บทที่ 127 ผลคัน
เมื่อมีกลิ่นอาหารลอยฟุ้งไปทั่ว ชาวบ้านจำนวนมากก็ค่อยๆปรากฏตัวขึ้นทีละคนสองคน พวกเขาบางคนยังกุมท้องของตนเองที่ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอีกด้วย ซึ่งไม่นาน...ผู้นำหมู่บ้านและแม่ทัพใหญ่หวงซีเฉิงก็ปรากฏตัวขึ้น ชายชราหัวเราะให้กับท่าทางที่น่าอับอายของชาวบ้านที่ตนดูแล ก่อนจะหันไปหาหวงซีเฉิง
“ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ ไม่ทราบว่าอาหารเหล่านี้....”
“ข้าให้พวกเขาเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ชาวบ้านสามารถต่อแถวเพื่อรับมันได้เลย”
“โอ้ ขอบพระคุณขอรับท่านแม่ทัพใหญ่ เป็นเพราะท่าน พวกเราก็เลยรอดตายได้ขอรับ” ชายชราเกือบจะลงไปนั่งคุกเข่าขอบคุณอีกครั้ง แต่หวงซีเฉิงโบกมือขัดขึ้นเสียก่อน
“ข้ามีบางอย่างที่ต้องทำ ไม่ต้องเสียเวลา”
“อ่า ขอรับ...” ชายชราพยักหน้ารับ แต่ดวงตาของเขากลับมีประกายบางอย่าง
“ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ ท่านจะไปทำอันใดหรือขอรับ ให้พวกเราชาวบ้านช่วยเหลือ...”
“ไม่จำเป็น”
“โอ้....เข้าใจแล้วขอรับ”
ผู้นำหมู่บ้านไม่กล้าที่จะวุ่นวายต่อ แม้ว่าเขาอยากจะส่งชาวบ้านของตนเองเพื่อไปตรวจสอบว่าแม่ทัพใหญ่มีงานอะไรที่ต้องการทำกันแน่ก็เถอะ กระนั้น...สายตาของหวงซีเฉิงก็น่ากลัวเกินไป หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายได้รับคำสั่งจากองค์จักรพรรดิเพื่อมาช่วยเหลือพวกเขาโดยตรง ต่อให้เป็นคนอาณาจักรเดียวกัน ผู้นำหมู่บ้านก็คิดว่าตนเองคงจะไม่กล้าเข้าใกล้เขาเช่นนี้หรอก
หวงซีเฉิงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาเดินผ่านทุกคนและตรงไปหาเด็กน้อยของเขา เพียงแค่มองตากับชิงหมินก็เหมือนกับว่าจะสื่อสารกันเข้าใจ เขารู้ว่าเด็กหนุ่มนั้นฉลาดมาก ย่อมสังเกตเห็นแล้วว่าหมู่บ้านนี้ไม่ได้ปลอดภัยขนาดนั้น แต่ตราบเท่าที่ยังอยู่ในหมู่บ้านและมีคนของเขาอยู่ที่นี่ ไม่สิ! ลำพังแค่เจ้าสิงโตน้อย เขาก็เชื่อว่าชิงหมินจะไม่ได้รับอันตรายอะไรแล้ว
“ข้าจะออกไปข้างนอก เมื่อกินอิ่มแล้วก็กลับไปพักที่กระโจมเถอะ เจ้าสิงโตน้อยได้พักอยู่ใกล้ๆเจ้า มันควรจะดูแลเจ้าได้ดี”
“เข้าใจแล้ว” ชิงหมินพยักหน้ารับ
“ดี ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ข้าจะรีบมาให้เร็วที่สุด” คนตัวโตลูบหัวเล็กๆของหลี่ชิงหมินอย่างทะนุถนอม ฉากนี้เองที่ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านเข้าใจแล้วว่าสถานะของคุณชายผู้บอบบางนี้ แท้จริงแล้วไม่น่าจะธรรมดากับท่านแม่ทัพใหญ่เลย
เพราะผู้คนในหมู่บ้านมีกันอยู่ไม่มากนัก ทันทีที่สาวน้อยได้ยินข่าวเกี่ยวกับคุณชายหน้าหยกซึ่งน่าจะเป็นคนร่ำรวยแต่กลับต้องการแต่งเป็นภรรยาของผู้อื่น ผ่านไปเพียงไม่นาน...ทุกคนในหมู่บ้านก็รับรู้โดยทั่วกันแล้ว พวกเขามองหลี่ชิงหมินด้วยสายตาแปลกๆ ทุกคนล้วนคิดเหมือนกันกับที่เด็กสาวคิด
ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ทว่าทั้งหวงซีเฉิงและหลี่ชิงหมินก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร พวกเขาตักเตือนกันอีกไม่กี่คำแล้วก็แยกย้าย หวงซีเฉิงหายไปในป่าพร้อมกับคนของเขาอีกสองสามคน ในขณะที่หลี่ชิงหมินยังยุ่งอยู่กับการกินอาหารและสำรวจสมาชิกในหมู่บ้านต่อไป
ค่ำคืนนั้นค่อนข้างสงบ ชาวบ้านมีความสุขที่ได้กินจนอิ่มท้อง พวกเขาไม่ได้ก่อกวนอะไร ปล่อยให้ทหารได้พักผ่อน หรืออาจจะเป็นเพราะวันนี้คือวันแรกที่ทหารมาถึง ชาวบ้านทั้งหลายยังเกรงกลัวต่อชุดเครื่องแบบที่พวกเขาใส่ รวมถึงอาวุธครบมือเหล่านั้น จึงไม่มีใครกล้าก่อความวุ่นวายก็เป็นได้
วันรุ่งขึ้น ทหารที่รับหน้าที่เพื่อส่งมอบเสบียงก็เร่งดำเนินการงานของเขาให้แล้วเสร็จ ยังต้องไปติดตั้งแท่งเตือนภัยบนภูเขาสูงอีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสมาชิกในค่ายที่ยังอยู่ในหมู่บ้านนี้มีไม่มากนัก เสบียงครึ่งหนึ่งต้องถูกมอบให้พวกเขา ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งต้องนำไปมอบให้หมู่บ้านถัดไป ซึ่งไม่ได้อยู่ไกลกันมากนัก
อ่า...อันที่จริงจะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกต้อง ที่บอกว่าไม่ได้อยู่ไกลกันมากนักนั้นเป็นระยะทางที่คำนวนจากความคิดของแม่ทัพใหญ่หวงซีเฉิง ทว่าหากเป็นขบวนเดินทางอื่นที่ต้องเดินทางข้ามภูเขาสองลูกกว่าจะถึงนั้น ระยะทางขนาดนี้ใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียว
ชาวบ้านจำนวนมากเองก็ไปต่อแถวเพื่อรับเสบียงธัญพืชและอาหารจากทหาร จึงเหลือเพียงส่วนน้อยที่ยังวนเวียนอยู่รอบๆค่ายเพื่อหาโอกาส และส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่สตรีก็เป็นเด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้นกับความองอาจของทหารเหล่านั้น
เด็กนั้นมีแนวโน้มที่จะสร้างความวุ่นวายให้มากกว่าชาวบ้านทั่วไปหรืออิสตรี โชคดีที่ทหารเหล่านี้ไม่ได้ดูแคลนเด็กน้อย มีคนหนึ่งที่ออกจากเวรและไม่ได้มีหน้าที่อะไร เขายังเรียกเด็กๆมาเพื่อเล่าให้ฟังด้วยว่าทหารอย่างพวกเขาทำสิ่งใดบ้าง กระทั่งบอกว่าตอนที่ครอบครัวของเด็กๆถูกส่งเข้ากองทัพ พวกเขาสามารถต่อสู้อย่างองอาจเพียงไหนเพื่อปกป้องคนรุ่นหลัง
เด็กๆเหล่านั้นเดิมทีไม่ชอบที่ต้องเสียบิดาหรือสมาชิกในครอบครัวไป แต่เมื่อได้รู้ถึงวีรกรรมและความเสียสละเหล่านั้น พวกเขาก็โห่ร้องออกมา บอกว่าตนเองก็อยากจะเป็นทหารเพื่อช่วยสงครามบ้าง
หลี่ชิงหมินใช้เวลาช่วงเช้าของเขาพักผ่อน ตรวจสอบระยะเวลาที่เจ้าผลคันแช่น้ำไว้ไปพลาง เมื่อเห็นว่าครบ 15 ชั่วโมงดีแล้ว เขาก็สั่งให้ฝูเซ่านำผ้าคลุมออก ปรากฏว่าน้ำที่ใช้แช่ผลคันนั้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มจนเกือบจะเป็นสีดำอยู่แล้ว ผงสีดำลอยอยู่เหนือน้ำ หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าผงสีดำเหล่านี้สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ด้วย
“คุณชายขอรับ พวกนี้มันอะไรกันหรือขอรับ” ฝูเซ่าแทบผงะกับภาพที่เห็น ผลคันแต่เดิมแล้วก็เป็นผลไม้ที่มีพิษคันเล็กน้อยกระนั้นก็ยังทำให้ผู้คนต้องทรมานกับมันหลายวัน คุณชายนำมันมาแช่จนกลายเป็นน้ำสีดำเช่นนี้ก็ดูคล้ายกับว่าจะทำยาพิษจริงๆ
“เจ้าให้คนช่วยนำไปล้างอีกสักรอบเถอะ”
“ล้างหรือขอรับ”
“ใช่ ระวังอย่าให้เข้าปากเข้าตาก็พอ ผงฝุ่นสีดำเหล่านี้ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรถ้าไม่ได้กลืนลงท้อง”
“เข้าใจแล้วขอรับ” ฝูเซ่าลอบกลืนน้ำลาย เขารีบหันไปเรียกพวกทหารคนอื่นๆมาเพื่อช่วยเหลือกัน อยากรู้จะแย่ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์ของการทำงานหนักนี้คือสิ่งใด
หลี่ชิงหมินไม่ทำให้ฝูเซ่าผิดหวังจริงๆ ปากของเขาอ้าค้างหลังจากที่ล้างผลคันมาแล้วเสร็จ คุณชายของเขาก็สั่งให้ต้มน้ำร้อนทันที ไม่ใช่แค่นั้น...หลังจากที่ต้มผลคันเกือบครึ่งชั่วโมง คุณชายที่สูงศักดิ์และมากความคิดก็นำผลคันต้มขึ้นมาใส่ถ้วย แล้วตักเจ้าผลคันนั้นเข้าปาก กินมันราวกับว่าเป็นหัวมันต้มอย่างไรอย่างนั้น
“คุณชาย!! คุณชายทำเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ ผลคันนั้นมันอันตรายมาก หากคุณชายกินเข้าไปล่ะก็!” ฝูเซ่าอยากจะง้างปากคุณชายของตนเองสักที ไม่รู้ว่ากำลังคิดทำสิ่งใดกันแน่ จู่ๆก็กินผลคันที่มีพิษเหล่านั้นต่อหน้าต่อตาผู้คน
ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ทรุดลงกับพื้น น้ำตานองหน้าด้วยความหวาดกลัว หลี่ชิงหมินไม่เพียงไม่หยุดมือเท่านั้น เขายังตักผลคันกินเข้าไปเรื่อยๆจนหมดลูก
“ค่อนข้างดี แต่ถ้ากินคู่กับน้ำตาลก็คงจะดีกว่านี้” เหมือนกับมันม่วงนึ่งที่เขาเคยกิน รสชาติผลคันนั้นค่อนข้างหวานและมีเนื้อสัมผัสนุ่ม ให้พลังงานมากกว่าธัญพืชบางชนิดเสียอีก อย่างไรก็ตาม...วิธีการที่จะกินมันยุ่งยากเกิน หลี่ชิงหมินไม่สนใจที่จะกินมันเหมือนกับอาหารปกติ
“คุณชาย....”
“เจ้าก็มาลองสิ”
“คุณชายขอรับ!!”
“อะไร เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ?” หลี่ชิงหมินยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารู้ว่าฝูเซ่ากลัวมาก แต่เพราะแบบนั้นมันก็ยิ่งสนุกหากได้แกล้งไม่ใช่หรือ?
“คะ คุณชาย...”
“ข้าก็ยังกินแล้ว แต่เจ้ากลับไม่กล้ากิน เช่นนั้นก็ช่างเถอะ”
“โถ่ คุณชาย....” ฝูเซ่าน้ำตานองหน้า ทหารที่อยู่รอบๆต่างก็มองหน้ากัน พวกเขาเป็นคนนอกย่อมมองเห็นสถานการณ์โดยรวมที่ชัดเจนกว่า
เนื่องจากคุณชายหลี่ไม่ได้เป็นอะไรเลยหลังจากที่กินผลคันไปแล้ว ทั้งๆที่เขาควรจะต้องมีอาการทรมานทันทีที่กินเข้าไป นี่ก็แปลว่าผลคันในหม้อนี้ปลอดภัยอย่างนั้นหรือ?
น่าเสียดายที่ฝูเซ่าวิตกกังวลตั้งแต่แรก เริ่มจากกลัวว่าคุณชายของตนเองจะเป็นอะไรไป หลังจากนั้นก็ยังถูกคุณชายหลี่กลั่นแกล้งซ้ำอีก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ย้อนคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้
มือที่สั่นเทาของฝูเซ่าค่อยๆตักเจ้าผลคันในหม้อขึ้นมา เขาได้รับถ้วยจากคุณชายหลี่และค่อยๆตักมันออกเป็นสองส่วน คนหลับหูหลับตา กลั้นใจกินมันเข้าปากแล้วกลืนลงท้อง แสดงท่าทางเหมือนกับต้องการให้คนเป็นนายเห็นว่า ต่อให้เขาต้องตายตรงนี้ ก็ยังตายเพราะคำสั่งได้
ดูแล้วน่าขำไม่ใช่น้อย...
“ข้ากินแล้ว...ตอนนี้ ข้าเริ่มรู้สึกคันไปตามตัวแล้วขอรับ” ฝูเซ่าน้ำตาไหล เขากำลังคิดไปเองว่าตอนนี้อาการทั้งหมดของผลคันกำลังปรากฏให้เห็น คนเกาไปที่แขนข้างหนึ่งซึ่งก่อนหน้านี้ถูกแมลงกัดอย่างไม่รู้ตัว
“เช่นนั้นหรือ? อย่างนั้นเจ้าก็ต้องโชคร้ายตลอดทั้งคืนแน่ๆ” ชิงหมินไม่ได้เฉลยความจริงให้ฟัง ทั้งยังซ้ำเติมให้คนวิตกกังวลมากขึ้นด้วย
“คุณชายขอรับ พวกข้าสามารถทดสอบมันด้วยได้หรือไม่ขอรับ” พวกทหารที่รออยู่รอบๆเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่เห็นว่าคุณชายหลี่ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร
“หืม?” ฝูเซ่าที่กำลังร่ำไห้ในใจชะงักงัน มองดูทหารที่เอ่ยปากเหมือนกับคนโง่เขลา
“เอาสิ”
“ขอบคุณขอรับคุณชาย” พวกเขาล้อมวงเข้ามา อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับผลคันในหม้อ แต่ละคนไม่ได้ใส่ถ้วยเหมือนกับชิงหมิน พวกเขาเพียงตักออกมาแล้วโยนไว้ในมือ
มือที่ด้านหนาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักทำให้พวกเขาไม่รู้สึกถึงความร้อนมากนัก แต่ละคนจับยัดเข้าปากอย่างรวดเร็วหลังจากที่เป่าสองสามครั้ง คิ้วของพวกเขาเลิกขึ้นก่อนจะมองหน้ากันเอง
ผลคันนี้...ดูเหมือนว่าจะไม่มีพิษคันอีกแล้วหรือไม่?
“คุณชายหลี่ขอรับ ผลคันพวกนี้...ดูเหมือนจะกินได้หรือขอรับ มันคือผลคันที่พวกข้าไปนำมาเมื่อวันก่อนหรือไม่ขอรับ”
“ใช่แล้ว เป็นผลคันที่พวกเจ้าไปนำมา”
“ถ้าอย่างนั้น....”
“ผลคันพวกนี้มีจำนวนมากทั้งยังเติบโตได้ในที่ที่ไม่มีแสง เติบโตได้อย่างรวดเร็วและสามารถทนต่อน้ำท่วมน้ำป่าได้ หากสามารถจัดการพิษของพวกมันออกไปได้ ก็จะกลายเป็นประโยชน์ไม่น้อย”
“เช่นนั้นตอนนี้ ผลคันเหล่านี้ก็มีวิธีจัดการแล้ว...”
“ใช่ ตอนนี้มันก็เหมือนกับธัญพืชชนิดหนึ่ง กินเข้าไป 1 ผลก็เหมือนกับกินหัวมัน 1 หัว ผู้คนคงจะอิ่มท้องจากมันได้”
“!!” พวกทหารมองหน้ากันเอง เข้าใจในความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอย่างดี
ทุกๆปีจะต้องมีคนในหุบเขาอดตายมากเท่าไร ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับพวกเขาแล้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงชาวบ้านในหุบเขา ทหารอย่างพวกเขานี่แหละต้องรับภารกิจเหล่านี้ไป หลายครั้งที่การเดินทางมีแต่ความหดหู่ใจ นอกจากนี้ความช่วยเหลือที่พวกเขานำไปนั้นก็เป็นแค่การต่ออายุให้กับชาวบ้านเท่านั้น ไม่มีวิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนได้เลย
แต่....คุณชายหลี่กำลังจะบอกว่า ในหุบเขาแห่งนี้ ที่จริงแล้วมีทางออกอยู่ ทั้งยังเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ ขอเพียงหยิบมาใช้ได้ถูกต้อง ผู้คนก็จะไม่อดตาย
ข่าวดีเช่นนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ของอาณาจักรเซินเลยก็ว่าได้ แม้ว่าพวกขุนนางและผู้คนระดับสูงจะไม่ได้สนใจชีวิตและความตายของชาวบ้านเหล่านี้ ทว่า...พวกเขาก็ไม่พอใจกับการใช้งบประมาณซึ่งได้จากเงินของตนเองเพื่อโยนมาให้ชาวบ้านในหุบเขาจำนวนมากเหมือนกัน
บ้านเมืองมีอีกหลายอย่างที่ต้องพัฒนาและจัดการ หากสามารถหยุดเรื่องการโยนความช่วยเหลือเติมเสบียงให้กับพวกชาวบ้านหุบเขาได้ อย่างนั้นก็จะมีเงินเหลือเพื่อทำแผนงานอื่นๆได้อีก
ก่อนหน้านี้คุณชายหลี่ ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพใหญ่ได้รับการแต่งตั้งเป็นฮูหยินขั้น 1 เพียงเพราะสามารถสร้างประโยชน์เรื่องยาอัมพาตต่อกลุ่มการแพทย์และการรักษาได้ทั้งหมด หากผลงานในครั้งนี้ล่วงรู้ถึงพระเนตรพระกรรณ ไม่รู้เลยว่าจะได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน...
พวกเขารู้สึกยินดีจริงๆที่คุณชายหลี่ได้กลายเป็นคนของท่านแม่ทัพ ด้วยความสามารถของเขานี้ สมควรจะทำให้จวนของท่านแม่ทัพมีชื่อเสียงที่ดีงามมากขึ้นเรื่อยๆไปอีก
หัวหน้าได้ดี พวกเขาจะไม่ดีใจได้หรือ?
……………………………………………………