เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 64 ยั่วโมโหนักนะ

    อาอี๋เจียงสี่ส่ายศีรษะที่ใหญ่โต รู้สึกว่าบนหน้าผากเหมือนมีบางอย่างบวมปูดขึ้นมา และยิ่งปูดขึ้นเรื่อย ๆ 


    ลวี่เยาโน้มตัวลงไปเอานิ้วโป้งเช็ดถูก้อนบวมปูดบนหน้าผากของอาอี๋เจียงสี่ อาอี๋เจียงสี่เจ็บจนร้องโอย ตะโกนรัว ๆ “เจ็บ ๆ ๆ ๆ ๆ...”


    ลวี่เยาลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้ม ประเมินน้ำหนักของกระถางเครื่องหอมทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ในมือ แล้วเดินไปยังประตู


    อาอี๋เจียงสี่มองเงาด้านหลังของลวี่เยา เกลียดจนคันฟัน ค่อย ๆ รวบรวมกำลังอย่างเงียบ ๆ แล้ววิ่งไปกระแทกด้านหลังของลวี่เยา  


    ลวี่เยาที่การเคลื่อนไหวเหมือนไม่ช้าไม่เร็วเพิ่มความเร็วขึ้นทันใด ร่างย้ายไปทางขวาอย่างว่องไว อาอี๋เจียงสี่ทำท่าดุจเสือกระโจนเข้าหาเหยื่อเป็นเหตุให้หวาอี๋เหนียงล้มลงกับพื้น แม้แต่เสียงคร่ำครวญก็มิทันร้องออกมา เป็นลมล้มพับไปก่อน 


    ปฏิกิริยาเสี่ยวหรูรวดเร็ว ร้องเสียงแหลม “ฆ่าคน! ฆ่าคน! ลวี่เยาฆ่าหวาอี๋เหนียง!”


    ถังเฉียนเหลือกตาสองข้างล้มลงหมดสติ โชคดีที่เสี่ยวสี่ตาดีมือไวประคองรับได้ทัน  


    แม่ครัวไปลากอาอี๋เจียงสี่ “รีบลุกขึ้น ๆ อี๋เหนียงถูกเจ้าทับร่างอยู่”


    อาอี๋เจียงสี่รู้ว่าตนเองก่อเรื่องแล้ว ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียก พอจะลุกขึ้นกลับล้มลงไปอีก 


    คราวนี้ ทำหวาอี๋เหนียงที่เป็นลมฟื้นขึ้นมาได้เพราะความเจ็บ อีกทั้งยังร้องโหยหวนเสียงแหลม “กรี๊ด!!!” เสียงร้องดังลากยาว ก้องสะท้อนในหู


    ถังโยวขมวดคิ้วตะคอก “ไม่ต้องร้อง! ร้องบ้าอะไร? ร้องจนปวดหัวไปหมด”


    ถังเฉียนโผไปบนร่างของหวาอี๋เหนียง ร้องไห้เจ็บปวดสะอื้น “อี๋เหนียง อี๋เหนียง ท่านปลอดภัยดีหรือไม่?”


    หวาอี๋เหนียงตัวสั่นตะเกียกตะกายลุกขึ้น ตบหลังถังเฉียน กลั้นความเจ็บปวด กล่าวปลอบโยนเสียงเล็กเสียงน้อย “ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา ไม่ต้องเสียใจสะอึกสะอื้น ระวังตาจะแดงเอา” จากนั้นหันไปทางอาอี๋เจียงสี่ ชำเลืองมองอย่างโหดเหี้ยมคราหนึ่ง


    อาอี๋เจียงสี่คุกเข่าร้องขอโทษ “อี๋เหนียงไว้ชีวิตด้วย ๆ ต้นเหตุมาจากลวี่เยา ทำให้อาอี๋พลาดชนอี๋เหนียงล้ม”




    หวาอี๋เหนียงจัดผมที่ยุ่งเหยิง มองไปทางลวี่เยาอย่างเยือกเย็น กัดฟันกล่าว “นังทาสเลว คิดจะเอาชีวิตข้ารึ?!”


    ถังโยวเบะปากกล่าว “มิใช่นางที่ชนท่าน ท่านโผไปหานางทำไม?”


    หวาอี๋เหนียงอารมณ์พลุ่งพล่านจนไอติดกันหลายที


    ถังเฉียนตบหลังหวาอี๋เหนียงเพื่อให้หายใจสะดวก “อี๋เหนียง ช่างเถิด อย่าโกรธจนทำร้ายร่างกาย”


    เสี่ยวหรูครุ่นคิดแล้วกล่าวพึมพำเบา ๆ  “ลวี่เยานั่นขัดเสี่ยวหรูล้ม แย่งกล่องอาหารของคุณหนูรอง แอบมุดกินอาหารอยู่ในห้อง อี๋เหนียงส่งคนมาตาม นางยังจงใจก่อเรื่อง ทำร้ายจนอี๋เหนียงเกือบตาย” 


    ถังโยวขำพรืด ยกมือโบกอย่างรำคาญ กล่าว “เปราะบางขนาดนั้นเชียว? ชนครั้งเดียวไม่ถึงตายหรอก”


    หวาอี๋เหนียงโกรธจนระงับไม่อยู่ ขึ้นเสียงตะโกน “คุณหนูใหญ่ ไม่ควรกล่าวเช่นนี้! ท่านปล่อยให้สาวใช้ของตัวเองทำผิดโดยไม่ว่ากล่าวนี่ก็เกินไปแล้ว! ดูเอา นางทำอะไรลงไปบ้าง? ขโมยกินอาหารของคุณหนูไม่ว่า ยังตั้งใจก่อเรื่อง พลาดนิดเดียวก็เอาชีวิตข้าแล้ว! สาวใช้ร้ายกาจเช่นนี้ ถูกลือออกไป ไม่เพียงขายขี้หน้าตระกูลถัง คนอื่นจะกล่าวได้ว่าเจ้านายเป็นเช่นไรบ่าวก็เป็นเช่นนั้น ชื่อเสียงคุณหนูใหญ่ เกรงว่าจะเสียไปถึงไหน ๆ คิดจะออกเรือนกับคนดี ๆ เหอะ ๆ...กลัวว่าจะเพ้อเจ้อแล้ว” 


    ถังโยวคิดถึงฮัวชิงหร่าน และคิดถึงตนเอง ความมั่นใจพลันตกลงไปในหลุม  


    หวาอี๋เหนียงยิ้มเย็นชาอยู่ในใจ ชี้ไปทางลวี่เยากล่าว “บ่าวชั่วนี่ โบยนาง 20 ไม้ก่อนค่อยว่ากัน!” นางหันศีรษะดึงตัวแม่ครัวออกมา “เจ้าไป ตีมันหนัก ๆ ให้ข้า!” 


    แม่ครัวลังเล ขยิบตาให้ลวี่เยา ให้นางรีบคุกเข่าร้องขอให้ปล่อยไป เพื่อเลี่ยงการทุบตีครั้งนี้ 


    ลวี่เยาเกลียดการเล่นอุบายลูกไม้ของเหล่าสตรีในบ้านนี้เป็นที่สุด และคร้านจะทำตัวไร้เดียงสา จึงกล่าวเสียงเรียบ “อี๋เหนียงก็เป็นบ่าว เป็นแค่ของเล่น บ่าวอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรลงโทษคนข้างกายคุณหนูใหญ่? 


    คำกล่าวนี้เป็นดั่งประทัดไม้ไผ่ที่ค่อย ๆ ทิ่มแทงเข้าไปในใจของหวาอี๋เหนียง หลังจากนั้นเกิดเสียงดังปัง ใจของนางระเบิดจนไม่มีชิ้นดี!


    ในเวลาเดียวกัน ประโยคนี้คล้ายดั่งไฟส่องทางจุดประกายให้กับถังโยว


    นั่นสิ หวาอี๋เหนียงก็เป็นแค่ของเล่น เป็นบ่าว มีสิทธิ์อะไรมาลงโทษคนของนาง?!


    ถังโยวยืดตัวตรง กวาดตามองหวาอี๋เหนียงอย่างดูแคลน น้ำเสียงหนักแน่น กล่าวเสียงเยือกเย็น “หวาอี๋เหนียง ลวี่เยาเป็นคนของข้า ลงโทษอย่างไรแน่นอนว่าข้าตัดสินใจเอง เจ้ารีบกลับห้องไปเย็บพื้นรองเท้าให้ท่านพ่อ ตัดเย็บถุงเท้า ทำหน้าที่เมียน้อยให้ดีเถอะ! หากยังก่อเรื่องวุ่นวายอยู่ที่นี่อีก อย่ากล่าวโทษบ้านข้าที่ดูแลไม่ดี!”


    ใบหน้าสวยของหวาอี๋เหนียงถูกถังโยวสั่งสอนจนแดง ดวงตาหยาดเยิ้มดังศรธนูเยือกเย็นอาบยาพิษยิงไปทางลวี่เยาและถังโยว นางคิดจะโต้เถียง แต่ฐานะเมียน้อยกำหนดให้มิกล้ากล่าวมาก หากนางยังก่อเรื่องอยู่ที่นี่ ถูกคนอื่นจับจุดอ่อนได้ หลังจากนี้เฉียนเอ๋อร์จะใช้ชีวิตลำบาก อย่างไรเสีย เฉียนเอ๋อร์คือคนที่ออกมาจากท้องของนาง รอตระกูลใหญ่โตนั่นต้องการตบแต่งเมีย แน่นอนว่าต้องพิจารณาชื่อเสียงอี๋เหนียงนี้ของนางไว้ข้างใน นางไม่สามารถทำให้เฉียนเอ๋อร์ต้องแปดเปื้อน! 


    หวาอี๋เหนียงหยุดโต้เถียง กลับใช้แววตาส่งสัญญาณให้เสี่ยวหรูกล่าวแทนสองสามคำ เพื่อไม่ให้มีใครยกเรื่องนี้มาพูดได้อีก


    เสี่ยวหรูเห็นหวาอี๋เหนียงมิใช่คู่ปรับของลวี่เยา ก็ไม่อยากออกหน้าแล้ว แต่ด้วยอำนาจของหวาอี๋เหนียง นางย่อมมิกล้าขัดขืน ดังนั้น เสี่ยวหรูกัดริมฝีปากล่าง จำใจเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กล่าวกับลวี่เยา “ลวี่เยา เจ้าตั้งใจขัดขาข้าล้ม ไม่ถามไถ่ก็เอาอาหารของคุณหนูรองไปกิน ภายหลังยังตีอาอี๋เจียงสี่หวัง เจ้าทำเรื่องเช่นนี้ สร้างปัญหาให้คนอื่นไม่หยุดไม่หย่อน ทำร้ายจนคุณหนูใหญ่นอนกลางวันไม่สบาย!” จากนั้นนางหมุนตัวคุกเข่าต่อหน้าถังโยวดังปัง หลั่งน้ำตาร้องไห้กล่าว “คุณหนูใหญ่ ท่านต้องตัดสินใจเพื่อทุกคนนะ! ลวี่เยากลั่นแกล้งผู้อื่นเช่นนี้ จะให้ทุกคนมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร? ตอนนี้ คุณหนูใหญ่อยู่ในบ้าน นางยังกำเริบเสิบสานใช้อำนาจระรานเช่นนี้ หากคุณหนูใหญ่ไปข้างนอก ทุกคนมิถูกนางรังแกตายหรอกหรือ?! ขอร้องคุณหนูใหญ่ทำหน้าที่จัดการเถิด!”


    ถังโยวถูกยกจนสูงส่ง ธรรมดาว่าย่อมงุนงงเล็กน้อย ถูกเยินยอเช่นนี้ ความรู้สึกของการได้เป็นที่พึ่งพาช่างดีเหลือเกิน!


    ถังโยวกระแอมเบา ๆ มองไปทางลวี่เยา เดิมอยากให้อีกฝ่ายขอโทษทุกคน แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด เมื่อเห็นท่าทีนิ่งเงียบของลวี่เยา คำกล่าวนี้นางก็มิสามารถเอ่ยออกไป


    จริง ๆ เลย แปลกมาก


    ถังโยวกระแอมอีกครั้ง กล่าวกับทุกคน “ลวี่เยานั้นมีส่วนผิด สมควรถูกลงโทษ แต่วันนี้นางสามารถกู้หน้าให้ข้า ย่อมต้องให้รางวัล เอาความดีนี้ชดเชย เรื่องนี้ก็ถือว่าช่างมัน ต่อไป ห้ามใครวิจารณ์เรื่องนี้อีก โดยเฉพาะห้ามกล่าวลือแพร่ออกไปข้างนอก หากข้ารู้ว่าใครสอพลอกล่าวมาก ข้าจะ...หึ ข้าไม่ปล่อยไว้ง่าย ๆ แน่!” กล่าวจบสะบัดแขนเสื้อ เดินกลับห้องไปอย่างห้าวหาญ


    เสี่ยวหรูรู้ว่าคุณหนูรองของตนเป็นคนไม่ยุ่งวุ่นวาย และยิ่งไม่สามารถกระด้างกระเดื่องกับคุณหนูใหญ่ นางจึงเบะปากยืนขึ้น จ้องมองลวี่เยาอย่างเคียดแค้น


    ลวี่เยาไม่ใส่ใจเสี่ยวหรู แม้กระทั่งประโยคตอบโต้ก็มิกล่าว 


    เสี่ยวหรูรู้สึกเหมือนตนเองเก่งกาจยิ่งกว่าหวาอี๋เหนียงเล็กน้อย ดูสิ แม้กระทั่งลวี่เยาก็ไม่กล้าเผชิญหน้าตรง ๆ นี่มิใช่เพราะนางปากคอว่องไว ฉลาดไม่มีใครเทียบหรอกหรือ กล่าวจนลี่เยาพูดไม่ออกไปเลย?!   


    เสี่ยวหรูทะนงตนขึ้นมานิดหน่อยแล้ว



    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ


     ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***