หลังจากที่หลี่ซวนสังหารงูอสูรได้สำเร็จ เขาก็ยืนหอบหายใจอยู่เบื้องหน้าซากไร้ิญญาของมัน
แม้การต่อสู้เมื่อครู่จะหนักหนาเอาการ แต่เขากลับรู้สึกว่าตนเพิ่งเค้นพลังออกมาใช้ไปเพียงแปดส่วนเท่านั้น
หลี่ซวนก้มมองฝ่ามือของตน ก่อนจะค่อย ๆ กำหมัดแน่นด้วยความอัศจรรย์ใจ
"นี่... ข้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยหรือ"
"ทั้งที่เพิ่งก้าวเป็ผู้บำเพ็ญแท้ ๆ..."
เขาอดทอดสายตามองไปยังสองหมัดของตนไม่ได้ เพียงแค่ก้าวแรกบนเส้นทางผู้บำเพ็ญ ก็สามารถสยบอสูรร้ายได้ด้วยพละกำลังล้วน ๆ ถึงเพียงนี้ แล้วเหล่าผู้บำเพ็ญที่แข็งแกร่งกว่านี้เล่า... พวกเขาจะน่าเกรงขามและทรงพลังเพียงใด!
ความทรงจำเมื่อครั้งอดีต ตอนที่เขาเคยเห็นยอดฝีมือเหินฟ้าทลายเมฆาอยู่บนท้องฟ้าพลันผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ดวงตาของหลี่ซวนทอประกายแห่งความใฝ่ฝันอันแรงกล้า
"สักวัน..."
"ข้าจะต้องแข็งแกร่งให้ได้เช่นพวกเขามั่ง!"
เขาหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้าให้กับความตื่นเต้นของตนเอง "เอาเถิด ค่อยเป็ค่อยไปแล้วกัน... ในหนังสือเล่มนั้นยังมีบันทึกอะไรไว้อีกนะ? ลมปราณพื้นฐาน... แล้วก็แก่น... อะไรสักอย่าง แม้หน้าถัดไปจะถูกฉีกหายไป แต่สักวันหนึ่ง... ข้าจะต้องบรรลุไปถึงระดับนั้นให้ได้!"
เมื่อกล่าวจบ เขาก็เก็บลูกแก้วสีดำปริศนาไว้กับตัวอย่างระมัดระวัง ก่อนหันหลังเตรียมเดินกลับไปทางปากถ้ำ
ทว่าเดินไปได้ไม่นาน เขากลับต้องหยุดชะงักลง
"แปลก..." หลี่ซวนขมวดคิ้วแน่น "เหตุใดลมปราณของข้าจึงไม่ฟื้นฟูเลย ราวกับห้วงลมปราณภายในกำลังเหือดแห้ง ทั้งที่เวลาผ่านไปพักใหญ่แล้วแท้ ๆ"
เขาหลับตาลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนึกถึงเคล็ดวิชาสร้างห้วงลมปราณที่เคยอ่านในหนังสือ "หรือว่า..."
หลี่ซวนไม่รอช้า นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นหินทันที
เขาปรับลมหายใจให้สงบนิ่ง รวบรวมสมาธิทั้งหมดลงสู่ห้วงลมปราณบริเวณท้องน้อย ไม่นานนัก ไอิญญาอันแ่เบาที่ล่องลอยอยู่รอบตัวก็เริ่มถูกดึงดูดเข้าหาเขาทีละสาย พลังฟ้าดินไหลทะลักผ่านรูขุมขน ชำระล้างและควบแน่นลงสู่ห้วงลมปราณอย่างช้า ๆ
ลมปราณที่สูญเสียไปจากการต่อสู้ ค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย แม้จะเพิ่งฟื้นกลับมาเพียงส่วนเดียว แต่นั่นก็มากพอให้หลี่ซวนเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา "จริงด้วย... หาก้าฟื้นฟูลมปราณ ก็ต้องดูดซับพลังฟ้าดินเข้ามาเติมเต็มห้วงลมปราณเสียก่อน ดูเหมือนข้าจะต้องศึกษาเื่นี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นแล้ว"
เขาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นและเศษศิลาออกจากอาภรณ์ "แต่ตอนนี้... ไปล้างตัวก่อนเถิด"
...
ไม่นานนัก หลี่ซวนก็เดินก้าวออกมาจากปากถ้ำ
เมื่อก้าวออกมาภายนอก ความเงียบสงบอันร่มรื่นก็หวนกลับมาอีกครั้ง ราวกับเหตุการณ์วุ่นวายก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผืนป่ายังคงเขียวชอุ่ม ต้นไม้สูงใหญ่เอนกิ่งไหวตามสายลมอ่อน ๆ ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความสมดุลตามธรรมชาติ
หลี่ซวนกวาดสายตามองไปรอบด้าน ก่อนเอ่ยขึ้นเบา ๆ "ดูเหมือนเหตุการณ์ประหลาดเมื่อครู่นั้นจะจบลงแล้ว ทั้งฝูงสัตว์ป่าและสัตว์อสูรพวกนั้นก็สลายตัวหายไปจนหมด"
เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากสัตว์อสูรนับสิบตัวยังคงวนเวียนอยู่ ต่อให้ตอนนี้เขาจะก้าวเข้าสู่ระดับลมปราณแรกเริ่มแล้ว ก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชีวิตรอดออกไปได้
หลังจากมองสำรวจบริเวณโดยรอบอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับลำธารสายหนึ่ง สายน้ำใสสะอาดไหลทอดผ่านโขดหิน ส่งเสียงกระทบกันแ่เบา อยู่ห่างจากปากถ้ำไปเพียงไม่กี่จั้งเท่านั้น
"ที่นี่เหมาะจะล้างตัวพอดี"
กล่าวจบ หลี่ซวนก็เดินตรงไปยังลำธารสายนั้นโดยไม่รีรอ
สายน้ำใสเย็นไหลผ่านโขดหิน ส่งเสียงคลอเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของผืนป่า หลี่ซวนจัดการถอดอาภรณ์ที่เปรอะเปื้อนของเหลวสีดำและคราบเืวางไว้ริมฝั่ง ก่อนจะก้าวลงสู่สายน้ำอย่างช้า ๆ
เมื่อน้ำเย็นฉ่ำชะล้างสิ่งสกปรกและคราบโคลนตมออกจากร่าง หลี่ซวนก้มมองเงาสะท้อนของตนบนผิวน้ำ แล้วก็ต้องชะงักไป...
รูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด!
ร่างกายที่เคยผอมบางเกร็ง บัดนี้กลับกำยำสมส่วน กล้ามเนื้อทุกลูกดูแน่นกระชับขึ้น มวลผิวพรรณขาวสะอาดผุดผ่องราวกับได้รับการชำระล้างสิ่งโสมมออกไปจนหมดสิ้น แม้ใบหน้ายังคงร่องรอยของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าถึงสิบหกปี แต่บัดนี้กลับดูสง่างามและเปล่งประกายกว่าที่เคยเป็
หลี่ซวนยกมือลูบใบหน้าของตน พลางยิ้มออกมาด้วยความประหลาดใจ "การก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บำเพ็ญ... ส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
เขาใช้เวลาปรับความคุ้นชินกับร่างกายใหม่ พร้อมทั้งอาบน้ำชำระสิ่งสกปรกอยู่ราวหนึ่งก้านธูป จนกระทั่งร่างกายสะอาดสะอ้านทุกซอกมุม
ทว่าเมื่อก้าวขึ้นจากน้ำ สายตาพลันหันไปเห็นอาภรณ์ชุ่มคราบสกปรกที่กองอยู่ริมฝั่ง
"ข้าจะทำอย่างไรกับสิ่งนี้ดีนะ... ทั้ง ๆ ที่กลายเป็ผู้บำเพ็ญแล้ว แต่กลับไม่รู้วิธีขจัดความสกปรกบนผ้าให้หายไปในพริบตาเสียได้ คงต้องซักแล้วหาใบไม้แถวนี้มาปิดบังเรือนร่างไปก่อน ค่อยหาชุดเปลี่ยนทีหลังแล้วกัน เฮ้อ..."
หลังจากนั้น หลี่ซวนซักเสื้อผ้าจนสะอาด นำไปผึ่งไว้ แล้วนำสวมเพียงกางเกง ก่อนจะไปหาใบไม้ขนาดใหญ่ตามวิชาที่ปู่เคยสั่งสอนไว้ตอนอยู่หมู่บ้าน มาถักร้อยปกปิดเรือนร่างท่อนบนอย่างคล่องแคล่ว
ครู่ต่อมา เขาก็เดินกลับเข้าถ้ำที่สหายทั้งสองรอคอยอยู่
หลี่ซวนเดินกลับมาตามทางเดินเดิมภายในถ้ำ ไม่นานนัก แสงสีทองอ่อนจากหิ่งห้อยกว่าสิบตัวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ภายในโพรงถ้ำยังคงเงียบสงบดังเดิม โต๊ะหิน เก้าอี้หิน และกองหนังสือยังคงวางอยู่ในตำแหน่งเดิม ราวกับไร้การเคลื่อนไหว ส่วนถงจื่ออันและจี้อันยังคงนั่งขัดสมาธิ หลับตาพยายามฝึกฝนตามวิธีบำเพ็ญในหนังสืออย่างตั้งใจ
ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น ทั้งสองก็ลืมตาขึ้นพร้อมกัน!
เมื่อเห็นว่าผู้ที่เดินกลับมาคือหลี่ซวน สีหน้าของทั้งคู่ก็พลันเปี่ยมไปด้วยความดีใจ ทว่าเพียงไม่นาน... ความยินดีนั้นกลับค่อย ๆ จางหาย เปลี่ยนเป็ความหม่นหมองเข้ามาแทนที่
หลี่ซวนเห็นว่าทั้งสองปลอดภัยดีจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เมื่อสังเกตเห็นแววตาหมองหม่นของสหาย เขาก็อดถามไม่ได้
"พวกเ้าเป็อะไร เกิดเื่อันใดขึ้นหรือ"
ถงจื่ออันถอนหายใจยาว ก่อนเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงซบเซา
"บอกตามตรงนะ หลี่ซวน... พวกเราทำทุกอย่างตามที่หนังสือบอกแล้ว ข้ารู้สึกเพียงแค่ว่าบริเวณท้องน้อยมันร้อนขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่มีปฏิกิริยาอันใดอีกเลย ข้าไม่ได้รู้สึกว่าจะก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บำเพ็ญเหมือนอย่างเ้าเลยสักนิด"
จี้อันพยักหน้าเบา ๆ ก่อนกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ข้าเองก็เป็เช่นเดียวกัน ข้าััได้ถึงพลังฟ้าดินเพียงแ่เบา แต่เมื่อพยายามโคจรและดึงมันเข้าร่าง พลังเ่าั้กลับสลายหายไปอย่างรวดเร็ว..."
กล่าวจบ ทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบ สีหน้าปรากฏความผิดหวังและท้อแท้อย่างปิดไม่มิด
หลี่ซวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พลางนึกย้อนไปถึงความรู้สึกตอนที่ตนเริ่มฝึกฝนเป็ครั้งแรก ก่อนจะยิ้มออกมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้สหาย
"พวกเ้าอย่าเพิ่งหมดหวังไป! จากที่เล่ามา อย่างน้อยพวกเ้าก็สามารถััตำแหน่งห้วงลมปราณ และรับรู้ถึงพลังฟ้าดินได้ นั่นหมายความว่า... พวกเ้ายังมีโอกาส! เพราะก่อนที่ข้าจะสร้างห้วงลมปราณได้สำเร็จ ข้าก็รู้สึกไม่ต่างจากพวกเ้าเลย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาที่เคยหม่นแสงของทั้งสองก็กลับมาทอประกายอีกครั้ง!
ถงจื่ออันรีบลุกพรวดขึ้นทันที "จริงหรือ! พวกเรายังพอมีโอกาสจริง ๆ หรือ!"
แม้แต่จี้อันที่มักจะเก็บความรู้สึก ก็ยังอดเอ่ยถามด้วยความหวังไม่ได้ "หมายความว่า... พวกเราก็ยังสามารถเป็ผู้บำเพ็ญได้เช่นกันใช่หรือไม่"
หลี่ซวนพยักหน้ารับหนักแน่น "เพียงแต่คงต้องใช้เวลา พวกเ้าอย่าเพิ่งใจร้อน ในเมื่อหนังสือเล่มนี้เป็ของจริง สักวันหนึ่งพวกเ้าต้องทำสำเร็จแน่นอน"
คำยืนยันของหลี่ซวนช่วยชะล้างความท้อแท้ภายในใจของทั้งสองไปจนหมดสิ้น
ทันใดนั้นเอง หลี่ซวนก็นึกบางสิ่งขึ้นมาได้
"จริงสิ... ตอนที่ข้าออกไปข้างนอก ข้าเห็นโพรงอีกสายที่เ้าเคยบอกไว้ ข้าเลยลองเข้าไปสำรวจดู จึงพบว่าภายในนั้นมีแปลงสมุนไพรอยู่... แล้วก็มีงูอสูรขนาดมหึมาคอยเฝ้าอยู่ด้วย"
"อะ... อสูรงู?!" ถงจื่ออันร้องลั่นด้วยความใหน้าซีด "เช่นนั้นพวกเราควรรีบหนีออกจากที่นี่ไม่ใช่หรือ!"
จี้อันเองก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาจ้องมองหลี่ซวนก่อนเอ่ยถาม "เ้ารู้รายละเอียดชัดเจนถึงเพียงนี้... หรือว่าเ้าได้เผชิญหน้ากับมันมาแล้ว?"
หลี่ซวนยกมือขึ้นเกาศีรษะพลางหัวเราะแห้ง ๆ
"อืม... ข้าสังหารมันไปเรียบร้อยแล้วล่ะ"
กริบ...
ภายในถ้ำพลันตกอยู่ในความเงียบสงัด ถงจื่ออันและจี้อันต่างเบิกตากว้าง จ้องมองหลี่ซวนราวกับเห็นอสูรกายอีกตน
"หา!!"
"เ้าสังหารอสูรตัวนั้นด้วยตัวคนเดียวจริง ๆ หรือ?!"
แม้แต่จี้อันที่ปกติจะสุขุมลุ่มลึก ก็ยังอดแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาไม่ได้ ถงจื่ออันรีบพุ่งเข้ามาตบบ่าหลี่ซวนเต็มแรง
"สุดยอดไปเลยสหาย! ต่อจากนี้เ้าคงได้รับฉายา 'ผู้สังหารอสูร' แล้วกระมัง ฮ่า ๆ ๆ!"
หลี่ซวนโบกมือส่ายหน้าพร้อมหัวเราะขื่น "พวกเ้าชมเกินไปแล้ว อสูรตัวนั้นคงไม่ได้แข็งแกร่งเท่าใดนัก ข้าจึงพอเอาชนะมันได้... แม้จะล่อซะท้องมันเป็รูไปไม่น้อยก็เถอะ"
กล่าวมาถึงตรงนี้ หลี่ซวนพลันชะงักกะทันหัน ราวกับสะกิดใจบางอย่างได้
"เดี๋ยวก่อน... สมุนไพร!"
เขารีบหันขวับไปมองกองหนังสือบนโต๊ะหินทันที "หนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรอยู่ที่ใด!"
"อยู่นี่!" ถงจื่ออันรีบคว้าหนังสือเล่มที่มีภาพวาดดอกไม้บนปกส่งให้ทันที
หลี่ซวนรับมาแล้วเปิดออกอย่างรวดเร็ว พลิกผ่านหน้ากระดาษทีละหน้าด้วยความลนลาน
จนกระทั่ง... สายตาของเขาหยุดลงที่หน้าหนึ่ง
"ดอกนี้... เหมือนกับดอกไม้ที่ข้าเห็นในโพรงถ้ำนั่นไม่มีผิด!"
จี้อันรีบเขยิบเข้ามาชะโงกดู "เ้าหมายถึงต้นนี้หรือ"
หลี่ซวนพยักหน้ารับเน้นย้ำ "ไม่มีผิดแน่! แม้ตอนนั้นภายในโพรงจะมืดสนิท แต่ด้วยสายตาของข้าในตอนนั้น... ทั้งรูปร่างของใบ สีของดอก หรือแม้แต่ลักษณะของลำต้น ล้วนเหมือนกับที่เห็นทุกประการ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งสามคนก็รีบทอดสายตาก้มลงอ่านคำอธิบายใต้รูปภาพพร้อม ๆ กัน
ภายในถ้ำอันเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษดังแ่เบา ขณะที่หัวใจของทั้งสามเต้นระทึก ลุ้นระทึกว่า...
สมุนไพรวิเศษที่งูอสูรร้ายตนนั้นยอมเฝ้าแหนแทบตาย... แท้จริงแล้วมันคือสิ่งใดกันแน่!