หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 66 เลือกก่อน

    ตอนที่ 66 เลือกก่อน

    ค่ายมิดไนท์กำลังย่อยทรัพยากรที่ได้รับมาอยู่อย่างเงียบๆ

    เริ่มจากคลื่นซอมบี้ที่เติมเต็มทหารมืดของกัสจนถึงขีดจำกัดที่1000 นายและยังเก็บเกี่ยวแก่นพลังงานกับเหรียญหอคอยได้จำนวนมาก

    แก่นพลังงานที่ได้มากถึง 5,000 ก้อนและเหรียญหอคอยอีก25,000 เหรียญ

    ของต่อมาคือมาจากออสก้าและเบนจามินมีกล่องสมบัตรมาทั้งหมด 6 ใบแต่ยังไม่ได้จัดการเพราะสภาพของพวกเขาอ่อนล้ากันพอสมควรกัสเลยให้พวกเขาไปพักผ่อนและจะแบ่งของกันทีหลังที่พวกเขาหายเหนื่อยแล้ว

    กัสจึงหันความสนใจไปให้กับสิ่งที่เขาเฝ้ารอมากที่สุด

    การกลับมาของลิช ซึ่งมาถึงตั้งแต่ 2วันก่อนแล้วและเพราะวุ่นวายกับการเคลียร์ซากศพของซอมบี้จนกัสเองก็ไม่มีเวลาว่างมากนักในช่วงสองวันนี้เขาเลยยังไม่มีเวลามาจัดการ

    เขาอยู่ที่แนวกำแพงอยู่ตลอดเวลาเพื่อคอยสั่งการและยังแวะไปดูเหล่าผู้รอดชีวิตอยู่บ้างผู้รอดชีวิตต่างก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง

    กัสไม่ค่อยให้ความสำคัญกับพวกเขาเท่าไหร่นั่นเพราะตอนนี้เขามีทหารมืดเป็นกำลังรบหลัก ถึงอย่างนั้นกัสก็ยังปกป้องผู้รอดชีวิตเหล่านี้อย่างดีอันที่จริงช่วงนี้เขายังรับเข้ามาเพิ่มอีกด้วย

    ผู้รอดชีวิตมีมากขึ้นถึง 500 คนแล้วการกินอาหารก็มากขึ้นด้วย โชคดีที่ผ่านมาเขาสะสมเสบียงไว้เยอะ ทั้งที่ได้จากค่ายต่างๆ และได้จากสัตว์กลายพันธุ์ที่ล่ามาได้

    แน่นอนว่าอาหารการกินกัสให้ตามการทำงานเท่านั้นใครไม่ได้ทำงานก็ไม่ได้รับอาหารหรือได้แค่จำนวนน้อยนิด ผู้รอดชีวิตเหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของโรเจอร์

    และตอนนี้มีงานขนย้ายศพซอมบี้ที่ต้องการแรงงานจำนวนมากผู้รอดชีวิตเป็นกำลังหลักในครั้งนี้เลยก็ว่าได้ พวกเขาทำงานกันไม่หยุด มีทหารมืดคอยคุ้มครองความปลอดภัยให้ทำให้งานปลอดภัยมากขึ้น

    ศพซอมบี้ต้องรีบกำจัดโดยเร็วที่สุดเพราะตอนนี้เป็นหน้าร้อนศพเริ่มเน่าเหม็นอย่างรวดเร็วเหม็นยิ่งกว่าตอนที่เป็นซอมบี้ซะอีก

    “ออกไปครั้งนี้ต้องเอาชุดมาเพิ่มแล้ว”กัสมองดูทหารมืดหน้าใหม่ที่พันตัวด้วยเศษผ้าและยังต้องสวมชุดปกปิดตัวตนทั้งหมด

    มีแค่ทหารมืดขั้นกลางเท่านั้นที่กลายร่างกับมาเหมือนมนุษย์ส่วนที่เหลือยังเป็นสภาพไม่ต่างจากซอมบี้

    “ไปดูตราประทับดินแดนก่อนแล้วกัน ได้เวลาหลอมรวมอำนาจแห่งลอร์ดแล้ว”

    สถานการณ์ไม่รอท่ามีทั้งพันธมิตรผู้แก้แค้นและพันธมิตรราชาเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งสองฝ่ายใกล้จะเปิดฉากสู้กันแล้วแม้ตอนนี้ก็ยังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

    แต่ส่วนใหญ่เป็นการปะทะกันเล็ก ๆแบบกองโจรเท่านั้นเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบด้านภูมิประเทศเท่านั้น

    เมื่อเช้านี้มีคนจากพันธมิตรผู้แก้แค้นมาที่ค่ายและยื่นข้อเสนอให้เขาเข้าร่วมพันธมิตรผู้แก้แค้นด้วยที่จริงก็มีทางฝั่งของพันธมิตรราชาด้วย แต่กัสปฏิเสธไปทั้งหมด

    ตอนนั้นอาเรียก็เข้ามาพร้อมกับกล่าวขึ้น

    “นายท่านมีคนภายนอกเข้ามาขอพบท่านบอกว่ามาจากค่ายที่เป็นกลาง พวกเขาต้องการพูดคุยกับท่าน”

    กัสไม่ได้รู้สึกประหลาดใจที่อีกฝ่ายมาหาเขาเพราะหลังจากเขาปฏิเสธสองพันธมิตรไปแล้ว พวกค่ายที่เป็นกลางก็คิดว่าเขาคงเป็นค่ายที่เป็นกลางเหมือนกัน

    ค่ายมิดไนท์มีชื่อเสียงไม่น้อยทั้งก่อนหน้านั้นที่พัฒนาเป็นค่ายระดับ2 อย่างรวดเร็วและก็การที่ค่ายไม่ได้รับความเสียหายจากคลื่นซอมบี้มากนักก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของค่ายแล้ว

    ค่ายที่เป็นกลางต้องการให้กัสเข้าร่วมกับพวกเขาจับมือกันเพื่อเพิ่มกำลังในการปกป้องตัวเอง ไม่ใช่ลอร์ดทุกคนที่จะอยากเข้าร่วมศึกในครั้งนี้เพราะว่ามันมีแต่เสียกับเสีย แถมคนที่ได้จริง ๆ กลับเป็นแค่ค่ายแกนนอนและค่ายอสูร

    ลอร์ดที่เข้าร่วมกับพันธมิตรทั้งสองมีไม่น้อยที่ดูออกถึงเบื้องหลังนี้แต่ว่าพวกเขาไม่มีทางเลือก โดยเฉพาะฝ่ายพันธมิตรราชา

    ตอนแรกกัสคิดจะปฏิเสธ แต่ก็เปลี่ยนใจ

    “ต้อนรับพวกเขาให้ดี ไว้หลังจากนี้เดี๋ยวฉันจะมาคุย”

    “ค่ะนายท่าน” อาเรียรับคำและเดินจากไป

    กัสกำลังเดินกลับไปที่อาคารกลางที่นั่นเป็นห้องทำงานของเขาและยังเป็นที่คุ้มกันแน่นหนาที่สุดของค่ายด้วย มันเก็บของมีค่าไว้ที่นั่น

    แต่ว่าตอนนั้นเองเบนจามินก็เข้ามาขวางกัสไว้

    “ลอร์ดไนท์”

    “นักฆ่าซอมบี้เบนจามิน”

    เบนจามินเข้ามาทักทาย กัสก็ทักทายกลับแต่ดูเหมือนคำพูดของกัสทำให้เบนจามินส่ายหน้าเบา ๆ

    “เรียกแค่เบนจามินก็พอ”

    “ได้คุณเบนจามิน บาดแผลคุณดูดีขึ้นมากแล้วอีกสองคนล่ะเป็นยังไงบ้าง” กัสมองหาเลียมและมาโคร เพราะไม่เห็นทั้งสองคน

    “ใช่แผลผมเกือบจะหายดีแล้ว สองคนนั้นก็ดีขึ้นมากแล้วพวกเราเลยอยากจะเริ่มแบ่งสมบัติตามที่ตกลงกัน แต่ถ้าคุณยังไม่ว่าง...”

    “ไม่เป็นไร ผมว่างพอดีถ้าอย่างนั้นก็เรียกเพื่อนอีกสองคนของคุณให้ไปที่ห้องเก็บกล่องพวกนั้นพร้อมกันเลย”กัสกล่าว

    ที่จริงแล้วเขาว่าจะไปจัดการตราประทับก่อนแต่พอเห็นว่าเบนจามินฟื้นตัวแล้วก็คิดจะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จทีเดียวเลย

    กัสนำเบนจามินและเพื่อนไปที่ห้องเก็บกล่องสมบัตรที่ได้มาจากดันเจี้ยนของพวกนี้ถูกเก็บไว้ยังไม่มีการเปิดขึ้นมา

    “ในที่สุดก็จะได้รางวัลของพวกเราสักที”เลียมเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะพูดกับกัสอีกว่า “นี่เราขอรถยนต์ด้วยได้ไหมถ้าเดินมีหวังไม่ได้ออกจากเขตนี้พอดี เอาเป็นรถที่ใช้แก่นพลังงานนะที่ค่ายมีอยู่ใช่ไหม”

    “ฮันน่าไว้เตรียมให้พวกเขาด้วย”กัสกล่าวกับฮันน่าและยังรักษาท่าทีของเขาเอาไว้

    “หึ” เลียมรู้ดีว่ากัสเหม็นขี้หน้าเขาจึงพ่นลมหายใจอย่างไม่สนใจ แต่ก็ไม่ได้คิดจะสร้างปัญหาเพิ่ม

    ถ้าก่อนหน้านั้นกัสอาศัยกำลังทหารในการข่มพวกเขาตอนนี้มันก็ต่างออกไปแล้วนักผจญภัยทั้งสามคนรู้ดีว่าความแข็งแกร่งของกัสมากกว่าที่เจอกันคราวก่อนมาก

    ไม่รู้ว่าตอนที่พวกเขาเข้าไปในดันเจี้ยนลอร์ดคนนี้มันทำอะไรลงไปถึงเพิ่มอำนาจได้เร็วขนาดนี้

    ‘แต่ออกไปด้านนอกก็แค่ไก่อ่อนตัวหนึ่งเท่านั้น...’เลียมเหน็บแนบในใจ

    เบนจามินรู้ความคิดของเลียมดีแต่ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการแบ่งสมบัติ ส่วนมาโครกลับส่ายหัวเบา ๆ  ให้กับเพื่อนทั้งสองคน

    กล่องถูกยกออกมาจากห้องก่อนจะวางต่อหน้าทุกคนทุกกล่องมีกุญแจแบบล็อกรหัส กุญแจพวกนี้โดนทำลายได้ง่าย ๆ แต่ว่ามันมีไว้ก็เพื่อบอกว่ายังไม่มีใครเปิดมัน

    แต่ขณะที่เบนจามินกำลังจะเปิดนั้นกัสก็กล่าวขึ้นมาขัดกับพวกเขา

    “ข้อตกลงเราคือแบ่งกัน 70/30 และฉันเลือกของอย่างหนึ่งก่อนใช่ไหม”กัสถามเบนจามิน

    “มันก็ใช่” เบนจามินตอบด้วยสีหน้าสงสัยว่ากัสจะถามทำไมหรือกลัวว่าพวกเขาจะไม่ทำตามข้อตกลง แต่ว่าควรเป็นฝ่ายพวกเขามากกว่าที่ต้องกลัว

    “งั้นฉันเลือกกล่องใบนี้ก่อนตามข้อตกลงมีปัญหาอะไรไหม” กัสชี้ไปที่กล่องใบใหญ่ที่สุดที่เบนจามินกำลังจะเปิด

    “นี่”เบนจามินก็ไม่คิดว่ากัสจะมาไม้นี้ แต่ว่ารับปากไปแล้วก็ต้องทำตาม

    “เฮ้ เราตกลงเลือกของหนึ่งอย่างก่อนแต่ใครจะรู้ว่าในกล่องนั้นอาจจะมีขอหลายอย่างก็ได้จริงไหม งั้นทำไมไม่เปิดดูก่อนล่ะ”มาโครเข้ามาคัดค้านในทันที ใช้มือจับลงไปที่กล่องไม่ย่อมให้ฮันน่าเอากล่องออกไป

    กัสหรี่ตาลงเล็กน้อย “กล่องพวกนี้เป็นกล่องเก็บของเฉพาะสิ่งที่อยู่ด้านในต่างก็เป็นของหนึ่งอย่างไม่ก็ชนิดเดียวกัน เช่นพวกแก่นพลังงานหรือระเบิดที่พวกนายใช้งานของด้านในนี้ก็เป็นของหนึ่งอย่างตามที่ตกลงดังนั้นเปิดหรือไม่เปิดก็เป็นสิทธิ์ของฉัน”

    คำตอบของกัสเองก็มีเหตุผลเหมือนกันแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นทั้งหมด แต่ว่ากัสก็มีสิทธิ์เลือกกล่องนี้ไปจริงๆ

    “ยังไงก็ต้องเปิดพวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เลียมเข้ามาช่วยเสริม ในใจเขาอยากรู้ว่าลอร์ดไนท์คนนี้มันต้องการอะไรหรือมันรู้ว่ามีอะไรอยู่กันแน่

    “นายอยากดูจริงเหรอ”กัสกล่าวกับเบนจามิน

    เบนจามินมองกัสและก็หันไปมองเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่ทางด้านหลังในใจของเบนจามินรู้สึกว่าคำตอบของเขาเหมือนจะเป็นตัวตัดสินชีวิตยังไงก็ไม่รู้

    สัญชาตญาณกำลังร้องเตือนอยู่มันเหมือนกับตอนนั้น ตอนที่เจอกับบอสราชินีซอมบี้นักล่า

    “ปล่อยมือ” เบนจามินกล่าว

    “ใช่...!? เดี๋ยวหมายความว่ายังไงเบนจามิน เราควรเปิดกล่องนั้นดูว่ามันคืออะไรไม่ใช่หรือยังไง”มาโครกล่าวอย่างไม่พอใจ

    “ฉันบอกให้ปล่อยมือ ของในนั้นคือที่ลอร์ดไนท์เลือกแล้วเราจะดูหรือไม่ดูมันก็ไม่เปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ พวกเราควรไปสนใจกล่องที่เหลืออีก5 ใบดีกว่า”

    “เบนจามินเอาจริงเหรอ” เลียมเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเบนจามินจะยอมรับมันเขาไม่พอใจอย่างมาก

    “ใช่ ปล่อยมือพวกนายซะ เราจะได้เริ่มนับส่วนแบ่งกันต่อ”

    เลียมพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดและถอยออกมาส่วนมาโครแววตาไม่พอใจอย่างชัดเจน แต่พวกเขาคือทีมจึงต้องฟังคำสั่งผู้เป็นหัวหน้า

    ฮันน่าให้ทหารเอากล่องออกไป

    “งั้นก็มาเปิดกล่องที่เหลือกัน ใครจะเป็นคนเปิด”

    “ฉันเอง” เลียมเสนอตัวในทันทีกล่องแรกกัสเอาไปโดยไม่เปิดและเบนจามินก็ยอมรับด้วยทำให้เขาโมโหเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

    ถ้าไมได้เปิดกล่องที่เหลือกับมือ คงเป็นบ้าแน่ๆ

    เบนจามินและมาโครไม่คัดคานส่วนกัสก็ไม่ได้สนใจ ยังไงซะเขาก็เลือกจะทำตามข้อตกลงอยู่แล้วไม่ว่าใครจะเปิดก็ตามอีกอย่างเขาได้ในสิ่งที่ต้องการไปแล้ว

    เลียมเข้าไปถึงก็กระชากกุญแจที่ล็อกไว้จนพังและเปิดกล่องขึ้นมาพริบตาที่ทุกคนเห็นของด้านในทำให้พวกเขาตาลุกวาวในทันที

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน