กว่าที่หญิงคนนั้นจะวิ่งมาถึงและไล่พวกมันไปชายหนุ่มก็ลงไปล้มลุกคลุกคลานให้หมาหมู่พวกนั้นฟัดอยู่เป็ครู่
“โอย ตายแล้วคุณ”
นางอุทานอย่างร้อนใจขณะช่วยประคองเขาให้ลุกขึ้น
ถ้าเป็ในยามปกติเขาคงได้แย้งแบบติดตลกว่า ยังไม่ตายครับ เป็แน่ แต่ในเวลานี้เขาทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ จนพูดไม่ออก แต่ก็นั้นแหละ เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะโกรธใครดีระหว่างพ่อที่ใช้ให้เขามาทำธุระที่นี่ บ้านนี้ที่เลี้ยงหมาดุไว้เป็โคลงทั้งที่ลูกสาวก็ไม่สวยเท่าไหร่ หรือเ้าหมาที่ไม่ยอมฟังเหตุผลพวกนั้นดี
ชายหนุ่มจึงได้แต่พึมพำขอบคุณเมื่อหญิงคนนั้นชวนให้เข้าไปทำแผลในบ้าน เขาเข้าไปหยิบเอาซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถือมาแล้วหลุดมือไปตอนที่ถูกหมาฟัด ก่อนจะเดินโขยกเขยกตามหญิงคนนั้นไป เขาปฏิเสธที่จะเข้าไปในบ้านโดยขอนั่งที่แคร่ใต้ต้นมะขามหน้าบ้านแทนเพราะบรรยากาศดูร่มรื่นดี
“คุณคงมีธุระที่นี่กระมัง?”
หญิงคนนั้นเอ่ยถามเมื่อเห็นเขานั่งเรียบร้อย
“ฮะ ผมมีธุระกับลูกสาวของคุณอานรินทร์ ผมชื่อเกริกเกียรติ ลูกชายของคุณเกรียงไกรที่เป็เพื่อนกับคุณอานรินทร์ครับ”
“อ๋อ” นางพยักหน้า เพราะเคยรับรู้เื่ความสัมพันธ์ของสามีกับเพื่อนเก่าคนนั้นมาพอสมควร “ฉันชื่อบัวขาว เป็ภรรยาของพี่นรินทร์ เออ นั่นไงยายหนูมาพอดี”
ตอนท้ายนางหันไปทางที่เห็นร่างโปร่งบางของบุตรสาวกำลังเดินมา
เกริกเกียรติหันไปตามสายตาก็พบกับหญิงสาวในชุดกางเกงขายาวสีดำกับเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีเข้ม เธอสวมหมวกปีกกว้าง และมีผ้าขาวม้าอีกผืนหนึ่งคล้องคออยู่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอพึ่งกลับจากการไปทำงานในไร่
“มีอะไรคะแม่”
หล่อนถามเมื่อเดินเข้ามาใกล้
“คุณเกริกเกียรตินะสิ เขามาบ้านเราเพราะมีธุระกับหนู แต่ถูกพวกเ้าแดงรุมกัดเอาซะตั้งหลายแผล ตอนนั้นแม่อยู่ในครัวออกมาไล่ไม่ทัน เดี๋ยวหนูช่วยทำแผลให้คุณเขาหน่อยนะลูก แม่ทำงานค้างไว้ในครัว จะเข้าไปทำต่อ อ๋อ แล้วอย่าลืมชวนคุณเขาทานข้าวเย็นกับเราด้วยนะลูก”
ผู้เป็แม่สั่งบุตรสาวแล้วก็เดินกลับเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็วเพราะเป็ห่วงหม้อแกงที่ตั้งไว้บนเตาในครัว
“อ้าว?..แล้วนั้นคุณจะไปไหนล่ะ”
เกริกเกียรติร้องเอะอะเมื่อเห็นหญิงสาวสุดเชยหันหลังจะเดินเข้าบ้านไปอีกคน
“ก็จะไปหยิบยามาใส่แผลให้คุณไงละ”
หญิงสาวที่เกริกเกียรติจำได้พอเลาๆว่าพ่อเคยบอกว่าชื่อ เรือนขวัญหันมากล่าวเสียงเรียบก่อนเดินจากไป
ระหว่างที่นั่งรอ ชายหนุ่มได้มองสำรวจอย่างพินิจไปทั่วบริเวณ บ้านหลังนี้เป็แบบทรงไทยสองชั้นหลังไม่ใหญ่นัก บริเวณรอบๆปลูกดอกไม้ไทยๆไว้หลายชนิด ซึ่งต่างก็กำลังออกดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลตลอดเวลา มันเป็บรรยากาศที่แสนสดชื่น สงบ และเรียบง่าย อย่างที่เกริกเกียรติไม่ค่อยมีโอกาสได้ัับ่อยนัก
ครู่หนึ่งเรือนขวัญก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์เครื่องมือในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นครบครัน หญิงสาวลงมือทำแผลที่น่องให้กับชายหนุ่ม โดยเริ่มต้นด้วยการพับขากางเกงเนื้อดีของเขาขึ้นไปไว้ที่หัวเข่าแล้วทำความสะอาดคราบเืเสียก่อน ตอนนี้หล่อนไม่ได้สวมหมวกเขาจึงสามารถมองเห็นผิวขาวเนียนบริเวณใบหน้าที่มีเหงื่อเม็ดเล็กๆเกาะพราวอยู่ตามหน้าผากและปลายจมูกได้อย่างชัดเจน ดูหล่อนมีลักษณะความเป็ลูกสาวชาวสวนโดยแท้ ทั้งที่รูปร่างบอบบางเหลือเกิน และทั้งที่เขาเคยบอกกับตัวเองว่าหล่อนไม่ใช่คนสวย แต่ด้วยวิสัยชายก็ทำให้เขาอดที่จะแอบพิจารณาดูหล่อนอยู่เงียบๆไม่ได้
แต่แล้วขณะที่กำลังพิศหาความงามของเธอเพลินๆอยู่นั้นชายหนุ่มก็ต้องดุ้งสุดตัว พร้อมกับร้องเสียงหลงแล้วชักขากลับเป็พัลวันเมื่อรู้สึกแสบจี๊ดที่าแขึ้นมากะทันหัน