กำเนิดจักรพรรดิสงคราม

    บทที่ 38 ข่าวของลู่หมิง

            บทที่ 38

            ข่าวของลู่หมิง

            บริเวณด้านหน้าของสำนักหุบเขากระบี่

            หลังจากจบการทดสอบภายในสำนักในช่วงประมาณกลางเดือนเจ็ดในตอนนี้ผ่านการทดสอบมาถึงสามวันผู้คนมากมายภายในสำนักต่างพากันแตกตื่นเกี่ยวกับผลประกาศที่ออกมา

            แน่นอนไม่มีผู้ใดคาดคิดสวะไร้ค่าภายในสำนักที่ผู้คนมากมายต่างคิดว่าตัวของมันนั้นอย่างไรเสียก็ต้องตายภายในการทดสอบแห่งนี้อย่างแน่นอน

            ในตอนนี้กลับสามารถรอดชีวิตมาได้ไม่เพียงแค่สามารถรอดชีวิตมาได้เท่านั้นแต่ยังสามารถได้รับชัยชนะกับการทดสอบในครั้งนี้ด้วย

            ผู้คนส่วนใหญ่รู้ดีอยู่แล้วคนที่จะได้รับชัยชนะกับการทดสอบในครั้งนี้ล้วนแล้วเป็นคนที่มีความสามารถขนาดไหน

            ในแต่ละปีเมื่องานทดสอบในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นมันเป็นเหมือนกับตัวบ่งบอกความสามารถและเป็นการประเมินพวกเราลูกศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักไปด้วยภายในตัว

            แน่นอนว่าคนที่ได้รับชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ยอมเป็นคนที่ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะ

            แต่ว่าผู้ที่อยู่บริเวณจุดต่ำสุดของสำนักกล่าวขานว่าเป็นสวะไร้ค่าที่ไม่มีกำลังเลยแม้แต่น้อยตอนนี้เหตุใดจึงได้รับตำแหน่งอัจฉริยะนั้นไปครอบครอง

            ผู้คนภายในสำนักกำลังแตกตื่นกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้ว่าผลจะถูกประกาศออกมาสามวันเต็มเต็มแล้วแต่ผู้คนมากมายภายในสำนักเองก็ยังรู้สึกสับสนและงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เช่นเดิม

            เป็นเพราะว่าตัวของพวกมันเลยตอนนี้ไม่รู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันคือเรื่องจริงหรือเป็นเพียงแค่เรื่องที่พูดออกมาโดยที่เป็นเรื่องโกหก 

            “ ตัวของเจ้าได้ยินหรือเปล่าเจ้าคิดว่าเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าลูกเต่าลู่เป็นผู้ชนะในการแข่งขันในครั้งนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ”

            “ นั่นสินะตัวของข้าเองก็รู้สึกสงสัยเช่นเดียวกันว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่แต่ว่าเรื่องนี้ถูกป่าวประกาศออกมาเองจากปากของท่านเจ้าสำนักมันเองก็คงจะไม่ผิดละมั้ง”

            “ นั่นสินะแต่ว่ามันเองก็ทำใจเชื่อได้ยากอยู่ดีว่าเจ้าคนผู้นั้นจะสามารถชนะหวังอู้ได้” พวกลูกศิษย์ภายในสำนักต่างพากันสนทนากันทำนองนี้

            พวกมันทุกคนในตอนแรกคาดหวังว่าผู้ที่จะชนะในการประลองครั้งนี้คงจะเป็นหวังอู๋พวกมันคิดว่าอย่างไรเสียคนที่ถูกขนานนามว่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ในปีนี้ก็คงจะไม่พ้นคนผู้นั้นอย่างแน่นอน

            แต่ว่านี่มันอะไรกันเมื่อผลประกาศออกมาราวกับว่าหน้ามือเป็นหลังมือมีผู้ใดจะคาดคิดว่าคนที่กล่าวได้ว่าเป็นอัจฉริยะเป็นสวะไร้ค่าของสำนัก

            ณ เรือนพักของผู้อาวุโส

            ชายชราที่เป็นผู้อาวุโสของสำนักหุบเขากระบี่ยืนเอามือไขว้หลังอยู่บริเวณด้านหน้ามันหันหลังเข้ากำแพงที่มีภาพวาดฟังรายงานจากลูกศิษย์ที่คุกเข่าอยู่บริเวณด้านหลังของมันในตอนนี้

            ลูกศิษย์ที่กำลังคุกเข่าอยู่บริเวณด้านหลังของบ้านไหนตอนนี้ทำการกล่าวรายงานเกี่ยวกับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น

            “ แล้วตอนนี้ตัวของมันอยู่ที่ไหน? ” ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่กล่าวขึ้นถามกับลูกศิษย์ที่อยู่บริเวณด้านหลังของตนเอง

            “ ในตอนนี้ท่านเจ้าสำนักนำพาไปบริเวณด้านหลังเขาแล้วขอรับ” 

            หลังจากที่ได้ยินคำรายงานจากลูกศิษย์ที่กำลังคุกเข่าอยู่บริเวณด้านหลังชายชราผู้อาวุโสผู้นั้นสงบนิ่งไปสักพักนึงก่อนที่จะส่งเสียงขึ้นมา “ หื้อ? ดูเหมือนว่าในครั้งนี้ท่านเจ้าสำนักจะเลือกคนผู้นั้นเป็นลูกศิษย์ของตนเองคนต่อไปสินะ”

            “ เป็นลูกศิษย์คนต่อไปอย่างนั้นหรือขอรับ?” ลูกศิษย์หนุ่มที่คุกเข่าอยู่บริเวณด้านหลังแสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ

            แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ผู้คนภายในสำนักเคียงไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าเจตนาของท่านเจ้าสำนักที่นำพารูปหมิงไปบริเวณด้านหลังเขามีเจตนาอันใด

            แต่ว่าสำหรับผู้อาวุโสผู้นี้ที่อยู่ภายในสำนักแห่งนี้มาเป็นเวลานานตัวของมันรู้ดีการกระทำของท่านเจ้าสำนักแบบนั้นแสดงว่าอะไร

            “ เป็นไปไม่ได้หรอกมั้งขอรับท่านผู้อาวุโสถึงอย่างไรคนผู้นั้นก็ไม่มีความสามารถมากพอ ”ลูกศิษย์หนุ่มที่คุกเข่าอยู่บริเวณด้านหลังกล่าวขึ้น

            เมื่อได้ยินเสียงของมันกล่าวขึ้นมาแบบนั้นตัวของผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านหน้าตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว“ อะไรที่ทำให้ตัวของเจ้าคิดแบบนั้นการกระทำของท่านเจ้าสำนักเปิดเผยในตอนนี้นำพาคนผู้นั้นไปด้านหลังเขามีผู้ใดที่เข้าไปภายในสถานที่แห่งงั้นได้”

            “ แน่นอนว่าการนำตัวลูกศิษย์คนนั้นไปบริเวณด้านหลังเค้าก็แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่อยากจะปกป้องอาณาเขตด้านหลังเขาเป็นของท่านเจ้าสำนักแม้แต่ผู้อาวุโสอย่างข้าอยากจะเข้าไปภายในนั้นยังจำเป็นจะต้องได้รับการอนุญาต”

            “ เพราะแบบนั้นจะกล่าวว่าในตอนนี้ท่านเจ้าสำนักจะไม่รับคนผู้นั้นเป็นศิษย์อย่างงั้นรึ” ชายชราผู้นี้ตอบกลับมามันรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นอย่างดี

            ตู้ของมันรู้ว่าท่านเจ้าสำนักคิดจะทำอะไรแตกต่างจากลูกศิษย์ภายในสำนักส่วนใหญ่ที่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าท่านเจ้าสำนักกิจจะทำอะไร

            โดยสำนักแห่งนี้มันจะถูกแบ่งแยกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจนโดยศิษย์ด้านหน้าสำนักแล้วก็ศิษย์ด้านหลังของสำนักโดยทั้งสองฝ่ายมันจะถูกแบ่งแยกออกมาอย่างชัดเจน

            โดยผู้คนแล้วก็ลูกศิษย์มากมายภายในสำนักแม้ว่าจะนับถือเจ้าสำนักแต่ว่าพวกมันเองก็ไม่ได้ผูกพันกับเจ้าสำนักโดยตรง

            พวกมันพบเจอเจ้าสำนักนับครั้งได้ เจ้าสำนักจะปรากฏออกมาบริเวณด้านหน้าของหุบเขาเพียงแต่ว่ามีงานสำคัญเท่านั้น 

             โดยคนภายในสำนักหุบเขากระบี่ในตอนนี้พวกมันมีอาจารย์และก็มีพวกยอดฝีมือต่างๆที่เป็นลูกศิษย์ที่อยู่ภายในสำนักแห่งนี้เป็นเวลานานทำการสั่งสอนแล้วก็บ่มเพาะ

            โดยวิธีการบ่มเพาะเองก็มาจากความคิดของท่านเจ้าสำนักเป็นเช็ควิชาที่ท่านเจ้าสำนักคิดคนขึ้นมารวมกับวิชาของสำนักในรุ่นก่อนก่อนมันเลยกลายเป็นเคล็ดวิชาของสำนักหุบเขากระบี่ 

            เพราะแบบนั้นถ้าจะให้คาดเดาความคิดของท่านเจ้าสำนักเรื่องนั้นเองก็เป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมากผู้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถคาดเดาได้หรอกว่าท่านเจ้าสำนักมีความคิดหรือว่าการกระทำแบบไหนยกเว้นพวกคนที่อยู่มาก่อน

            “ แล้วในตอนนี้จะทำอย่างไรดีขอรับ ”ลูกศิษย์หนุ่มผู้นั้นที่กำลังคุกเข่าอยู่บริเวณด้านหน้าเอ่ยถามขึ้นมา

            ผู้อาวุโสที่กำลังยืนมองภาพว่าที่ถูกแขวนเอาไว้บนผนังถ้ำการตอบ“ ไม่จำเป็นจะต้องทำอะไรเฝ้ามองไปก่อนอย่างไรเสียเรื่องบริเวณด้านหลังเขาพวกเราเองก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว”

            อำนาจการปกครองนั้นถูกแบ่งอย่างชัดเจนพวกผู้อาวุโสมีอำนาจมากมายบริเวณด้านหน้าหุบเขา

            แต่ว่าถ้าเมื่อเทียบกับด้านหลังหุบเขาแล้วแตกต่างออกไปด้านหลังหุบเขากระบี่มันคือสถานที่ที่ท่านเจ้าสำนักแล้วก็พวกลูกศิษย์โดยตรงของท่านเจ้าสำนักเท่านั้นที่มีอภิสิทธิ์ภายในสถานที่แห่งนั้น

            ผู้อาวุโสอย่างมันเองก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปแทรกแซงพื้นที่บริเวณด้านหลังสำนักในตอนนี้แม้ว่าอยากจะรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงใดก็ไม่สามารถทำอะไรได้

            ข่าวกระจายไปทั่วทั้งสำนักลูกศิษย์ชายผู้นั้นเมื่อได้รู้ว่าท่านเจ้าสำนักจะรับลู่หมิงเป็นศิษย์มันก็เผลอเอาเรื่องนี้ไปบอกกับสหายของมัน

            เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้นข่าวเรื่องนี้กระจายไปทั่วทั้งสำนักยิ่งทำให้ผู้คนมากมายแตกตื่นมากขึ้นไปอีก

            ในตอนนี้เรื่องของลู่หมิงเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากภายในสำนัก 

            ผ่านมาอีกสองวัน 

            หลังจากผ่านมาสองวันเมื่อได้สติฟื้นคืนขึ้นมาในตอนนี้ร่างกายเริ่มดีขึ้นการขยับเขยื้อนร่างกายนั้นสามารถทำได้ดีกว่าเมื่อสองวันก่อนหน้านี้

            ลู่หมิงสามารถลุกเดินได้ซึ่งถือว่าร่างกายของมันนั้นฟื้นฟูอย่างรวดเร็วตามที่ท่านเจ้าสำนักบอก 

            ในตอนนี้อนาคตภายในหุบเขากระบี่แห่งนี้ของมันเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง 

            ในวันที่ท้องนภาเปิดโล่งกลางเดือนเจ็ดแสงแดดส่องแสงสว่างไสวสาดส่องลงมาบริเวณด้านล่าง

            ลู่หมิงเดินทางออกมาพบเจ้าสำนักที่นั่งดื่มชาอยู่บริเวณด้านหน้าเรือนไม้หลังเล็กๆของมัน 

            จบบท