สายตาอนาเธอร์จับจ้องไปยังร่างที่เพิ่งถูกสังหาร แต่คราวนี้ เขารู้สึกถึงความไม่ปกติที่เกิดขึ้น ร่างของราชันผีดิบโลกันตร์ที่เคยนิ่งเงียบกลับเริ่มสั่นไหว เบื้องหน้าของเขาปรากฏร่างเงามืดบางอย่างเคลื่อนเข้าห่อหุ้มซากศพของบอส เงามืดนั้นแผ่ออกมาเป็นเส้นลมสีดำสนิทที่หมุนวนอย่างน่ากลัว
【เทพเจ้าผีดิบไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ผู้เล่นธรรมดาคนหนึ่งสามารถสังหารตัวเบี้ยระดับต่ำที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นคอลเลชั่นได้】
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนว่าเทพปีศาจบางตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างบอสราชันผีดิบโลกันตร์ และการที่อนาเธอร์สามารถสังหารมันได้นั้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้สำหรับเทพเจ้าที่เข้ามาแทรกแซงตนนั้น
【เทพเจ้าผีดิบได้แบ่งพลังเสี้ยวหนึ่งให้กับเศษซากของบอสราชันผีดิบโลกันตร์ ทำให้มันฟื้นคืนชีพอีกครั้ง!】
อนาเธอร์ตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น การฟื้นคืนชีพของบอสที่เขาเพิ่งสังหารหมายความว่าการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวนี้ยังไม่จบลง
พลังที่แผ่ออกมาจากร่างของราชันผีดิบในขณะนี้เต็มไปด้วยอำนาจที่เหนือกว่าครั้งก่อนหลายเท่า ร่างกายของมันที่เคยพ่ายแพ้ไปกลับฟื้นขึ้นมาใหม่ พร้อมกับเปลวไฟสีดำที่ลุกโชนขึ้นจากภายในดวงตาสีแดงที่ยังคงเปล่งแสงอย่างน่ากลัว
ในตอนนี้ ร่างของบอสฟื้นคืนขึ้นมาอย่างเต็มกำลัง ร่างกายที่เคยถูกทำลายไปก่อนหน้านี้กลับดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผิวหนังที่เคยเปื่อยยุ่ยกลับแข็งแกร่งดุจเกราะเหล็ก กรงเล็บของมันยาวขึ้นและแผ่พลังมืดออกมาราวกับพร้อมที่จะกรีดทุกสิ่งที่ขวางหน้า แสงสีแดงเลือดจากดวงตาของมันส่องสว่างราวกับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำในความมืด
【ราชันผีดิบโลกันตร์ เลเวล: 25】
【พละกำลัง: 20,000】
【ความทนทาน: 30,000】
【ความเร็ว: 20,000】
【จิตวิญญาณ: 20,000】
【ทักษะสกิลติดตัว ด้ายแสงโลกันตร์ หมัดมืดทมิฬ】
ค่าสถานะของมันที่เหนือชั้นกว่าตอนแรกทำให้กลายเป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงในตอนนี้
“บ้าเอ๊ย!.. ค่าสถานะนี้ไม่ใช่อะไรที่ผู้เล่นเลเวล 25 คนนึงจะจัดการได้แล้ว!”
เขาถึงกับสบถในใจเมื่อได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบอส อย่าลืมนะว่าเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ยากลำบากจนแทบจะหมดแรง และตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมอีกครั้ง มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างถึงที่สุด
“ต้องหนีก่อน..”
ในตอนนั้นอนาเธอร์ได้หยิบไอเทมชิ้นนึงออกมาจากช่องว่างของผู้เล่น ปรากฏให้เห็นถึงม้วนคัมภีร์สีทองที่ถูกมัดไว้ด้วยเชือกโบราณ
สิ่งนี้ถือเป็นไอเทมสำคัญที่เอาไว้ช่วยชีวิตของผู้เล่น มันคือม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายฉุกเฉิน
ไอเทมชิ้นนี้มีราคาที่แพงมาก และตัวของคานเองก็มอบมันให้กับลูกชายสุดที่รักอยู่หลายอัน ชายวัยกลางคนไม่กลัวที่จะเสียดายเลยซักนิด เพราะชีวิตมันสำคัญมากยิ่งกว่าอะไร
“เปิดใช้คัมภีร์เคลื่อนย้าย!”
เมื่อสิ้นคำพูด ม้วนคัมภีร์สีทองก็ได้เปล่งแสงสว่างอันเจิดจ้า เข้าปกคลุมร่างกายของเขา ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับไม่เป็นดั่งที่หวัง
【ติ๊ง! ไม่สามารถทำการเคลื่อนย้ายได้ กำลังถูกบางสิ่งปิดกั้นรบกวนเอาไว้อยู่】
เสียงประกาศยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวของอนาเธอร์ได้แต่สถบคำด่าออกมาอย่างหัวเสีย เพราะตอนนี้ม้วนคัมภีร์ไม่สามารถใช้งานได้
“โฮกกกกกกกกกกกกกก!”
บอสราชันผีดิบที่ฟื้นคืนชีพไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย ทันทีที่มันลืมตาขึ้น มันก็ส่งเสียงคำรามดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนจะพุ่งเข้าหาอนาเธอร์ด้วยความเร็วที่มากกว่าครั้งก่อน
กรงเล็บสีดำสนิทของมันกรีดผ่านอากาศ ทิ้งร่องรอยแสงสีแดงเลือดที่ไหลเวียนตามการเคลื่อนไหว เสียงของกรงเล็บมันเฉือนอากาศดังฟึบฟับ และเพียงชั่วพริบตา อนาเธอร์ก็ต้องกระโดดหลบด้วยความรวดเร็ว
“เร็วขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก!”
อนาเธอร์คิดขณะที่เขาหลบการโจมตี รู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในทุกวินาที บอสราชันผีดิบที่ได้รับพลังเสริมจากเทพปีศาจนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดาอีกต่อไป ไม่เพียงแต่พละกำลังและความเร็วของมันที่เพิ่มขึ้น ค่าพลังป้องกันของมันก็ยิ่งทำให้การโจมตียากที่จะเจาะผ่าน
“พรึ่บ!”
เมื่อบอสพลาดการโจมตีครั้งแรก มันก็ยกกรงเล็บขึ้นอีกครั้งแล้วฟาดลงมาด้วยพลังที่มากขึ้น อนาเธอร์ต้องใช้พลองในมือรับแรงกระแทก แต่การปะทะที่เกิดขึ้น ทำให้เขารู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ถูกส่งผ่านจากกรงเล็บของบอส พลองในมือถึงกับสั่นสะเทือนจากแรงกระแทก
อนาเธอร์ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงและรุนแรงจากบอสราชันผีดิบโลกันตร์ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเต็มพลัง
“ปัง!”
ด้วยพละกำลังที่แตกต่างกัน กรงเล็บอันแหลมคมและเปล่งแสงสีแดงเลือดของบอสกรีดผ่านร่างของเขาอย่างโหดเหี้ยม ร่างกายของอนาเธอร์ถูกฟาดกระแทกจนลอยกระเด็นไปหลายเมตร แรงปะทะทำให้พื้นดินรอบๆเกิดรอยแตกและกระจายเป็นฝุ่นควัน
“มันจะเก่งเกินไปแล้ว!”
เสียงหอบหายใจหนักๆดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผสานกับเสียงคำรามก้องจากบอสผีดิบ ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูหนักอึ้งและน่ากลัว
“อั่ก!”
ในตอนนั้นอนาเธอร์ถึงกับพ่นเลือดออกมาคำโต ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยบาดแผลลึก เลือดไหลอาบไปทั่วร่าง
เสื้อผ้าที่เคยดูแข็งแรงบัดนี้ฉีกขาดด้วยการโจมตีที่รุนแรงของบอส เขาพยายามลุกขึ้นยืน แต่แข้งขาทั้งสองข้างก็แทบไม่มีเรี่ยวแรงเพราะอาการบาดเจ็บที่สาหัส กล้ามเนื้อที่ฉีกขาดและกระดูกที่แตกร้าว ทำให้การขยับตัวเป็นไปได้อย่างยากลำบาก
“กล้าดียังไงมาทำให้ฉันต้องหลั่งเลือด!”
อนาเธอร์คิดในใจขณะพยายามใช้พลองของเขาเพื่อพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น
การต่อสู้ที่ยืดเยื้อมาก่อนหน้านี้ ทำให้พลังของเขาหมดไปมากแล้ว แต่ด้วยความมุ่งมั่น เขายังคงฝืนร่างกายที่เจ็บปวด พยายามที่จะสู้ต่อไป ถึงจะอยู่ในสภาพที่ร่างกายเกือบจะขาดสะบั้น อนาเธอร์พยายามใช้พลังที่เหลือเพียงเล็กน้อยโจมตีสวนกลับไปที่บอสราชันผีดิบโลกันตร์
ทักษะสกิลที่เขาพึ่งพาอย่าง "พลองเทพสวรรค์" ก็กำลังติดคูลดาวน์ ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถใช้มันได้ในตอนนี้
บอสราชันผีดิบที่ได้รับพลังเสริมจากเทพปีศาจนั้นไม่ปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า มันยืนตรงหน้าเขา ร่างสูงใหญ่ของมันปกคลุมไปด้วยเงามืดที่ดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดในบริเวณนั้น กรงเล็บของมันค่อยๆยกขึ้นเหนือหัว
เตรียมฟาดลงมาที่ร่างของอนาเธอร์ซึ่งตอนนี้แทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอที่จะต้านทานได้
“ทักษะสกิล การจำแลงร่างซุนหงอคง!”
เสียงคำรามของชายหนุ่มดังขึ้นอย่างเดือดดาล และเขาทนไม่ไหวจนต้องปลดปล่อยพลังสูงสุดออกมา
ทันใดนั้น ร่างของอนาเธอร์เริ่มเปล่งแสงสีทองออกมาจางๆ ก่อนที่แสงนั้นจะทวีความสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ครืนนนนนนนนนนนนน!”
ร่างกายของอนาเธอร์เริ่มเปลี่ยนแปลง เสียงกระดูกและกล้ามเนื้อที่ยืดขยายดังสะท้อนทั่วบริเวณ พลังงานแห่งการเปลี่ยนแปลงหมุนวนอยู่รอบๆร่างของเขา เสียงลมพัดกระโชกแรงขึ้นราวกับการมาของพายุ ทำให้ร่างของราชันผีดิบโลกันตร์ต้องปลิวกระเด็นไปไกล
เมื่ออนาเธอร์เปิดใช้ร่างจำแลงของซุนหงอคง รูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้เขายังคงมีรูปลักษณ์แบบมนุษย์ แต่รายละเอียดทุกส่วนของร่างกาย กลับกำลังเปล่งประกายความยิ่งใหญ่ของซุนหงอคงในตำนาน ร่างกายที่เคยดูเหนื่อยล้าหลังการต่อสู้หนักหน่วงกับบอสราชันผีดิบ บัดนี้เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ไม่อาจหยุดยั้ง พลังจากร่างจำแลงนี้ทำให้อนาเธอร์กลายเป็นเหมือนเทพเจ้าแห่งสงคราม
ดวงตาของอนาเธอร์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากดวงตาสีดำธรรมดา กลับกลายเป็นดวงตาสีฟ้าครามที่ส่องประกายเจิดจ้า ประหนึ่งลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่มีชีวิต ทุกครั้งที่เขาจ้องมองไปยังศัตรู เปลวเพลิงแห่งความพิโรธจะลุกไหม้ขึ้นภายในดวงตา
ทำให้ผู้ที่เผชิญหน้ากับเขา รู้สึกถึงความรุนแรงและความมืดมนจากจิตวิญญาณ
พลองในมือของเขากลายเป็นพลองสีทองอร่าม ส่องประกายเจิดจรัสดุจแสงอาทิตย์ รัศมีทองนั้นแผ่ขยายออกมาจากพลอง ราวกับพลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ เกราะสีดำบนร่างของเขาครึ่งนึงมีลวดลายพาดผ่านไปมา ประกายแสงวูบวาบนั้นสะท้อนกับความมืดที่ปกคลุมบึงคนตาย
ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็นยะเยือก
ร่างของอนาเธอร์เปรียบเสมือนเป็นแสงสว่างที่ปัดเป่าความมืดมนออกไปโดยสิ้นเชิง
เหนือศีรษะของเขามีมงกุฎทองคำที่แผ่พลังอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา เส้นขนสีทองที่ยาวด้านบนทั้งสองเส้นปลิวสะบัดในอากาศราวกับเส้นไหมที่สะท้อนแสง สัญลักษณ์แห่งซุนหงอคงอยู่ที่นั่น
พร้อมกับค่าสถานะของชายหนุ่มที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าทุกด้าน ทั้งพละกำลัง ความเร็ว ความทนทาน และพลังจิตวิญญาณ ทุกอย่างอยู่ในจุดสูงสุดที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจเอื้อมถึงได้ นอกจากพลังทางกายภาพที่มหาศาลแล้ว ยังมีทักษะสกิลระดับเทพเจ้าที่ถูกปลดล็อกออกมาทั้งหมด ทักษะที่สามารถทำลายล้างศัตรูได้ในพริบตา
...
เอาเว้ยยย