกลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับฟาดฟันดาบราชันย์ของเขาออกไปทันทีโดยที่ไม่ทันได้ระวังตัวขณะที่เย่จื่อพุ่งเข้ามาจากทางด้านหลังของเฟิ่งหยูปราณดาบสองเส้นของเฟิ่งหยูตัดร่างของเย่จื่อออกจากกันภายในพริบตา เพียงระยะเวลาไม่ถึงห้าลมหายใจเฟิ่งหยูสามารถกำจัดผู้ติดตามของราชันย์จงจื่อ ไปถึงสองคน

                ตู้มมมม........

                แรงกดดันมหาศาลระดับเทพเจ้าของราชันย์จงจื่อพลันกดทับเฟิ่งหยูในทันทีมันเป็นแรงกดดันที่หนักหน่วงเป็นอย่างมาก เฟิ่งหยูกระอักเลือดออกมาครั้งหนึ่ง  เขาใช้มือปาดเลือดที่ริมฝีปากออก พร้อมกับรีบปรับสภาพร่างกายของเขาทันที

                “เจ้าบังอาจนักต่อหน้าข้าผู้เป็นราชันย์ยังกล้าสังหารคนของข้าต่อหน้าต่อตาของข้าอีก”

                โปหลัวกระชับดาบในมือของเขาแน่ เพื่อนพ้องของเขาถูกสังหารต่อหน้าไปถึงสามคนเขาจึงพุ่งทะยานด้วยความแค้นหวังฟันเฟิ่งหยูออกเป็นสองส่วนในทันที เพียงแต่ว่าเมื่อเขาทะยานออกมาได้ไม่ไกลมากนัก

                “แหวกมิติ”

                ตุบบบบ....ศีรษะกับร่างของโปหลัวหลุดออกจากกันในทันที เพียงไม่ถึงสองลมหายใจร่างของโปหลัวจึงร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว

           “ผ่ามือทลายปฐพี”

            เฟิ่งหยูรีบใช้ดาบราชันย์ตั้งรับพร้อมกับดึงรวมพลังฟ้าดิน และพลังต้นกำเนิด หลอมรวมเข้ากับสายลม เป็นโล่ห์ป้องกันรอบตัวของเขาในทันที

            ตู้มมม.....ฝ่ามือขนาดยักษ์ตกลงมาจากฟากฟ้า เข้ามากดทับเฟิ่งหยูอย่างรวดเร็ว

            โล่ป้องกันรอบตัวเฟิ่งหยูแตกกระจายทันที ดาบราชันย์ที่เขาถือเอาไว้สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องจนมือของเฟิ่งหยูชาไปหมด เขากระอักเลือดออกมากองใหญ่เฟิ่งหยูรีบตบโอสถรักษาเข้าปากของเขาทันที ฝ่ามือใหญ่ยักษ์ของราชันย์จงจื่อค่อย ๆ ยกขึ้นสูง พร้อมที่จะบดขยี้เฟิ่งหยูอีกครั้งหนึ่ง

            เฟิ่งหยูดึงพลังฟ้าดิน และพลังต้นกำเนิดหลอมรวมเข้ากับพลังเพลิงฟ้าสวรรค์ และพลังมิติ ของเขาออกมาเป็นรูปทรงกลม ๆ เล็ก ๆลูกหนึ่ง มันดูมีพลังลึกลับและแข็งแกร่งอัดแน่นอยู่ภายในลูกทรงกลมเล็ก ๆ ลูกนั้น

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน