ตอนที่ 7 จากลาชั่วคราว
“ล่มสลาย ถึงแม้ว่าฉันจะนับถือนายที่นายมีความคิดแตกต่างจากเด็กทั่วไปแต่ ไม่ได้หมายความว่าฉันจะให้นายพูดจาพล่อย ๆ ได้นะ”
“เธอถามผมเอง ผมก็แค่ตอบตามความจริงเท่านั้น จากข้อมูลที่เธอรวบรวมมาก็บอกอยู่แล้วว่ามีคนหวังไม่ดีกับอาณาจักรของเธออยู่ส่วนเื่ที่จะล่มสลายนั้น มันถูกกำหนดไว้แล้วไม่ใช่เพราะพระเ้ากำหนดมัน แต่เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วจนเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้วต่างหาก”
“นายหมายความว่ายังไง” เฟเรน่าสงสัยเป็อย่างมาก
เธอให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรของเธอแบบไม่ละเอียดมากนักแถมข้อมูลก็ไม่ครบอะไร
แต่เขาสามารถพูดจาราวกับรู้เื่ทุกอย่างได้แบบนี้จะให้เธอเชื่อลงได้ยังไง
“พี่สาว พี่คงสงสัยสินะว่าทำไม ผมถึงรู้ได้”
“ใช่”
“ก็เพราะตัวของพี่ยังไงละ”
“นายหมายถึง”
“ใช่แล้วผมไม่รู้เื่ราวภายนอกมากแต่ตัวของพี่แม้ว่าจะไม่รู้จักพอได้ััแล้วพี่เป็คนที่แข็งแกร่งมาก การที่มีคนแข็งแกร่งระดับนี้อยู่ในอาณาจักรตอนนี้มีความเป็ไปได้สองอย่าง คืออาณาจักรถูกกอบกู้ สองคืออาณาจักรล่มสลาย”
“อะไรกัน”
“ความคิดง่ายใช่ไหมล่ะ เพราะตัวตนของพี่สาวพิเศษเกินไปการที่มีพี่สาวอยู่มันเกะกะสำหรับใครหลาย ๆ คน ถ้าทำอะไรพี่สาวไม่ได้ก็ทำลายอาณาจักรนี้ซะเลย แต่การจะทำได้นั้นต้องวางแผนมาอย่างดี แล้วพี่สาวรู้เื่นี้เมื่อไหร่ละ ปีก่อน สองปีก่อน หรือสิบปีก่อน แผนพวกนั้นต้องถูกวางมานานกว่านั้นถ้าจะกำจัดอาณาจักรขนาดใหญ่แบบนี้ให้ล้มได้ในทีเดียว อาจเป็แผนร้อยปีเสียด้วยซ้ำ แล้วแผนพวกเขาเริ่มไปแล้ว ขนาดที่เราไม่รู้อะไรเลย”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ซินวิเคราะห์เธอก็ได้แต่นิ่งเงียบไป ซินเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวเสริมอีก
“อีกอย่างตัวตนที่พวกมัน้าจริง ๆ น่าจะคือพี่สาวแน่นอน เพราะฉะนั้นพวกมันคงมีแผนรับมือกับพี่สาวเอาไว้อยู่แล้ว อาณาจักรที่ไม่มีพี่สาว ไม่มีผู้กอบกู้ ล่มสลาย คิดเหมือนกันไหมล่ะ” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มโดยที่มีเฟเรน่าหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ
“เราไม่มี-”
“หยุดเลยนั้นไม่ใช่เื่ของผมอีกอย่าง ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอาณาจักรนั่นทั้งนั้น การจะช่วยโดยที่ไม่รู้อะไรเลยเป็ไปไม่ได้ และการจะช่วยโดยที่ไม่เกี่ยวข้อกับตัวเองนี่มันการยุ่งเื่ชาวบ้านชัด ๆ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น และถึงแม้พี่สาวจะขอร้อง แต่อย่าลืมเรารู้จักกันแค่วันเดียว พี่ไม่รู้จักผมสักนิดอย่าไว้ใจคนง่ายอย่างนั้น”
เฟเรน่าหมดคำพูดได้แต่กำหมัดแน่ก่อนที่จะเดินจากสนามฝึกไป
“ไม่ใจร้ายสำหรับเธอไปเหรอ” เซมที่เดินมาจากไหนไม่รู้กล่าวขึ้นข้างกายของซิน
“เราไม่ใช่พระผู้เป็เ้า แล้วเราคือผู้พิชิต ถ้าอาณาจักรของพวกเขายังเป็หนึ่งเดียวกันแบบนี้การพิชิตมันไม่ใช่เื่สนุกเลย”
“ท่านจะบอกว่าท่านวางแผนที่หักหลังนางหรือ”
“ไม่ใช่ เราจะไม่ช่วยเหลือเื่การล่มสลายของอาณาจักรแห่งนี้ แต่เราจะปกป้องสิ่งสำคัญของนางทุกสิ่งแทน”
“แล้วถ้าสิ่งนั้นคืออาณาจักรของนางเล่า” เซจังที่เดินเข้ามากล่าวเสริม
“ถ้าแบบนั้นก็หมดสนุกแย่เลย” ซินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มจนทำให้ทั้งสองคนนั้นหนาวสั่นไปถึงหัวใจ
ซินเคยคิดกับตนเองอยู่บ่อยครั้งการที่เขาพิชิตโลกแต่ละโลกนั้นเขาใช้วิธีการที่แตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์นั้นเหมือนเดิม ทุกอย่างกลับสู่ศูนย์
เขาไม่คิดจะเป็พ่อพระไปช่วยเธอ เขาไม่คิดจะเป็ผู้กล้าไปช่วยชาวบ้าน ทุกสิ่งที่เขาทำเขาทำเพื่อพิชิตดินแดนแห่งนี้เท่านั้น และนี่คือโอกาสของเขาที่ใครก็ไม่รู้มอบมันมาให้
ถ้าเขาช่วยเหลือเธอแน่นอนได้รับความไว้วางใจแล้วยังไงต่อ ช่วยเหลือเธอต่อสู้กับเธอ สุดท้ายแล้วเขาก็คือคนของเธอ ที่ต้องทำตามเธอไปตลอดไม่ว่าเธอจะคิดหรือไม่คิด
เขาคือผู้ปกครอง เขาคือผู้พิชิต เขาคือาา เขาไม่ยอมให้หญิงสาวมาอยู่เหนือเขาได้ แม้อีกฝ่ายจะเป็คนรักหรือ ฝ่ายเดียวกันก็ตาม
เขา้าแค่ให้เธอมาเป็คนของเขา แต่หนทางมันยากเกินไปและยาวนานเกินไป วิธีบอกความจริงที่โหดร้ายและบอกความสามารถเกี่ยวกับตัวเขาเป็วิธีที่เร็วที่สุด สุดท้ายแล้วเธอจะมาขอร้องเขาหรือไม่นั้นเขาไม่สนใจ
เพราะสุดท้ายแล้วแผนที่เขาวางไว้เธอได้อยู่บนกระดานนั้นเรียบร้อยแล้ว
“หมากที่ถูกวางไปแล้วเอาขึ้นไม่ได้หรอกนะถ้าไม่ถูกกิน” ซินกล่าวก่อนที่จะวางหมากัสีแดงบนแผนที่เวทมนตร์ขนาดใหญ่กลางอากาศที่ได้มาจากเฟเรน่า
“เื่สวนและไร่นาไปถึงไหนแล้ว เซม”
“ทั้งหมดได้ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่พร้อมในการเพาะปลูกแล้วค่ะ แต่เราไม่มีเมล็ดพันธุ์ใด ๆ เลย"
“ถึงเวลาที่เราต้องออกสำรวจนอกดินแดนจริง ๆ จัง ๆ แล้วสินะ”
“เกี่ยวกับเื่นั้นปู่ต้นไม้มีเื่จะพูดกับนายนะซินจัง”
“หืม” ซินพยักหน้ารับรู้ก่อนที่จะเดินตามเซจังไปยังที่ที่ผู้เฒ่าต้นไม้อาศัยอยู่
“โอ้ท่านผู้กอบกู้”
“อย่าเรียกผมด้วยชื่อนั้นเลยปู่ต้นไม่มีอะไรจะพูดกับผมเหรอ”
“อ่า ข้าจะเข้าเื่เลยแล้วกัน เมื่อดินแดนแห่งนี้ถูกคืนชีพโดยท่านพวกข้าก็ถูกชำระกลายเป็ภูตต้นไม้ดั่งเช่นดังเดิม ทำให้พวกข้าสามารถสื่อสารและสนทนากับสหายที่อยู่ไกลออกไปได้ แถมถ้ายังสามารถสร้างประตูมิติพาท่านออกไปจากดินแดนแห่งนี้โดยไม่ต้องเดินทางให้อันตรายอีกต่างหาก!!” เฒ่าต้นไม้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสุดภาคภูมิใจที่เขาสามารถเป็ประโยชน์ให้แก่ซินได้
ซินได้ยินดังนั้นก็คิดเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มอย่างยินดี
“อาจมาได้จังหวะพอเลยก็ได้ปู่ต้นไม้ ปู่ช่วยติดต่อพวกที่สามารถใช้งานมาช่วยที่ดินแดนได้จะดีมากเลยผมจะยกหน้าที่ดูแลดินแดนให้ปู่ดูแลส่วนผมกับคนอื่นจะออกจากเมืองไปทำอย่างอื่น”
“จะดีหรือที่เ้าไว้ใจข้า”
“ผมดูคนเก่งนะ” ซินกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนที่จะเดินออกไป
“เหอะ ๆ ๆ ดูเหมือนข้าจะเป็ตาแก่ที่โชคดีจริง ๆ” ปู่ต้นไม้กล่าวก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็ต้นไม้ยักไปแล้วจริง ๆ
“นี่เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เซจังถาม
“ปู่แกแค่กลับไปเป็เหมือนเดิมนะ ไม่มีอะไรหรอกตอนนี้เราได้เทพพิทักษ์ดินแดนเพิ่มมาหนึ่งตนแล้วด้วย”
ใช่แล้วเมื่อสักครู่สัญญาณแจ้งเตือนดังขึ้นก่อนที่จะมีหน้าต่างปรากฏว่า
[ท่านรับผู้พิทักษ์ดินแดน ต้นไม้โบราณั์ไททัน]
‘ดูเหมือนปู่จะมีความลับอีกมากมายที่ยังไม่ได้บอก’ ซินคิดแค่นี้แล้วก็ไม่คิดต่อ
เขาจัดการสั่งงานทุกคนก่อนที่จะให้เซมไปบอกเฟเรน่าว่าตนจะเดินทางออกจากดินแดนแห่งนี้พรุ่งนี้
“เ้าจะออกจากที่แห่งนี้”
“ผมอยู่ที่นี่มานานแล้ว เื่พื้นฐานผมก็ได้รู้จากคุณมาบ้าง การใช้ชีวิตอยู่ด้านนอกไม่อยากอย่างที่คิดหรอก อย่าลืมว่าผมคือใคร” ซินกล่าวก่อนที่จะเริ่มทานอาหาร
เฟเรน่ากัดฟันเงียบ ๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เธอเลือกที่จะไม่พูดกล่าวมันออกมา
“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะทำเท่าที่ผมทำได้” ซินกล่าวเสร็จเขาก็ออกจากห้องอาหารไปทันทีเมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เซมเดินเก็บจานของซินอยู่ก็กล่าวขึ้นมาว่า
“ข้ารู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่ แต่ท่านไม่ต้องกังวลกับมันมากนัก นายท่านของข้าแม้ตอนนี้เขาจะไม่มีพลังมากมายนักแต่เขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ สิ่งได้” ‘โดยเฉพาะจิตใจของคน’ เสียงกระซิบในใจที่เซมไม่มีวันพูดออกไปแม้เธอจะมีกี่ชีวิตก็ตาม
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ทุกคนเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วก็มารวมตัวกันที่หน้าต้นไม้ั์ต้นหนึ่งก็คือปู่ต้นไม้นั้นเอง
“พวกเ้าพร้อมจะไปกันแล้วสินะ” ปู่กล่าวไม่รอคำตอบก็ส่งทุกคนเข้าประตูไปทันที
“เพราะถ้าไม่พร้อมคงไม่มียืนเรียงแบบนี้หรอก ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
แสงสีเขียวเริ่มหายไปก็ปรากฏตัวของพวกเขาหน้าทางเข้าป่าแห่งความตาย ถามว่าทำไมถึงรู้ก็เพราะว่าสีดินของทั้งสองดินที่นั่นสามารถแยกออกได้อย่างชัดเจน
โดยที่ดินของดินแดนแห่งความตายจะเป็สีดำและแห้งแล้ง ตรงกันข้ามกับดินของดินแดนอื่นทุกที่
“ยินดีต้อนรับสหายของเฒ่าต้นไต้ตัน” เสียงต้นไม้ดูเก่าแก่โบราณดังขึ้นจากรอบตัวของพวกเขาทำให้ทุกคนตื่นตัวขึ้นแต่ก็ไม่ได้ระวังตัวอะไรมากมายเพราะรู้ว่าปู่ต้นไม่ไม่ได้ส่งตนมาที่อันตรายแน่นอน
“เฒ่าไต้ตันมีสหายที่ดี พวกเ้าไม่ต้องหาข้า ข้านั้นอยู่ทุกที่ ที่มีข้า” สิ่งมีชีวิตนั้นเริ่มพูดจากเลอะเทอะเหมือนคนแกก่อนที่จะยาวซินเลยหยุดเอาไว้
“ท่านคงเป็สหายของปู่ต้นไม้ขอขอบคุณมากที่ส่งเราถึงที่ อย่างปลอดภัยเช่นนี้”
“ไม่เป็อะไร ข้ากับเขาก็เหมือนสหายกันมานานสหายเขาก็เหมือนสหายของข้า”
“ท่านพอบอกได้หรือไม่ว่าที่แห่งนี้คือส่วนไหนของป่าแห่งความตาย” เฟเรน่ากล่าวถามขึ้น
“ที่แห่งนี้อยู่ทางอาณาจักรบริทาเนียไม่ไกลหรอกเ้าหญิงน้อย เ้าเดินทางไปทิศตะวันตกก็จะเจอเมืองในอาณาเขตของท่านแล้ว”
“ข้าขอบคุณมาก ส่วนซินแม้ข้ากับเ้าจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่ข้าก็เชื่อว่าเ้าจะไม่ใช่คนที่ทิ้งพวกพ้องเอาไว้ข้างหลังแน่ รับนี่ไป” เฟเรน่ากล่าวจบก็โยนเหรียญตรารูปัตัวหนึ่งไปหายังซิน
“ลาก่อนเราคงได้เจอกันอีก” นางกล่าวเช่นนั้นก่อนจะหายไป
“ท่านไม่ห้ามนางหรือ” เซมกล่าวด้วยรอยยิ้มขบขัน โดยที่มีเซจังก็หัวเราะไม่หยุด สิ่งมีชีวิตลึกลับก็ขำเช่นกัน
“พวกเ้าพูดอะไรกัน นางพูดเช่นนั้นก็บังคับอ้อม ๆ แล้วไม่ใช่เหรอบอกให้ไปช่วยนะ” ซินทำหน้าเซ็งจิต
เขายังคิดอยู่เลยคนอย่างยัยนั้นไปรู้ที่จะพูดแกรมบังขับบวกขอร้องมาจากไหน โดยปกติมันต้องสั่งแบบกดขี่อย่างเดียวสิ