มู่เทียนเซี่ยเผยรอยยิ้ม “พี่สาวที่แสนดีของข้า ชีพจริญญาของเ้ากลายเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายข้าแล้ว ตอนนี้เ้ายังถูกพิษประหลาดกำหนัดขจร เ้ายังคิดจะหนีไปไหนอีก?”
ชายฉกรรจ์ท่าทางหยาบโลนท่อนบนเปลือยเปล่าสามสี่คนเดินตามมาด้านหลังมู่เทียนเซี่ย สายตาโเี้จับจ้องเหยื่อที่จนมุมอยู่ตรงขอบผาไม่ลดละ มุมปากแสยะยิ้มชั่วร้ายดูน่าสะอิดสะเอียน
มู่เชียนจิ่ว พี่สาวแสนดีที่มู่เทียนเซี่ยกำลังสนทนาด้วยเคยเป็ยอดฝีมือผู้เก่งกาจที่สุดแห่งตระกูลมู่ อีกทั้งยังเป็สาวงามอันดับหนึ่งแห่งดินแดนเสวียนอู่
บัดนี้แม้ใบหน้าของนางจะถูกทำลายจนความงามลดทอนไปกว่าครึ่ง แต่ร่างกายที่ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องก็สามารถทำให้สุนัขกักขฬะทั้งหลายน้ำลายไหลได้ การได้ร่วมหลับนอนกับสตรีที่งดงามหาผู้ใดเปรียบเช่นนี้ แม้จะต้องอายุสั้นลงอีกสิบปี พวกเขาก็เต็มใจ!
“เด็กน้อย อย่าได้กังวล พวกข้าจะอ่อนโยนกับเ้าแน่นอน”
“ฮี่ฮี่ฮี่ ขอเพียงเ้าเป็เด็กดี พวกข้าสัญญาว่าจะทำให้เ้าได้ขึ้น์ชั้นเจ็ด!”
เมื่อเห็นเหล่าชายกักขฬะก้าวเข้ามาใกล้ มู่เชียนจิ่วก็ชูมือขึ้น ในมือนั้นมีป้ายสีมรกตชิ้นหนึ่ง “บอกให้พวกมันไสหัวไปเดี๋ยวนี้ หาไม่แล้วชาตินี้เ้าอย่าหวังว่าจะได้ป้ายชิงอวิ๋นไป!”
มู่เทียนเซี่ยหรี่ตาลงทันที นางกลัวว่ามู่เชียนจิ่วจะโยนป้ายชิงอวิ๋นลงไปยังหุบเหวไร้ก้นบึ้งที่อยู่ด้านหลัง “ถอยกลับมา!”
ชายฉกรรจ์เ่าั้ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี
มู่เชียนจิ่วก้าวถอยหลังเข้าใกล้รอยแยกของหุบเหวช้า ๆ ขณะที่มือกำป้ายสีมรกตแน่นขึ้นเรื่อย ๆ “ข้าเพียงอยากรู้ว่าที่เ้าทำเช่นนี้กับข้า ‘พวกเขา’ รู้เื่นี้ด้วยหรือไม่?”
‘พวกเขา’ ที่นางกล่าวถึง หมายถึงบิดามารดาบุญธรรมที่เลี้ยงดูนางมา
“สำคัญด้วยหรือ?” มู่เทียนเซี่ยก้าวไปข้างหน้า “ขอเพียงเ้าส่งป้ายชิงอวิ๋นมาซะ ข้าจะให้พวกมันช่วยถอนพิษให้เ้า หาไม่ เกรงว่าอีกไม่นาน ร่างกายของเ้าคงจะเน่าเปื่อยจนตาย”
มู่เชียนจิ่วแค่นหัวเราะในลำคออย่างโกรธแค้น “หึ! เ้าชิงรากปราณของข้า ทำลายใบหน้าของข้า ตอนนี้ยังจะให้เศษสวะพวกนี้มาพรากความบริสุทธิ์ของข้าไปอีก มู่เทียนเซี่ย ที่ผ่านมาข้าดีต่อเ้าไม่น้อย เหตุใดเ้าต้องทำเช่นนี้กับข้าด้วย! จิตใจช่างต่ำช้านัก!”
มู่เทียนเซี่ยหุบยิ้มโดยพลัน ใบหน้างดงามดุดันขึ้นทันที “เ้าเป็เพียงลูกบุญธรรม ข้าต่างหากที่เป็คุณหนูใหญ่ตัวจริงของตระกูลมู่ ทุกสิ่งที่เ้ามี ทุกสิ่งที่เ้าได้มันควรเป็ของข้า!”
“สิ่งที่ข้าติดค้างตระกูลมู่ ข้าได้ตอบแทนไปหมดแล้ว!” มู่เชียนจิ่วโต้กลับน้ำเสียงเ็ป ที่ผ่านมาตนดูแลมู่เทียนเซี่ยเป็อย่างดี รักและผูกพันเสมือนน้องสาวแท้ ๆ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะคิดอาฆาตแค้นตนจนเข้ากระดูกดำเช่นนี้
มู่เทียนเซี่ยสาดสายตามองพี่สาวนอกไส้ด้วยแววตาสมเพช “ที่ผ่านมาเ้า้าตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของเ้าไม่ใช่หรือ? ในเมื่อเื่มาถึงขนาดนี้ข้าจะบอกเ้าเอาบุญก็แล้วกัน ตอนนั้นท่านพ่อรู้ว่ารากปราณของเ้าไม่เหมือนใคร จึงอยากจะรับเ้ามาเลี้ยง แต่พ่อแม่แท้ ๆ ของเ้ากลับโง่เง่าไม่ยอมขายเ้าให้ท่านพ่อ ท่านพ่อจึงลงมือฆ่าพวกมันทิ้งแล้วพาเ้ากลับมาอยู่ที่ตระกูลมู่ พ่อแม่แท้จริงของเ้าถูกท่านพ่อฆ่าตายกับมือ ป่านนี้ แม้แต่กระดูกของพวกมันก็คงถูกสัตว์ป่าแทะกินไม่มีเหลือแล้ว!”
“ไม่ ไม่จริง เป็ไปไม่ได้!” เื่ราวที่เพิ่งได้ยินไม่ต่างจากสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะ มู่เชียนจิ่วร้องะโ เคียดแค้นจนกระอักเืกองใหญ่ ร่างกายโงนเงนจนเกือบพลัดตกลงไปในหุบเหว
มุมปากของมู่เทียนเซี่ยโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน นางชอบเห็นท่าทางเ็ปของมู่เชียนจิ่ว “เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เ้า ข้าก็แค่เห็นแก่ที่เคยเป็พี่น้องกันมาถึงได้บอกเ้าให้รู้เอาไว้!”
นางได้รากปราณระดับฟ้าของมู่เชียนจิ่วมาแล้ว ขอเพียงหล่อเลี้ยงอีกสักครึ่งปีหรือปีหนึ่ง นางก็จะสามารถผสานร่างกับรากปราณนั้นได้ และเมื่อได้ป้ายชิงอวิ๋นมาก็จะสามารถเป็ศิษย์สายในของสำนักชิงอวิ๋นได้
ถึงเวลานั้นตระกูลมู่ของนางก็จะผงาด และมีโอกาสกลายเป็ตระกูลอันดับหนึ่งของดินแดนเสวียนอู่!
หากไม่ใช่เพราะตอนนั้นตระกูลมู่ของพวกนางเมตตาเอามู่เชียนจิ่วมาชุบเลี้ยง บางทีมู่เชียนจิ่วอาจตายจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกไปแล้ว!
ในเมื่อตระกูลมู่คือผู้ให้ชีวิต เช่นนั้นการที่นางในฐานะ ‘ตัวแทนของผู้มีพระคุณ’ จะชิงสิ่งเหล่านี้มาจากมู่เชียนจิ่วก็สมเหตุสมผลแล้ว...แล้วนางทำสิ่งใดผิด?
มู่เชียนจิ่วมองป้ายชิงอวิ๋นในมือ ก่อนจะหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ “ฮ่าฮ่าฮ่า ตระกูลมู่ช่างแสนดีเหลือเกิน แสนดีจริง ๆ! เหอะ มู่เทียนเซี่ย เ้าอยากได้ป้ายชิงอวิ๋นงั้นหรือ? รอชาติหน้าเถอะ!”
มู่เทียนเซี่ยมีสีหน้าเปลี่ยนไป “รีบขวางนางเอาไว้!”
ขณะที่เหล่าชายฉกรรจ์พุ่งตรงเข้ามา มู่เชียนจิ่วก็ตัดสินใจะโลงหุบเหวไปทันที! หญิงสาวผู้เคียดแค้นทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้
“มู่เทียนเซี่ย หากข้ายังไม่ตาย ข้าจะทำให้เ้าและตระกูลมู่ได้ชดใช้อย่างสาสม!”
----------
ณ ก้นบึ้งของหุบเหวที่ลึกจนเสมือนไร้ที่สิ้นสุด
มู่เสียวจิ่วตะกายขึ้นมาจากแอ่งน้ำด้วยสภาพเปียกปอนไปทั้งตัว
นางรู้สึกปวดหัวราวกับหัวจะะเิก็มิปาน
ปวดหัว...
เอ๋!...นางควรจะตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?
แล้วที่นี่คือที่ไหน!
เวลานี้นางไม่เพียงรู้สึกปวดหัวอย่างหนักเท่านั้น ทว่าทั่วทั้งร่างยังร้อนผ่าวไปหมด
...นางยังมีชีวิต?...
มู่เสียวจิ่วคุกเข่าลงกับพื้น มือทั้งสองข้างกุมขมับ คิ้วขมวดมุ่นด้วยความเ็ป ทันใดนั้นภาพประหลาดนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นในหัว จวบจนความเ็ปมลายหายไป นางจึงได้รับรู้สถานการณ์ของตนเอง
...นั่นก็คือ นางทะลุมิติมา!...
ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือนางได้กลับมายังโลกที่ตัวเองจากไปอีกครั้ง!
บนดินแดนเสวียนอู่แห่งนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรสามารถเหาะเหินเดินอากาศ ย้ายูเาถมทะเล ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้!
นอกจากเผ่ามนุษย์แล้ว บนโลกนี้ยังมีเผ่ามาร เผ่าปีศาจ เผ่ามัจฉาและเผ่าที่ไม่ใช่มนุษย์อีกมากมาย สรุปง่าย ๆ ที่แห่งนี้คือโลกอัศจรรย์พันลึกใบหนึ่ง!
ในชีวิตก่อนหน้านี้ ‘มู่เสียวจิ่ว’ เป็ ‘บรรพจารย์น้อยอวิ๋น’ แห่งสำนักชิงอวิ๋น ครั้งที่ศัตรูบุกเข้ามาในสำนัก นางใช้พลังทั้งหมดต่อสู้จนตัวตายกายเนื้อดับสูญ
ทว่าครานั้นเศษิญญาส่วนหนึ่งของนางทะลุมิติไปยังโลกสีน้ำเงินและได้กลายเป็ทายาทรุ่นที่สิบแปดของจอมโจรขุดสุสาน ในโลกใบใหม่มู่เสียวจิ่วบุกป่าฝ่าดงเสี่ยงอันตรายมากมายจนได้สมบัติล้ำค่าจากสุสานโบราณมา อนิจจา ขณะกำลังยินดี นางกลับถูกศิษย์ของตัวเองหักหลังชิงเพื่อเอาสมบัติ ซ้ำยังทำร้ายนางจนาเ็สาหัส!
ในห้วงลมหายใจสุดท้ายก่อนสติสัมปชัญญะจะดับสูญ นางกัดฟันะโลงไปในส่วนลึกของสุสานโบราณพร้อมป้ายโบราณชิ้นหนึ่ง
ครั้นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางก็กลับมายังโลกใบเดิมแห่งนี้แล้ว โลกที่นางเคยดำรงตำแหน่งบรรพจารย์น้อยอวิ๋นของสำนักชิงอวิ๋น!
เมื่อนึกถึงอาจารย์และศิษย์ทั้งหลายของตนในโลกสีน้ำเงิน มู่เสียวจิ่วก็ขอบตาแดงเรื่อ
‘อ่าม...แต่...หวังว่าชาตินี้จะไม่ได้พบเจอพวกเขาอีกหรอกนะ’
ทว่าเมื่อความทรงจำของมู่เสียวจิ่วผสานกับความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเรียบร้อย ในโสตประสาทก็พลันเกิดเสียง *วิ้ง* ดังขึ้นชั่วครู่ และแทบจะในทันทีหญิงสาวผู้กลับมายังโลกใบเดิมในร่างใหม่ก็ประจักษ์ได้ว่า สิ่งที่เ้าของร่างนี้เคยประสบพบเจอน่าอนาถกว่าตนหลายเท่านัก —รากปราณถูกแย่งชิง —ใบหน้าอันงดงามถูกทำลาย —ก่อนตายยังถูกพิษวิปริตจนเกือบเสียความบริสุทธิ์ไป
ถึงอย่างนั้นแล้ว เ้าของร่างเดิมก็ยังนับว่ามีโชคอยู่บ้าง เพราะแอ่งน้ำด้านล่างของหุบเหวนี้เป็สระน้ำวิเศษ!
หลังจากเ้าของร่างเดิมพาตัวเองะโลงมาก็ทนความเ็ปของาแไม่ไหว ยังไม่ทันตกถึงพื้นก็สิ้นใจเสียก่อน โชคดีที่ร่างของนางตกลงมาในสระวิเศษ าแบนร่างกายจึงถูกพลังวิเศษของสระช่วยรักษาและฟื้นฟู ร่างนี้จึงไม่แตกสลายไปเสียก่อน
หาไม่มู่เสียวจิ่วคงไม่มีโอกาสได้คืนชีพเป็ครั้งที่สองอีกแล้ว
มู่เสียวจิ่วระบายลมหายใจอย่างทอดถอน “เฮ้อ~~ ช่างเถอะ ในเมื่อข้ามาอยู่ในร่างของเ้าแล้ว หากข้าสามารถมีชีวิตรอดออกไปได้ ข้าจะล้างแค้นให้เ้าเอง!”
ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือไม่ ขณะที่เอ่ยประโยคนี้จบ ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าร่างกายเบาสบาย
ราวกับเวลานี้ร่างกายนี้เป็ของนางแล้วจริง ๆ
ในเมื่อมู่เสียวจิ่วโจรขุดสุสานตายไปแล้ว เช่นนั้นนับั้แ่วันนี้ไป นางก็คือ ‘มู่เชียนจิ่ว’!
เมื่อสติของมู่เชียนจิ่วกลับคืนมาสมบูรณ์แล้ว พิษวิปริตภายในกายก็กำเริบขึ้นอีกครั้ง ภายในกายเริ่มร้อนผ่าวราวกับมีบางอย่างกำลังร้อนขึ้นและร้อนขึ้น จนจวนจะหลอมละลายร่างของนางได้ก็มิปาน
กำหนัดขจรงั้นหรือ?
มุมปากมู่เชียนจิ่วกระตุกเล็กน้อย…พิษกำหนัดขจรนี้นางเป็ผู้คิดค้นขึ้นด้วยตัวเอง
สิบสุดยอดพิษประหลาดของดินแดนเสวียนอู่แห่งนี้ มีถึงเจ็ดชนิดที่นางเป็ผู้คิดค้น
การทำยาถอนพิษเวลานี้คงไม่ทันกาลเสียแล้ว หาก้าจะถอนพิษ นางจำเป็ต้องให้บุรุษช่วย!
แต่ที่ที่ร้างไร้ผู้คนเช่นนี้ นางจะไปหาบุรุษที่ไหนมาถอนพิษกัน?
หรือข้าที่เพิ่งคืนชีพจะต้องตายอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันก้าวออกจากหลุมลึกนี่งั้นหรือ?
ยิ่งกว่านั้นยังตายเพราะพิษวิปริตที่ตัวเองสร้างขึ้นเองนี่อีก!
บัดซบ!
ขณะที่มู่เชียนจิ่วเริ่มหมดอาลัยตายอยากเพราะคิดว่าตนต้องตายแน่แล้ว จู่ ๆ ก็ราวกับมีแสงสว่างจ้าส่องกระทบดวงตานางจากทิศทางหนึ่ง แสงเรืองรองที่จุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเข้าไปใกล้ ๆ นางจึงได้รู้ว่ามีบุรุษท่อนบนเปลือยเปล่าผู้หนึ่ง กำลังนั่งสมาธิอยู่บนเตียงศิลาภายใต้แสงจันทร์
บุรุษผู้นั้นมีใบหน้าผุดผ่อง จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบางแดงเื่ ลวดลายสีดำที่สลักอยู่บนหน้าผากเปี่ยมไปด้วยความลึกลับ
อย่างไรก็ตาม ยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะชื่นชมความงามของบุรุษเพศ อีกทั้งนางก็ไม่มีกะจิตกะใจจะใส่ใจเื่นั้นนัก นางรู้สึกแค่ว่า์ช่างดีกับนางเหลือเกิน ที่รู้ว่าเวลานี้นางกำลัง้าบุรุษสักคน
ก็ดูเอาเถอะ...ถึงขนาดดลใจให้บุรุษผู้นั้นถอดเสื้อผ้ารอนางเรียบร้อยแล้วด้วย!
บุรุษที่นั่งสมาธิอยู่บนเตียงศิลาหนังตากระตุกยุกยิกเมื่อััได้ว่ามีใครคนหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้ คิ้วคมขมวดมุ่น ยิ่งคนผู้นั้นใกล้เรื่อย ๆ โดยไม่มีท่าทีจะหยุด คิ้วได้รูปก็ยิ่งขมวดแน่น
ที่นี่คือที่ที่เขาใช้เก็บตัวเข้าฌาน นอกจากเขาแล้วไม่เคยมีผู้ใดย่างกรายเข้ามาหลายพันปีแล้ว!
เช่นนั้นผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันนั่นเป็ใคร?
แล้วเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร!
ทว่าเวลานี้เขากำลังอยู่ใน่เวลาสำคัญ หากหยุดและออกจากฌาน สิ่งที่เขาสั่งสมมานับพันปีก็จะไร้ความหมาย!!!
มู่เชียนจิ่วไหนเลยจะล่วงรู้ว่าบุรุษตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ นางพุ่งพรวดเข้าไปจับเขากดลงบนเตียงศิลาทันทีก่อนจะปีนขึ้นไปคร่อมบนกายอีกฝ่ายพร้อมลมหายใจที่...หอบกระชั้น
หนังตาของบุรุษผู้อยู่ในฌานกระตุกแรงขึ้น สตรีนางนี้้าจะทำอะไรกันแน่!
มู่เชียนจิ่วเลียริมฝีปากล่างของตน ขณะพยายามข่มกลั้นจิตใจฝืนกำหนัดที่เกิดจากฤทธิ์วิปริตของพิษประหลาดเพื่อไม่ให้ตนทำมิดีมิร้ายบุรุษรูปงามที่อยู่ใต้ร่าง
จากนั้นนางก็รีบคว้านิ้วหนึ่งของบุรุษผู้นั้นยัดเข้าปากตนเอง
นอกจากการร่วมหลับนอนกับบุรุษแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยถอนพิษกำหนัดขจรได้ นั่นก็คือ ใช้เืของบุรุษเพศ!
ยิ่งถ้าเป็เืของบุรุษเพศที่ยังบริสุทธิ์ไม่เคยร่วมเตียงกับสตรีมาก่อนก็จะยิ่งได้ผลดีมากขึ้น
เมื่อรู้สึกว่านิ้วของตัวเองถูกฟันคม ๆ กัดจนได้เื ทั้งยังถูกปากเล็ก ๆ ดูดเอาเืไปจนนิ้วซีด โทสะก็บังเกิด บุรุษผู้อยู่ใน่เวลาสำคัญของการเข้าฌานโมโหจนธาตุไฟเกือบเข้าแทรก
สตรีสมควรตาย! เกิดปีสุนัขหรืออย่างไร ถึงกล้ามากัดนิ้วข้า!
ไม่ว่าเ้าเป็ใคร รอข้าบรรลุเมื่อใด จะต้องตามล่าและเด็ดหัวเ้าด้วยมือของข้าให้จงได้!
.
.
.