บำเพ็ญสเน่หาอารามรัก

    ตอนที่ 25: ราตรีวิวาห์ที่น่าเวทนา

    เสียงดนตรีมงคลยังคงดังกังวานไปทั่วจวนตระกูลหลี่ เสียงกลองใหญ่และเสียงแตรทองคำดังก้องไปทั่วย่าน ประกาศให้ทุกคนในเมืองได้รับรู้ถึงงานมงคลครั้งสำคัญนี้ งานวิวาห์ระหว่างคุณหนูหลินซูแห่งตระกูลเหมยกับคุณชายหลี่หมิงแห่งตระกูลหลี่ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่ ดอกไม้สดใสประดับประดาไปทั่วทุกซอกทุกมุม โคมไฟสีแดงห้อยระย้าสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นและเต็มไปด้วยความสุข

     

    หลินซูในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลวดลายมงคลงดงามราวกับเทพธิดา ผ้าไหมเนื้อละเอียดที่ถูกเลือกสรรมาอย่างพิถีพิถันเปล่งประกายระยิบระยับภายใต้แสงเทียน ลวดลายนกฟีนิกซ์และมังกรที่ปักด้วยด้ายทองคำแท้ดูสง่างามและมีเกียรติยศ ผมของนางถูกเกล้าขึ้นเป็นทรงสูงประดับด้วยเครื่องประดับทองคำและอัญมณีล้ำค่า นางดูบริสุทธิ์สูงส่งในสายตาของหลี่หมิงที่เฝ้ารอคอยค่ำคืนนี้มาแสนนาน 

     

    เขามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความทะนุถนอม ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความปีติยินดีและความภาคภูมิใจที่ได้ครอบครองหญิงสาวที่งดงามและมีเกียรติยศเช่นนี้ โดยหารู้ไม่ว่าภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนหวานนั้น ซ่อนเร้นความจริงอันขมขื่นและจิตใจที่แปดเปื้อนไว้ หลินซูต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการรักษารอยยิ้มบนใบหน้า ขณะที่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความทรงจำจากเทียนซานที่ไม่อาจลืมเลือน

     

    พิธีแต่งงานดำเนินไปตามประเพณีโบราณอย่างเคร่งครัด การไหว้บูชาบรรพบุรุษ การดื่มน้ำผึ้งจากถ้วยเดียวกัน การผูกเชือกแดงเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพัน ทุกขั้นตอนล้วนแต่เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความหมายลึกซึ้ง แต่สำหรับหลินซูแล้ว ทุกพิธีกรรมเหล่านี้กลับรู้สึกเหมือนการแสดงที่นางต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ใครสงสัยในความจริงที่ซ่อนอยู่

     

    เมื่อพิธีแต่งงานจบลง และแขกผู้มาร่วงานเริ่มแยกย้ายกันกลับ บรรยากาศในจวนก็ค่อยๆ เงียบสงบลง เสียงเฮฮาและเสียงหัวเราะที่ดังก้องไปทั่วจวนตลอดทั้งวันก็เริ่มจางหายไป เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของคนใช้ที่กำลังเก็บกวาดและจัดระเบียบสิ่งของหลังจากงานใหญ่

     

    หลี่หมิงเดินนำหลินซูเข้าสู่ห้องหอที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิเศษสำหรับคืนแรกของการแต่งงาน ห้องถูกประดับด้วยผ้าไหมสีแดงและดอกไผ่ประดิษฐ์ เทียนไขหอมจุดอยู่ทั่วห้อง สร้างแสงสีทองอบอุ่นและกลิ่นหอมหวานที่ชวนให้หลงใหล กลีบกุหลาบแดงโรยกระจายอยู่บนเตียงและพื้นห้อง สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่เหมาะสำหรับคู่บ่าวสาวใหม่

     

    เมื่อประตูห้องหอถูกปิดลง ความตื่นเต้นและความคาดหวังของหลี่หมิงก็พุ่งสูงขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นแรงด้วยความปีติยินดี มือของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นและความประหม่า เขาค่อยๆ ประคองหลินซูให้นั่งลงบนเตียงที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อนุ่ม ก่อนจะบรรจงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่แดงระเรื่อด้วยความอาย ผิวพรรณขาวเนียนเหมือนหยกขาว ดวงตาใสวาววับเหมือนดาวในคืนใส

     

    หลี่หมิงรู้สึกราวกับหัวใจจะหลุดออกมาจากอก ลมหายใจของเขาติดขัดด้วยความตื่นตะลึงในความงดงามของภรรยา เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ครอบครองสตรีที่งดงามและบริสุทธิ์เช่นนี้ ความรู้สึกภาคภูมิใจและความสุขสมท่วมท้นในหัวใจของเขา "หลินซู... เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน" เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและความรัก

     

    หลี่หมิงค่อยๆ โน้มตัวลงจูบหลินซูอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับริมฝีปากของนางอย่างนุ่มนวล สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความรักและความทะนุถนอม เขาพยายามแสดงความรักและความเคารพที่มีต่อนางผ่านทางจูบอันอ่อนหวานนี้ แต่สำหรับหลินซูแล้ว สัมผัสเหล่านั้นกลับทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียน ริมฝีปากของหลี่หมิงรู้สึกเย็นชาและไร้ชีวิตชีวา ไม่มีความเร่าร้อนหรือความดุดันที่เคยสัมผัสได้จากจ้าวหลง

     

    นางพยายามฝืนยิ้มและตอบรับจูบของเขา แสร้งทำเป็นขี้อายและตื่นเต้นเหมือนเจ้าสาวใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ในใจกลับเปรียบเทียบสัมผัสอันแสนจืดชืดนี้กับความดิบเถื่อนและเร่าร้อนของจ้าวหลงที่เทียนซาน ความทรงจำของสัมผัสที่แสนจะเร่าร้อนและเต็มไปด้วยพลังชีวิตของนักพรตเฒ่าผู้นั้นยังคงติดตราอยู่ในความทรงจำของนาง ทำให้การสัมผัสของหลี่หมิงดูจืดชืดและไร้ความหมาย

     

    "หลินซู... เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน" หลี่หมิงกระซิบเสียงพร่าด้วยความปรารถนา ลมหายใจร้อนของเขาโชยมาถูกใบหน้าของนาง ก่อนจะเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกอย่างช้าๆ และระมัดระวัง มือของเขาที่ลูบไล้ไปตามเรือนร่างของนางนั้นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเคารพ เขาไม่ต้องการให้ภรรยาใหม่ของเขารู้สึกกลัวหรือไม่สบายใจ

     

    แต่กลับทำให้หลินซูรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ สัมผัสของมือหลี่หมิงรู้สึกเย็นชาและไร้พลัง ไม่มีความมั่นใจและความแข็งแกร่งที่เคยสัมผัสได้จากจ้าวหลง นางหลับตาลงแน่น พยายามขับไล่ภาพของจ้าวหลงออกจากความคิด แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ภาพของนักพรตเฒ่าผู้เปี่ยมพลังหยางก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

     

    ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความแข็งแกร่ง ดวงตาที่เปล่งประกายด้วยพลังชีวิตและความปรารถนา สัมผัสของมือที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยประสบการณ์ ทุกอย่างเหล่านั้นทำให้หลินซูโหยหาและปรารถนาอย่างรุนแรง แม้ว่านางจะพยายามปฏิเสธความรู้สึกเหล่านั้น แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองต่อความทรงจำอย่างไม่อาจควบคุมได้

     

    เมื่อหลี่หมิงเริ่มรุกล้ำเข้ามาในกายของนาง หลินซูก็แสร้งบีบน้ำตาและส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด เสียงของนางฟังดูเหมือนเจ้าสาวใหม่ที่กำลังสูญเสียความบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก "โอ๊ย... ท่านพี่... เบาๆ หน่อยเจ้าค่ะ... ข้าเจ็บ" นางกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นางจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของหลี่หมิงอย่างแรง เพื่อให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น รอยเล็บที่จิกลงไปทำให้เกิดรอยแดงบนผิวหนังของเขา

     

    หลี่หมิงตกใจและรีบหยุดชะงักทันที ความกังวลปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของเขา "หลินซู ข้าทำให้เจ้าเจ็บหรือ? ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ" เขาปลอบโยนนางด้วยความอ่อนโยน มือของเขาลูบไล้ผมของนางอย่างนุ่มนวล และพยายามทำทุกอย่างให้เบามือที่สุด เพื่อไม่ให้นางเจ็บปวด ความห่วงใยและความรักที่มีต่อภรรยาทำให้เขาระมัดระวังทุกการเคลื่อนไหว

     

    "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านพี่" หลินซูตอบด้วยเสียงอ่อนแอ แสร้งทำเป็นกล้าหาญและยอมรับ "ข้ารู้ว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคืนแรก ข้าจะพยายามทนเจ้าค่ะ" นางแสร้งยิ้มอย่างหวานชื่น แม้ว่าในใจจะรู้สึกขยะแขยงกับการแสดงนี้

     

    หลี่หมิงรู้สึกซาบซึ้งในความกล้าหาญและการยอมรับของภรรยา เขาจูบหน้าผากของนางอย่างอ่อนโยน "ข้าจะระมัดระวังมากที่สุด หลินซู ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเจ็บปวด" เขากระซิบด้วยความรักและความเอาใจใส่

     

    ในขณะที่หลี่หมิงกำลังร่วมรักกับนางอย่างเงอะงะและอ่อนโยน ความไม่มีประสบการณ์ของเขาทำให้การเคลื่อนไหวดูไม่ราบรื่นและขาดความมั่นใจ หลินซูกลับหลับตาลงแน่น พยายามหลีกหนีจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า นางจินตนาการถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและสัมผัสอันดุดันของจ้าวหลง

     

    ในจินตนาการของนาง จ้าวหลงกำลังยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความปรารถนาและพลังชีวิตกำลังจ้องมองนางด้วยความเร่าร้อน มือที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยประสบการณ์กำลังลูบไล้ร่างกายของนางด้วยความชำนาญและความมั่นใจ สัมผัสที่ทำให้นางรู้สึกถึงความสุขสมที่แท้จริง ไม่ใช่การสัมผัสที่อ่อนแอและไร้ประสบการณ์เช่นนี้

     

    นางรู้สึกราวกับว่าจ้าวหลงกำลังอยู่ตรงหน้า กำลังมอบความสุขสมที่แท้จริงให้กับนาง ไม่ใช่การร่วมรักที่จืดชืดและไร้ความหมายนี้ ความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างรุนแรงจากจินตนาการ ทำให้ร่างกายของนางเริ่มตอบสนองอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับหลี่หมิง

     

    ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในร่างกายของนางนั้นแตกต่างจากสิ่งที่หลี่หมิงคาดหวังไว้มาก เขาคิดว่าการตอบสนองของภรรยาเป็นเพราะความรักและความปรารถนาที่มีต่อเขา โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว หลินซูกำลังจินตนาการถึงชายอื่น

     

    ทำให้หลินซูต้องแอบใช้มือเรียวของตนเองสอดเข้าไปใต้ผ้าห่ม ลูบไล้และปรนเปรอจุดซ่อนเร้นของตนเองอย่างลับๆ ขณะที่หลี่หมิงกำลังมุ่งมั่นกับการเคลื่อนไหวของเขาเอง นางใช้ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากจ้าวหลงมาช่วยตัวเอง เพื่อให้ถึงจุดสุดยอดไปพร้อมกับสามีที่กำลังหลงใหลในความสุขสมของเขาเอง

     

    การกระทำของนางนั้นต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด เพื่อไม่ให้หลี่หมิงสังเกตเห็น นางต้องแสร้งทำเป็นว่าความสุขสมที่ได้รับมาจากเขา ในขณะที่ความจริงแล้ว นางกำลังให้ความสุขสมแก่ตัวเองผ่านทางจินตนาการถึงจ้าวหลง

     

    เสียงครางที่ออกมาจากริมฝีปากของนางฟังดูเหมือนเสียงของเจ้าสาวใหม่ที่กำลังได้รับประสบการณ์ครั้งแรก แต่แท้จริงแล้ว เป็นเสียงของหญิงสาวที่กำลังจินตนาการถึงชายที่นางปรารถนาอย่างแท้จริง "อ๊าห์... ท่านพี่..." นางครางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา แต่ชื่อที่อยู่ในใจของนางไม่ใช่หลี่หมิง

     

    หลี่หมิงรู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุขอย่างมากที่เห็นภรรยาตอบสนองต่อเขา เขาคิดว่าตนเองสามารถมอบความสุขสมให้กับหลินซูได้ โดยไม่รู้ว่าความสุขสมนั้นมาจากจินตนาการของนางเอง "หลินซู... เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน" เขากระซิบด้วยความรักและความปรารถนา

     

    ความไร้เดียงสาและความไม่รู้ของหลี่หมิงทำให้หลินซูรู้สึกผิดและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน นางรู้ว่าเขาเป็นคนดีและรักนางอย่างจริงใจ แต่นางไม่อาจให้ความรักที่แท้จริงแก่เขาได้ หัวใจและร่างกายของนางยังคงผูกพันอยู่กับจ้าวหลง ชายที่ทำให้นางรู้จักกับความปรารถนาและความสุขสมที่แท้จริง

     

    เมื่อทุกอย่างใกล้จะจบลง หลี่หมิงเร่งการเคลื่อนไหวของเขาขึ้น ความตื่นเต้นและความปรารถนาทำให้เขาเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบมากขึ้น หลินซูก็เร่งการเคลื่อนไหวของมือที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มเช่นกัน เพื่อให้ถึงจุดสุดยอดไปพร้อมกับเขา

     

    "หลินซู... ข้ารักเจ้า..." หลี่หมิงกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือด้วยความปรารถนา ก่อนจะถึงจุดสุดยอดของเขา

     

    "ข้าก็รักท่านเช่นกัน..." หลินซูตอบด้วยเสียงที่แสร้งทำเป็นหวานชื่น แต่ในใจของนางกลับคิดถึงจ้าวหลง ความรู้สึกผิดและความเศร้าใจเต็มไปในหัวใจของนาง

     

    เมื่อทุกอย่างจบลง หลี่หมิงก็ซบหน้าลงบนไหล่ของหลินซู หอบหายใจด้วยความสุขสมและเหนื่อยอ่อน เหงื่อไคลออกมาจากหน้าผากของเขา ใบหน้าของเขาเปล่งประกายด้วยความสุขและความพึงพอใจ "หลินซู... ข้ามีความสุขมาก ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีความสุขเช่นนี้" เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความขอบคุณ

     

    เขาหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอและเงียบสงบ แสดงถึงความสุขสมและความพึงพอใจที่ได้รับ โดยหารู้ไม่ว่าภรรยาของเขาเพิ่งจะผ่านค่ำคืนที่เต็มไปด้วยคำลวงและความใคร่ที่ซ่อนเร้น

     

    หลินซูนอนลืมตาอยู่ในความมืดมิด แสงเทียนที่จุดอยู่ในห้องเริ่มริบหรี่ลง เงาของเปลวไฟเต้นระบำบนผนังห้อง สร้างบรรยากาศที่เศร้าหมองและน่าหดหู่ น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้มของนางอย่างเงียบๆ หยดน้ำตาเย็นเฉียบที่ไหลลงมาเหมือนกับสะท้อนถึงความเศร้าโศกในจิตใจของนาง

     

    นางไม่รู้ว่าน้ำตาเหล่านั้นคือน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดที่ได้หลอกลวงสามีผู้ดี หรือน้ำตาแห่งความสุขสมที่ได้รับจากจินตนาการถึงจ้าวหลงกันแน่ อาจจะเป็นทั้งสองอย่างปนเปกัน ความรู้สึกที่ซับซ้อนและขัดแย้งกันทำให้นางไม่อาจหลับได้

     

    นางมองไปยังใบหน้าของหลี่หมิงที่หลับสนิทอย่างสงบ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและความบริสุทธิ์ ใบหน้าของชายที่รักนางอย่างจริงใจและเต็มเปี่ยม แต่ไม่อาจทำให้หัวใจของนางเต้นแรงได้เหมือนจ้าวหลง

     

    "ข้าเป็นหญิงชั่วช้าเหลือเกิน" นางกระซิบกับตัวเองในความมืด "หลี่หมิงเป็นคนดี เขารักข้าอย่างจริงใจ แต่ข้ากลับหลอกลวงเขา ข้าไม่สมควรได้รับความรักของเขา"

     

    แต่แม้จะรู้สึกผิด นางก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความทรงจำจากจ้าวหลงยังคงทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นและปรารถนา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับจ้าวหลงนั้นแตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลี่หมิงอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยพลังชีวิต

     

    นางหันไปมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาว แต่สำหรับนางแล้ว ดวงดาวเหล่านั้นดูเหมือนจะจ้องมองนางด้วยสายตาที่ตำหนิ เหมือนกับว่าพวกมันรู้ถึงความลับที่นางซ่อนไว้

     

    ราตรีวิวาห์ที่ควรจะหวานชื่น กลับกลายเป็นราตรีที่น่าเวทนาสำหรับหลินซู นางได้ทำลายความบริสุทธิ์ของตนเอง และได้หลอกลวงสามีของนางอย่างเลือดเย็น ความทรงจำจากเทียนซานยังคงตามหลอกหลอนนาง และจะไม่มีวันจางหายไปจากใจของนางตลอดไป

     

    ในความมืดมิดของคืนนั้น หลินซูรู้ดีว่านางได้เริ่มต้นชีวิตแต่งงานด้วยการหลอกลวงและความเท็จ และความจริงนี้จะต้องตามหลอกหลอนนางไปตลอดชีวิต นางได้สูญเสียความบริสุทธิ์ทั้งทางกายและทางใจไปแล้ว และไม่มีทางที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

    คล้ายกับเรื่องบำเพ็ญสเน่หาอารามรัก ที่คุณอ่าน