ตอนที่ 29 รีบไล่เราไปเร็วๆ (2)
ไฉ่เวยรับบะหมี่กับไข่มาอย่างใจเย็นแล้วส่งให้เสี่ยวหม่าน ก่อนจะมองมันเทศเน่าเสียในมือ พลางทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “กินมันเทศแบบนี้ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะลุกขึ้นมาทำงานได้ไหม...”
ผู้เฒ่าเถียนสั่งเว่ยซื่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง “เปลี่ยนมันเทศลูกใหญ่สองสามลูกให้ไฉ่เวย”
เว่ยซื่อทำตามด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
ไฉ่เวยถอนหายใจแล้วพูดว่า “เฮ้อ มีผักใบเขียวสักหน่อยน่าจะดีกว่านี้นะ”
เว่ยซื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตวาดว่า “เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก”
ไฉ่เวยไม่สนใจนางแม้แต่น้อย มองเพียงผู้เฒ่าเถียน
ผู้เฒ่าเถียนพูดว่า “จะกินอะไรก็ตามใจ”
ไฉ่เวยยิ้มเล็กน้อย ยื่นชามมันเทศลูกใหญ่ให้หลินซื่อ แล้วไปหยิบชามปวยเล้งตุ๋นเต้าหู้ตรงเตียงเตา จากนั้นพูดกับผู้เฒ่าเถียนว่า “ข้ากับแม่และน้องจะไปกินที่บ้านตัวเอง”
เมื่อพูดจบก็ไม่สนใจผู้เฒ่าเถียนที่อยู่ข้างหลัง “ครอบครัวกินข้าวด้วยกันคงจะมีความสุขมาก” ก่อนจะพาน้องสาวกับมารดาออกไปอย่างสง่าผ่าเผย
ใบหน้าของผู้เฒ่าเถียนพลันมืดมน สายตาที่จับจ้องด้านหลังของสามแม่ลูกนั้นชั่วช้ายิ่งนัก
สามแม่ลูกกลับมาที่กระท่อมมุงจากของตัวเอง ไฉ่เวยล้างมือแล้วเตรียมจะลงมือทำบะหมี่ให้หลินซื่อ
หลินซื่อพูดว่า “ข้าทำเอง พวกเจ้ารีบกินข้าวเถอะ เวลาล่วงเลยมามากแล้ว เกรงว่ามันเทศคงเย็นชืดหมด”
ไฉ่เวยปล่อยให้หลินซื่อทำ มีแค่น้ำมันพืชเล็กน้อยกับเกลือนิดหน่อยคงทำออกมาไม่อร่อยนัก นางสนใจในการทำอาหารมาก แต่เงื่อนไขคือต้องมีวัตถุดิบและเครื่องปรุงรส
ไฉ่เวยจึงกินมันเทศกับน้องสาว
เสี่ยวหม่านพูดกับไฉ่เวยอย่างมีความสุขด้วยภาษามือ ‘พี่หญิง มันเทศอร่อยมากเลย’
เด็กน้อยที่น่าสงสาร เมื่อก่อนบ้านหลังนี้ได้กินแต่หมั่นโถวข้าวฟ่าง แม้แต่มันเทศก็ไม่ได้กิน ตอนนี้พอได้กินมันเทศจึงดีใจมาก ไฉ่เวยลูบศีรษะเสี่ยวหม่าน “ต่อไปพี่หญิงจะให้เจ้าได้กินของอร่อยกว่านี้” แล้วเลื่อนผักให้อีกฝ่ายกิน ส่วนตัวเองมองดูมารดาทำบะหมี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลินซื่อเริ่มด้วยการตั้งกระทะเหล็กใบเล็กให้ร้อนก่อน จากนั้นเทน้ำมันพืชลงในหม้อเล็กน้อย กลิ่นน้ำมันพืชอบอวลขึ้นทันใด
ชาติก่อนไฉ่เวยมักจะใช้น้ำมันสลัดหรือน้ำมันผสมซึ่งไม่มีกลิ่น เมื่อนางได้กลิ่นน้ำมันพืชกะทันหันจึงรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แต่เสี่ยวหม่านกลับมีสีหน้าหลงใหล
ไฉ่เวยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ชาติก่อนเวลานางต้มบะหมี่ปกติจะต้มน้ำให้เดือดก่อนแล้วใส่บะหมี่ลงไป รอเส้นบะหมี่สุกแล้วค่อยเติมน้ำมัน แต่หลินซื่อกลับเทน้ำมันก่อน
ไฉ่เวยถาม “เหตุใดท่านแม่ต้องทอดน้ำมันด้วยล่ะ”
เวลานี้น้ำมันพืชเริ่มส่งกลิ่นหอมแล้ว หลินซื่อเทน้ำลงกระทะเหล็กในปริมาณที่พอเหมาะ วินาทีที่น้ำกับน้ำมันมาเจอกันก็ได้ยินเสียงฉ่าๆ ไฉ่เวยกลัวว่าน้ำมันร้อนจะกระเด็นออกมา จึงก้าวถอยหลังไปสองก้าว
หลินซื่อปิดฝากระทะ รอให้น้ำเดือด แล้วตอบคำถามไฉ่เวย “ถ้าไม่ทอดน้ำมันพืชก็จะไม่อร่อย”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
ไฉ่เวยพยักหน้า
หลังจากน้ำเดือดแล้ว หลินซื่อจึงใส่บะหมี่ลงไปแล้วคนด้วยตะเกียบ หลังจากรอจนน้ำเดือดอีกครั้ง จึงตอกไข่สองฟองใส่ลงไปในเส้นบะหมี่
ไฉ่เวยที่อยู่ข้างๆ แอบส่ายหน้ากับตัวเอง ถ้าอยากทำบะหมี่ให้อร่อยไม่ควรทำลักษณะนี้ แต่นางแนะนำไม่ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าหลินซื่อคงถามว่าเหตุใดถึงทำบะหมี่เช่นนั้น แล้วนางจะตอบอย่างไร
หลังจากทำบะหมี่ให้สุกแล้ว หลินซื่อจะเอาไข่ลวกสองฟองที่อยู่ข้างในให้บุตรสาวทั้งสองคนละฟอง แต่ไฉ่เวยกับเสี่ยวหม่านไม่เอา
เสี่ยวหม่านใช้ภาษามือสื่อสารว่า “ท่านแม่กินเถอะ เด็กในท้องจะได้เติบโตสมบูรณ์ ท่านแม่ต้องให้กำเนิดน้องชายนะ”
หลินซื่อฟังแล้วยิ้ม แต่ดวงตากลับแดงก่ำ นางเองก็หวังว่าจะให้กำเนิดบุตรชาย บางทีการมีบุตรชายสักคนอาจทำให้พวกนางสามแม่ลูกใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลเถียนได้ดีขึ้นสักนิด
เมื่อกินดื่มกันอิ่มหนำเรียบร้อย ไฉ่เวยล้างชามและตะเกียบจนสะอาดแล้วเอาไปให้เว่ยซื่อ
เว่ยซื่อชั่งน้ำหนักฝ้ายเสร็จแล้วพูดกับไฉ่เวยอย่างเย็นชา “เอาฝ้ายพวกนี้ไปปั่นให้เสร็จภายในคืนนี้”
ตั้งแต่ตอนที่ 30 เป็นต้นไป ติดตามตอนต่อไปได้ที่
https://www.readawrite.com/a/bd06e28b5c96d9bfe1b024a268eef536