ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าสิบเก้า Damsel ofDistress 9
“แค่ก แค่ก ผู้คนในอดีตคอยสนับสนุนเรา”
หญิงชรากล่าวพร้อมกับไออกมาเป็นเลือดสีดำร่างกายเต็มไปด้วนหนอนนานแล้วแม้ภายนอกจะมองไม่ออกก็ตาม
แสงสีเขียวในบริเวณนั้นปลุกร่างของผู้คนที่ตายไปแล้วก่อนหน้านี้และคนที่พึ่งตายให้ลุกกลับขึ้นมายืนอีกครั้ง
เมื่อโลกวิญญาณมีอยู่จริงการตายไม่ใช่ทางหนี
“และอนาคตนั้นอยู่ข้างเรา”
เสียงใสใสของเด็กผมขาวดังขึ้นพร้อมกับร่างกายของเด็กที่โดนวิญยาณเข้าสิงแต่ละคนพัฒนาด้วยความรวดเร็วเต็มที่พวกเขากลายเป็น
ร่างที่พัฒนาการสูงสุดเที่พวกเขาจะพัฒนาได้
เพราะวิวัฒนาการจะไม่ให้เขี้ยวพิษกับเราหากการมีเขี้ยวพิษไม่เกิดประโยชน์ต่อการดำรงค์ชีวิตเท่ากับเอาไปใช้กับอย่างอื่น
แต่เด็กผมขาวใช้พลังจิตดึงอนาคตที่แทบจะเป็นไปไม่ได้มาในโลกกายภาพได้
“รวมทั้งได้รับการดูแลด้วยความรัก”
หญิงวัยกลางคนที่ฟื้นขึ้นอีกครั้งกล่าวยื่นมือไปด้านข้างราวกับจะโอบกอดทุกคน
และประสานเสียงกัน
“พวกเราจะมอบของขวัญเช่นนี้ไปให้กับเด็กทุกคนบนดาวใบนี้”
ร่างกายปีศาจวิญยาณคนตาย การประสานเสียงร่วมมือกันอย่างสมบูรณ์ด้วยจิตใจที่รวมเป็นหนึ่ง
คนเพียงคนเดียวไม่สามารถต่อสู้กับพลังจิตของผู้ใช้พลังจิตเช่นนี้ด้วยตัวคนเดียวอย่างแน่นอนเพราะความสามารถของแต่ละคนมีจำกัดมีนิสัย ข้อจำกัด ลักษณะเฉพาะของวิญยาณแตกต่างกันทำให้เชี่ยวชาญกันคนละด้าน
อาจจะเรียกว่า
เป็นศิลปะมากกว่าวิทยาศาสตร์
ในเรื่องที่เกี่ยวกับพลังจิตเวทย์และพิธีกรรมพวกนี้
พวกเขาบิดเบือนความเป็นจริงทำให้ทำเรื่องที่มนุษย์พลังจิตปรกติไม่สามารถทำได้
ผมพอเข้าใจแล้วที่พวกเขาอาจจะเป็นวิกฤติที่ใหญ่พอที่จะปรากฎบนฉากแผนที่ได้หากพวกเขาเปลี่ยนเด็กหลายคนเป็นกองทัพปีศาจได้จริง
เรียกว่าพอเกมศ์กลายเป้นโลกความจริงแล้วก็ต้องหาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมความวุ่นวายภายในของจักรวรรดิในเรื่องต่างๆถึงเกิดขึ้นได้
วิญญาณของทุกคนสอดประสานกัน
หากไม่กำจัดทั้งเด็กสาว หญิงกลางคน หญิงชราพร้อมกันก็เรียกว่าคงไม่สามารถจัดการพวกนี้ได้
ผู้มีพลังจิตทั่วไปไม่มีทางทำได้
Slash
ฟัน
แสงสีทองส่องสว่างจากมือผมแม้ไม่ต้องชักดาบออกมา
กระจายไปทั่วบริเวณซอกซอนไปทุกที่ที่พวกบ้านเด็กกำพร้าอยู่
และพวกเขากลายเป็นเศษเนื้อชิ้นๆ
Burn
มอดไหม้
ไฟสีทองมอดไหม้ขึ้นอีกครั้งเผาชิ้นเนื้อและร่างวิญญาณของปีศาจที่เหลือ
พวกเขาทำพลาดไปอย่างหนึ่งคือเลือกที่จะมาสู้กับผม
ผมไม่ใช่ผู้มีพลังจิตธรรมดาผมคือจักรพรรดิ