นับตั้งแต่ค่ำคืนที่นนท์ใช้ความรู้กฎหมายช่วยคลี่คลายวิกฤตสัญญามรดกและขับไล่วิโรจน์ออกไปได้สำเร็จ คุณนายกานดารู้ดีว่าญาติฝั่งสามีเก่าคนนี้ไม่มีวันยอมรามือ และคงหาช่องโหว่ทางกฎหมายอื่นๆ กลับมาเล่นงานครอบครัวอีกในอนาคต
กานดาจึงตัดสินใจเรียกนนท์เข้ามาปรึกษาเพื่อเสนอแผนการจดทะเบียนสมรสเพื่อเป็นเกราะป้องกันทรัพย์สินทางกฎหมาย ซึ่งนนท์ยอมตกลงด้วยความเต็มใจเพื่อปกป้องทุกคน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าวันแต่งงานสามวัน กานดาตระหนักดีว่าเธอต้องทำความเข้าใจกับลูกสาวทั้งสองคนให้เคลียร์เสียก่อน หล่อนจึงเรียกแพรวไพลินและพิมอัปสรเข้ามาคุยเป็นการส่วนตัวในห้องนอนใหญ่
"แม่มีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง... ที่อยากคุยกับลูกทั้งสองคนให้เข้าใจตรงกันจ้ะ" กานดาสบตาลูกสาวทั้งสองคนด้วยแววตาอ่อนโยนแต่จริงจัง "เรื่องของนนท์... แม่รู้มาสักพักใหญ่แล้วนะว่า นนท์มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแพรว... และกับน้องพิมด้วย"
คำสารภาพตรงๆ ของผู้เป็นแม่ทำเอาพิมอัปสรสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความตกใจและละอายใจ เด็กสาวก้มหน้าหลบสายตาทันที ปลายนิ้วมือจิกเกร็งกระโปรงแน่นด้วยความรู้สึกกึ่งสับสนและสั่นไหวในศีลธรรม "คุณแม่... รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ... น้องพิมขอโทษค่ะ..."
ขณะที่แพรวไพลินเพียงแค่ยิ้มบางๆ อย่างไม่แปลกใจนัก หล่อนบีบไหล่น้องสาวเบาๆ ก่อนหันไปพูดกับมารดา "หนูกับพิมต่างหากค่ะที่ต้องขอโทษคุณแม่ แต่พวกเรายอมรับและสัญญากันแล้วว่าจะแชร์นนท์ร่วมกันค่ะ"
กานดาเอื้อมมือไปกุมมือลูกสาวทั้งสองคนไว้แน่น "แม่ไม่ได้จะดุด่าพวกลูกเลยสักนิดจ้ะ นนท์เป็นคนดีและรักพวกเราทุกคน สำหรับแม่แล้ว นนท์คือคนรักและผู้ชายคนสำคัญ... แต่แม่ก็รักลูกทั้งสองคนที่สุด และในเมื่อเราต่างรักผู้ชายคนเดียวกัน แม่ก็พร้อมจะเปิดกว้างและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวในบ้านหลังนี้"
พิมอัปสรช้อนสายตาชื้นน้ำตาขึ้นมองมารดา แววตาสะท้อนความรู้สึกกึ่งยอมรับกึ่งขัดแย้งในใจอย่างเห็นได้ชัด "แต่น้องพิม... น้องพิมยังรู้สึกสับสนบอกไม่ถูกค่ะคุณแม่... ถ้าคุณแม่แต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนนท์ นนท์ก็ต้องมีฐานะเป็นสามีของคุณแม่และเป็นพ่อเลี้ยงของพวกเราตามกฎหมาย แล้วแบบนี้ความสัมพันธ์ระหว่างน้องพิมกับนนท์... มันจะไม่ดูผิดศีลธรรมและแปลกประหลาดเกินไปเหรอคะ..."
กานดามองดูลูกสาวคนเล็กด้วยแววตาอ่อนโยน หล่อนขยับเข้าไปสวมกอดพิมอัปสรไว้เบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานจริงใจ "พิม... แม่ไม่ได้คิดจะแย่งนนท์ไปจากลูกๆ เลยนะจ๊ะ ถึงแม้ว่าแม่จะเป็นแค่แม่เลี้ยง ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของพิมกับแพรว แต่แม่ก็รักลูกทั้งสองคนมากที่สุดในชีวิต... ถ้าพิมหรือแพรวรู้สึกอึดอัดใจและยอมรับไม่ได้จริงๆ บอกแม่ได้เลยนะลูก แม่พร้อมจะหาทางอื่นเพื่อรักษาครอบครัวของเราไว้ โดยไม่ทำลายความรู้สึกของพวกลูกเด็ดขาด"
คำพูดแสนอบอุ่นและจริงใจของกานดาทำให้น้ำตาของพิมอัปสรไหลร่วงด้วยความซาบซึ้ง หล่อนรู้ดีว่าแม้คุณแม่กานดาจะเป็นแม่เลี้ยง แต่ก็รักและดูแลหล่อนกับพี่สาวมาอย่างดีตลอดหลายปี
"คิดมากไปได้ยัยพิม" แพรวไพลินพูดเสริมขึ้น "ทะเบียนสมรสใบนี้มันเป็นแค่เกราะบังหน้าทางกฎหมายเพื่อสู้กับคุณอาวิโรจน์เท่านั้นแหละ นนท์จดทะเบียนเพื่อมีสิทธิ์ทำนิติกรรมดูแลกิจการให้พวกเรา ไม่ได้จดเพื่อมาทำตัวเป็นพ่อเลี้ยงมาสั่งสอนเราเสียหน่อย ลับหลังคนอื่น นนท์ก็คือนนท์ คนรักของพวกเราสามคนเหมือนเดิมนั่นแหละ"
กานดาพยักหน้ายืนยัน "จริงอย่างที่แพรวพูดจ้ะพิม ในบ้านหลังนี้ นนท์ไม่ใช่พ่อเลี้ยงของลูก และลูกก็ไม่ใช่ลูกเลี้ยงของเขา ทะเบียนสมรสเป็นเพียงโล่ป้องกันภัยภายนอกเท่านั้น แม่ไม่อยากเอาสายตาคนอื่นมาแลกกับความปลอดภัยและความสุขของพวกเราอีกแล้วจ้ะ... พิมรับเรื่องนี้ได้ไหมลูก?"
พิมอัปสรกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกรักลึกซึ้งที่มีต่อนนท์ปะทะกับความเหนียมอายและกรอบประเพณี ทว่าเมื่อนึกถึงอ้อมกอดแสนอบอุ่นและการปกป้องที่นนท์มีให้เสมอมา เด็กสาวก็ระบายลมหายใจยาว พยักหน้ารับอย่างเอียงอายแต่ยอมรับในที่สุด "ถ้าน้องพิมจะยังเขินๆ และรู้สึกแปลกอยู่บ้าง... แต่น้องพิมก็รักพี่นนท์และไม่อยากเสียเขาไปค่ะ ถ้านี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวเรา... น้องพิมก็ยอมรับค่ะคุณแม่"
เมื่อสามแม่ลูกเคลียร์ใจกันจนเข้าใจตรงกันและสลัดความอึดอัดออกไปจนหมดสิ้นแล้ว แผนการแต่งงานจึงดำเนินต่อไปด้วยความเต็มใจของทุกคน
และในยามเช้าอันสดใส คฤหาสน์เลิศโชติอนันต์ถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีหวานอย่างเรียบง่าย งานแต่งงานและพิธีจดทะเบียนสมรสระหว่างคุณนายกานดากับนนท์จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในห้องโถงกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงข่าวลือจากคนภายนอก โดยมีเพียงเจ้าหน้าที่นายทะเบียน แพรวไพลิน และพิมอัปสร ร่วมเป็นสักขีพยาน
ก่อนพิธีจะเริ่มขึ้น กานดานั่งตรวจความเรียบร้อยหน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัว หัวใจเต้นระทึกราวกับเด็กสาวแรกรุ่นที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ครั้งแรก หล่อนสวมชุดเดรสลูกไม้สีขาวมุกเรียบหรูที่เน้นส่วนโค้งเว้าอวบอัด แพรวไพลินและพิมอัปสรเดินเข้ามาช่วยจัดชายกระโปรงให้มารดา แพรวไพลินเอ่ยแซวปนยิ้มยั่ว "คุณแม่สวยจังเลยค่ะวันนี้ ดูเด็กขึ้นตั้งเยอะ... รับรองว่านนท์เห็นแล้วต้องตะลึงจนตาค้างแน่ๆ" ส่วนพิมอัปสรยิ้มหวานพลางปักดอกไม้สีขาวประดับอกให้มารดาอย่างใส่ใจ
เมื่อได้เวลา ทนายสุวัชระทนายความประจำตระกูลก็เดินทางมาถึงพร้อมเอกสาร กานดาจึงเรียกทนายความมาคุยสรุปรายละเอียด ทนายสุวัชระอธิบายว่า "การจดทะเบียนสมรสครั้งนี้จะสถาปนาสิทธิ์ของคุณนนท์ในฐานะหัวหน้าครอบครัวร่วมกับคุณนายโดยชอบธรรมครับ ส่งผลให้คุณนนท์สามารถเข้าดูแลจัดการทรัพย์สินและบริษัทในฐานะตัวแทนของคุณนายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ฝ่ายคุณวิโรจน์ไม่มีช่องทางเข้ามาแทรกแซง หรืออ้างสิทธิ์ครอบครองกิจการที่ไร้คนดูแลได้อีกต่อไปครับ" กานดาฟังแล้วพยักหน้ารับด้วยความโล่งใจ แผนการนี้จะช่วยขจัดปัญหาความกดดันจากญาติสามีเก่าได้อย่างสิ้นเชิง
ในห้องนอนส่วนตัว นนท์ยืนสำรวจตัวเองในกระจกบานยาวหลังจากสวมสูทสากลสีเทาเข้มเนื้อดี ซึ่งกานดาสั่งตัดพิเศษให้เขาลับๆ ชายหนุ่มเพ่งมองภาพสะท้อนด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ สูทขับเน้นรูปร่างสูงใหญ่กำยำและบ่าแกร่งของเขาจนดูหล่อเหลาสง่างาม นนท์ก้มมองฝ่ามือหนาหยาบกร้านที่เคยผ่านงานหนักขับรถ บัดนี้มือคู่นี้กำลังจะลงนามในทะเบียนสมรสเพื่อกลายเป็นคู่ชีวิตของหญิงมหาเศรษฐี นนท์ตั้งใจว่าจะศึกษาตำรากฎหมายและบริหารธุรกิจที่กานดาเตรียมไว้ให้ เพื่อพัฒนาตัวเองขึ้นมาปกป้องครอบครัวนี้อย่างเต็มภาคภูมิ
เมื่อนนท์ก้าวเดินลงมาจากบันไดไม้สักทอง รูปร่างสูงใหญ่สง่างามสะกดให้ทุกคนในโถงบ้านจ้องมอง แพรวไพลินและพิมอัปสรต่างหันมาสบสายตากับนนท์ด้วยแววตาพึงพอใจ ท่าทางของเขาดูภูมิฐานสมฐานะคุณผู้ชายคนใหม่ของคฤหาสน์อย่างไร้ที่ติ
พิธีจดทะเบียนสมรสเป็นไปอย่างเรียบง่าย ทั้งคู่เดินก้าวมานั่งต่อหน้านายทะเบียน ในจังหวะที่ต้องจรดปากกาลงนาม กานดารู้สึกตื่นเต้นจนปลายนิ้วมือสั่นเทาเล็กน้อย นนท์จึงเอื้อมมือหนาไปกุมมือนุ่มของหล่อนไว้แผ่วเบาเพื่อมอบความมั่นใจ กานดาสบตาคมกริบของเขาแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะร่วมลงลายมือชื่อเคียงคู่กัน เมื่อนายทะเบียนส่งมอบแฟ้มจดทะเบียนสมรสให้ ทั้งคู่ก็สบตากกันด้วยความยินดี ท่ามกลางเสียงปรบมืออวยพรอย่างอบอุ่นจากสักขีพยานทั้งสอง
ยามเย็นหลังจากเสร็จสิ้นพิธีและรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว กานดาชวนนนท์ขึ้นมาพักผ่อนในห้องนอนใหญ่เพื่อเปิดใจคุยกันตามลำพัง หล่อนนั่งลงบนขอบเตียงนุ่ม ช้อนสายตาขึ้นมองสามีป้ายแดงด้วยความกังวลใจก่อนจะเอ่ยปากน้ำเสียงอ่อนโยน
"นนท์... มานั่งข้างๆ ฉันตรงนี้สิ" กานดาตบเบาะข้างกายเบาๆ เมื่อนนท์นั่งลงเคียงข้าง หล่อนจึงเอื้อมมือไปกุมมือหนาของเขาไว้แน่น "ตลอดทั้งวันนี้ฉันเห็นเธอเงียบมาก นนท์... ฉันอยากถามย้ำเธออีกครั้งนะว่า เธอเต็มใจจะแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับฉันจริงๆ หรือเปล่า"
"ถ้าลึกๆ แล้วเธอไม่ได้เต็มใจ แต่อยากแต่งเพราะหน้าที่หรือแค่อยากปกป้องพวกเรา บอกฉันตรงๆ นะ... พอเคลียร์เรื่องมรดกกับวิโรจน์เรียบร้อยแล้ว ฉันจะจดทะเบียนหย่าคืนอิสรภาพและโอกาสให้เธอเอง ฉันไม่อยากเอาเปรียบรั้งเธอไว้ด้วยทะเบียนสมรสใบเดียวหรอกนะจ๊ะ..."
คำพูดที่เต็มไปด้วยความหวังดีทำให้นนท์รู้สึกอบอุ่นใจ ชายหนุ่มกระชับมือของกานดาแน่น จ้องลึกเข้าไปในแววตาของภรรยาสาวใหญ่ด้วยความหนักแน่น
"คุณกานดาครับ... บอกตามตรงเลยนะครับ แม้ความรักที่ผมมีให้คุณกานดาจะไม่ได้ดูหวือหวาร้อนแรงเหมือนพวกเด็กวัยรุ่น แต่ผมแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ครับว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องบุญคุณหรือหน้าที่อย่างที่เคยเข้าใจ... ผมรักคุณกานดาครับ รักแบบที่ผู้ชายคนหนึ่งอยากจะดูแลและอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต การแต่งงานในวันนี้ไม่ใช่เรื่องฝืนใจเลยแม้แต่นิดเดียวครับ"
กานดาฟังคำยืนยันหนักแน่นของนนท์แล้ว หัวใจของหล่อนพองโตด้วยความตื้นตันและมีความสุขสูงสุด แม้ความรักครั้งนี้ไม่ได้หวือหวาร้อนแรงดั่งไฟป่า แต่อบอุ่นและยั่งยืนราวกับเตาไฟอุ่นที่ไม่มีวันมอด ทั้งคู่โอบกอดกันด้วยความรักแท้ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ร่วมกันอย่างสงบสุข...