สูญเสียเธอตลอดกาล
พรึ่บ...ร่างบางที่หลับตาพริ้มอยู่ปรือตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงกระแทกเบาๆ ภาคินขับรถพาหญิงสาวกลับถึงบ้านหลังจากนั้นก็อุ้มเธอขึ้นมาส่งถึงห้องนอน
ห้องนอนที่เขาพึ่งเข้ามาเป็ครั้งแรก
" อื้อออ..พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ใจร้ายยยย " เสียงหวานเพ้อรำพึงรำพันต่อว่าเขา
ภาคินขมวดคิ้ว...เธอว่าเขาใจร้าย ใจร้ายเื่อะไร ? เธอต่างหากที่ต้องถูกต่อว่า กล้าดียังไงขับรถไปรับผู้ชายถึงคอนโด
" อิ่มแล้วเหรอ " เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นคนตรงหน้าวางช้อนและยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
มื้อเช้าที่ปกติเป็มื้อที่ทั้งคู่มีความสุขเพราะได้ใช้เวลาร่วมกันนานกว่ามื้ออื่นๆ แต่มื้ออาหารวันนี้กลับมีบรรยากาศอึมครึมผิดปกติ
" อิ่มแล้วค่ะ หนูยิ้มไปนะคะ "
" เดี๋ยว..เป็ผู้หญิงยังไงไปรับผู้รับชายถึงคอนโด ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีก " ขาเรียวหยุดชะงักเมื่อได้ยินแบบนั้น
" ค่ะ " แทนที่ญาดาจะปฏิเสธหรือมีข้อแก้ตัวเหมือนทุกครั้งที่เธอทำผิด แต่คราวนี้หญิงสาวตอบรับข้อกล่าวหาโดยง่าย
" หนูยิ้ม !!!.... " ภาคินเสียงดัง
ความน้อยอกน้อยใจกับชีวิตคู่ที่ผ่านมาทำให้ญาดาไม่คิดที่จะฟังหรือสนใจอะไรอีก หญิงสาวเดินออกจากห้องอาหารและตรงไปยังโรงรถทันที
เสียงรถยนต์แล่นออกจากบ้านไป ภาคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ ปกติหนูยิ้มไม่เคยเป็แบบนี้
~ เขาจะต้องทำยังไง รึเธอจะเปลี่ยนใจจากเขาไปแล้ว ผู้ชายคนนั้น..คนที่เธอไปรับถึงคอนโดเป็ใครกันแน่ ~
ที่มหาวิทยาลัย
" ญาดา..มาเลยแก มาเล่าให้พวกชั้นฟังซะดีๆ " พัชราวิ่งเข้ามาลากหญิงสาวให้นั่งลงที่โต๊ะม้าหินอ่อนเมื่อเห็นเธอเดินลงจากรถมา
" อะไรของแก เล่าอะไร " ญาดาทำหน้างง
" นั่นที่รัก...เค้าว่าแล้วว่าพอสร่างเมาแล้วไม่ยอมเล่าง่ายๆหรอก เอางี้ตัวเองไปเอาไวน์มา มอมให้เมา...แล้วเราค่อยถาม " ชินวุฒิเอ่ย
" ไม่ได้เื่นี้เป็เื่ใหญ่ แกกล้าโกหกพวกชั้นได้ยังไง ยังไงวันนี้ชั้นต้องรู้ให้ได้ "
" อะไรของพวกแก ชั้นโกหกอะไร " ญาดาก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนจะสื่อ
" ก็เื่ที่แกมีสามีแล้วน่ะสิ ตกลงมันยังไงกันแน่ " พัชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
" ห๊ะ..นี่พวกแกรู้แล้วเหรอ ? " ญาดาทำหน้าใ พัชราจึงเล่าเื่ที่คลับวันนั้นให้เธอฟัง หญิงสาวจึงจำใจต้องยอมรับและเล่าเื่ราวั้แ่ต้นจนจบให้ทั้งสองฟัง
" โอ้ยยย..ชั้นล่ะอิจฉาแกจริงๆที่ได้สามีทั้งหล่อทั้งเท่แบบพี่ภาคินอ่ะ ชั้นรู้มาว่าเค้าเป็นักธุรกิจที่กำลังมาแรงเลยนะ " พัชราทำหน้าเคลิ้มเมื่อเอ่ยถึงสามีของเพื่อน
" ตัวเองงง...แล้วสามีแบบเราไม่ดียังไง พูดงี้น้อยใจอ่ะ " ชินวุฒิต่อว่าแฟนสาว
" แหมมเธอ...แค่วี๊ดสามีเพื่อนเอง ยังไงก็รักเธอเหมือนเดิมแหละน่า " พัชราขยับตัวเข้าหาแฟนหนุ่ม
" ที่พี่คินยอมแต่งงานกับเราก็เพราะขัดคุณย่าไม่ได้ จริงๆเราสองคนแต่งงานแค่ในนามแค่นั้นแหละ " ญาดาเอ่ยเสียงเศร้า
" แต่ที่คลับวันนั้น พี่เค้าดูซีเรียสมากเลยนะที่บอกพวกเราว่าเป็สามีแกน่ะ " พัชราว่า
" ใช่...ชั้นเป็ผู้ชายชั้นดูออก พี่เค้าดูหวงดาจะตาย วันนั้นปัดมือชั้นออกอย่างแรง " ชินวุฒิเห็นด้วยกับแฟนสาว
" เอางี้ดา..ถ้าแกไม่มั่นใจ แกอยากรู้ ชั้นว่าแกถามให้รู้เื่รู้ราวไปเลย เอาให้เคลียร์จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดเองเออเองแบบนี้ "
" เอางั้นเหรอ " ญาดาลังเล
หลังจากพูดคุยกันต่ออีกสักพักเพื่อนรักทั้งหมดก็พากันขึ้นห้องเรียน ญาดาตัดสินใจว่าเรียนเสร็จวันนี้เธอจะไปหาภาคินที่บริษัทเพื่อถามเขาเกี่ยวกับเื่ที่เธอสงสัย
" อ้าวหนูยิ้ม..วันนี้ลมอะไรหอบมาคะ " พิมมาดาเอ่ยถามภรรยาสาวของท่านประธาน
" สวัสดีค่ะพี่พิม วันนี้ว่างไม่มีเรียนบ่ายเลยแวะมานั่งเล่นน่ะค่ะ "
" งั้นเข้าไปนั่งรอบอสในห้องก่อนนะคะ บอสกำลังประชุมอยู่ อีกไม่นานคงเสร็จแล้ว "
" ขอบคุณค่ะพี่พิม " ญาดาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องทำงานที่เธอมาเป็ประจำ
ภายในห้องทำงานที่เคยดูเป็ระเบียบเรียบร้อยเพราะเ้าของห้องค่อนข้างใส่ใจกับเื่นี้ ตอนนี้กลับมีกองกระดาษวางเกลื่อนอยู่เต็มไปหมด บางกองก็เป็กระดาษแผ่นใหญ่ม้วนกันอยู่หลายม้วน
" ท่าทางงานจะยุ่งจริงๆ " ญาดาว่าพลางหยิบกระดาษแผ่นนั้นแผ่นนี้ขึ้นอ่าน เธอเข้าใจในงานที่เขาทำเป็อย่างดี เพราะเข้ามาช่วยเขาทำงานอยู่บ่อยๆ
หญิงสาวจัดการเก็บเอกสารที่วางอยู่ให้เป็ระเบียบเป็หมวดเป็หมู่ ไม่ว่าจะเป็รายงานการประชุม หรือยอดขายจากฝ่ายต่างๆ
พรึ่บ...มือบางสั่นเทาเมื่อหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่าน สายตากวาดมองั้แ่ตัวอักษรแรกจนถึงตัวสุดท้ายของบรรทัด
~ เอกสารการหย่า...ลงชื่อของเขากำกับเป็ที่เรียบร้อย ~
น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ไหลลงอาบแก้ม
ขาเรียวแทบไร้เรี่ยวแรงที่จะยืน ญาดาวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบปากกาที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมา
" ถ้าพี่อยากได้อิสระมากขนาดนี้ หนูยิ้มจะคืนให้ ต่อไปนี้เราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก " เสียงหวานสะอื้นไห้ขณะที่มือเล็กๆ ก็พยายามเกร็งนิ้วไม่ให้สั่นไปกับแรงสะอื้นของเธอ
ญาดาจัดการเซ็นชื่อของตัวเองลงตรงตำแหน่งที่ยังว่างอยู่
ร่างบางหมุนตัวเดินไปที่ประตูเมื่อเซ็นชื่อเสร็จ ญาดาหันกลับมามองห้องที่เธอคุ้นเคยเป็ครั้งสุดท้ายหลังจากนั้นหญิงสาวก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาและเดินออกจากห้องไป
" อ้าว น้องดาจะไปไหนคะ ? " เสียงหวานเอ่ยถามตามหลัง แต่เวลานี้ญาดาไม่้าที่จะคุยกับใครทั้งนั้น เธอพาหัวใจที่แตกสลายลงมายังด้านล่างอาคารชั้นจอดรถ
" อึกๆ ฮื่อออ " ภาพในวันวานที่เคยมีความสุขร่วมกันไหลย้อนผสมปนเปกับภาพที่เขาหมางเมินความรู้สึกของเธอ
ญาดาขับรถออกจากตึกของอัครากรุ๊ปด้วยหัวใจที่บอบช้ำ ยิ่งคิดถึงกระดาษแผ่นนั้นเธอก็ยิ่งเสียใจ
~ เขาคงไม่กล้าเอ่ยปากขอหย่าจากเธอ หรือว่าเขากำลังจะกลับบ้านไปขอเธอหย่ากันแน่ แต่ช่างเถอะ...อย่างไหนก็เหมือนกัน...เขา้าหย่าจากเธอ ~
ยิ่งคิดยิ่งเสียใจ..ยิ่งเสียใจยิ่งร้องไห้
ญาดาขับรถไปพลางร้องไห้ไป หญิงสาวร้องไห้จนตัวโยน น้ำตาไหลนองหน้าทำให้ภาพข้างหน้าพร่ามัว ญาดายกมือขึ้นปัดน้ำตาออก จู่ๆ ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับเป็รถอีกคันที่อยู่ตรงหน้ารถของเธอ
ตูม....บึ้ม..เสียงดังกัมปนาทของแรงปะทะจากรถทั้งสองคัน....ไฟที่ลุกไหม้ขึ้นทำให้ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้
ภาพตรงหน้าของหญิงสาวดับวูบลง
ทางด้านประธานหนุ่มที่พึ่งออกจากห้องประชุมเดินกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองพร้อมลูกน้องคนสนิท
" บอสคะ เมื่อสักครู่หนูยิ้มมาและตอนนี้ก็ออกไปแล้วค่ะ "
" หือ...มาแล้วและไปแล้ว อะไรของเค้า " ประธานหนุ่มเดินเข้าไปในห้องพลางล้วงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองกดโทรออกหาเธอ
~ ไม่สามารถติดต่อเลขหมายนี้ได้ ~
ภาคินถอนหายใจ..เขาเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ดวงตาคมเพ่งมองโต๊ะที่เคยมีเอกสารกระจายกองอยู่ ตอนนี้ถูกเก็บรวบรวมแยกออกเป็กองอย่างดี
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจคือแผ่นกระดาษที่เขาพึ่งให้ทนายร่างขึ้นมาให้และเขาพึ่งเซ็นชื่อลงไปเมื่อเช้านี้
ตอนนี้ช่องว่างที่เมื่อเช้ายังว่างอยู่กลับมีชื่อของใครอีกคนเซ็นลงเรียบร้อยแล้ว
"บอสคะ เมื่อสักครู่หนูยิ้มมาและตอนนี้ก็ออกไปแล้วค่ะ "
" หนูยิ้ม..ไม่นะ ไม่ใช่อย่างที่หนูยิ้มคิดนะ "
ภาคินรีบลุกขึ้นเขาเดินตรงไปยังประตูห้องทำงานเป็จังหวะเดียวกับที่พายัพลูกน้องคนสนิทเปิดประตูเข้ามาพอดี
" นะ นาย นายครับ ตำรวจโทรมาว่ารถของคุณญาดาประสบอุบัติเหตุครับนาย "
" ประสบอุบัติ..ที่ไหน ยังไง " เสียงทุ้มตวาดดัง
" ถนนร่มเย็นครับ คนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ " คำบอกเล่าของลูกน้องคนสนิททำให้ชายหนุ่มเข่าแทบทรุดลงกับพื้น
" นาย นายครับ "
" ไม่ ไม่เป็ไร ไม่เชื่อ ชั้นไม่เชื่อ.... หนูยิ้ม ชั้นจะไปหาหนูยิ้ม " ประธานบริษัทใหญ่เปิดประตูวิ่งออกไป เขาไม่สนใจว่าตอนนี้
พนักงานจะมองเขาแบบไหน ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำตาไหลเป็สายท่ามกลางสายตาของพนักงานที่พบเห็น
" หนูยิ้ม ไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ หนูยิ้มของพี่ยังอยู่ เรายังไม่ได้บอกรักกันเลยนะ "
พายัพขับรถพาเ้านายมายังโรงพยาบาล เมื่อรถจอดสนิทประธานหนุ่มวิ่งตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่อยู่ด้านหน้า
" ตอนนี้ทางเราพึ่งจะชันสูตรศพเสร็จ ยังไงเชิญญาติเข้าไปดูได้เลยค่ะ "
สิ้นเสียงเ้าหน้าที่ภาคินกึ่งวิ่งกึ่งเดินมายังห้องที่เ้าหน้าที่บอก แม้ขาแทบไร้เรี่ยวแรงที่จะเดินต่อแต่ความหวังที่มีเพียงริบหรี่สั่งว่าให้เขาไปดูให้เห็นกับตา ว่าเธอจากเขาไปแล้วจริงๆ
" มารับศพใช่มั้ยครับ เชิญด้านในเลยครับ " เ้าที่ชายในชุดสีขาวเอ่ยพลางเดินนำหน้าเขาไปยังเตียงที่อยู่กลางห้อง
ร่างที่วางอยู่บนเตียงถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว
" ขอผมเปิดดูได้มั้ยครับ " ภาคินเอ่ยขอ
" คุณแน่ใจนะครับ คือ สภาพศพ..เอ่อ"
" ครับ ผมจะดูภรรยาของผม "
เ้าหน้าที่ชายเปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นร่างที่ถูกไฟไหม้เกรียมที่มองดูแทบไม่เหลือร่องรอยความเป็หนูยิ้มของเขา
มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมไปจับใบหน้าของศพอย่างไม่นึกรังเกียจ ชายหนุ่มโถมตัวเข้าไปกอดร่างที่ไร้ลมหายใจ เสียงสะอื้นไห้ดังออกมาปานจะขาดใจตายตามคนที่นอนอยู่ไป
" หนูยิ้ม หนูยิ้มของพี่ พี่รักหนูยิ้ม ๆ ทำไมมาทิ้งกันไปแบบนี้ ตื่นขึ้นมาก่อน มาฟังพี่ก่อน มาฟังพี่บอกรักหนูยิ้มก่อน ....มาฟัง "
" นาย นายครับ " พายัพเข้ามาช่วยประคองเ้านายที่ทรุดตัวลงกับพื้น ประธานใหญ่ที่เคยเข้มแข็งและแข็งแกร่งตอนนี้เป็
เพียงชายหนุ่มที่ไร้เรี่ยวแรง เขากำลังจะหมดลมหายใจตามคนรักไป
" หนูยิ้ม..ตื่นมาฟังพี่ก่อน พี่รักหนูยิ้ม "
เสียงแ่เบา..จากชายหนุ่มที่สูญเสียคนรักอย่างไม่มีวันหวนกลับ
.......................
โอ้ย...เขียนไปกะร้องไห้ไปเด้อท่านผู้ชม
ฝากอีบุ๊ค หัวใจรักรินรดานะคะ ลงขายที่ meb ในราคาเพียง 89 บาทเท่านั้นจ้า