ตอนที่ 6 ที่รัก
ผมพลิกตัวไปมาด้วยความไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว เนื้อตัวนั้นเมื่อยขบไปหมด รู้สึกปวดตุ้บๆ ตรงฝ่าเท้า พอลองขยับดู รู้สึกเจ็บแปลบผมขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ใช้แผ่นหลังนั้นพิงพักไว้กับหัวเตียงแล้วหันไปมองดูนาฬิกาเรือนเดิมตรงหัวเตียงมันบอกเวลาสองทุ่มกว่าแล้วผมรีบลุกจากเตียงทันทีเพราะในใจยังนึกเป็ห่วงฝ้ายแฟนสาวของผมป่านนี้ไม่รู้ว่าบ่นผมไปถึงไหนแล้ว
“โอ๊ย” ผมร้องออกมาเพราะความเจ็บ พร้อมกับทรุดตัวนั่งบนพื้นห้องเมื่อเท้าัักับพื้นห้องเสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นพร้อมกับร่างของไอ้โรคจิตเ้าของห้องมันเดินตรงมาทางผมพร้อมกับลากผมกลับขึ้นเตียงตามเดิม
“เธอไม่สบาย นอนเฉยๆ” น้ำเสียงเ็านั่นบอกกับผม
“ไม่ กูไม่อยู่แล้ว กูจะไปจากที่นี่” ผมผลักมันให้ออกห่างจากตัวแล้วตั้งท่าจะลุกขึ้นจากเตียงอีกครั้ง
“ถ้ากล้าขยับลงจากเตียงแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะทำให้เธอลุกไม่ขึ้นไปอีกหลายวัน”ไอ้คนโรคจิต ป่าเถื่อนมันผลักผมลงไปนอนกับเตียง แล้วขึ้นมาคร่อมร่างผมไว้มือสองข้างถูกมันจับกดจมลงไปกับเตียงนอนหนานุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาแต่เหมือนฉาบทาเอาไว้ด้วยม่านน้ำแข็งแสนเ็าแววตาดุกร้าวขึงขังน่ากลัวและผมรู้ว่าไอ้บ้านี่มันสามารถทำได้อย่างที่มันพูดได้จริงๆ
“กูต้องไปหาฝ้าย” ผมบอกมันเสียงอ่อนลง ในหัวยังปวดตื้ออยู่
“แฟนเธอไม่เป็อะไร ฉันจัดการเื่นั้นให้แล้ว” นั่นคือสิ่งที่มันบอกกับผม
ไอ้โรคจิตโน้มใบหน้าลงมาเขี่ยจมูกโด่งๆนั้นลงบนแก้ม ผมเบี่ยงหน้าหลบมันทันที แต่ก็หนีมันไปไหนไม่ได้ไกลเกินกว่าหนึ่งนิ้วเพราะผมถูกมันจับกดอยู่อย่างนี้
“โทรศัพท์กูอยู่ไหน เอาโทรศัพท์กูคืนมา”ผมรีบบอกมันทันทีแต่ยังไม่กล้าหันไปสบตามันตรงๆ
“เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้คุยกับฉันเสียใหม่แล้วจะคืนให้”
“ฮะ” ผมหันขวับกลับมามองหน้ามันอีกครั้งตอนนี้หน้าของมันก้มลงมาชิดจนจมูกผมแตะอยู่กับปลายจมูกมัน ริมฝีปากบางของเราสองคนนั้นอยู่ห่างกันเพียงนิดเดียวเท่านั้น
“อินทร์ เธอเป็คนดื้อที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ รู้ตัวมั้ย”
“จะให้ว่าเรียกอะไร กู....ผม จะได้เรียกถูกไง” ผมขมวดคิ้วถามหลุบตาลงต่ำรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถจ้องตอบสู้สายตาของคนตรงหน้าได้ในเวลานี้มันมีอะไรบางอย่างในดวงตาคู่นั้นที่ทำให้ผมมองอยู่ได้ไม่นานแต่ก็อธิบายไม่ถูกว่าเพราะอะไร
“เธอเรียกแฟนเธอว่ายังไง” มันถามผมตรงๆ
“ก็เรียกชื่อ”
“ถ้าอย่างนั้น เธอก็เรียกชื่อฉันสิ” มันบอกกับผม เออ...จริงของมันแหละ ทุกวันนี้อยู่กับมันมาตั้งหลายวันเอากันมาตั้งหลายท่า หลายที ผมยังไม่รู้เลยว่ามันชื่ออะไร
“แล้วมึง...เออ...คุณชื่ออะไร ผมจะได้เรียกถูก” ผมดึงสายตาตัวเองกลับมาหาคนที่คร่อมตัวผมอยู่อีกครั้งมือสองข้างของผมได้รับอิสรภาพจากการจับกดนั้นแล้วไอ้บ้านั่นใช้มือข้างหนึ่งวางลูบไปบนหัวผมแล้วใช้นิ้วมือเกลี่ยเขี่ยเส้นผมบนหัวเล่นไปมา ส่วนมืออีกข้างมันวางทาบลงมากับแก้มผมพร้อมทั้งลูบไปมาเบาๆ
“ที่รัก...เรียกฉันว่า...ที่รักของเธอ”
ผมชะงักรู้สึกใบหน้านั้นร้อนผ่าวขึ้นมาเสียเฉยๆผมเม้มปากตัวเองแน่นไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย ผมเห็นรอยยิ้มจากไอ้คนแสนเ็า เป็รอยยิ้มแรกที่ผมเห็นแววตาเ็าเมื่อครู่ฉายแววขึ้นมาอย่างประหลาด
“ไอ้บ้า ใครเขาจะไปเรียกแบบนั้น” ผมด่ามันแล้วหันหน้าหนีไปอีกทางผมได้ยินเสียงมันหัวเราะ หึ หึ เหมือนกับพอใจที่ทำให้ผมหงุดหงิดได้
“เธอไม่อยากรู้เหรอ ว่าฉันชื่ออะไร”มันถามผมขึ้นมาริมฝีปากนั้นคลี่ยิ้มออกมาจนทำให้ผมสั่นไปหมด
“ไม่อยากรู้จัก ผม้าแค่ให้คุณเบื่อผมเร็วๆ แล้วปล่อยผมไป หลังจากนั้นเราจะได้ไม่ต้องเจอกันอีกส่วนคุณจะชื่ออะไรก็เื่ของคุณ” ผมหันมาสบตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นก็เรียกฉันว่าที่รัก”
“ไม่เอา ไม่เรียกชื่อนี้ ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก ผมคิดชื่อขึ้นมาเองก็ได้”ผมยิ้มแล้วนึกสนุกขึ้นมาบ้าง
“แล้วชื่อไหนที่เธอจะใช้เรียกฉัน” มันหรี่ตาลงมามองผม
“อืมมม....ก็ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม ไอ้....”
ผมถูกเ้าของชื่อที่ผมเพิ่งคิดให้หยุดการนำเสนอรายชื่อเ่าั้ด้วยริมฝีปากอุ่นๆ ซึ่งทาบลงมาปิดปากผม ลิ้นเปียกแฉะคว้านลึกลงไปควานหาเรียวลิ้นด้านในโพรงปากมือข้างหนึ่งของมันช้อนลูบไล้ไปกับแผ่นหลังแล้วบีบเคล้นแผ่นหลัง ไล่ลงไปจนถึงบั้นท้ายส่วนมืออีกข้างมันกำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวมันเองออกอย่างรวดเร็ว ผมใช้มือยันแผงอกนั้นไว้เพราะอีกฝ่ายเริ่มขยับเบียดตัวเข้ามาหาจนผมแทบจมลงไปกับเตียงผมพยายามบ่ายหน้าหลบการรุกเร้าเอาแต่ใจของคนที่ชอบใช้กำลัง
“อื้อ” ผมร้องขัด พยายามดันตัวเองให้ออกห่างแต่มันไม่เคยสำเร็จถ้าลงได้อยู่กันแบบนี้เปอร์เซ็นต์รอดของผมจะตกเป็ศูนย์ทันทีผมรับรู้ได้ทันทีว่าอารมณ์บ้ากามของมันเริ่มปะทุขึ้นอีกแล้วแน่ๆ
“อืม เธอนี่ดื้อจริงๆ” ผมชะงักแล้วพยายามคิดทบทวนในหัวตัวเองทันที อะไรที่ทำให้ไอ้บ้านี่เป็โรคกามกำเริบอีกแล้วหรือเพราะผมขัดใจมันอย่างนั้นเหรอหรือเพราะผมเรียกชื่อมันบ้าๆ บอๆ
“เอ่อ คุณเดี๋ยว หยุด คุณไม่เอา หยุด” ผมร้องห้ามแล้วพยายามบ่ายหน้าหลบมือไม้ยุ่มย่ามเป็หนวดปลาหมึกของมันพยายามดันอีกฝ่ายให้ถอยห่างออกไปแต่ก็เหมือนเคยคือผมไม่เคยเอาชนะไอ้บ้านี่ได้เลยสักครั้ง
“อืม...” เสียงมันคำรามตอบผมกลับมาในลำคอ แล้วมันก็จัดการถอดเสื้อกับกางเกงผมจนหมดก่อนจะโยนปลิวกระเด็นหายไปอีกทาง
“ที่รัก...ที่รัก หยุด” ผมหายใจสะดุดเมื่อตัดสินใจเอ่ยเรียกชื่อนั้นออกไปแต่ไม่คิดว่ามันจะได้ผลเพราะไอ้บ้ากามนั้นมันชะงักหยุดการกระทำทุกอย่างของมันลงทันที
“..........”
“เอ่อ...ไม่เอา พอแล้ว” ผมเห็นดวงตาคู่นั่นหรี่ลง แล้วเริ่มต้นซุกใบหน้าลงมาหาผมอีกครั้ง
“อื้อ...ที่รัก พอแล้ว พอแล้ว” ผมร้องเรียกชื่อนั้นอีกครั้งและมันยังคงได้ผลเช่นเดิมคือไอ้บ้านั้นหยุดแล้วขยับตัวขึ้นมาจ้องตากับผมนิ่ง
“เรียกอีกสิ” มันยิ้มอย่างพอใจ
“อืม ที่รัก” ผมพูดแล้วโคตรกระดากปาก ผมก้มหน้าหลบสายตามันรู้สึกอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
“ว่ายังไงครับ” มันตอบกลับมาั์ตากรุ้มกริ่มหวานเยิ้ม
“ผมปวดหัว เจ็บแผลด้วย วันนี้ไม่ทำนะ อยากนอน”
ผมจับสายตาของตัวเองไปไว้ที่คางมันแทนไม่กล้าสบตาเพราะรู้สึกว่าเวลานี้ดวงตาคู่นั้นเหมือนมีไฟเสน่หาลุกโชนอยู่ภายในผมมองได้แค่แวบเดียวแล้วมันก็ทำให้ผมรู้สึกอารมณ์ไม่มั่นคง
“แต่ของฉันแข็งแล้ว” มันก้มลงมากระซิบอยู่ข้างหูพร้อมกับงับติ่งหูผมเล่นเลียหลังหูผมอย่างสนุก
“อื้อ แต่ผมเป็ไข้อยู่ ไม่มีแรงทำให้คุณหรอกนะ” ผมเบี่ยงหูตัวเองหลบออกมาให้พ้นไม่รู้เหมือนกันว่าจะหลบทำไมเพราะหลบยังไงมันก็ไปได้ไม่ไกลเกินกว่าสองนิ้วสักทีสุดท้ายไอ้บ้านั่นก็เลื้อยตามมาแกล้งผมอยู่ดี
“ถ้าเธอไม่มีแรง วันนี้ฉันจะทำเบาๆ”
ผมบอกแล้วว่าไอ้บ้านี่มันโรคจิตยิ่งถ้าเวลามันมีอารมณ์ขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่เคยมีใครห้ามมันได้ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหนๆไอ้บ้ากาม จูบผมดูดดื่มอ่อนหวานนุ่มละมุนจนผมเคลิ้ม ลิ้นอุ่นชื้นนั้นค่อยๆ ซุกซ้อนควานไปมาอยู่ภายในผมส่งลิ้นตัวเองให้ออกมาทักทายแล้วเกี่ยวกระหวัดจูบและดูดลิ้นมันเบาๆ มันเม้มจูบผมไปทั่วตัวแต่ไม่ได้ดูดอย่างหื่นกระหายเหมือนเช่นทุกครั้ง วันนี้มันนุ่มนวลอ่อนโยนจนผมสยิวขนลุกซู่ทุกครั้งที่มันััริมฝีปากนั้นแตะลงไปตามส่วนต่างๆบนร่างกายผม
ผมเผลอตอบรับทุกจูบและทุกรสััจากมันอย่างลืมตัวฝ่ามือหนาของมันที่เคยบีบเคล้นรุนแรง วันนี้เพียงลูบไล้ััแ่เบาไอ้คนบ้ากามนั้นทำเหมือนผมเป็เพียงกลีบดอกไม้บอบบางที่มัน้าทะนุถนอมเอาไว้ไม่ให้บอบช้ำ
ดุ้นเอ็นแท่งยาวใหญ่นั้นค่อยๆ สอดแทรกดันลึกเข้ามาอย่างช้าๆ เนิบนาบจนผมเองที่เป็ฝ่ายเรียกร้องจากมันผมแอ่นตัวยกสะโพกดันเข้าไปหาดึงรั้งร่างหนานั้นให้กอดแนบชิดลงมาแล้วประกบจูบเว้าวอนเรียกร้องให้อีกฝ่ายรีบขยับตัว
“อ๊า ที่รัก” ผมเรียกชื่อนั้นเสียงแ่แขนสองข้างโอบรอบคออีกฝ่ายไว้กอดรัดเหมือนกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไป
ที่รักของผมขยับตัวขึ้นลงเชื่องช้าแต่หนักแน่น แรงเสียดสีจากท่อนเนื้อนั้นััแแ่กับช่องประตูสวาทอันเร่าร้อนของผม รสััต่างๆ ทำให้ผมเสียวซ่านไปหมดมือหนาช่วยผมในการสาวท่อนเอ็นจนผมแทบสำลักความสุขตาย
“อินทร์” เสียงทุ้มนุ่มนวล กระซิบอย่างอ่อนโยนอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนมันดังแ่ๆ อยู่ข้างหูพร้อมกับจูบอันนุ่มนวลหวานละมุนจนผมไม่อยากให้ริมฝีปากนั้นเคลื่อนจากผมไป
“ที่รัก”ผมตอบรับเสียงเรียกนั้นพร้อมกับอารมณ์หวามที่ดันจนถึงจุดขีดสุดแล้วผมก็เสร็จด้วยมือมันในที่สุด
คืนนี้เป็ค่ำคืนที่ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรู้สึกของผมมันไม่เหมือนเดิมอย่างที่เคยผ่านมา ไอ้บ้าโรคจิตคนที่ผมเคยรู้จักหรือไอ้ผีห่าซาตานจอมเอาแต่ใจคนนั้นมันเหมือนเป็คนละคนกับชายคนนี้ ผู้ชายที่กำลังเคลื่อนไหวร่างกายอยู่บนตัวผม รสรักรสัั ครั้งนี้ระหว่างมันกับผม ทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหวยังไงบอกไม่ถูกผมรู้สึกเต็มใจที่จะให้ แล้วสุขใจที่เป็ฝ่ายรับทุกอย่างที่คนคนนี้หยิบยื่นให้โดยไม่รังเกียจเลยสักนิดเดียว
ผมเผลอหลับไปภายในอ้อมกอดของผู้ชายซึ่งหยิบยื่นความรู้สึกแปลกใหม่นั้นให้กับผมเป็การหลับใหลอันแสนอบอุ่นและนุ่มนวลเหลือเกินหลังจากที่มันเสร็จกิจและปล่อยน้ำใส่ผมจนหยดสุดท้าย ผมเบียดซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดอุ่นๆ นั้นโอบแขนของผมไว้รอบเอวหนาของอีกฝ่าย รับรู้ถึงริมฝีปากที่กดทับลงมากับหน้าผากและพวงแก้มของผมหนักๆหลายทีก่อนผมจะหลับไป
ผมรู้สึกตัวนิดๆตอนมันปลุกให้ผมลุกขึ้นมากินยา ซึ่งนั่นน่าจะดึกมากแล้ว ผมจำอะไรไม่ค่อยได้รู้แค่ตัวเองงี่เง่าฉิบหาย ผมร้องงอแงเหมือนเด็กเพราะรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวปวดหัวและตัวผมคงร้อนมาก รู้สึกเหมือนไอ้บ้านั่นมันมาเช็ดตัวให้ผมหลายครั้งหลังจากนั้นมันก็พร่ำบ่นอะไรไม่รู้อยู่ข้างหูผมเกือบทั้งคืน
เช้าวันใหม่จากเดิมที่ผมควรจะหายดีกลับกลายเป็ผมนอนซมไข้หนักกว่าเดิม ไม่รู้ว่าเป็เพราะไอ้บ้านั่นที่มันเล่นเอาผมเสียหลายรอบหรือเปล่าเมื่อคืน
วันนี้กว่ามันจะออกไปทำงานก็สายมากแล้วผมเห็นมันเดินหายไปข้างนอกห้อง แล้วกลับมาหาผมพร้อมชามโจ๊กอุ่นๆแล้วมานั่งเฝ้ากินโจ๊กจนหมดชาม แล้วรอดูผมกินยาเสร็จมันถึงออกไปทำงาน
“อื้อ โทรศัพท์ผมล่ะ” ผมคว้าแขนเสื้อมันเอาไว้ก่อนที่มันจะลุกเดินออกไป
“หึ นึกว่าจะลืมแล้วซะอีก” มันยิ้มนิดๆ แล้วล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งส่งมาให้ผม
มันเป็โทรศัพท์ยี่ห้อดังรุ่นใหม่ล่าสุดแต่ไม่ใช่เครื่องเดิมของผม ไอ้บ้านั่นส่งมันมาต่อหน้าผมยื่นมือไปรับโทรศัพท์เครื่องนั้นมาถือเอาไว้ในมือแล้วจ้องหน้ามันนิ่งมองมันตาปริบๆ
“เครื่องเดิมของเธอพังแล้ว ฉันเลยซื้อเครื่องใหม่ให้ข้อมูลต่างๆจากเครื่องเดิมถ่ายโอนมาไว้เครื่องนี้หมดแล้ว ในนี้มีเบอร์โทรฉันอยู่ เผื่อเธออยากได้อะไรก็โทรหาฉันก็แล้วกัน”ไอ้บ้านั่นก้มหน้าลงมาจุ๊บแก้มผมเบาๆ
“ไม่เห็นมีเกมเลย ไหนว่าถ่ายโอนข้อมูลมาหมดแล้วไง”ผมร้องบ่นทันทีเมื่อเปิดดูแล้วไม่มีเกมออนไลน์ที่ผมเล่นค้างอยู่เลยสักเกม ไหนเมื่อกี้บอกว่าถ่ายโอนมาหมดไง แล้วเกมผมล่ะกำลังไต่ระดับเลยแท้ๆผมเลื่อนหน้าจอดูแอปพลิเคชั่นต่างๆ แล้วเงยหน้าขึ้นไปหาเ้าของโทรศัพท์เครื่องใหม่
“ไม่สบายไม่ใช่เหรอ เธอควรพักผ่อนนะ” ไอ้บ้านั่นทำเสียงดุใส่เสียอย่างกับผมเป็เด็ก
“แต่ผมอยากเล่นเกมนี่” ผมเปิดแอปพลิเคชั่นเพื่อทำการดาวน์โหลดเกมทันที
“อื้อ ทำไมให้สแกนนิ้วมือ?”ผมเงยหน้าขึ้นไปหาไอ้คนที่มันซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้ผมทันทีไอ้บ้านั่นยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าผม
“ก็ฉันจะได้รู้ว่าเธอโหลดอะไรมาบ้างไง”
“ปลดล็อกเดี๋ยวนี้นะ” ผมยื่นโทรศัพท์ส่งให้มันทันที
“จะโหลดอะไร” มันชำเลืองตาลงมามองในมือถือเครื่องใหม่นั้น
“เกม ผมเล่นค้างอยู่ปลดล็อกให้ผมโหลดมันหน่อย”ผมยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้ามันอีกครั้ง
ไอ้บ้านั่นส่งนิ้วหัวแม่มือของมันมาให้ผมแทนคำตอบผมจับเอานิ้วมันมาวางทาบกับตำแหน่งวางนิ้วเพื่อสแกนลายนิ้วมือพอนิ้วมือถูกวางทาบลงระบบก็ทำการสแกนแล้วบอกผ่านเพื่ออนุญาตให้ผมดาวน์โหลดเกมได้
“ฉันต้องไปทำงานแล้ว อยู่ห้องอย่าดื้ออีก ไม่อย่างนั้นกลับมาจะถูกทำโทษเข้าใจมั้ย”มันโน้มหน้าลงมาจุ๊บแก้มผมทีหนึ่ง
ผมยกมือขึ้นมาถูแก้มแรงๆแล้วล้มตัวลงนอนรอให้เกมเมื่อครู่ดาวน์โหลด ระหว่างนั้นก็สำรวจแอปพลิเคชั่นต่างๆในเครื่องที่มันโหลดมาไว้ให้ ทุกอย่างเหมือนเครื่องเก่าของผมไม่มีผิด
“อินทร์” เสียงทุ้มนั้นเรียกผมอีกครั้ง ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมันแวบหนึ่ง
“ที่รักจะไปทำงานแล้วนะ” มันยิ้มล้อเลียนให้ ผมพลิกตัวนอนหันหลังให้มันทันทีที่รักบ้าบอใครจะไปเป็ที่รักให้คนบ้าโรคจิตอย่างมึงกัน
