จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 27 ส่งเสียงบูรพาฝ่าตีประจิม

            ตกดึกศิษย์ของยอดเขาตี้หยางสิบกว่าคนได้ถูกพาตัวกลับไปยังยอดเขาตี้หยาง

            “ใครทำ”จู่ๆ สีหน้าของเก๋อหงก็หม่นหมองลง นี่เป็นการตบหน้ายอดเขาตี้หยางของเขาอย่างเปิดเผย!

            “ไม่…ข้าไม่รู้”

            “ตอนพวกข้าไปถึงพวกศิษย์พี่ก็ได้ถูกโจมตีแล้ว” เหล่าศิษย์ที่อยู่ด้านล่างต่างหมอบคลานบรรยากาศเช่นนี้ต่างก็ไม่มีใครกล้าที่จะส่งเสียงออกมา

            “ท่านอาจารย์คนที่กล้าจู่โจมศิษย์ยอดเขาตี้หยางอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้อาจมีเพียงเย่เฉินคนเดียวเท่านั้น” มีศิษย์คนหนึ่งพูดออกมา

            “ทำไมถึงโง่อย่างนี้?” เมื่อมองไปยังศิษย์ที่กำลังพูดอยู่นั้น เก๋อหงก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา“ฟาดไปร้อยกว่าแส้ นับว่าโชคยังดีที่เขายังไม่ตาย สภาพนั้นแล้วยังจะลุกขึ้นยืนได้อีกหรือ?”

            “ท่านอาจารย์กล่าวถูกต้องวันนี้ข้าไม่เห็นเย่เฉินเลยจริงๆ ”

            “นั่น…นั่นอาจจะเป็นคนจากยอดเขาเทียนหยางและยอดเขาเหรินหยาง”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นเก๋อหงก็สูดหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าตกใจจนซีดเซียวดวงตาที่เจือไปด้วยความร้ายกาจก็กะพริบอย่างรวดเร็ว

            “ไปสืบมาให้ข้าไม่ว่าเป็นใครหน้าไหนก็ตาม ข้าจะให้เขาชดใช้อย่างเจ็บปวด”

            ตอนนี้เย่เฉินซึ่งเป็นตัวการของเรื่องราวที่เกิดขึ้นบริเวณภูเขาด้านหลังได้กลับไปยังสวนแห่งวิญญาณแล้ว เขาถอดชุดคลุมสีดำออกอย่างสบายใจ

            การกระทำที่รอบคอบของเขาในครั้งนี้นั้นเรียกได้ว่าไร้ที่ติ

            อย่างแรกขณะที่ใส่ชุดดำขึ้นเขาไปนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาคือเย่เฉินซึ่งนั่นก็หมายความว่าไม่มีใครได้เห็นเขาไม่มีใครเห็นเขาก็แสดงว่าเขาไม่ได้ขึ้นเขาไปเมื่อไม่ได้ขึ้นเขาก็เป็นหลักฐานว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น

            อย่างที่สองในขณะที่เขาใช้แท่งเหล็กทุบคนเหล่านั้นโดยที่พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวเขาได้มีการเตรียมการไว้อย่างดี โดยเขาใช้โคลนละเลงไปทั่วใบหน้าเพื่ออำพรางใบหน้าไว้ แม้จะถูกจับได้ ก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นเขา

            อย่างที่สามส่วนสำคัญที่สุดคือเมื่อวานนี้เขาต้องทุกข์ทรมานจากการถูกฟาดด้วยแส้อัคนีเป็นร้อยแส้หากใครฉลาดพอก็ต้องคิดว่าการที่ถูกแส้อัคนีฟาดเป็นร้อยแส้นั้นหากไม่ตายก็อาจจะต้องพิการไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะทำการลอบโจมตีอยู่ที่ภูเขาด้านหลัง

            ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไปทั้งหมดล้วนแต่อยู่ในแผนการที่เย่เฉินได้วางเอาไว้

            ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวิธีการของเขานั้นได้ผลดีอย่างแน่นอนอย่างน้อยจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครสงสัยเขา

            โล่งอก!

            เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาจากนั้นก็วางถุงเก็บของไว้บนเตียง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นของที่ชิงมาได้ในวันนี้

            ศิษย์ของยอดเขาตี้หยางต้องมั่งคั่งจริงๆเพราะภายในถุงเก็บของเต็มไปด้วย หินวิญญาณ น้ำยาวิญญาณ สมุนไพรวิญญาณและวิชาลึกลับ ล้วนแต่มีครบทุกอย่างหนำซ้ำในถุงเก็บของยังมีหินวิญญาณจำนวนอีกสองพันกว่าหินวิญญาณ

            “นี่น่าจะพอที่จะช่วยให้ข้าเลื่อนระดับขั้นไปชั้นที่สี่ได้แล้ว”หลังจากยิ้มอย่างมีความสุข เย่เฉินก็นำน้ำยาวิญญาณหยกเกือบหกสิบขวดกลืนกินลงไป

            น้ำยาวิญญาณหยกจำนวนมหาศาลได้เข้าสู่ร่างกายราวกับกระแสน้ำวิสุทธิ์ หลั่งไหลซึมทราบผ่านเส้นลมปราณไปทั่วทั้งร่างกายของเขาและอัคคีเที่ยงแท้ของทะเลลมปราณก็พวยพุ่งออกมาช่วยให้เย่เฉินเข้าใกล้พลังวิญญาณอันทรงพลังที่อยู่ในการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยก

            ขณะที่น้ำยาวิญญาณหยกถูกกลั่นไหลลงสู่ทะเลลมปราณนั้นลมปราณของเย่เฉินก็แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

            ในตอนนี้รูขุมขนทั่วทั้งร่างของเขาเปิดกว้าง และกำลังดูดกลืนพลังปราณวิญญาณฟ้าดิน

            เมื่อมีของดีตกอยู่ในมือย่อมเป็นเรื่องยากที่จะปล่อยผ่านไปเขาครอบงำอัคคีเที่ยงแท้เอาไว้เพื่อกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกและพลังวิญญาณจากของต่างๆเพื่อการบรรลุขั้นการฝึกตนของตนเองไปยังระดับชั้นที่สามและชั้นที่สี่ของขั้นรวมพลัง

            พัวะ

            เสียงที่ดังเช่นนี้ไม่รู้ว่ามันดังออกมาจากร่างของเย่เฉินตั้งแต่เมื่อไหร่

            เลื่อนขั้น!

            การฝึกตนของเย่เฉินก็มาถึงชั้นที่สี่ของขั้นรวมพลังเพียงชั่วพริบตาเดียว

            เขาไม่ดูดซับพลังวิญญาณที่มีอยู่ในหินวิญญาณอีกต่อไปนั่นเพราะว่าระดับขั้นของเขาเพิ่งถูกเลื่อนขึ้นไปอีกชั้น จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวมและไม่ใช่เรื่องที่ดีหากจะบรรลุขั้นเร็วเกินไป

            ขณะนี้บรรยากาศท้องฟ้าภายนอกยังคงมืดสลัวเล็กน้อย

            เย่เฉินพลิกตัวและกระโดดลงจากเตียงสวมชุดคลุมสีดำอีกครั้ง และแอบออกจากสวนแห่งวิญญาณ

            เพียงแต่ในครั้งนี้เขาไม่ได้ขึ้นไปบนภูเขาวิญญาณของสำนักเหิงเยว่ แต่กลับเดินลงภูเขาวิ่งไปประมาณสิบห้านาทีจึงหยุดฝีเท้าลง

            หุบเขาเส้นนี้ไม่ได้ยาวมากนักมีระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยจ้าง แต่กลับเป็นเส้นทางเดียวที่นำไปสู่ผืนป่าอสูร

            จุดประสงค์ที่เย่เฉินมาที่นี่ก็ชัดเจนมากวันนี้เขาไม่ได้ไปแอบซุ่มโจมตีที่ภูเขาด้านหลังของสำนักเหิงเยว่แต่ไปที่หุบเขาเส้นนี้เพื่อรอซุ่มโจมตีศิษย์ยอดเขาตี้หยางที่มาสังหารสัตว์อสูรในผืนป่าอสูร

            ในตำราพิชัยสงครามมีแผนการหนึ่งที่อธิบายการกระทำของเขาในเวลานี้ได้ดีนั่นก็คือ ยุทธวิธีส่งเสียงบูรพาฝ่าตีประจิม

            หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ภูเขาด้านหลังของสำนักเหิงเยว่ขึ้นเมื่อวานนี้เขาก็มั่นใจว่าเก๋อหงจะต้องแอบส่งลูกศิษย์ที่ฝึกตนในระดับแข็งแกร่งไปซ่อนตัวอยู่ที่ภูเขาด้านหลังเพื่อจับคนร้ายที่แอบทำร้ายลูกศิษย์ของตนอย่างแน่นอน

            เย่เฉินเป็นผู้มีความคิดรอบคอบเมื่อรู้ว่ามีการดักซุ่มโจมตีอยู่ที่ภูเขาด้านหลัง เขาจึงไม่โง่เขลาที่จะพาตนเองเข้าไปติดกับ

            ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนสนามต่อสู้

            ในวันปกติจะมีลูกศิษย์จำนวนนับไม่ถ้วนของสำนักเหิงเยว่ไปสังหารสัตว์อสูรที่ผืนป่าอสูรในบรรดาศิษย์เหล่านั้นมีศิษย์ของยอดเขาตี้หยางอยู่ด้วยการดักชิงทรัพย์อยู่ที่หุบเขาแห่งนี้ นับได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว

            “อยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน”เย่เฉินเลือกสถานที่ลับแห่งหนึ่ง แทนที่จะใช้โคลนทาใบหน้าเหมือนครั้งก่อนแต่ครั้งนี้เขากลับสวมหน้ากากผีเอาไว้แทน

            ในไม่ช้าท้องฟ้าก็สว่าง

            จากนั้นเย่เฉินก็นั่งลงและสนใจการเคลื่อนไหวที่อยู่ตรงกลางหุบเขา

            ไม่นานนักศิษย์สำนักเหิงเยว่ก็ปรากฏตัวขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ศิษย์ของยอดเขาตี้หยางเย่เฉินจึงไม่ได้ลงมือ ได้แต่ปล่อยผ่านไป

            เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ มีศิษย์เดินผ่านมากลางหุบเขาเป็นระลอก บ้างก็มาเป็นกลุ่มละสามคนบ้างก็เป็นกลุ่มละห้าคนต่างมุ่งไปยังผืนป่าอสูรเพื่อร่วมกันสังหารสัตว์อสูร

            ในที่สุดเป้าหมายของเย่เฉินก็มาถึง

            เมื่อทอดสายตาออกไปเขาได้เห็นกลุ่มคนสามคนซึ่งล้วนแต่เป็นศิษย์ของยอดเขาตี้หยาง

            “สวีหมิง”เย่เฉินได้เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยเงาหนึ่งท่ามกลางคนทั้งสามที่อยู่ไกลออกไปแต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าคนผู้นั้นคือสวีหมิงหรือไม่?

            เย่เฉินรู้ดีแม้ว่าคนที่เขาต้องการคิดบัญชีด้วยก็คือเก๋อหงแห่งยอดเขาตี้หยางและสวีหมิงผู้นี้ก็เป็นเพียงศิษย์ผู้น้อยที่คอยรับคำสั่งคนหนึ่งเท่านั้น แต่เรื่องที่เขานั้นทุบตีหู่หวากลับเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

            ด้วยสิ่งนี้เย่เฉินจึงไม่สามารถปล่อยสวีหมิงไปได้

            “ในเมื่อเจ้าทำอะไรเอาไว้เจ้าก็ต้องรับสิ่งนั้นกลับคืน” เย่เฉินพูดอย่างเย็นชาและรวบรวมลมหายใจรอให้ทั้งสามคนเข้ามาใกล้

            ในบรรดาศิษย์ทั้งสามศิษย์ยอดเขาตี้หยางที่อยู่ในชุดสีม่วงเป็นศิษย์ที่ฝึกตนในระดับขั้นสูงสุดส่วนศิษย์ในชุดสีครามผอมโซคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เขานั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับสูงสุดในขั้นรวมพลังชั้นที่หกส่วนศิษย์ที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งสามก็คือสวีหมิงซึ่งเป็นเพียงผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่ห้าเท่านั้น

            “ศิษย์พี่หยางท่านคิดว่าเรื่องที่ภูเขาด้านหลังเมื่อวานนี้เป็นฝีมือของผู้ใด”สวีหมิงโน้มตัวอย่างสุภาพให้ศิษย์ชุดสีม่วงที่อยู่ข้างเขา

            “น่าจะเป็นคนของอีกสองยอดเขา”

            “ข้าก็คิดเช่นนั้น”ศิษย์ชุดสีครามพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“สามยอดเขาหลักที่ยิ่งใหญ่ได้ต่อสู้กันทั้งต่อหน้าและลับหลังมาโดยตลอดจึงไม่น่าแปลกที่จะเป็นฝีมือของคนอีกสองยอดเขา”

            เมื่อทั้งสามคนพูดจบก็เดินเข้าไปยังหุบเขา

            และในตอนนี้ดวงตาของเย่เฉินก็เปล่งประกาย ขณะที่เขากำลังจะลงมือนั้นกลับรู้สึกถึงอีกด้านหนึ่งของหุบเขาว่ามีคนกำลังก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            “ยังมีมาอีกถ้าอย่างนั้นข้าก็จะได้จัดการให้สิ้นซากเสียเลยทีเดียว” เย่เฉินได้แต่อยู่เฉยๆอีกครั้ง

            ไม่นานศิษย์ของยอดเขาตี้หยางชุดที่สองก็เข้ามาในหุบเขา พวกเขาเป็นกลุ่มห้าคนซึ่งผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดมีเพียงขั้นรวมพลังชั้นที่เจ็ดและคนที่อ่อนแอที่สุดอยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่สี่

            เอ๊ะ?

            ดวงตาอันเฉียบคมของสวีหมิงก็เห็นว่าคนที่เดินมาด้านหลังเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องของตนเอง

            “ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายพวกเจ้าก็ไปผืนป่าอสูรด้วยหรือ?” เหล่าบรรดาศิษย์แปดคนที่อยู่รวมกันต่างสนทนากันเรื่อยเปื่อย

            “สังหารแมงมุมโลหิต”

            “แมงมุมโลหิตน่ะหรือ? นั่นเป็นสัตว์อสูรที่ร้ายกาจมากเลยนะ!”

            “ไปด้วยกันเถอะ!”

            พูดจบทั้งแปดคนก็มุ่งหน้าเข้าไปยังปากหุบเขา

            ในขณะที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังปากหุบเขาก็มีสิ่งของสีดำสนิทก้อนหนึ่งลอยตกลงมาตรงหน้าเมื่อพินิจดูอย่างละเอียดก็พบว่ามันเป็นเพียงลูกเหล็กขนาดเท่าไข่ไก่ลูกหนึ่งเท่านั้น

            “ระวัง”ศิษย์ชุดสีม่วงส่งเสียงดังออกมา และดึงกระบี่วิญญาณออกมาจากแขนเสื้อด้วยท่วงท่าอันสง่างามกระบี่ได้แยกออกเป็นคมกระบี่รูปจันทร์เสี้ยวฟันลงไปยังลูกเหล็กสีดำโดยตรง

            ตูม!

            ทันใดนั้นลูกเหล็กลูกนั้นก็ระเบิดขึ้นทันที ควันสีดำอันหนาทึบก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็วครอบคลุมพื้นที่เป็นรัศมีเกือบยี่สิบจ้าง

            "บ้าเอ๊ย มันคือระเบิดควัน” ท่ามกลางควันสีดำก็มีเสียงสบถดังออกมา

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775