คู่ปรับเก่า
“ต๊าย!!! มันอะไรกันแม่ผ่อน นี่สายโด่งเด่งจนป่านนี้แล้ว แม่เลขาทูนเกล้าของฉันยังไม่ตื่นอีกเหรอ ให้ใครก็ได้ขึ้นไปปลุกเดี๋ยวนี้ แล้วบอกหล่อนด้วยว่าฉันจ้างมาทำงานไม่ใช่จ้างมานอนตื่นสายๆ แข่งกับเ้านาย โอ๊ย!!! มันอะไรนักหนานะคนทุกวันนี้”
แม่ครัวใหญ่นามว่า ‘ผ่อน’ ต้องรีบพาผิวกายดำปี๋เดินแบกน้ำหนักเกือบแปดสิบกิโลกรัมของตัวเองเข้าครัวเพื่อบอกเด็กรับใช้อีกคนอย่างเร่งด่วน ให้วิ่งขึ้นไปปลุกเลขาคนที่สามในรอบสี่เดือนของเ้านาย ทำเอาคนถูกปลุกหัวเสียไม่น้อย แต่ก็จำต้องรีบลุกจากเตียงอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วรีบลงมาชั้นล่างด้วยใบหน้าบึ้งตึง เพราะไม่สบอารมณ์นัก
“ว่าไงยะหล่อน! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน! งานการไม่ลุกขึ้นมาทำ รู้หรือเปล่าว่าวันนี้หล่อนจะต้องทำอะไรบ้าง ฉันจ้างหล่อนไม่ใช่น้อยๆ นะ กรุณาทำงานให้คุ้มค่าเงินฉันด้วย”
ชมจันทร์ วัชราเวโรจน์ ยืนเท้าสะเอวด่าด้วยใบหน้าบึ้งตึงกว่า และไม่สบอารมณ์กว่า อรนภาทนไม่ได้ต้องเถียงกลับทันที
“คุณผู้หญิงคะ อรเพิ่งจะได้นอนตอนตีสี่เองนะคะ และนี่ก็เพิ่งจะเก้าโมงเท่านั้น จะให้รีบตื่นไปไหนคะ”
“อย่าริมาเถียงฉันนะ บอกไม่จำ! ว่าถ้ารักจะอยู่ด้วยกันยืดๆ หุบปากของหล่อนแล้วก็รีบไปทำงานตามที่ฉันสั่งไว้ั้แ่เมื่อวานด้วย ไปสิ จะมัวมายืนเสนอหน้าอยู่ทำไม”
ผู้เป็เลขาอยากจะอ้าปากเถียงอีกยก แต่ก็คิดได้ว่าเปล่าประโยชน์ จึงเดินเข้าห้องทำงานด้วยท่าทีสงบ ผิดกับผู้เป็เ้านายที่หัวเสียไม่หายเพราะไม่ชอบให้ใครมาเถียงแม้แต่คำเดียว
หรือแอะเดียวก็ยอมไม่ได้ แต่ที่ยอมๆ อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะตระหนักดีว่า กว่าจะหาคนให้ตรงกับงานได้นั้นยากและใช้เวลาไม่น้อย ทว่าก็ไม่วายบ่น
“นี่มันกรรมเวรอะไรของฉันนักหนานะ ถึงต้องมารบรากับคนในบ้านั้แ่เช้าขนาดนี้ ไม่ได้เื่ ไม่เข้าท่า โอ๊ย!!! เบื่อๆ ๆ ๆ ๆ”
“เบื่ออะไรกันนักหนาครับคุณแม่! นี่ยังเช้าอยู่เลยนะครับ!”
ชมจันทร์และคนในบ้านต่างงวยงงไม่แพ้กันกับเ้าของเสียงที่ดังเข้ามาในบ้านก่อนคนพูดจะโผล่มาให้เห็นด้วยซ้ำ และเมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทา ตัวเสื้อพูดพาดไว้กับแขนแข็งแรง พร้อมส่งยิ้มกว้างให้เพียงเท่านั้น
“ตาจิณ!!! กลับั้แ่เมื่อไหร่! ทำไมไม่โทรบอกแม่จะส่งรถไปรับ แล้วมาได้ยังไง ทำไมไม่บอกล่วงหน้าบ้าง...”
“ใจเย็นๆ ครับคุณแม่ ผมตอบไม่ทันแล้วนะครับ”
จิณณวัตร วัชราเวโรจน์ เลิกคิ้วใส่แม่ด้วยใบหน้าเจือยิ้มก่อนจะทักท้วง
“งั้นก็ไม่ต้องตอบ แต่มาให้แม่กอดก่อนเร็ว”
สิ้นคำ คนเป็แม่ก็พาร่างอรชรตรงไปอ้าแขนกอดลูกชายคนโตเสียเต็มรักด้วยความคิดถึง และคาดไม่ถึงว่าลูกจะโผล่มาแบบเซอไพรส์ั้แ่เช้าอย่างนี้
“ไปไหนกันหมดครับบ้านเงียบเชียว”
เมื่อแม่ละวงแขนออกแล้วเขาถึงได้มีเวลากวาดมองไปรอบบ้าน
“พ่อเราก็ไปทำงาน ยัยแอ๊ฟยังไม่ตื่น ตาเจกับยัยแอ๊นคงจะไปเรียนมั้ง ส่วนแม่ก็กำลังจะออกไปข้างนอก จะกลับอีกทีก็เย็นๆ แล้วต้องไปงานเลี้ยงอีก แซยิดคุณหญิงพรเพ็ญไงล่ะจำได้หรือเปล่า จิณไปกับแม่นะ จะได้มีเวลาคุยกัน แต่ตอนนี้สายมากแล้วแม่ไปอาบน้ำก่อน”
“ครับคุณแม่ ผมก็จะขอขึ้นไปงีบเหมือนกัน เพราะถ้าอยู่โน่นป่านนี้ผมคงหลับปุ๋ยแล้วล่ะครับ”
“งั้นไปเลย ห้องเราน่ะแม่ให้คนไปทำความสะอาดไว้ตลอดเวลา เหมือนรู้ว่าเราจะมาเลยล่ะ ว่าแต่ทำไมถึงมาแบบไม่บอกล่วงหน้าล่ะลูก แล้วทำไมถึงตัดสินใจปุบปับทั้งที่แม่ก็....”
ผ่อนได้แต่แหงนหน้ามองเ้านายเดินโอบไหล่หนุ่มหล่อผิวขาว สูง ขณะเดินขึ้นไปตามบันไดไป ในที่สุด ‘คุณจิณ’ ก็กลับบ้านสักทีหลังจากไปเรียนอเมริกาั้แ่จบมัธยม พอจบก็ขอทำงานหาประสบการณ์อยู่อีก
“ป้าผ่อนไม่ไปหาคุณอรในห้องเหรอ”
‘แหม่ม’ เด็กรับใช้ในชุดกางเกงเอวยืด เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเขียวมรกต มีผ้ากันเปื้อนผูกเอวไว้ ยื่นนิ้วไปสะกิดแม่ครัวใหญ่ในเื่เพราะผ่อนสั่งไว้ให้เตือนถ้าเกิดลืมขึ้นมา เนื่องจากเป็เื่สำคัญมาก
“เอ่อๆ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ป้ามัวดูคุณจิณเพลินไปหน่อย ก็ทั้งสูงทั้งหล่อ สงสัยสาวๆ คนจะเรียงคิวเข้ามาให้จีบแน่เชียว”
ผ่อนหันไปหาแหม่มแล้วเดินอุ้ยอ้ายตรงไปยังห้องทำงานประจำของเลขาคนที่สามของชมจันทร์ เพื่อเตือนให้ขึ้นไปเบิกเงินค่าอาหารมาให้
“ไม่เอาหรอกป้า คุณผู้หญิงอารมณ์ไม่ดีขนาดนั้นอรไม่ยุ่งด้วยหรอก” แต่กลับได้คำตอบอันไม่ชอบใจนัก
“อ้าว! ถ้าคุณอรไม่เบิกแล้วป้าจะเอาอะไรไปซื้อของล่ะค่ะ ทั้งของสดของแห้งหมดเกลี้ยงแล้วนะคะ ป้าเตือนคุณอรั้แ่เมื่อวานแล้วด้วย ถ้าไม่มีเงินวันนี้ก็จะไม่มีของมาทำขึ้นโต๊ะนะคะ”
ผ่อนให้เหตุผล แต่อีกคนกลับยักไหล่อย่างไม่เห็นเป็เื่สำคัญอะไร
“เอาไว้เย็นๆ รอคุณผู้หญิงอารมณ์ดีกว่านี้แล้วอรจะเบิกให้แล้วกันนะคะ ส่วนวันนี้คนในบ้านไม่อยู่สักคน ไม่ต้องทำของขึ้นโต๊ะนี่คะ”
ผ่อนทำหน้าไม่พอใจให้เห็นอย่างไม่เกรงใจเมื่อได้คำตอบแบบนี้
“แต่เวลาคุณผู้หญิงกลับมาเหนื่อยๆ ก็จะเรียกหาของบำรุง พวกรังนก ซุปไก่ หรือขนมน้ำแข็งพวกแปะก๊วย บ๊วยเกี๊ยะ หรือบัวลอยน้ำขิงพวกนี้เป็ประจำนะคะป้ารู้ดี ถ้าเรียกหาแล้วไม่มีให้จะเป็เื่เปล่าๆ นะคะคุณอร ป้าน่ะไม่เป็ไรหรอกค่ะแค่แม่ครัว แต่คุณอรต้องรับผิดชอบทั้งหมดนะคะ ลองคุณผู้หญิงได้เดือดขึ้นมาใครก็...”
“ป้าคะ!!! อรมีงานเยอะแยะกองเต็มโต๊ะเลยนะคะ และจะต้องรีบทำให้เสร็จก่อนออกไปจัดการเื่ชุดให้คุณๆ ทั้งสองสำหรับงานเย็นนี้อีก ไม่มีเวลามาจำหรอกค่ะว่าคุณผู้หญิงจะทานอะไรเวลาเหนื่อยๆ อีกอย่างท่านไปงานเลี้ยงของกินเยอะแยะ คืนนี้คงไม่คิดจะเรียกหาหรอกมั้งคะ”
เพียงเท่านั้นผ่อนก็หน้าเสียและเดินสะบัดบั้นท้ายยังกับกะละมังกลับเข้าครัวด้วยความหัวเสียทันที ทำเอาบรรดาเพื่อนคนรับใช้ด้วยกันที่กำลังนั่งเปิบมื้อเช้าในเวลาสายๆ อยู่หลังครัวต่างมองมาหาด้วยความสงสัย
“กูไปเตือนดีๆ แล้วดันมาว่ากูเสือก ทีนี้ก็อย่าวิ่งแร่มาให้อีผ่อนช่วยแก้ปัญหาให้เชียวนะ แม่จะนั่งหัวเราะเยาะให้ดู”
“โธ่!!! ป้าผ่อน ป่านนี้ยังไม่ชินอีกหรือไง ทีหลังป้าก็นั่งเฉยๆ สิ ปล่อยให้ถูกด่าบ่อยๆ อีกหน่อยก็ลาออกไปเองล่ะ และคุณผู้หญิงก็จะหาเลขาคนที่สี่มาใหม่เองล่ะ”
แก้มเด็กรับใช้อีกคนรู้ดีว่าผ่อนบ่นถึงใครหรือเื่อะไร
“นั่นน่ะสิพี่ผ่อน จะมาอารมณ์เสียทำไม หัวรั้นแบบนี้ผมว่าอีกไม่นานเราได้เห็นคนที่สี่แน่ๆ ไม่เชื่อคอยดูสิ”
เล็กซึ่งเป็คนขับรถเองก็รู้ดีไม่แพ้กัน หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ คนงานในบ้านจะรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังงามนี้ ไม่ว่าจะเื่เ้านายหรือลูกน้องด้วยกัน ผ่อนคดข้าวใส่จานแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งแทนเล็กที่เพิ่งจะอิ่มแล้วลุกออกไปกินน้ำ
+++++
“เฮ้อ! คิดถึงคุณตะวันจัง เมื่อไหร่จะเปลี่ยนใจกลับมาทำงานอีกก็ไม่รู้”
ผ่อนอดคิดถึงเลขาคนก่อนไม่ได้
“ฝันไปเหอะป้า ถูกว่าขนาดนี้จ้างให้คุณตะวันก็ไม่มีทางกลับมาหรอก”
แหม่มยังเคี้ยวข้าวเต็มปากรีบสวนกลับทันควัน ทำเอาทุกคนในวงข้าวพยักหน้ารับเพราะเห็นด้วย
“นายเล็กเอารถออกเดี๋ยวนี้”
แต่เสียงของเ้านายดังผ่านวิทยุสื่อสารเหน็บไว้กับเอวของเล็กทำเอาทุกคนเงียบไปแทบจะพร้อมกัน เล็กรีบล้างมือล้างไม้แล้ววิ่งไปทำตามที่คุณผู้หญิงสั่งอย่างรู้งาน ส่วนคนอื่นๆ อยู่คุยกันสักพักก็ต่างแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง
ยกเว้นผ่อนต้องประจำอยู่ในครัวกับการหุงหาอาหารไว้ให้คนทั้งบ้าน แถมต้องควานหาของในตู้เย็นเท่าที่มีออกมากองไว้บนเคาน์เตอร์แล้วยืนมองว่าจะทำอะไรไว้เป็มื้อเที่ยงดี
“หิวจังครับป้าผ่อน มีอะไรให้ผมกินบ้าง”
ร่างอวบอ้วนสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อมีเสียงทุ้มทว่านุ่มหูดังอยู่ข้างหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผ่อนยกมือทาบอกทำตาเขียวใส่คุณหนูคนแรกของบ้าน แล้วค่อยตามด้วยรอยยิ้ม
“คุณจิณน่ะ! ทำป้าใหมดเลยลงมาเงียบๆ นี่ป้าก็กำลังเตรียมของไว้ทำให้อยู่เลยค่ะ คิดแล้วว่าตื่นมาคงจะหิว แต่ของสดในตู้มีนิดหน่อยเพราะยังไม่ได้ไปจ่ายตลาด คุณจิณกินเบาๆ ไปก่อนได้มั้ยคะ ส่วนของหนักๆ คงจะต้องฝากท้องไว้กับงานเลี้ยงของคุณผู้หญิงเย็นนี้ล่ะค่ะ”
จิณณวัตรส่งยิ้มร่าให้ก่อนจะเดินไปยื่นหน้าเมียงมองของเบาๆ ที่แม่ครัวใหญ่ว่า
“ว่าแต่เบาๆ นี่มีอะไรบ้างครับ”
“ก็ผัดผักรวม กุ้งสด ซุปเนื้อ ไข่เจียวน้ำพริกกะปิค่ะ ป้าหาในตู้ได้แค่นี้เองจริงๆ ค่ะ หรือถ้าไม่ถูกใจยังไงจะให้ตาจวดปั่นจักรยานออกไปซื้อหน้าปากซอยให้ได้นะคะ” ชายหนุ่มรีบยกสองมือโบกไหวๆ เป็การห้ามทันควัน
“แค่นี้ก็อิ่มตื้อแล้วล่ะครับ งั้นผมไปนั่งรอในห้องอาหารเลยนะ หิวจะแย่”
สิ้นคำร่างล่ำบึ้กในชุดนอนกางเกงผ้ายืดขายาวสีเทากับเสื้อยืดสีขาวก็เดินไปด้วยความสดชื่นหลังจากได้หลับไปหลายชั่วโมง และอาหารคุ้นลิ้นมาั้แ่เด็กก็ทำเขาอิ่มอร่อยจนพุงกาง และรู้สึกง่วงอีกวาระจนต้องไปนอนเอนหลังในห้องนั่งเล่นแล้วหลับในที่สุด
“ตาจิณๆ ตื่นเร็วลูก ไปอาบน้ำเตรียมตัว ใกล้จะได้เวลางานแล้ว” กระทั่งผู้แม่มาเขย่าตัวปลุกถึงสะดุ้งตื่น
“ไปไหนครับคุณแม่” ด้วยอาการงัวเงีย ส่วนแม่ก็มองด้วยสายตาดุน้อยๆ
“อ้าว!!! ก็แม่บอกว่าไปงานวันเกิดคุณหญิงเพลินพิศกับแม่ไงล่ะ เร็วๆ เข้าอย่ามัวแต่ถาม อีกหน่อยพ่อเราจะเข้ามาอาบน้ำแล้วก็ไปด้วยกันเลย นี่ยัยแอ๊ฟไปไหนล่ะแม่อร”
ชมจันทร์หันไปหาเลขาที่เดินเข้าบ้านพร้อมกับหอบชุดราตรีของเ้านายทั้งสอง และนั่นทำให้คนถามไม่้าคำตอบแรกจากเลขามากไปกว่าคำถามที่สองเลยสักนิด
“แล้วมีชุดให้คุณจิณใส่ไปงานเย็นนี้หรือเปล่าล่ะแม่อร”
อรนภางงเป็ไก่ตาแตกเพราะไม่รู้มาก่อนว่าเ้านายจะให้ไปร่วมงานด้วย เมื่อเช้าก็แค่ได้ยินแวบๆ ว่าลูกคนโตกลับจากเมืองนอกแบบไม่บอกกล่าวเท่านั้น ไม่มีการแนะนำอย่างเป็ทางการสักนิด แถมจิณณวัตรก็ลงมาตอนที่อรนภาออกไปข้างนอกอีก
“คุณจิณจะไปด้วยเหรอคะ ไม่เห็นคุณผู้หญิงบอกอรเลย นี่ก็มีแต่ชุดคุณผู้หญิงกับคุณผุ้ชายสองคนเองค่ะ”
เท่านั้นล่ะ
“ต๊าย!!! นี่แม่อร!! เมื่อเช้าฉันก็บอกโจ้งๆ ว่าจะให้ลูกของฉันไปงานด้วย หล่อนไม่ได้ยินหรือไง แล้วก็อย่ามายืนแก้ตัวนะ รีบๆ ไปหาชุดมาให้ลูกฉันเดี๋ยวนี้ ตาจิณไปอาบน้ำเร็วเข้า”
“อรจะไปเอาชุดจากไหนมาล่ะค่ะ ใส่ไซซ์ไหนก็ไม่รู้”
“ก็ไปเอาจากร้านมาสิยะ! ชุดไหนก็ได้ที่ลูกชายฉันใส่แล้วจะดูหล่อ ดูเด่นไม่น้อยหน้าใครน่ะ อะไรกันเื่แค่นี้ต้องให้สอนด้วย เป็เลขาน่ะต้องหัดหูตากว้างไกล มองไปข้างหน้าก่อนเ้านายสิบก้าวเสมอๆ จำเอาไว้ โอ๊ย!!! ไม่ได้อย่างใจเลยจริงๆ”
สิ้นคำคนอารมณ์เสียก็เดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่แยแสคนอารมณ์เสียอีกคนที่ยังคงถือชุดอันหนักอึ้งในมือไว้อย่างเหลืออด ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไปไม่ห่าง ผ่อนยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อดยิ้มออกมาด้วยความขำปนสงสารเลขาถือดีไม่ได้
“อีกหน่อยก็รู้ นี่ล่ะโทษฐานของการไม่เชื่อคำเตือนอีผ่อน” แม่ครัวใหญ่เหมือนจะอ่านเหตุการณ์ล่วงหน้าออกอย่างทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียวถึงได้ปรามาสเอาไว้แบบนั้น
“นี่แม่อร!!! หมายความว่ายังไงคำว่าไม่ได้เตรียมของหล่อนน่ะ ทำไมจะต้องเตรียมด้วย หล่อนไม่รู้เหรอว่าฉันจะต้องเรียกหารังนกเย็นๆ เวลากลับมาเหนื่อยๆ แล้วทำไมหล่อนไม่ให้แม่ผ่อนทำไว้ให้ล่ะ ฉันบอกั้แ่หล่อนมาทำงานวันแรกๆ ไม่ใช่เหรอ”
เป็อย่างที่ผ่อนคาดไว้ไม่มีผิด เมื่อคุณผู้หญิงกลับจากบ้านด้วยท่าทีเหนื่อยๆ แล้วร้องหาของบำรุง แต่กลับได้คำตอบอันไม่คาดคิดจากปากเลขา และดูเหมือนจะเป็อีกเื่ที่ทำให้หงุดหงิดหัวใจกับความไม่ได้เื่ของเลขาจนอดปากไว้ไม่ไหวถึงได้ด่าออกไปอย่างไม่ไว้หน้า
“ก็อรไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะเรียกกินของกลางดึกอย่างนี้นี่คะ เห็นบอกว่ารักษาหุ่นๆ ไม่กลัวอ้วนหรือไงคะ”
“นี่แม่อร!!! บอกไว้หลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอว่าอยากมาเถียง ฉันไม่ชอบ!! และถ้าฉันอยากจะกินหรืออยากจะได้อะไรตอนไหน หล่อนเป็เลขาต้องมีให้ฉันทุกเมื่อ จำวันที่หล่อนมาสมัครงานได้มั้ย บอกแล้วว่าทำงานกับฉันจะต้องทำอะไรหรือตระเตรียมอะไรบ้าง วันนี้หล่อนทำฉันเสียอารมณ์มาหลายเื่แล้วนะ ถ้าเป็แบบนี้ฉันว่าหล่อนไปหางานอื่นทำเถอะฉันไม่ไหวแล้ว”
“เอาล่ะๆ คุณพอได้แล้ว ดึกมากแล้วขึ้นนอนเถอะ”
จิรเดช วัชราเวโรจน์เห็นท่าไม่ดีรีบห้ามทัพ เพื่อไม่ให้เมียอารมณ์เสียจนเื่ลุกลามไปใหญ่
“ขึ้นห้องก่อนเถอะพี่จิณ ะเิลงแล้ว”
จิรนันท์ วัชราเวโรจน์รีบเดินเข้าไปสะกิดแขนพี่ชายให้ไปพร้อมกัน เพราะรู้ดีว่าลองแม่ได้ออกโรงขนาดนี้คงจะต้องเื่ใหญ่แน่ จิณณวัตรหันไปมองน้องด้วยความสงสัย ครั้นพอหันไปหาพ่อก็ได้การพยักหน้าให้แทน เขาจึงยอมเดินตามน้องไปทันที
“ฉันไม่พอ คุณไม่ต้องมายุ่งจะไปไหนก็ไป วันนี้ถ้าไม่ได้สั่งสอนแม่นี่ฉันคงจะนอนไม่หลับแน่ อะไร้!! จ้างมาทำงานแท้ๆ เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อยๆ กินอยู่ก็สุขสบาย ทำงานแค่นี้ยังไม่ได้เื่ โง่ๆ อย่างนี้จะไปทำมาหากินอะไรได้ล่ะ”
“อ้าว!!! คุณผู้หญิงพูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ ไอ้งานแค่นี้ของคุณหญิงนี่มันั้แ่สากกะเบือยันเรือรบเลยนะคะ และถ้ารู้ว่าจะต้องเป็เบ๊ขนาดนี้จ้างให้อรก็ไม่ตกลงมาทำด้วยหรอก คิดว่าจะง้อเหรอ ทำที่อื่นกับคนอื่นไม่เื่มากขนาดนี้ด้วย”
“งั้นแกก็ไสหัวไปทำกับคนอื่นเลยไป้!!! ถ้าอยู่กับฉันแล้วไม่ดี คุณเดชเอาเงินฟาดหัวมันสามเดือนแล้วอย่าให้มันโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีกนับั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป คิดว่าฉันจะง้อเหรอ คนตกงานกันทั้งประเทศ”
สิ้นคำชมจันทร์ก็เดินฉับๆ ขึ้นบันไดไป ทิ้งให้ผู้เป็สามีรับหน้าอยู่เพียงลำพัง ไม่นานเช็กหนึ่งแสนบาทใบที่สามก็ถูกสั่งจ่ายให้เลขาคนที่สาม ก่อนจะขับรถออกจากบ้านเ้านายไปด้วยความอารมณ์เสีย
“แม่ผ่อนหาอะไรเย็นๆ มาให้ฉันที เหนื่อยจังเลยกับคุณผู้หญิงของแม่ผ่อนเนี้ยะ”
ผ่อนยืนดูอยู่ห่างๆ รีบเข้าครัวแล้วรินเบียร์กระป๋องสุดท้ายในตู้เย็นออกมาให้คุณผู้ชายที่ยืนรออยู่หน้าบันได ก่อนจะประคองแก้วเดินเอื่อยเฉื่อยขึ้นชั้นบนเงียบๆ ทิ้งให้เ้าของร่างอ้วนอวบมองตามตาละห้อย พร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความอ่อนใจไม่แพ้กัน
“กูว่าแล้ว ไม่เชื่อคำอีผ่อนเป็ไงล่ะทีนี้ ตกงานอีกจนได้”
+++++
“โห! คุณพ่อฟิตแต่เช้าเลยนะครับ”
จิณณวัตรเอ่ยทักทาย เมื่อเห็นพ่อเดินเข้าห้องฟิตเนสมาขณะที่ตัวเองกำลังก้าวฉับๆ ไปตามลู่วิ่งจนเหงื่อท่วมตัวอย่างไม่มีวี่แววว่าจะหยุด ผู้พ่อที่มาในชุดเตรียมพร้อมก็มองหาอุปกรณ์วอร์มร่างกายไปด้วย ปากก็ตอบลูกไปด้วย
“ได้ไงล่ะ เดี๋ยวน้อยหน้าแกแย่น่ะสิ อายุมากขึ้นก็ต้องรักษาหุ่นกันหน่อย”
แล้วสองพ่อลูกก็ทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการฟิตร่างกายไปควบคู่กับการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันและกันใน่เวลาที่ต่างคนต่างอยู่คนละมุมโลกมาเป็สิบปี
แม้จิณณวัตรจะกลับบ้านบ้างในระหว่างเรียนและทำงานหาประสบการณ์อยู่อเมริกา แต่ก็น้อยครั้งเต็มที ด้วยเวลาว่างนั้นแทบจะไม่มี หรือถ้ามีก็ไม่มากพอให้บินกลับบ้านได้ บวกกับตัวเขาเองก็ไม่ใคร่อยากจะกลับด้วย
“เจอกันที่โต๊ะอาหารนะครับคุณพ่อ”
ลูกชายโบกมือลาเพราะล่วงหน้ามาก่อนพ่อเป็ชั่วโมงแล้ว อีกทั้งอยากจะเดินดูบรรยากาศรอบบ้านที่เขาจากไปนานด้วย จึงออกวิ่งเหยาะๆ ั้แ่หน้าบ้านยันท้ายสวนอันกว้างถึงสิบห้าไร่
ต้นไม้แทบทุกต้นก่อนเขาไปยังสูงเท่าหัวเข่า แต่ตอนนี้จะท่วมหลังคาแล้ว เขารับไหว้พร้อมส่งยิ้มให้คนสวนที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ ซึ่งเขาเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชายผู้นั้นชื่ออะไร
เมื่อเห็นว่าใกล้เวลาอาหารแล้วถึงได้รีบขึ้นห้องกลับลงมาอีกทีก็พบว่าแม่กับน้องสาวคนกลางนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ยัยแอ๊นกับตาเจไปไหนล่ะครับคุณแม่ ั้แ่ผมมายังไม่เห็นหน้าเลย”
ร่างสูงทรุดกายลงนั่งที่ประจำ
“ออกบ้านไปั้แ่เช้าละ ตาเจบอกว่าไปเข้าค่าย ยัยแอ๊นเห็นว่าจะไปติวหนังสือเตรียมสอบบ้านเพื่อน”
ผู้แม่เป็คนตอบ ด้วยอาการครุ่นคิด สักพักก็จะตัดสินใจเอ่ยในเื่ที่คิดตรึกตรองมาั้แ่เมื่อคืนแล้ว
“จิณวันนี้ช่วยทำอะไรให้แม่สักอย่างจะได้มั้ย”
ผ่อนกำลังตักข้าวต้มใส่ชามให้คุณผู้ชายอยู่รู้ดีกว่าใคร และก่อนคุณผู้หญิงจะเอ่ยปากซะอีก
“คุณแม่จะให้ผมทำอะไรครับ”
เขาหันไปยิ้มเป็การขอบคุณสำหรับกุ้งตัวโตๆ ที่ผ่อนตักแถมใส่ชามให้ มือก็ยกขวดพริกไทยเหยาะใส่ชามไป ปากก็ถามโดยไม่ยี่หร่านักว่าธุระของแม่จะสำคัญอะไรมากมายจนเขาทำไม่ได้
“ช่วยไปตามยัยตะวันกลับมาทำงานให้แม่ทีนะ เบื่อหาคนใหม่มาทำงานแล้ว เบื่อจะสอน เบื่อจะด่าจะว่า เบื่อจะทะเลาะด้วย แม่ไม่อยากคิดไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นมันปวดหัว อยากได้คนที่เดินมาบอกว่าวันนี้แม่ต้องทำอะไร ใส่ชุดไหน ต้องกินอะไรมากกว่าจะคิดเอง ยัยตะวันอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ อยากจะพักที่ไหนหรือมีข้อแม้อะไรแม่ก็จะไม่ว่ามันแล้ว ขออย่างเดียวให้มันกลับมาก็พอ”
ชมจันทร์เอ่ยอย่างคนยอมแพ้
“คุณแม่!!! ทำไมต้องไปง้อมันด้วยคะ คนอยากได้งานมีถมเถ”
จิรนันท์ส่งเสียงสูงด้วยความอารมณ์เสียเมื่อได้ยิน ส่วนแม่ก็หันไปแหวใส่ลูกทันทีด้วยเสียงสูงเช่นกัน
“เงียบน่ายัยแอ๊ฟ!!! ถ้าไม่เพราะเราแม่ก็คงจะไม่ต้องยอมอ่อนข้อให้มันขนาดนี้หรอก หรือว่าจะหาคนมีคุณสมบัติอย่างมันมาให้แม่ได้ล่ะ แต่อย่าพูดดีกว่า แม่ี้เีจะฟัง กี่คนล่ะที่หามาแล้วอยู่ได้ไม่กี่วันน่ะ”
“ไม่เท่าไหร่หรอกคุณ แค่สามคนในรอบสี่เดือนเท่านั้น คนอะไรใช้เลขาเปลืองกว่าผมอีก”
จิรเดชได้ทีเลยเหน็บเข้าให้ แต่เมื่อได้สายตาเขียวปัดกลับก็เงียบแล้วก้มน่ากินข้าวต้มเงียบๆ เพราะไม่อยากจะมีเื่แต่เช้านั่นเอง
“ว่าแต่ยัยตะวันนี่เป็ใครมาจากไหนกันเหรอครับ ถึงได้เก่งกาจจนคุณแม่ติดใจยอมอ่อนข้อให้ขนาดนี้”
เขาส่งช้อนที่มีข้าวต้มน่ากินเข้าปากโดยไม่ได้หันไปหาแม่เลย เพราะคิดถึงอาหารไทยเหลือกำลัง
“ก็ลูกนายพรหมคนสวนกับยัยแน่ที่เป็แม่ครัวนั่นไงล่ะพี่จิณ ลืมไปแล้วหรือไง”
จิรนันท์รีบชิงตอบก่อนแม่ด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่ปลื้มนัก กระเดียดออกไปในทางเหน็บแนมด้วยซ้ำ จิณณวัตรกินไปพยายามคิดตามคนที่ถูกพูดถึงไป ไม่นานก็พอจะจำภาพอันเลือนรางได้
“ยัยหัวถั่วงอกตัวผอมๆ ขี้โรคๆ นะเหรอครับ แล้วใช่คนที่เคยหิ้วกระเป๋าตามคุณแม่ไปประชุมตอนผมมาบ้านครั้งก่อนโน้นด้วยหรือเปล่าครับ”
“นั่นล่ะๆ แต่ตอนนี้ยัยตะวันสวยขึ้น เก่งขึ้น เรียนจบด๊อกเตอร์แล้วด้วยมั้งถ้าแม่จำไม่ผิด รู้เื่รู้งานทุกอย่างของแม่ดี เพราะทำงานกับแม่มานาน จิณช่วยไปตามให้แม่ทีนะ ไปวันนี้เลย”
ผู้แม่ทำสีหน้ายอมแพ้อีกครั้ง เพราะน้อยนักหนาที่จะยอมให้ใครแบบนี้
“อะไรนะครับ! คุณแม่จะให้ผมไปตามยัยเด็กหัวถั่วงอกนั่นน่ะเหรอครับ แล้วเขาจะกลับมาเหรอ ยิ่งไม่ชอบหน้าผมอยู่ จำไม่ได้หรือไงครับว่าผมทำวีรกรรมอะไรไว้ ให้ผมทำอย่างอื่นให้ดีกว่านะครับ งานนี้ขอบายแล้วกันครับ ว่าแต่ทำไมเขาถึงออกล่ะครับ หรือคุณแม่ให้เงินเดือนน้อยไป”
แม้จะใกับภารกิจของแม่แต่ก็ไม่วายอยากรู้ จนคนถูกถามต้องปรายตาไปหาลูกสาวก่อนเอ่ยด้วยท่าทีเบื่อนิดๆ
“ก็ยัยแอ๊ฟน่ะสิ ไปตู่ว่ายัยตะวันขโมยสร้อยเพชร แม่บอกให้หาดีๆ ก่อนก็ไม่เชื่อ แล้วเป็ไงล่ะมันลาออกจนได้เื่”
“แอ๊ฟไม่ได้ตู่สักหน่อยคุณแม่ แค่ไปถามเท่านั้นเอง ไม่ได้ขโมยก็แล้วไปสิคะ ไม่เห็นต้องคิดมากจนลาออกเลย แม่นั่นอยากจะออกแต่แรกอยู่แล้วต่างหาก พอเจอเื่นี้เข้าก็เลยถือโอกาสชิ่งมากกว่า อย่ามาว่าแอ๊ฟนะ”
ชมจันทร์มองหน้าลูกสาวคนสวยด้วยสายตาเอ็นดูแกมหมั่นไส้น้อยๆ อีกครั้งกับข้อแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ แต่ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากพยักพเยิดให้ลูกชายกับสามีเท่านั้น
“แม่ไม่มีใครจริงๆ จิณ ช่วยไปตามให้ที เดี๋ยวแม่จะโทรไปเกริ่นพ่อพรหมกับแม่แน่ไว้ก่อน แต่จิณก็อย่าไปอ้อนวอนมันมากจนเราเสียรังวัดนะ แค่บอกว่าแม่ให้ไปรับพอ ส่วนเงินเดือนก็บอกตามที่แม่พูดนั่นล่ะ ถ้าเป็ไปได้ก็พามาวันนี้เลย นะจิณนะถือว่าแม่ขอร้องก็แล้วกัน แล้วแม่จะมีรางวัลงามๆ ให้”
“คุณจิณจะให้ผมเอาคันไหนออกครับ” เล็กหันไปหาเ้านายหนุ่มรูปหล่อด้วยท่าทีนอบน้อม ขณะยืนอยู่ข้างรถที่จอดเรียงกันอยู่เก้าคัน
“เอาคันที่ไม่มีใครใช้วันนี้ก็แล้วกัน”
เพราะเขาเองก็บอกไม่ได้ เล็กคิดอยู่นิดหนึ่งแล้ววิ่งเข้าบ้านได้กุญแจติดมือมา พร้อมกับเดินไปเปิดประตู เมอร์เซเดสเบนซ์ เอคลาส เอสองห้าศูนย์ เอเอ็มเจ สปอร์ต ให้เ้านายหนุ่มขึ้นไปนั่งอย่างคล่องงาน
“บ้านยัยหัวถั่วงอกนายเล็กไปถูกใช่มั้ย”
จิณณวัตรเอ่ยไปอย่างนั้น เพราะรู้ดีว่าแม่คงจะสั่งการคนรถมาแล้ว เขาจึงไม่ได้สนใจจะฟังคำตอบรับมากไปกว่าสนใจกับข่าวสารในหน้าหนังสือพิมพ์ที่ถือติดมือมาด้วย
พออ่านจบก็หันไปหาข่าวสารในมือถือต่อ โดยไม่ได้สนใจจะมองวิวทิวทัศน์ข้างทางแต่อย่างใด กระทั่งถึงจุดหมาย ที่มีสุพรหมกับอุบลยืนรอรับอยู่หน้าบ้านรอประหนึ่งรู้ว่าเขาจะมาก็ไม่ปาน
“สวัสดีครับคุณจิณ ไม่เจอกันนานโตเลยกลับมาอีกทีเป็หนุ่มแล้วนะครับ”
สุพรหม พุทธิรักษ์ รีบชิงยกมือไหว้เขาก่อนด้วยซ้ำ อุบล พุทธิรักษ์ เองก็ทำตามสามีอย่างไม่เกี่ยงงอน จิณณวัตรยกมือไหว้ตอบแทบไม่ทัน ก่อนจะจ้องมองอดีตคนสวนกับอดีตแม่ครัวในบ้านที่เขามีความทรงจำแค่เลือนรางเท่านั้น แต่พนันได้ว่าเมื่อก่อนคนทั้งสองจะแต่งเนื้อตัวดีกว่าชุดชาวสวนตอนนี้เป็แน่
“คุณแม่โทรหาแล้วใช่มั้ยครับว่าผมมาทำไม”
เขาไม่รู้ว่าจะเรียกคนทั้งสองว่าอะไร เพราะเมื่อก่อนจะเรียก นายพรหมกับแม่แน่ตามแม่ แต่ตอนนี้คงเหมาะนัก ด้วยทั้งสองไม่ได้เป็ลูกจ้างในบ้านอีกต่อไปแล้ว แม้จะรู้ว่าพ่อแม่เขายังคงมีบุญคุณกับคนทั้งสองเมื่อครั้งที่อุบลจู่ๆ ก็เกิดอาการช็อกเพราะเส้นเืในสมองแตก
แต่ก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลเอกชนอย่างเร่งด่วนและรักษาได้ทันท่วงทีด้วยเงินเกือบครึ่งล้านที่พ่อแม่เขาควักกระเป๋าจ่ายโดยไม่เรียกคืนสักบาท รวมทั้งเงินทุนตั้งตัวอีกหลายแสนเมื่อทั้งสองลาออกแล้วกลับมาอยู่บ้านยังไงก็ตาม
“คุณผู้หญิงโทรมาั้แ่เช้าแล้ว เราสองคนไม่มีปัญหาหรอกครับ เหลือแต่เ้าโน้นล่ะครับว่าจะตกลงหรือเปล่า”
สุพรหมชี้ไปหาสวนกุหลาบกว้างขวาง ทำเอาเ้าของหน้าตาหล่อเหลาที่มีแว่นกันแดดราคาหลายหมื่นหันไปตามทิศทาง ก็เห็นคนเดินไปมาสี่ห้าคน ถ้าเดาไม่ผิดแม่หัวถั่วงอกของเขาก็คงจะอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย เป็จริงอย่างที่คาดเดาไว้ไม่มีผิด
แถมคราวนี้เขาก็ได้ฉายาให้เ้าหล่อนใหม่เพิ่มมาอีก หลังจากเปิดหมวกกับผ้าคลุมหน้าออกแล้ว จากหัวถั่วงอกก็จะเป็หัวฟู หัวยุ่ง หัวเหยิง หัวอะไรอีกสารพัดหัวที่เขาคิดภาษาไทยไม่ออกในตอนนี้
เพราะแม่คุณรวบผมไปกระจุกไว้กลางหลัง พอดึงหมวกกับผ้าออกผมก็กระจัดกระจายดูแล้วตลกพิลึกจนแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ แต่เขาไม่คิดจะแสดงท่าทางหรือเอ่ยอะไรออกมา นอกจากจ้องมองร่างผอมเล็กเป็ไม้เสียบผี
ดีที่สูงหน่อยแต่ไม่น่าเกินร้อยเจ็ดสิบห้าแปดยืนใช้หมวกปีกกว้างพัดไล่ความร้อนไปมา ขณะจ้องมองลูกเ้านายกลับและรอฟังประโยคเด็ดด้วยสายตากวนประสาทนิดๆ ในความคิดของเขา แถมกลิ่นเหงื่อก็โชยมาถึงจมูกโด่งๆ อย่างช่วยไม่ได้
+++++
+++++
“ก็อย่างที่บอก คุณแม่ให้เงินเดือนเพิ่มอีกเท่าตัว อาหารสามมื้อ เธอ...เอ่อ...”
น้ำเสียงเขาตะกุกตะกักอยู่ครู่กับสรรพนามจาก ‘เธอ’ ซึ่งคุ้นเคยของเขาเมื่อครั้งอดีต ทว่าก็ไม่อาจจะเอามาใช้ได้ในปัจจุบันแล้ว เลยต้องเปลี่ยนเป็ ‘คุณ’ แทน
“คุณจะพักบ้านหรือข้างนอกคุณแม่ก็ไม่ว่า วันหยุด วันลา วันพักร้อน โบนัสประจำปี โอทีเวลาทำงานดึกๆ ท่านให้ตามที่คุณขอ ผมแค่เป็คนนำสารมาส่งตามคำท่านเท่านั้น แล้วคุณตกลงว่ายังไงล่ะผมจะได้กลับไปบอกท่าน”
เมื่อก่อนเขามักจะแทนตัวเองว่า ‘ฉัน’ กับแม่หัวถั่วงอกตลอด แต่ตอนนี้ไม่อาจจะทำแบบนั้นได้แล้วเช่นกัน ด้วยตัวเองก็โตเป็หนุ่มใหญ่แถมหล่อสุดๆ อีกต่างหาก ส่วนเ้าหล่อนก็เป็สาวเกือบจะใหญ่และเกือบจะสวยเท่านั้น
จึงจำเป็ต้องแทนตัวเองเป็คำใหม่ แล้วก็นิ่งรอฟังคำตอบจากเ้าหล่อน ที่ดูเหมือนจะใช้เวลาคิดใคร่ครวญนานหลายนาทีแล้ว แต่เขาก็ยังเห็นเ้าหล่อนเอาแต่นิ่งเงียบอยู่เช่นเดิม
แถมร่างบางเล็กในชุดรัดกุมั้แ่หัวจรดเท้าจนมองไม่เห็นผิวส่วนไหนนอกจากใบหน้า แม้แต่มือกับเท้าก็ยังถูกหุ้มเอาไว้ด้วยก็เดินไปหาบันไดบ้านไม้ยกสูง ด้านล่างมีห้องเก็บของที่ก่ออิฐแล้วฉาบปูนไว้ พื้นที่อื่นปล่อยโล่งไว้ โดยไม่ปริปากเอ่ยอะไรออกมา จิณณวัตรเดินตามเพื่อหมายจะขึ้น้าด้วย
“ฉันจะไปพรุ่งนี้ค่ะ เพราะต้องเตรียมตัวก่อน”
อาทิตยา พุทธิรักษ์ เอี้ยวตัวไปหาและให้คำตอบคุณชายจอมเนี้ยบด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะยินดีนัก แต่ก็ขัดพ่อแม่ที่ขอร้องไว้ั้แ่รับโทรศัพท์จากคุณผู้หญิงแล้วไม่ได้
แม้จะเบื่อเ้านายกับบรรดาลูกๆ ที่ทำตัวเยี่ยงพระเ้า แม้จะเบื่องานอันไม่มีระบบระเบียบหรือแบบแผน แม้จะไม่อยากหวนกลับคืนไปสู่ความวุ่นวายเดิมๆ สักแค่ไหนก็ตามที
“แต่คุณแม่อยากให้ไปพร้อมผมวันนี้เลย เห็นบอกว่ามีงานด่วนหรืออะไรนี่ล่ะผมก็ไม่แน่ใจ คุณจะโทรไปคุยกับท่านก่อนก็ได้นะ”
เท้าที่เ้าของเพิ่งจะถอดถุงเท้าออกถึงกับชะงัก พร้อมกับถอนหายใจน้อยๆ ออกมาก่อนจะหันกลับไปหาเ้าของประโยค แล้วกลั้นใจเอ่ยอธิบายอย่างอดทน แม้จะไม่ใช่เื่จำเป็นัก ด้วยอยากยืดเวลาอยู่บ้าน อยู่กับพ่อแม่และน้องๆ ให้นานขึ้นอีกสักคืนแค่นั้น
“ฉันจะขับรถไปค่ะ เพราะต้องเอาไว้ใช้ตอนทำงานกับคุณผู้หญิงไงคะ ไหนจะข้าวของเครื่องใช้อีกต้องใช้เวลาเก็บ ใช้เวลาแพ็ก”
“งั้นคุณไปกับผมก่อน ให้พ่อกับแม่คุณเก็บของ แพ็กของแล้วใส่รถคุณไป นายเล็กจะรอขับไปให้พร้อมทุกอย่างก็ได้นี่ จะเอาไปไว้ไหนหรือให้ส่งไหนก็บอก”
ทว่าคนนำสารก็ไม่อยากจะยอมแพ้นัก ด้วยหมั่นไส้น้อยๆ กับท่าทีเล่นตัวของเ้าหล่อน
“แต่ฉันต้อง...”
“ผมว่าตอนนี้คุณไปอาบน้ำเตรียมตัวเถอะผมไม่อยากถึงกรุงเทพฯ ค่ำ กลัวรถจะติด”
ยังไม่ทันที่เ้าของร่างเล็กในชุดคนสวนกำลังจะได้พูดจบประโยคด้วยซ้ำ ก็ถูกคนนำสารดักทางเอาไว้ก่อนเพื่อนเป็การตัดบท และนั่นทำให้คนถูกแย้งไม่ชอบใจเอามากๆ แถมยังมีความหัวเสียที่ต้องกลับไปพบกับสภาพเก่าๆ ค้างใจอยู่อีก เลยอ้าปากหมายจะแย้งใหม่
“ขอโทษนะคะคุณจิณ ฉัน...”
“พ่อว่าก็ดีนะตะวัน ไปกับคุณจิณก่อนเถอะ คุณผู้หญิงคงจะมีเื่ให้ทำมากถึงได้ให้มาตามขนาดนี้ แล้วพ่อกับแม่จะเตรียมของไปไว้ให้ที่คอนโดเลยก็แล้วกันนะ” แต่ก็ถูกพ่อดักไว้อีกคน
“แต่พ่อจ้ะ...”
ทว่าหญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้
“แม่ว่าเอาตามนี้ล่ะลูก รีบไปอาบน้ำเถอะคุณจิณจะรอนาน”
ผู้แม่ก็ไม่อยากให้ลูกเสียมารยาทอีกเช่นกัน เลยรีบสรุปด้วยสีหน้าจริงจัง จนลูกต้องยอมอ่อนข้อให้อย่างเสียไม่ได้ และยิ่งหันไปเห็นท่าทีพอใจกับรอยยิ้มของคนมีชัยเหนือกว่าของจิณณวัตรด้วยแล้ว ทำเอาหมดอารมณ์อย่างสิ้นเชิงจนต้องเดินเข้าห้องไปทันที
จิณณวัตรยกแขนขึ้นดูเวลาบนโรเล็กซ์ราคาหลายแสน เพราะไม่อยากไปถึงค่ำแล้วกะเวลาแบบมาตรฐานไว้หนึ่งชั่วโมงสำหรับยัยถั่วงอกอาบน้ำแต่งตัว แต่เพียงแค่ยี่สิบแปดนาทีเท่านั้นหัวยุ่งๆ ที่เห็นเมื่อครู่ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย เมื่อเ้าหล่อนออกมาในชุดกางเกงยีนสีเข้มเสื้อยืดสีครีมพร้อมกระเป๋าใบย่อม และถูกโยนเข้าไปใส่ท้ายรถด้วยมือของนายเล็ก
“ตะวันไปนะจ๊ะ”
ชายหนุ่มปรายตามองท่าทีของเ้าหล่อนยกมือไหว้พ่อแม่ที่มาส่งอยู่ไม่ห่างรถอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจนัก แต่เขาไม่คิดจะสนใจ จึงรีบชิงยกมือไหว้ลาคนทั้งสองแล้วหันไปพยักหน้าให้นายเล็ก ที่กำลังจะหอบหิ้วข้าวของบางส่วนใส่โตโยต้าอัลติสสีขาวเพื่อจะได้ตามไปในเวลาไม่นานนัก
“คุณต้องบอกทางผมด้วยนะ เพราะผมจำไม่ได้”
เ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันไปหาแม่ถั่วงอกพร้อมกับออกคำสั่งอย่างเคยชิน
“ค่ะ”
อาทิตยารับคำพร้อมกับทำตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ครั้นพอถึงทางตรงถึงได้นั่งเงียบเมื่อคนข้างๆ ไม่เอ่ยอะไรออกมา หนังสือในกระเป๋าถูกคว้าขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา เพราะเ้าตัวไม่ชอบนั่งหลับในรถเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
‘ตู๊ดดดดดดดดดดด’
รถแล่นมาถึงสมุทรสาครมือถือก็ดังขึ้น จึงคว้าขึ้นมาดูก็พบว่าเป็ป้าผ่อนเ้าประจำ ที่ไม่ว่าเธอจะทำงานในบ้านหรือลาออกไปแล้วก็ตามที แต่ก็ต้องคอยตอบคำถามหรือให้คำปรึกษามาโดยตลอด ด้วยเพราะปัญหาในบ้านวัชราเวโรจน์นั้นมีมากมายก่ายกองเกินกว่าแม่ครัวจบแค่ชั้นประถมจะรับมือได้
อีกทั้งเลขาแต่ละคนก็ต่างไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเ้านายเท่าไหร่นัก หรืออีกนัยก็คือมีเื่เยอะแยะให้จดจำไม่หวาดไม่ไหวนั่นเอง วันๆ จึงมีแต่ปัญหาตลอด
“หวัดดีจ้าป้า มีอะไรให้ตะวันรับใช้คะ”
จิณณวัตรสะดุดหูกับชื่อนี้และน้ำเสียงนุ่มหูนี้ไม่น้อย แต่ก็ยังควบรถไปข้างหน้าเรื่อยๆ เพราะยังไม่มีโอกาสได้เอ่ยถาม ด้วยอีกฝ่ายยังคุยธุระไม่เสร็จนั่นเอง
“เหรอคะ! แล้วมีกี่คน...ค่ะ มีของสดอะไรบ้างคะ...เหรอคะ...งั้นป้าช่วยออกตังค์ไปซื้อของในตลาดเท่าที่เงินมีก่อนได้มั้ยคะ ส่วนที่เหลือเดี๋ยวตะวันจะแวะซื้อกลับเข้าไปด้วย ค่ะๆ แล้วเจอกันค่ะป้า”
จิณณวัตรหันไปหาคนข้างๆ
“ว่า...”
แล้วถามแค่คำนี้เท่านั้น เพราะเดาได้ดีว่าคงจะมีปัญหาอะไรสักอย่างเป็แน่
“คุณผู้หญิงเพิ่งไปบอกป้าผ่อนว่าอีกสามชั่วโมงจะมีแขกมากินข้าวที่บ้านประมาณสิบห้าคนค่ะ ของสดในตู้เย็นไม่มี ป้าผ่อนก็ไม่มีเงินในมือเลย หรือมีก็ไม่มากพอ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากป้าผ่อนกับเด็กๆ ค่ะ”
เลขาเก่าที่กลายมาเป็ใหม่ร่ายยาวอย่างรู้งานดี
“So? What we gonna to do?”
และด้วยความเคยชินกับภาษาอังกฤษ ทำให้เขาเผลอเอ่ยประโยคติดปากทันควัน ทำเอาคนฟังอดอมยิ้มไม่ได้
“ขอโทษทีผมลืม ถามใหม่ แล้วเราต้องทำยังไง”
เขาหันไปทันได้เห็นแม่ถั่วงอกยิ้มบางๆ ออกมาก็พลอยทำให้เผลอยิ้มตามไปด้วย
“คุณต้องพาฉันแวะซื้อของในแมคโครระหว่างทาง แล้วรีบกลับให้ถึงบ้านภายในหนึ่งชั่วโมงนับจากนี้ และช่วยออกเงินไปก่อนเดี๋ยวฉันจะเบิกคืนให้ทีหลัง”
อันที่จริงจะออกเองก็ได้ แต่ในเมื่อมีหนุ่มนักเรียนนอกอยู่ด้วยทั้งคนเื่อะไรจะทำให้มีส่วนร่วมกับความวุ่นวายนี้ด้วยเล่า
“คุณจะใช้เยอะแค่ไหน” เขาหันไปถามพร้อมกับเร่งความเร็วขึ้นอีก
“ประมาณหมื่นห้าค่ะ”
เพราะบวกลบแล้วไม่น่าจะเกินนี้
“ก็โอเคอะนะ แต่ปัญหาคือผมไม่มีเงินบาทติดตัวมากขนาดนั้นหรอก มีแต่ยูเอสที่ยังไม่ได้แลกเลย ถ้ารูดบัตรเครดิตจะไม่มีปัญหาแน่ และคุณก็ต้องบอกทางผมแล้วล่ะตอนนี้ จำไม่ได้ว่าจะกลับบ้านทางไหน ถนนหนทางเปลี่ยนไปหมดเลย”
เพราะเริ่มเข้าเขตเมืองที่ถนนสารพัดสายกับรถยั้วเยี๊ยะไปหมด คนไม่ได้อยู่เมืองไทยนานๆ อย่างเขาเห็นแล้วมึนหัว อาทิตยาเลยต้องคอยเป็เนวิเกเตอร์ให้ ไม่นานรถหรูก็เลี้ยวเข้าไปจอดในห้างขายส่งแล้ว จิณณวัตรรีบร้องถามเ้าของร่างเล็กที่ออกจากรถได้ก็เดินเร็วๆ ห่างเขาไปหลายก้าว
“คุณจะให้ผมช่วยอะไรหรือเปล่า” อาทิตยาหันกลับมาแล้วส่งยิ้มเป็เชิงท้าทายให้ก่อนตอบ
“แค่ช่วยเข็นรถเดินให้ทันฉันแล้วรอจ่ายเงินค่ะ”
ในใจคนถามกระหยิ่มยิ้มย่องว่าเื่แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ ยัยหัวถั่วงอกกลับเดินเร็วจี๋ยังกับจะมีใครตาย แถมบางครั้งก็วิ่งซอกแซกๆ จนเขาเข็นรถตามแทบไม่ทัน อีกสี่สิบห้านาทีเขาก็เลี้ยวรถเข้าบ้านที่ประตูเปิดพร้อมเด็กรับใช้ในบ้านแทบจะทุกคนก็มายืนรออยู่โรงจอดรถเรียบร้อยแล้ว
+++++
+++++
“ซื้ออะไรมาทำบ้างคะคุณตะวัน”
ผ่อนมีสีหน้าเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด ทว่าก็ยังยิ้มออกมาได้เมื่อมีเลขาคนเก่งอยู่ใกล้ๆ
“ก็ทุกอย่างที่ใช้ทำสเต๊กค่ะป้า ให้ลุงจวดก่อไฟเตาบาร์บีคิวเลยนะคะ”
ปากเ้าหล่อนตอบมือก็ช่วยขนของจากหลังรถเข็นแบบในห้างสรรพสินค้าให้แหม่มกับแก้มช่วยกันเอาไปไว้หลังครัว
“ให้ผมช่วยอะไรหรือเปล่า”
จิณณวัตรเดินตามเ้าหล่อนไปหลังครัวเมื่อเห็นทุกคนดูจะวุ่นวายไปหมด
“งั้นคุณช่วยทำยังไงก็ได้ให้คุณผู้หญิงมาถึงบ้านช้ากว่ากำหนดสักชั่วโมงค่ะ”
แล้วเ้าหล่อนก็หายหน้าไปในครัวทิ้งให้เขายืนครุ่นคิดอยู่เป็นานว่าจะทำยังไง แต่สุดท้ายเขาก็ส่งข้อความบอกแม่ตรงๆ ว่าให้ถ่วงเวลาออกไปอีกหนึ่งชั่วโมง เพราะอาหารยังไม่เรียบร้อยนั่นเอง จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปห้องครัวที่เห็นเมื่อวานว่าแม่ขยายออกให้ใหญ่กว่าตอนที่เขายังไม่ไปเมืองนอกมาก
จนอดคิดไม่ได้ว่ามันออกจะกว้างขวางเกินความจำเป็ไปหน่อย กับสมาชิกในครอบครัว มาตอนนี้ก็เห็นแจ้งแล้วว่าทำไมถึงต้องทำให้ใหญ่ๆ เข้าไว้ เพราะข้าวของวางเต็มจนดูจะแคบไปด้วยซ้ำ ยิ่งแม่ถั่วงอกกับคนรับใช้ในบ้านต่างเข้ามาช่วยกันตระเตรียมอาหารด้วยท่าทีเร่งด่วนยิ่งแคบไปถนัดตาเลย
“ป้าหมักเนื้อกับหมูหมดเลยหรือเปล่า”
แหม่มะโถาม ผ่อนที่มัวยุ่งกับหม้อซุปก็ตอบออกไปโดยไม่ได้หันไปหาด้วยซ้ำ
“เอ่อๆ หมักให้หมดนั่นล่ะ ของเหลือค่อยว่าแขกอิ่ม ปลาแซลมอนไม่ต้องเอาไปย่างนะป้าจะปิ้งในกระทะเอง”
อาทิตยาละสายตาจากการหั่นมะเขือเทศไปหาเ้านายหนุ่ม แล้วกวาดตามองแต่ละคนที่กำลังวุ่นไม่มีว่าง สลับกับดูนาฬิกาข้อมือ แล้วถึงคิดได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง
“แก้มๆ ล้างมือแล้วไปเตรียมความเรียบร้อยในห้องอาหารก่อน ถ้วยชาม ช้อนมีดให้เลือกชุดหลุยห์เหมือนงานต้อนรับฝรั่งเลยนะจ๊ะ แล้วอย่าลืมเตรียมน้ำดื่มสมุนไพรไว้ต้อนรับแขกด้วย ป้าผ่อนมีไว้ในตู้เย็นอยู่แล้วใช่มั้ยคะ”
คนถามหันไปหา ทว่าคนตอบกลับส่งแต่เสียงส่วนตานั้นจ้องของในหม้อไม่ห่างหาย
“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณตะวันยกไปใช้ได้เลย” อาทิตยายิ้มรับด้วยความชอบใจ
“แก้มอย่าลืมวิ่งไปเด็ดดอกกล้วยไม้มาเสียบปากแก้วเหมือนที่พี่เคยพาทำนะ มีอะไรไม่เข้าใจรีบมาถามด่วน หรือถ้ากล้วยไม้ไม่มีดอกให้ใครก็ได้ขับมอเตอร์ไซคล์ออกไปซื้อในตลาด จำไว้นะว่าต้องดอกกล้วยไม้เท่านั้นจะสีอะไรก็ได้แต่ต้องกล้วยไม้ ถ้าในตลาดไม่มีให้วนหาตามร้านดอกไม้ที่ถนนใหญ่เลย เหนื่อยหน่อยนะเสร็จงานนี้พี่จะเลี้ยงพิซซ่าถาดใหญ่กับไก่ทอดทุกคนเลย ตกลงมั้ย”
จิณณวัตรเห็นแก้มรีบทำตามคำสั่งเลขาแม่ด้วยความรีบร้อนและใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นเลขาก็ลงมือหั่นของบนเขียงฉับๆ ต่ออย่างเร่งรีบ
“คุณจะช่วยแกะผักต่อจากแก้มก็ได้นะคะ แต่รบกวนไปล้างมือก่อน”
แถมเ้าหล่อนก็หันมาสั่งหน้าตาเฉย ถ้าเป็เวลาอื่นเขาคงจะไม่คิดจะทำตามแน่ แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังวุ่นเขาจึงลงมืออย่างไม่เกี่ยงงอน ช่วยได้ไม่นานผ่อนก็เสนอให้เขารีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมต้อนรับแขกของแม่ซึ่งเขาก็ยอมออกจากครัวไปแต่โดยดี
และไม่ได้กลับเข้าไปอีกกระทั่งแม่มาถึงบ้าน พ่อที่เพิ่งจะกลับจากออกรอบก็ช่วยต้อนรับอย่างเต็มใจ และเมื่อเดินเข้าห้องอาหารเขาเองก็ทึ่งไม่น้อย
ผ่อนเปลี่ยนมาใส่ชุดแม่ครัวฝรั่งเต็มยศ แหม่มกับแก้มก็อยู่ในชุดแม่บ้านฝรั่งผ้าสีเทาขอบแขนกับชายกระโปรงแถมขาว มีผ้ากันเปื้อนสีขาวผูกเอวไว้มองแล้วดูสะอาดหูสะอาดตาและอินเตอร์ไม่น้อย
ส่วนอาหารนั้นไม่ต้องพูดถึง จานแรกเป็สลัดผักรวมซึ่งเขามีโอกาสช่วยเด็ดกับมือ ตามด้วยซุปเห็ดแชมปิญองที่เขาเห็นเลขาแม่คว้ามาจากห้างหลายกระป๋องสปาเกตตีซอสมะเขือเทศที่เลขาแม่หั่นฉับๆ อย่างคล่องแคล่ว
“ใครไม่ทานเนื้อบ้างคะ เด็กๆ จะได้เสิร์ฟปลากับหมูให้ ท่านปลัดทานเนื้อใช่มั้ยคะ”
ตามติดด้วยสเต๊กทำเอาแม่เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความพึงพอใจก่อนจะถามแขกแทบจะรอบโต๊ะ แต่กลับลืมถามสามีกับลูกชายเสียสนิท ผ่อนจึงตัดสินใจเสิร์ฟเนื้อให้เพราะเดาได้ว่าทั้งสองกินเนื้อ จิรเดชชิมคำแรกก็หันไปยิ้มให้แม่ครัวร่างอวบอั๋นด้วยความพอใจ
ไอศกรีมที่เลขาแม่หอบมาสามกล่องก็ถูกตักเสิร์ฟใส่ถ้วยแก้วหรูหราแก้วละสองก้อนมีแยมหลายรสกับลูกเชอร์รีตกแต่งเป็ท็อปปิ้งสวยงามและดูอินเตอร์ไม่น้อย
“ทานอิ่มๆ ออกไปยืดเส้นยืดสายตรงสนามดีกว่านะคะ เด็กๆ จะได้ยกชา กาแฟไปให้”
ศาลาไม้สักสามสี่หลังตั้งอยู่ตามขอบสนามหญ้าเขียวขจีถูกจับจองด้วยแขกทั้งหมด ซึ่งแยกย้ายกันไปนั่งจับกลุ่มคุยตามอัธยาศัย ส่วนแม่กับพ่อต้อนรับปลัดกับนายอำเภอที่ไหนสักแห่งเขาก็จำไม่ได้ และเขาก็ถูกสั่งให้เดินนำแขกรุ่นาุโรองลงมาไปนั่งอีกศาลา ไม่นานแหม่มกับแก้มก็ยกชา กาแฟร้อนมาเสิร์ฟถึงที่ ตามติดด้วยสาลี่ แคนตาลูปหั่นเป็ชิ้นพร้อมสลักลวดลายพอเป็พิธี
ทว่าหน้าตาก็เหมือนในร้านอาหารไม่มีผิด เขาให้สงสัยไม่น้อยว่าเลขาแม่หายไปไหน ทำไมไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลย แต่ความสงสัยก็หมดไปเมื่อแขกกลับหมดแล้ว เขากับแม่เดินเข้าไปในครัวก็เห็นทุกคนกำลังนั่งกินมื้อเย็นที่ดึกกว่าปกติอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเขาก็เห็นเลขาแม่ทำท่าจะอิ่ม
“กินก่อนเถอะตะวัน ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่จะแวะมาขอบใจน่ะที่มาทันเวลาจนกู้หน้าฉันไว้ได้อีกครั้ง ขอบใจทุกคนนะ กินอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันนะตะวัน”
“ค่ะคุณผู้หญิง”
อาทิตยารับคำแค่นั้นแล้วก็นั่งลงกินข้าวรวมกับทุกคนอย่างไม่ถือเนื้อถือตัวว่าเป็เลขาหรือคนสนิทของเ้านายเลยสักนิด พออิ่มก็รีบรุดบึ่งรถที่เล็กเอามาจอดไว้ให้กลับคอนโด
ซึ่งได้โทรบอกเพื่อนให้จองไว้ั้แ่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเ้านายเมื่อเช้าแล้ว เพราะรู้ดีว่าถ้าลองได้ลำเลิกบุญคุณจากการช่วยพ่อกับแม่ไว้ ก็ไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงได้แน่
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ