ทางใต้ของเมืองไคหยาง ณ ค่ายทหารตระกูลโต
"คุณชาย เสบียงที่กองทัพเราเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งเดือนแล้ว เริ่มมีข่าวลือแพร่สะพัดในกองทัพแล้วเ้าค่ะ" ฮวาหมู่หลานกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
โตซางปิดสมุดบัญชีเสบียงแล้วถามว่า "เสบียงจากเมืองตงไห่ยังมาไม่ถึงอีกหรือ?"
"ยังเ้าค่ะ เลยกำหนดนัดหมายมาสิบวันแล้ว" ฮวาหมู่หลานส่ายหน้า "ข้าส่งคนควบม้าเร็วไปเร่งรัดแล้ว แต่คำตอบจากทางถันเฉิงคือถนนเป็โคลน เส้นทางขนส่งเสบียงไม่สะดวก ให้พวกเรารออีกสองสามวันเ้าค่ะ"
"รออีกสองสามวัน? รออีกสองสามวันเสบียงก็หมดเกลี้ยง ทหารของข้าคงใจเสียจนกองทัพระส่ำระสาย พ่ายแพ้ไปเองโดยไม่ต้องรบแล้ว" โตซางทุบโต๊ะเสียงดังปัง "นี่ต้องเป็ฝีมือของกวนอูและบิต๊กที่กลัวว่าข้าจะยึดเมืองไคหยางได้ จึงจงใจตัดเสบียงของข้า เพื่อให้ข้าพ่ายแพ้โดยไม่ต้องรบ"
เมื่อโตซางเปิดโปงแผนการ ฮวาหมู่หลานก็พลันเข้าใจทันที นางโกรธจนใบหน้าสวยฉายแววเดือดดาล แต่ทำได้เพียงเก็บความโกรธไว้ในอกเพราะไร้หนทางแก้ไข
โตซางเดินไปมาในกระโจม ขมวดคิ้วมุ่น พลางครุ่นคิดหาทางรับมือ
แผนการในตอนนี้มีเพียงสองทางเลือก หนึ่งคือต้องบุกยึดเมืองไคหยางให้ได้ก่อนที่เสบียงจะหมดเพื่อปักหลักในหลางเกียให้มั่นคง
ทว่าจงป้ายังมีกำลังทหารอีกพันกว่านาย ด้วยกำลังพลที่เขามีในตอนนี้ หากคิดจะบุกยึดเมืองไคหยางด้วยกำลัง อาจไม่มีความมั่นใจเต็มสิบส่วน เว้นแต่จงป้าจะเป็ฝ่ายบุกออกมาเอง
แต่บิต๊กต้องแอบแจ้งจงป้าแล้วว่าเสบียงของเขาถูกตัด เพื่อให้จงป้ารักษาเมืองไว้และไม่ยอมรบ รอจนเสบียงหมดและใจทหารแตกซ่าน จึงค่อยลงมือโจมตีปลิดชีพในคราวเดียว
เส้นทางที่จะตีเมืองไคหยางให้แตกโดยเร็วเห็นได้ชัดว่าเดินต่อไม่ได้ เช่นนั้นก็เหลือเพียงเส้นทางเดียวคือการแก้ปัญหาเื่เสบียง
พวกบิต๊กและกวนอูต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เขาได้ข้าวแม้แต่เม็ดเดียวแน่นอน
ขณะนี้เป็่ปลายฤดูหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิ อำเภอต่าง ๆ ที่เขาควบคุมอยู่ ไม่ว่าจะเป็คลังหลวงหรือเสบียงที่ชาวบ้านเก็บไว้ เกรงว่าคงจะถูกใช้จนเกือบหมดแล้ว ต่อให้ใช้วิธีบังคับเกณฑ์มาได้ก็คงมีไม่มากนัก เปรียบเสมือนการตักน้ำน้อยใส่ไฟกองใหญ่
เมื่อทั้งสองทางถูกปิดตาย ดูเหมือนว่าโตซางจะถูกบีบจนถึงทางตันแล้ว
"พวกเ้าจะบีบให้ข้าตายหรืออย่างไร จะไม่ให้คนอื่นมีชีวิตรอดเลยหรือ..." โตซางเค้นสมองคิดอย่างหนักอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่พบวิธีแก้ไข
ในขณะที่กำลังกลัดกลุ้ม ทันใดนั้นดวงตาของโตซางก็ประกายแสงบางอย่าง มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย "เกือบลืมไปเลยว่า ในมือข้ายังมีแกะอ้วนตัวใหญ่ตัวหนึ่งอยู่คน! ไปลากตัวบิฮองผู้นั้นขึ้นมาให้ข้า"
เมื่อคำสั่งถูกส่งออกไป ครู่ต่อมาบิฮองก็ถูกลากเข้ามาในกระโจม
หลังจากถูกคุมขังมาเดือนกว่า าแตามร่างกายของบิฮองพื้นฐานหายดีแล้ว เพียงแต่แผลที่หูขาดไปครึ่งหนึ่งทำให้เขาดูอัปลักษณ์ยิ่งนัก ไม่หลงเหลือสง่าราศีของคุณชายผู้สง่างามแม้แต่น้อย
"โตซาง เ้าคิดจะทำอะไรอีก ข้าขอเตือนเ้า หากเ้ากล้าแตะต้องข้าอีก พี่ใหญ่ของข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!" ทันทีที่เข้ากระโจม บิฮองก็ะโด้วยความโกรธแค้น เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ได้รับบทเรียนเพียงพอ
โตซางไม่สนใจเขา แต่ส่งสัญญาณให้ฮวาหมู่หลาน
ฮวาหมู่หลานเข้าใจความหมาย ก้าวไปข้างหน้าแล้วถีบบิฮองจนล้มลงกับพื้น จากนั้นเหยียบลงไปอย่างแรงจนเขาขยับเขยื้อนไม่ได้
"โต... โตซาง เ้าคิดจะทำอะไร! หากเ้ากล้าฆ่าข้า ตระกูลบิของข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่..." บิฮองที่หมอบอยู่บนพื้นทั้งใและโกรธแค้น ะโด่าทออย่างบ้าคลั่ง
เคร้ง!
กระบี่ออกจากฝัก โตซางถือกระบี่ยาวที่ส่องประกายวาววับ เดินเข้าไปใกล้บิฮองช้า ๆ พร้อมแสยะยิ้ม "อย่าตื่นเต้นไป แกะอ้วนอย่างเ้ายังมีมูลค่าเหลืออยู่ ข้าไม่ฆ่าเ้าหรอก วันนี้เรียกเ้ามา เพียงเพื่อจะขอยืมของสิ่งหนึ่ง"
ขอยืมของสิ่งหนึ่ง?
บิฮองชะงักไปชั่วครู่ ยังไม่เข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของโตซาง จึงหยุดะโโดยสัญชาตญาณ
ในตอนนั้น คิ้วของโตซางขมวดมุ่น แววตาฉายความเย็นเยียบ มือยกกระบี่ขึ้นแล้วฟันลงมาอย่างเด็ดขาดโดยไม่ลังเล
ฉัวะ!
เืสาดกระเซ็น แขนขวาของบิฮองถูกฟันขาดสะบั้นอย่างไร้ความปรานี
จากนั้นภายในกระโจมก็ดังระงมไปด้วยเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด
โตซางเก็บกระบี่กลับไปที่โต๊ะ หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง แล้วสะบัดมือสั่งการ "ให้คนนำแขนที่ขาดข้างนี้ พร้อมกับจดหมายฉบับนี้ ส่งไปยังหมู่บ้านตระกูลบิที่อำเภอขู่โดยเร็วที่สุด ให้ถึงมือคุณหนูสามแห่งตระกูลบิ"
ทหารคนสนิทก้าวเข้ามา พลางห่อแขนที่โชกเืนั้นไว้ รับจดหมายแล้วรีบถอยออกไปทันที
"โตซาง เ้าลูกสุนัข เ้ากล้าทำกับข้าเช่นนี้ สักวันข้าจะฆ่าเ้า แล้วสับเ้าเป็หมื่นชิ้น!!"
บิฮองที่หมอบอยู่บนพื้น กุมแขนที่เืไหลนอง ะโด่าทอด้วยความแค้นสุดขีด แทบอยากจะกินเืกินเนื้อโตซาง
ทว่าโตซางกลับชื่นชมท่าทางเ็ปนั้น แล้วกล่าวอย่างเ็าว่า "พี่ใหญ่ของเ้าตัดเสบียงข้า คิดจะช่วยจงป้ากำจัดข้า ข้าตัดแขนเ้าข้างหนึ่งถือว่าปรานีเ้ามากแล้ว หากน้องสาวของเ้ารู้ความ ยอมส่งเสบียงมาแต่โดยดีก็จบเื่ มิเช่นนั้นข้าจะเชือดเ้า แล้วแบ่งให้ทหารทั้งค่ายกิน"
ฮวาหมู่หลานที่อยู่ข้างกายพลันเข้าใจทันที ใบหน้าสวยเฉี่ยวปรากฏความยินดี นางเพิ่งตระหนักว่าคุณชายของนางกำลังใช้ชีวิตสุนัขของบิฮองมาข่มขู่ให้ตระกูลบิกลับมาส่งเสบียง
[ติ๊ง... ระบบสแกนพบว่านายท่านกระทำการทารุณต่อศัตรู ได้รับค่าความโเี้ 10 แต้ม ปัจจุบันนายท่านมีค่าความโเี้ 28 แต้ม]
ท่ามกลางเสียงโหยหวน เสียงแจ้งเตือนของจิติญญาแห่งระบบก็ดังขึ้น โตซางแอบดีใจ "ข้าเกือบลืมไปเลยว่าผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว สามารถเก็บแต้มความโเี้จากเขาได้อีก ข้าแค่้าข่มขู่เอาเสบียง ไม่นึกว่าจะมีโชคลาภแถมมาด้วย..."
"โตซาง... สุนัขบ้า!! ข้าจะฆ่าเ้า ข้าจะฆ่าเ้า..."
บิฮองยังคงร้องโหยหวนด่าทอ โตซางเริ่มรำคาญจึงสั่งให้ลากตัวออกไป พันแผลและรักษาอาการาเ็ ห้ามปล่อยให้เขาตายเด็ดขาด
ในยุคนี้ คนที่สามารถเก็บค่าความโเี้ได้แบบบิฮองนั้นหาได้ยากยิ่ง โตซางไม่มีทางปล่อยให้ตู้เอทีเอ็มเครื่องนี้พังง่าย ๆ แน่นอน
"คุณชาย เช่นนั้นตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรเ้าคะ?" ฮวาหมู่หลานถาม
โตซางยิ้มอย่างมั่นใจ "ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่ปลอบขวัญทหาร แล้วนั่งรอเสบียงมาส่งถึงหน้าประตูค่ายก็พอ"
เจ็ดวันต่อมา
เสบียงในกองทัพใกล้จะหมด ข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วทุกค่าย ใจทหารเริ่มไม่มั่นคง
ยามค่ำคืน ขณะที่โตซางกำลังครุ่นคิดแผนการปราบศัตรู ฮวาหมู่หลานก็รีบวิ่งเข้ามาในกระโจมด้วยท่าทางตื่นเต้น "คุณชาย เสบียงของตระกูลบิมาถึงแล้วเ้าค่ะ มีมากกว่าสี่สิบรถ ถึงหน้าค่ายแล้วเ้าค่ะ"
ชีวิตสุนัขของบิฮองนั้นมีค่ามากจริง ๆ
แววตาของโตซางฉายความตื่นเต้น เขากล่าวอย่างยินดีว่า "มาได้จังหวะพอดี รีบขนเข้าค่ายโดยเร็ว ระวังอย่าให้เกิดเสียงดัง อย่าให้พวกโจรไท้ซัวในเมืองไคหยางไหวตัวทันเด็ดขาด"
"รับทราบเ้าค่ะ" ฮวาหมู่หลานรับคำเตรียมจะจากไป แต่แล้วก็กล่าวว่า "คุณชาย คุณหนูตระกูลบิผู้นั้นเดินทางมาพร้อมกับขบวนเสบียงด้วยเ้าค่ะ ตอนนี้อยู่หน้ากระโจม ขอเข้าพบคุณชาย คุณชายจะพบหรือไม่เ้าคะ?"
บิเจินถึงกับเดินทางมาด้วยตัวเอง!
คุณหนูสามแห่งตระกูลบิผู้นี้ ดูภายนอกเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่กลับมีความกล้าหาญไม่น้อยที่กล้าเดินทางมายังแนวหน้าด้วยตนเอง
"นางส่งเสบียงมาให้ถึงที่ หากไม่ให้ดื่มน้ำชาสักถ้วยคงเสียมารยาท ให้นางเข้ามาเถิด" โตซางโบกมือสั่ง
ฮวาหมู่หลานจึงรับคำและออกไป ครู่ต่อมา ม่านกระโจมถูกเปิดออก บิเจินในชุดคลุมสีดำก้าวเข้ามาในกระโจมเพียงลำพัง
"นึกไม่ถึงว่าคุณหนูบิจะใส่ใจถึงเพียงนี้ ถึงกับคุ้มกันเสบียงมาด้วยตัวเอง ลำบากท่านแล้ว" โตซางยิ้มมองบิเจิน
ทว่าใบหน้าสวยของนางกลับบึ้งตึง แววตามีความโกรธเคืองปนกับความจนใจ เห็นได้ชัดว่าการถูกโตซางข่มขู่เช่นนี้ทำให้นางไม่พอใจอย่างยิ่ง
"คุณชายโต วิธีการของท่านช่างโเี้ยิ่งนัก เพื่อเสบียงไม่กี่รถ ถึงกับตัดแขนพี่รองของข้า" บิเจินถอดชุดคลุมออก แล้วนั่งคุกเข่าลงบนที่นั่งรองอย่างสงบ คำพูดของนางแฝงไปด้วยการตัดพ้อและประชดประชันอย่างไม่ปิดบัง
"คุณหนูบิชมเกินไปแล้ว" โตซางยิ้มบาง ๆ "ตระกูลบิของพวกท่าน เริ่มจากจ้างโจรทะเลมาฆ่าข้า ต่อมาคิดจะยืมมือจงป้ากำจัดข้า ตอนนี้เห็นว่าจงป้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ก็ตัดเสบียงข้าเพื่อให้ข้าพ่ายแพ้ไปเอง หากพูดถึงเื่ความโเี้ ข้าโตซางช่างเทียบพวกท่านไม่ได้เลยจริง ๆ "
"ท่าน!" บิเจินถูกเปิดโปงแผนการ จึงมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ใบหน้าพลันขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอาย