บทที่ 58 ศิษย์สายนอก
"เด็กสองคนนี้มีอะไรพิเศษ?"
อาวุโสชราตรวจสอบระดับปราณสองพี่น้องอย่างรวดเร็ว ทำให้มันพบว่าทั้งสองมีปราณสมบูรณ์สี่กับปราณสมบูรณ์สองเท่านั้น พลังปราณระดับนี้ไม่แตกต่างอะไรจากศิษย์สายนอกภายในตระกูลด้วยซ้ำ มันไม่เข้าใจว่าทำไมเฉิงหยู่ที่ปกติไม่เคยรับศิษย์ภายนอกจึงยอมรับสองพี่น้องนี้กันแน่
"เอาละ ในเมื่อท่านจัดการตรวจสอบพลังปราณเสร็จเรียบร้อยแล้ว รบกวนท่านช่วยลงทะเบียนให้ด้วย"
เฉิงหยู่พูดขัดขึ้นมาทันที
"ฮ่าๆๆ พอดีมันเป็นหน้าที่ข้าน่ะ"
อาวุโสชราตอบอย่างไม่ปิดบัง การที่มันวัดพลังปราณ เพื่อจะได้จัดสถานะแก่ศิษย์ใหม่ได้อย่างเหมาะสม"
"ข้าจะให้พวกเจ้าทั้งสองได้กลายเป็นศิษย์สายนอก"
อาวุโสชราหยิบบัตรเงินอ่อนที่แสดงสถานะของศิษย์สายนอกให้ทั้งสอง
บัตรบ่งบอกถึงสถานะ สีของบัตรแบ่งชนชั้น เงินอ่อนคือศิษย์สายนอก สีเงินคือศิษย์สายใน เงินเข้มคือศิษย์หลัก สีทองคือศิษย์อาวุโส เมื่อมีการเปลี่ยนสถานะต้องนำบัตรเดิมมาแลกเปลี่ยนเป็นบัตรใบใหม่ทุกครั้ง บัตรมีความสำคัญมาก นอกจากบ่งบอกสถานะเจ้าของบัตรว่าเป็นศิษย์ตระกูลเฉิงและยังสะสมแต้มได้
หากบัตรหาย โดนทำลายหรือถูกแย่งชิง ตระกูลเฉิงจะขับไล่ทันที ไม่มีการออกให้ใหม่เด็ดขาด วิธีเดียวที่จะอยู่รอดต่อไปได้คือต้องรีบแย่งชิงจากผู้อื่นมาเป็นของตนเองเท่านั้น
การที่ตระกูลเฉิงให้ศิษย์รักษาบัตรเพื่อพิสูจน์ความสามารถว่ามีปัญญาดูแลรักษาบัตรใบเล็กๆได้ไหม หากบัตรยังไม่สามารถรักษาได้ ตระกูลเฉิงก็ไม่อาจไว้ใจคนแบบนี้ให้ปฎิบัติภารกิจของตระกูลที่มีสำคัญยิ่งได้อีก
เฉิงซิน เฉิงมู่รู้คุณค่าของบัตรแล้ว ทั้งสามเดินทางไปยังที่พักต่อทันที
ที่พักของศิษย์สายนอกจะเป็นที่พักแบบรวม ส่วนใหญ่พวกศิษย์จะแยกพักชาย-หญิง หรือบางกลุ่มก็พักรวมชายหญิง โดยที่พักแต่ละแห่ง จะเป็นบ้านไม้ขนาดเล็กสามารถพักได้ 5 คนต่อหนึ่งหลัง ซึ่งภายในบ้านพักจะมีแค่ที่นอนไว้ให้เท่านั้น ที่เหลือให้หาเอาเอง
ศิษย์สายนอกสามารถเลือกที่จะพักคนเดียวในบ้านหลังหนึ่งได้ ถ้ามีความแข็งแกร่งพอที่จะไล่คนที่ไม่อยากให้คนอื่นร่วมพักด้วยไล่ออกไปได้
ศิษย์สายนอกส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร ขอแค่อย่าก่อปัญหาร้ายแรงจนทำให้อาจารย์ส่วนตัวเดือดร้อนเท่านั้นพอ ส่วนการศึกษาสามารถเรียนรู้เอาเอง ส่วนใหญ่พวกอาจารย์ที่ปรึกษาส่วนตัวไม่ได้มายุ่งเกี่ยวหรือข้องแวะมากเท่าไหร่
อาจารย์ที่ปรึกษาส่วนตัว มีลักษณะเหมือนกับเฉิงหยู่คือเป็นอาวุโสตระกูลหลักอยู่แล้ว ทำให้พวกเขามีงานหลายอย่างจากตระกูลจนล้นตัว นอกจากนี้พวกเขาไม่ต้องการเสียเวลากับเหล่าศิษย์สายนอกมากนัก
ศิษย์สายนอกหรือเรียกให้ถูกว่าเป็นพวกบุคคลภายนอกจากตระกูลหลัก ไม่ว่าจะเป็นคนจากตระกูลสาขาหรือรุ่นเยาว์ที่ไม่มีสังกัดแต่ได้ผ่านการทดสอบของตระกูลหลักเฉิงจนได้กลายเป็นศิษย์สายนอกใต้ร่มเงาตระกูลเฉิง
ทำให้บรรดาอาจารย์ที่ปรึกษาส่วนตัวไม่ค่อยเห็นคุณค่า แต่จำเป็นต้องรับเข้ามาอยู่ในความดูแลอย่างช่วยไม่ได้ เวลาศิษย์มีปัญหาอาจารย์ต้องรีบแก้ปัญหาก่อนที่เบื้องบนจะรับรู้ ไม่เช่นนั้นตัวเองจะถูกลงโทษตามไปด้วย
ส่วนศิษย์สายในจะเริ่มโดดเด่นและได้รับความสนใจขึ้นมา อาจารย์ที่ปรึกษาจะเริ่มหันมามองทันที พวกเขาจะคอยปั้นให้ศิษย์สายในจัดการสร้างผลงานแก่ตระกูล ยิ่งศิษย์มีผลงาน อาจารย์ส่วนตัวที่ดูแลก็จะมีชื่อเสียง มีหน้ามีตาและสถานะตนเองจะสูงขึ้น
วิธีเป็นศิษย์สายใน มีเงื่อนไขดังนี้
1.ปฏิบัติภารกิจเพื่อสร้างผลงานสะสมของตัวเองให้ครบพันแต้ม
2.มีพลังปราณสมบูรณ์ห้าขึ้นไป
หรือกรณีพิเศษคือ จัดการเอาชนะศิษย์สายในจนได้ไปอยู่แทนที่เขา
ซึ่งวิธีพิเศษนี้ไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จมาก่อน เพราะเมื่อกลายเป็นศิษย์สายในแล้วจะมีวิธีการเพิ่มพลังปราณหลากหลาย ทำให้พลังปราณศิษย์สายนอกกับศิษย์สายในต่างกันมากเกินไป
ยิ่งปราณต่างยิ่งมีผลต่อการต่อสู้!
"เอาละ นี้คือที่พักของพวกเจ้า ยังมีที่พักว่างอีกหลายแห่ง พวกเจ้าสามารถเลือกที่พักได้ตามสบาย ถ้ามีอะไรก็มาหาข้าได้เสมอ"
ในที่สุดทั้งสามเดินมาหยุดสถานที่กว้างขวางแห่งนึง สิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านไม้ตั้งอยู่หลายหลัง แต่ละหลังมีชั้นเดียวและไม่ใหญ่มาก แต่วัสดุในการสร้างบ้านไม้ล้วนเป็นวัสดุอย่างดี
สถานที่นี้ราวกับหมู่บ้านขนาดเล็ก
"งั้นน้องซิน ไม่สิอยู่ที่นี้ต้องเรียกเจ้าว่า น้องหลิน ถึงจะถูกสินะ เจ้าไปเลือกหาบ้านหลังที่ถูกใจก่อนได้เลย ข้ากับเฉิงมู่มีเรื่องต้องคุยกันนิดหน่อย"
เฉิงหยู่ยิ้มและบอกกล่าวกับเฉิงซิน
เด็กสาวสงสัยเล็กน้อย แต่ไม่นานนางเลิกสนใจและกระตือรือร้นวิ่งออกไป ดูเหมือนนางต้องการรีบหาบ้านหลังที่ดีที่สุดก่อนที่มีคนอื่นจะแย่งไป
"พี่หยู่มีเรื่องต้องการคุยกับข้า?"
หลังจากตอนนี้อยู่กันตามลำพังสองคน เฉิงมู่หันมามองเฉิงหยู่และถาม
"ข้าต้องการบอกน้องมู่ว่า พวกเราหลายคนที่ประจำตระกูลหลักได้กระจัดกระจายไปเยี่ยมเยียนตระกูลสาขาตามสถานที่ต่างๆ ทำให้คนของเราที่ประจำอยู่ตระกูลหลักเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ละคนมีสถานะไม่สูงนัก เพราะโดนผู้นำตระกูลลดบทบาทลงไปมากมาย"
เฉิงหยู่ยืนอย่างสงบนิ่ง นางส่งกระแสจิตบางเบาหาเฉิงมู่ ทำให้มีเพียงเฉิงมู่เท่านั้นที่ได้ยินสิ่งนางเอ่ยเพียงคนเดียว
การที่ผู้นำตระกูลส่งคนที่เคยมีความสัมพันธ์กับเฉิงม่อในตระกูลหลักแยกย้ายไปตามตระกูลสาขา นางพอรู้สาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้
ผู้นำสาขาต้องการให้คนที่เฉิงม่อเคยสนิทด้วยไม่สามารถอยู่รวมกันได้ จึงใช้คำสั่งเยี่ยมเยียนตระกูลสาขา โดยส่งทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเฉิงม่อแยกย้ายออกไปหลายแห่ง การทำเช่นนี้เพื่อป้องกันข้อครหาและไม่ให้ผู้คนแตกตื่น
นอกจากนี้ตระกูลสาขาทุกแห่งโดนลดขนาดลง จนแตกแขนงกลายเป็นสาขาย่อยเพิ่มขึ้นมาแทน เพื่อกระจายตัวให้มากที่สุด ทำให้การรวมตัวกันแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานพอสมควร