บทที่สิบสาม
ไม่ชอบมาพากล
“เบื่อหรือเปล่า อยากจะออกไปข้างนอกไหม” สิงหราชเอ่ยถามคนที่ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านั้แ่เช้าจนถึงบ่าย
“คุณสิงห์ว่างแล้วใช่ไหมคะ” นิรณารีบเอ่ยถามกลับไปด้วยความดีใจ เพราะอีกฝ่ายออกไปทำงานั้แ่เช้า และทิ้งเธอเอาไว้ที่บ้านคนเดียวจนถึง่บ่ายถึงได้กลับมาหา
“แล้วเบื่อหรือเปล่าล่ะ” ร่างหนาเอ่ยถามย้ำขึ้นอีกครั้ง เพราะถ้าถามว่าเขาว่างไหม ก็คงจะมีคำตอบเดียวนั่นก็คือไม่ว่าง
ชีวิตของสิงหราชไม่ค่อยจะรู้จักกับคำว่าว่างสักเท่าไหร่นักหรอก เพราะทันทีที่รู้สึกว่าตัวเองว่าง ก็มักจะหาอะไรมาทำอยู่ตลอด จนผู้เป็แม่ยังบ่นอยู่บ่อย ๆ ว่าสิงหราชนั้นบ้างานเหมือนผู้เป็พ่อไม่มีผิด
และก็เพราะเป็อย่างนี้มาโดยตลอด จึงเป็เหตุผลให้นิรณาได้มานั่งแกร่วอยู่ที่นี่ ในฐานะว่าที่ภรรยาของสิงหราชด้วยเช่นกัน เพราะผู้เป็แม่กลัวว่าเขาจะครองตัวเป็หนุ่มโสดไปตลอด และไม่มีความคิดที่จะสร้างครอบครัวไปตลอดชีวิต
“ก็นิดหน่อยค่ะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม เพราะกลัวว่าอาจจะทำให้อีกฝ่ายเสียการเสียงานเพราะตัวเองเอาได้ หากเรียกร้องจะเอาแต่ใจตัวเองให้อีกฝ่ายพาออกไปเที่ยวเล่นตามที่ใจนึกคิด
เธอเองก็ไม่อยากจะเอาแต่ใจจนทำลายบรรยากาศที่เริ่มดีขึ้น ระหว่างตัวเองและสิงหราช จึงพยายามที่จะปรับตัวเข้าหาอีกฝ่าย และพยายามทำความเข้าใจว่าสิงหราชนั้นมีงานให้ต้องรับผิดชอบมากมาย
“ลองไปสอนหนังสือพวกเด็ก ๆ ดูไหม ที่นี่มีโรงเรียนนะ” สิงหราชเอ่ยถามความคิดเห็น เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหากิจกรรมอะไรให้อีกฝ่ายทำ ในระหว่างรอที่เขาติดพันกับงานของตัวเอง
“ได้สิ เอิงอยากทำค่ะ คุณสิงห์พาไปหน่อยนะคะ” นิรณารีบจับแขนแกร่งมาเขย่าด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้ยินอย่างนั้น
“เลี้ยงเด็กเป็อยู่ใช่ไหม” ร่างหนาหรี่ตามองคนตัวเล็ก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจในตัวของนิรณา
สิงหราชไม่ได้มีเจตนาที่จะดูถูกดูแคลนว่าที่ภรรยาแต่อย่างใด หากแต่ในสายตาเขานิรณานั้นก็เป็เหมือนเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ยังคงมีความสดใสและ่วัยที่สนุกสนานตามวัยของตัวเอง
แต่การที่จะต้องรับมือกับเหล่าตัวแสบ ที่พ่อแม่นำมาฝากฝังเอาไว้ให้ครูได้สอนหนังสือนั้น จำเป็ที่จะต้องใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของเด็ก และความใจเย็นที่จะต้องรับมือกับความดื้อรั้น
“ไม่ค่อยค่ะ แต่เอิงสอนหนังสือได้แน่นอน” นิรณายกยิ้มแหย ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ
ในเื่ของการสอนหนังสือ นิรณาคิดว่าตัวเองมีความสามารถในเื่นี้อยู่เต็มเปี่ยม เพราะเป็หนึ่งคนที่ผลการเรียนดีมาโดยตลอด ซ้ำยังเคยรับงานสอนพิเศษให้กับญาติผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องกันมาก่อน
“ก็ลองดู เด็กที่นี่น่ารัก แต่ก็อาจจะดื้อบ้าง คุณก็อย่าถือสาแล้วกัน วัยกำลังดื้อกำลังซนมันก็เป็เื่ปกติ” ร่างหนาพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เอิงทราบค่ะ เอิงเองก็ไม่ใช่คนใจั์ใจมารสักหน่อย” นิรณาปรายตามองค้อนว่าที่สามี ก่อนจะเอ่ยแกต่างให้กับตัวเอง
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ก็ดีแล้วที่คุณรักเด็ก” สิงหราชยักไหล่ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป
“ดียังไงคะ” คนตัวเล็กขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัยกับคำพูดของอีกฝ่าย
“ก็วันที่จะต้องมีลูกด้วยกัน ผมเองก็จะได้มั่นใจ ว่าลูกจะได้รับความรักจากแม่ของเขา” ร่างหนาเอ่ยตอบกลับไป ดวงตาคมแกล้งมองไปทางอื่นด้วยความประหม่า
“อือ ไปกันเลยไหมคะ” ร่างเล็กที่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสิงหราชพูดถึงเื่ลูก ร่างเล็กแกล้งเอ่ยชวนรบเร้าให้อีกฝ่ายพาไปที่โรงเรียนที่พูดถึงเสียอย่างนั้น
เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบกลับสิงหราชไปว่าอะไร เื่ของการมีลูกยังคงเป็เื่ที่ยังมาไม่ถึง นิรณาเองก็ไม่รู้ว่าระหว่างทาง ความสัมพันธ์ของตัวเองและอีกฝ่าย จะดำเนินไปในทิศทางไหน
“อืม” สิงหราชเอ่ยตอบรับ ก่อนจะผุดลุกขึ้น ร่างหนาสาวเท้าเดินออกไปนอกบ้าน
นิรณาได้แต่คว้าโทรศัพท์ของตัวเองวิ่งตามสิงหราชไป ร่างเล็กรู้สึกมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เมื่อได้ออกมารับลมด้านนอก ใบหน้าสวยที่เคยแสดงออกถึงความเบื่อหน่ายเมื่อตอนอยู่แต่ในบ้าน ในตอนนี้กลับมีรอยยิ้มกว้างประดับอยู่บนใบหน้า
“แดดร้อน คลุมเอาไว้” สิงหราชถอดเสื้อตัวนอกของตัวเอง มาคลุมไหล่เล็กเอาไว้ เพราะอีกฝ่ายดันใส่ชุดเดรสเกาะอกมาเย้ยแดดทะเลเสียขนาดนี้
“แปลกแฮะวันนี้ไม่บ่นเื่ชุด” นิรณายิ้มแป้น ก่อนจะเอ่ยแซวคนขี้บ่นขึ้น
“บ่นแล้วคุณยอมเปลี่ยนหรือไง” สิงหราชเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามกลับอย่างเอาเื่ คนที่รู้ตัวว่าเขาไม่ชอบให้แต่งตัวล่อแหลม หากแต่ก็ขยันแต่งรายวัน เพื่อให้เขาได้รู้สึกหัวร้อนเล่นเป็กิจวัตร
“ก็ไม่ เอิงชอบแต่งตัวสวย ๆ นี่” ร่างเล็กเอ่ยตอบกลับไปด้วยท่าทางทะเล้น เพราะรู้สึกสบายใจกับสิงหราชมากขึ้นเป็เท่าตัว หลังจากที่ได้ตกลงที่จะสงบศึกระหว่างกัน
“กวน” สิงหราชเอ่ยว่า มือหนาผลักศีรษะเล็กเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
นิรณาได้แต่หัวเราะออกมาเสียงใส มือเล็กจับเสื้อของสิงหราชกระชับเข้าหาตัวเอง เดินทอดน่องไปพร้อมกับอีกฝ่าย มีบ้างที่คนตัวเล็กจะเอ่ยถามคำถามเวลาที่เห็นอะไรที่แปลกตาไป หรือไม่เคยพบเจอกับสิ่งสิ่งนั้นมาก่อน
“นายหัวสิงห์มา เด็ก ๆ ดูนู่น” ทันทีที่ทั้งสองเดินมาถึงโรงเรียนที่สิงหราชพูดถึง ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับชี้ให้เด็ก ๆ ได้มองตามไปทางคนที่มาใหม่
นิรณายกยิ้มออกมาในทันที เมื่อเห็นว่าเด็ก ๆ ทั้งสิบคน มองมาที่ตัวเองด้วยความแปลกใจ หากแต่ใบหน้าก็ยังส่งยิ้มมาให้เธอ ทั้ง ๆ ที่เป็คนแปลกหน้า และเด็ก ๆ เองก็ยังไม่คุ้นชิน
“พาครูอาสามาฝากเพิ่มอีกสักคนนะครับครูฟ้า ชื่อเอิงเอยครับ” สิงหราชจับจูงข้อมือของคนตัวเล็กให้เดินตามตัวเองมา ก่อนจะมาหยุดพูดกับคุณครูปลายฟ้า ที่รับหน้าที่สอนเด็ก ๆ บนเกาะมาร่วมปีที่สามเข้าไปแล้ว
“ค่ะนายหัว พนักงานใหม่หรือคะ” ปลายฟ้าฉีกยิ้มส่งไปให้คนที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็หนึ่งในคนงานของสิงหราช
“ว่าที่ภรรยาครับ” สิงหราชชะงักไปเล็กน้อย หากแต่ก็ยอมตอบกลับไปตามความจริง
นิรณาผินใบหน้ากลับไปมองสิงหราชในทันที ที่ได้ยินคำตอบนั้นของอีกฝ่าย ก่อนจะหันกลับไปยิ้มบาง ๆ ให้กับครูปลายฟ้า หากแต่ก็ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เมื่อรู้สึกว่าสายตาของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป หลังจากที่ได้รู้สถานะที่แท้จริงของเธอ
“อ๋อ อย่างนั้นหรือคะ ตายจริงฟ้าต้องขอโทษด้วยนะคะ” ปลายฟ้าพยายามปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็ปกติ ก่อนจะเอ่ยขอโทษขอโพยออกไป กับการที่ตัวเองเข้าใจผิด
“ไม่เป็ไรครับ ยังไงฝากด้วยหน่อยนะครับ” สิงหราชรีบเอ่ยตอบกลับไป เขาเองก็ไม่ได้คิดมากอะไรกับเื่นี้
“ยินดีค่ะนายหัว” ปลายฟ้าเอ่ยตอบรับพร้อมกับฉีกยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ผมมารับเย็น ๆ นะ” สิงหราชพยักหน้ารับให้กับปลายฟ้า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาพูดกับคนใกล้ตัว
“ค่ะ คุณสิงห์ตั้งใจทำงานนะคะ” นิรณาเอ่ยตอบรับเสียงหวาน พลางใช้มือเล็กซับเหงื่อที่สันจมูกของอีกฝ่ายให้อย่างอ่อนโยน
สิงหราชชะงักไปเพียงเล็กน้อย มือหนายกขึ้นจับศีรษะเล็กโยกไปมาด้วยความเผลอไผล ก่อนจะสาวเท้าเดินจากไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ลืมแม้กระทั่งที่จะเอ่ยลาปลายฟ้าด้วยซ้ำไป
นิรณาที่หน้าแดงก่ำเพราะการกระทำของสิงหราช ได้แต่มองไปที่เด็ก ๆ แก้เก้อ เพราะเดิมทีเธอแค่อยากลองพิสูจน์อะไรบางอย่าง ที่กำลังรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับปลายฟ้าแค่เพียงเท่านั้นเอง ไม่คิดเลยเหมือนกันว่าสิงหราชจะลืมตัวหยอกล้อเธอกลับมาแบบนี้
“เด็ก ๆ ที่นี่ ยังเป็เด็กเล็กกันอยู่ อาจจะต้องใช้ความใจเย็นนิดหนึ่งนะคะ” ปรายฟ้าเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่จ้องไปที่เด็ก ๆ
“ค่ะ เอิงเองก็ไม่ใช่คนใจร้อนอะไร” นิรณาผินใบหน้าไปตอบกลับ พร้อมกับรอยยิ้มหวาน
“ดีแล้วค่ะ” ปรายฟ้ายกยิ้มขึ้น ก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือนิทานมายื่นให้กับคนที่ถูกฝากฝังมาจากสิงหราช
“สวัสดีนะเด็ก ๆ พี่ชื่อเอิงเอยนะคะ” นิรณารับหนังสือนิทานมาถือเอาไว้ ก่อนจะมุ่งความสนใจไปที่เด็กน้อยทั้งสิบคนในทันที
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” เด็กชายหญิงเอ่ยพูดสวัสดีตอบกลับมากันเจื้อยแจ้ว จนไม่รู้ว่าเสียงใครเป็เสียงใคร
“ทำอะไรกันอยู่ ขอพี่เอิงทำด้วยคนได้ไหม” ร่างเล็กเอ่ยถามเสียงหวาน พร้อมกับสาวเท้าไปทิ้งตัวลงนั่งกับกลุ่มเด็ก ๆ
“วาดรูปค่ะ” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยตอบกลับมา พร้อมกับยื่นกระดาษที่เป็ฝีมือการวาดภาพของตัวเองให้กับนิรณาได้ดู
“โห สวยมากเลยค่ะ เก่งจัง” นิรณาเอ่ยชมออกไปด้วยความจริงใจ เพราะผลงานของน้อง ๆ สวยงามเกินวัยไปมาก
“ขอบคุณค่ะ” เด็กน้อยเมื่อได้รับคำชมก็ยิ้มแป้นออกมาด้วยความดีใจ
ปรายฟ้าปรายตามองดูคนที่มาใหม่ และสามารถเข้ากับลูกศิษย์ของตัวเองได้เป็อย่างดีด้วยความไม่ชอบใจ ทั้งที่ตัวของเธอเองก็ต้องใช้เวลาร่วมสองเดือนเพื่อที่จะทำความรู้จักและทำให้เด็ก ๆ เปิดใจให้กับเธอได้
ปรายฟ้าเดิมทีก็เป็แค่คนหนึ่งคน ที่บังเอิญได้รู้จักกับสิงหราช เมื่อครั้งที่อีกฝ่ายเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ เป็การรู้จักกันผ่านทางเพื่อนของกันและกัน จนได้รู้ว่าบนเกาะวิมันสิตราแห่งนี้ ้าครูที่จะสอนหนังสือพื้นฐานให้กับพวกเด็ก ๆ
หลังจากที่รับรู้ข้อมูลในส่วนนี้ ปรายฟ้าก็รีบเสนอตัวเองในทันที เพราะอยากที่จะสานสัมพันธ์กับสิงหราชเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว หวังที่จะใช้ความใกล้ชิดเพื่อซื้อใจของอีกฝ่าย
แต่ทุกอย่างก็ดูไม่เป็ไปอย่างที่คาดหวังเอาเสียเลย เพราะปรายฟ้าเองก็มาเสียเวลาอยู่ที่เกาะวิมันสิตราเป็ปีที่สามเข้าไปแล้ว แต่ความสัมพันธ์กับสิงหราชก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน
มีหลายครั้งที่ปรายฟ้าคิดอยากจะกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง หากแต่สุดท้ายก็รู้สึกผูกพันกับพวกเด็ก ๆ มากเกินกว่าที่จะทอดทิ้งไปได้ และตัวของปรายฟ้าเองก็ยังคงมีความหวัง ว่าสักวันหนึ่งสิงหราชจะมองเห็นในสิ่งที่เธอพยายามทำมาโดยตลอด
แต่ก็ไม่คิดเลยว่า ในวันนี้อีกฝ่ายจะพาคนรักเข้ามาแนะนำให้รู้จัก ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีวี่แววที่จะมีใคร มันทำให้ปรายฟ้าชะล่าใจและมั่นใจว่ายังไงตัวเองก็ไม่มีคู่แข่งแน่ ๆ คุณครูสาวได้แต่คิดอยู่ในใจด้วยความเจ็บใจ
………………………………………………….
ปรายฟ้าคือใครอีกกก โผล่มาจากไหนน้อออออ ว่าแต่นายหัวสิงหราช เขาไปโดนตัวไหนมา ดูคลั่งรักว่าที่ภรรยาไม่เบาเลย
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ