ทางด้านเซย์เมย์กับสึรุฮิเมะนั้นก็ยังคงเผชิญหน้ากับสองพญามารอสูรอย่างเมซุกิกับโกซุกิกันอย่างดุเดือด เมซุกิทำการตวัดคมขวานปล่อยคลื่นใบมีดขนาดยักษ์ออกมาโจมตีใส่อีกฝ่าย ในขณะเดียวกับที่โกซุกิกระแทกหัวกระบองหนามยักษ์ลงที่พื้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับมีคลื่นใบมีดโผล่ออกมาจากที่พื้นและพุ่งเข้าไปยังอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
แต่เซย์เมย์ที่อยู่ในคราบศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยนั้นก็รีบทำการเปิดใช้แผ่นยันต์คาตาชิโระที่เป็นรูปคนได้ทันเวลา จนทำให้การโจมตีของพวกมันในครั้งนี้ถูกสะท้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่พวกมันทั้งสองนั้นก็รีบเปล่งออร่าออกมาป้องกันการโจมตีสะท้อนกลับไว้ได้ทัน
เซย์เมย์รีบทำการร่ายเวทย์กระบี่แสงอัสนีขึ้น ก่อนที่เขานั้นจะพุ่งเข้าไปฟันใส่เมซุกิอย่างต่อเนื่อง แต่เมซุกิก็สามารถป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด ส่วนทางด้านคางุยะก็รีบทำการร่ายเวทย์ยิงเปลวไฟออกมาผ่านวงแหวนเวทย์โจมตีใส่โกซุกิ แต่มันก็สามารถป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน แต่หากรู้ไม่ว่า มีคมดาบทั้ง 7 เล่มที่เกิดจากการร่ายเวทย์ของคางุยะนั้นพุ่งเข้าใส่โกซุกิด้วยความเร็วสูง แต่มันก็รีบกระโดดหลบพลางปัดคมดาบไปได้ทั้งหมด
ส่วนทางด้านเซย์เมย์นั้นก็รีบกระโดดถอยหลังออกมา ก่อนที่เขาจะทำการเรียกชิคิงามิออกมาเป็นวิญญาณนักรบชุดเกราะ 3 ตน และพวกมันต่างก็รีบพุ่งเข้าไปโจมตีใส่เมซุกิด้วยดาบคาตานะ แต่เมซุกิก็สามารถกับพวกมันไปได้ทั้งหมดอย่างง่ายดาย แต่หากรู้ไม่ว่า มีลำแสงขนาดยักษ์ที่เกิดจากการร่ายเวทย์ของเซย์เมย์นั้นถูกยิงออกมาโจมตีใส่เมซุกิจนทำให้ร่างของมันนั้นกระเด็นออกมา แต่มันก็ยังสามารถหมุนตัวตีลังกาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างของมันนั้นจะกระแทกลงกับพื้น
ส่วนทางด้านคางุยะนั้นก็รีบทำการร่ายเวทย์เสกเปลวไฟอันร้อนระอุให้ปะทุขึ้นมาจากพื้นตรงบริเวณที่โกซุกิกำลังยืนอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้
ทางด้านเซย์เมย์นั้นก็รีบโปรยแผ่นยันต์ขึ้นบนกลางอากาศประมาณ 7 แผ่น ก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกให้แผ่นยันต์ทั้ง 7 นั้นกลายเป็นลูกพายุ และเข้าโจมตีใส่เมซุกิในลักษณะแนวตรง แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้เลย ส่วนทางด้านเมียวบุก็รีบพุ่งเข้าโจมตีใส่เมซุกิอย่างไม่ยั้ง แต่มันก็สามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด จนทำให้เมียวบุนั้นต้องกระโดดถอยหลังออกมา
ส่วนทางด้านกระต่ายเบญจธาตุทั้ง 5 ตนนั้นก็พากันเปิดฉากโจมตีใส่โกซุกิด้วยพลังธาตุประจำกายของแต่ละตน โดยคุราโมจิ จะเสกก้อนดินระเบิดขึ้นและพุ่งเข้าโจมตีใส่โกซุกิจนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นวงกว้าง อิริสึกุริ จะยิงแรงดันน้ำออกมาจากแขนทั้งสองข้างโจมตีใส่โกซุกิเข้าอย่างจัง อาเบะ จะทำการรวบรวมสายลมจากทั่วสารทิศมาอยู่ที่จุดๆ เดียวกัน แล้วทำการปล่อยลูกพายุที่ขนาดออกมาในลักษณะแนวตรงโจมตีใส่โกซุกิเข้าอย่างจัง
โอโทโมะ ทำการเสกลูกอุกกาบาตเปลวไฟที่มีขนาดย่อมพุ่งลงมาโจมตีใส่เมซุกิอย่างต่อเนื่อง และอิโซโนะกามิ จะทำการเสกพลังสายฟ้าแรงสูงขึ้นบนมือ ก่อนที่จะเขวี้ยงสายฟ้าใส่โกซุกิเข้าอย่างจัง แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ยังสามารถหลบหลีก ป้องกัน และปัดการโจมตีของเหล่าภูติพิทักษ์กระต่ายทั้ง 5 ไปได้ทั้งหมด
ส่วนทางด้านยูโตะ ในระหว่างที่กำลังออกตามหาสึบากิอยู่นั้น เขาก็ได้พบกับสึรุฮิเมะที่กำลังนั่งรถม้าสารถีมุ่งหน้าเข้ามาทันที
“สึบากิหล่ะ” ยูโตะถามหาสึบากิกับสึรุฮิเมะด้วยความร้อนรน
“เด็กคนนั้นปลอดภัยแล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนพักฟื้นอยู่ที่บ้าน มีเพื่อนๆ ของเขาคอยอยู่ดูแล สบายใจได้”
ยูโตะเมื่อได้ยินเช่นนั้นจากปากของสึรุฮิเมะ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที
“ตอนนี้พวกเรารีบไปกันดีกว่า ตอนนี้เด็กสาวที่ชื่อคางุยะกับผู้ชายคนนั้นกำลังจะแย่ เพราะกำลังเข้าเผชิญหน้าอยู่กับเมซุกิกับโกซุกิ สองพญามารอสูรพวกนั้นอยู่”
ยูโตะนั้นไม่รอช้า จึงรีบตามสึรุฮิเมะไปสมทบกับเซย์เมย์และคางุยะที่กำลังเข้าเผชิญหน้าอยู่กับสองพญามารอสูรอย่างเมซุกิกับโกซุกิอยู่ภายในป่าแห่งนั้นทันที
ส่วนทางด้านเซย์เมย์กับคางุยะนั้นก็ยังคงปะทะกับสองพญามารอสูรที่อยู่ตรงหน้า เมียวบุ ภูติพิทักษ์พญาจิ้งจอกขาวนั้นรีบทำการปล่อยลำแสงสายฟ้าออกจากปากเพื่อโจมตีใส่เมซุกิทันที ทางด้านเซย์เมย์นั้นไม่รอช้า จีบรีบโปรยแผ่นยันต์ขึ้นบนกลางอากาศ 9 แผ่น ก่อนที่เขาจะรีบทำการร่ายเวทย์อย่างรวดเร็ว เพื่อทำการเสกแผ่นยันต์ทั้ง 9 ให้กลายเป็นนกอัคคีสีเพลิงพุ่งเข้าโจมตีใส่เมซุกิด้วยความเร็วสูง จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นวงกว้าง
ส่วนทางด้านคางุยะก็รีบเคาะปลายคฑาลงบนพื้นเป็นการร่ายเวทย์เสกกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ให้โผล่ขึ้นจากตรงบริเวณพื้นที่โกซุกิกำลังยืนอยู่ เพื่อทำการแช่แข็งเรือนกายท่อนล่างของมัน จากนั้น เธอก็รีบเขวี้ยงมีดบินแห่งจันทรมนตราใส่โกซุกิอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่เธอนั้นจะทำการร่ายเวทย์ปล่อยพลังสายฟ้าแรงสูงโจมตีใส่โกซุกิเข้าอย่างจัง โดยมีมีดบินที่ปักอยู่ตามร่างกายท่อนบนของมันประมาณ 20 กว่าเล่มนั้นเป็นตัวนำไฟฟ้า
จากนั้น คางุยะก็รีบทำการชักคมดาบเรเปียร์ออกมาจากฝักดาบที่เป็นด้ามจับของคฑาเวทย์จันทร์เสี้ยว ก่อนที่เธอนั้นจะพุ่งเข้าไปฟันใส่โกซุกิด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กลุ่มก้อนน้ำแข็งที่กำลังแช่แข็งเรือนกายท่อนล่างของมันนั้นได้แตกกระจายออกมา
การโจมตีของเซย์เมย์กับคางุยะในครั้งนี้นั้น ทำเอาร่างของสองพญามารอสูรอย่างเมซุกิกับโกซุกิถึงกับแทบจะทรุดลงที่พื้นในทันที หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้มีลูกไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดเล็กพุ่งเข้าโจมตีใส่พญามารอสูรทั้งสองตนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นวงกว้าง
สักพัก ก็ได้มีลูกไฟที่มีขนาดใหญ่พุ่งเข้าโจมตีใส่พวกมันทั้งสองตนจนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ จนทำให้ร่างของพวกมันนั้นลอยกระเด็นออกมา และกระแทกเข้ากับต้นไม่อย่างจัง จนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
เมื่อหันไปมองที่ต้นตอของลูกไฟเหล่านั้น ก็จะพบยูโตะกับสึรุฮิเมะได้มุ่งหน้ามาถึงกันพอดี จากนั้น ทั้งเซย์เมย์ ยูโตะ สึรุฮิเมะ และคางุยะ ก็ได้เข้าเผชิญหน้ากับสองพญามารอสูรอย่างเมซุกิกับโกซุกิอย่างพร้อมเพรียงกัน
เซย์เมย์รีบทำการเรียกชิคิงามิออกมาเป็นนักรบขุนพลในชุดเกราะที่กำลังขี่ม้าถือหอก ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 7 ตน พร้อมกับสั่งการให้พวกมันทั้งหมดเคลื่อนพลเข้ามาโจมตีใส่เมซุกิกับโกซุกิอย่างไม่ยั้ง
แต่พญามารอสูรทั้งสองตนนั้นก็สามารถจัดการกับเหล่าชิคิงามิทั้ง 7 ตนที่เซย์เมย์เรียกออกมาทั้งหมด ก่อนที่พวกมันนั้นจะทำการเปิดฉากโจมตีขึ้น โดยเมซุกิจะรีบตวัดคมขวานปล่อยคลื่นใบมีดขนาดใหญ่ออกมา และโกซุกิจะรีบทุบกระบองหนามยักษ์ลงบนที่พื้นเป็นการปล่อยคลื่นพลังโจมตีออกมา
แต่เซย์เมย์ก็รีบทำการเปิดใช้แผ่นยันต์คาตาชิโระที่เป็นรูปคนออกมา 2 แผ่น จนทำให้การโจมของพวกมันนั้นสะท้อนกลับมาด้วยความรวดเร็ว และในระหว่างนั้น เซย์เมย์ก็รีบทำการร่ายเวทย์กระบี่สายฟ้าสีเหลืองอ่อนลงบนแขนขวา ทางด้านยูโตะก็รีบทำการร่ายเวทย์เสกคมดาบคาตานะธาตุน้ำแข็งขึ้นด้วยคฑาเวทย์