ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 177 การเจรจาสงบศึกของหมื่นเผ่า คลื่นใต้น้ำกำลังคลั่ง!

            "พวกซ่อนหัวมุดหาง[1]"

            มู่เสินฉวนยังคงกล่าวด้วยท่าทีสงบเขารู้ว่ามีผู้จงใจยั่วยุให้เกิดการนองเลือด

            เพราะเหตุการณ์ที่เขาปกป้องมู่อวี่เซิงในเมืองศักดิ์สิทธิ์ทำให้ผู้คนจากสุดยอดขุมอำนาจทั้งหลายขุ่นเคือง

            คนเหล่านี้ แม้ภายนอกอาจไม่กล้าลงมือกับเขาแต่ลับหลังกลับปลุกปั่นอารมณ์ฝูงชนเพื่อหวังใช้เสือเขมือบหมาป่า

            ในสายตามู่เสินฉวนพวกมันก็แค่ตัวตลกบนเวทีเท่านั้น

            ‘แก๊ง!’ ครั้นเสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์ดังก้องจากภายนอกเมืองโบราณเหล่าราชวงศ์บรรพกาลก็ทยอยกันลงมา

            สิ่งมีชีวิตบรรพกาลจำนวนมากที่อยู่ ณที่แห่งนั้น แม้แต่ขั้วอำนาจต่างๆ ล้วนก็ลุกขึ้นต้อนรับ

            ส่วนขุมอำนาจของมนุษย์กลับมองดูด้วยสายตาเย็นชาหาได้เคลื่อนไหวใดๆ ไม่

            สามราชวงศ์ใหญ่ ทะเลสาบปฐมกาลหุบเขาเพลิงกิเลน ถ้ำทองคำ ทั้งสามเดินทางมาพร้อมกัน

            เหล่านี้ล้วนเป็นเผ่าพันธุ์ที่เคยมีจักรพรรดิโบราณพวกมันรุ่งเรืองอย่างยิ่งในยุคบรรพกาลครอบครองไว้ซึ่งสายเลือดและวิชาที่สืบทอดมายาวนาน

            ครั้งหนึ่งเคยไร้เทียมทานในใต้หล้าบัญชาสวรรค์และปฐพี ทรงอำนาจเหนือผู้ใด

            งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นผลจากการร่วมมือกันของทั้งสามขั้วอำนาจ

            ทะเลสาบปฐมกาลมีสองราชันย์บรรพกาลเดินทางมาด้วยตนเองรอบกายแผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวพร้อมด้วยนัยน์ตาเย็นดุจน้ำเเข็ง

            หุบเขาเพลิงกิเลนส่งผู้ฝึกตนหนุ่มมาคนหนึ่งด้านหลังมีคนรับใช้ชราหลายคน ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเซียน

            แม้แต่บุคคลเช่นนั้นก็ยังเต็มใจรับใช้บุคคลนี้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฐานะบางสิ่งของหนุ่มผู้นี้

            ทันใดนั้นเองสิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่อยู่ในเหตุการณ์ก็จำรูปลักษณ์ของเขาได้ แล้วร้องอุทานออกมา!

            "พระเจ้า!นั่นมันทายาทสายตรงของจักรพรรดิกิเลนโบราณ ข้าเคยมีโอกาสเห็นภาพวาดของเขา!"

            "คาดไม่ถึงว่าเขาจะถูกผนึกไว้ในยุคสมัยนี้!"

            "อะไรนะ!?"

            "โอรสของจักรพรรดิกิเลนโบราณ!!"

            ผู้คนมากมายที่นั่งอยู่เริ่มอยู่ไม่สุข

            หากเป็นเช่นนั้นคนหนุ่มผู้นี้ก็มีที่มาที่ยิ่งใหญ่เกินไป

            จักรพรรดิกิเลนโบราณคือจักรพรรดิโบราณที่ปรากฏตัวในยุคบรรพกาลทรงอำนาจสั่นสะเทือนเก้าสวรรค์สิบทิศ หมื่นเผ่าในจักรวาลและท้องทะเลล้วนต้องคำนับ

            หากนี่คือทายาทสายตรงของคนผู้นั้นสายเลือดก็ต้องสูงส่งอย่างยิ่ง!

            สิ่งมีชีวิตบรรพกาลจำนวนมากแสดงความเคารพครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยกิริยาเลื่อมใส

            สุดท้ายถ้ำทองคำก็ส่งสองราชันย์บรรพกาลมาเช่นกันร่างห่อหุ้มด้วยแสงสีทองอร่ามและแผ่อำนาจพลังน่าพรั่นพรึง

            พวกเขาสูงราวหนึ่งจั้งรูปร่างกำยำราวกับภูเขาเคลื่อนที่ที่แข็งแรงยิ่ง

            "เอาละ"

            "ในเมื่อผู้คนมากันครบแล้วก็เริ่มกันเลยเถิด"

            ราชันบรรพกาลคนหนึ่งกวาดสายตามองไปยังขุมอำนาจของมนุษย์ก่อนกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

            "การชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ส่วนใหญ่ก็เพื่อตัดสินใจเรื่องความเป็นเจ้าของผืนดินตงฮวงในอนาคต"

            "ตอนนี้พวกเจ้ามนุษย์ครอบครองดินแดนที่กว้างขวางเกินไปแล้วควรแบ่งปันส่วนหนึ่งให้พวกข้าได้อยู่อาศัย"

            เมื่อกล่าวเช่นนี้เหล่าผู้นำของสุดยอดขุมอำนาจต่างผุดสีหน้าซ่อนความนัย

            กึ่งเซียนของตระกูลเจียงมีสีหน้าเฉยเมยกล่าวตรงไปตรงมาว่า

            "พวกท่านต้องการดินแดนมากเท่าใด?"

            "เผ่าพันธุ์บรรพกาลที่มีราชันย์บรรพกาลคอยคุ้มครองต้องการครอบครองดินแดนสิบลี้" ผู้คนจากเผ่าบรรพกาลกล่าว

            สิ้นเสียงขุมอำนาจที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเงียบไปครู่หนึ่ง

            แม้ว่าจำนวนของหมื่นเผ่าพันธุ์จะมีไม่น้อยแต่ก็มิใช่ว่าทุกเผ่าพันธุ์จะมีราชันย์บรรพกาล

            อย่างมากก็มีเพียงไม่กี่สิบตนสำหรับดินแดนตงฮวงที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตแล้ว ถือว่าไม่มีอะไรมาก

            ต่อมาจิตสัมผัสหลายสายก็เริ่มประสานกันในอากาศ

            หลังจากผ่านไปครึ่งก้านธูปแต่ละฝ่ายก็ส่งเสียงออกมา

            "ตงฮวงไม่มีความเห็น"

            "จงโจวไร้ความเห็น"

            "แดนเหนือก็ไม่มี"

            "..."

            เสียงมากมายดังขึ้น

            แม้ว่าภายนอกจะตอบรับ แต่ทุกคนต่างรู้ดี

            เมื่อใดที่ผลประโยชน์ขัดกันย่อมต้องมีการนองเลือด เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้!

            ไม่ว่ายุคสมัยจะมีจักรพรรดิหรือไม่ย่อมเป็นเช่นนี้!

            หมื่นเผ่าจะไม่มีวันอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

            เหล่าราชวงศ์และราชันย์บรรพกาลที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมิได้ประหลาดใจกับการตอบสนองของมนุษย์เพราะเงื่อนไขที่พวกเขากล่าวมาก็ไม่ได้เข้มงวดนัก

            ท้ายที่สุดมนุษย์ก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอในยุคบรรพกาล

            ในช่วงเวลานี้ เคยมีจักรพรรดิมากมายปรากฏตัวความแข็งแกร่งของรากฐานนั้นลึกซึ้ง

            การพัฒนาจวบจนถึงปัจจุบันนี้การกล่าวว่าในโลกปัจจุบันนี้ไม่มีเซียนผู้ยิ่งใหญ่อาศัยอยู่ ก็ยากที่จะเชื่อ

            พวกเขามิอาจริเริ่มสงครามได้โดยปราศจากการไตร่ตรอง

            อย่างไรก็ตามผู้แข็งแกร่งระดับนี้ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในจักรวาลหรือไม่ก็ท้องทะเลไม่ปรากฏตัวให้เห็นบนโลก

            "นอกจากนี้พวกเราหวังที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ข้อหนึ่ง"

            "หากแต่ละฝ่ายใช้อาวุธจักรพรรดิเปิดฉากสงครามจะต้องไปทำนอกเขตแดน"

            "ช่วงก่อนหน้านี้แคว้นใต้ถูกตีจนแผ่นดินแยกออกเป็นสองซีก"

            "ผืนดินส่วนหนึ่งถูกหนานหลิงรวมเข้าไปแล้ว"

            เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ผู้คนจำนวนมากต่างจ้องมองไปยังมู่เสินฉวนและสุดยอดขุมอำนาจที่เข้าร่วมสงคราม

            "ได้ ตระกูลเจียงของพวกเราไม่มีปัญหา"

            กึ่งเซียนของตระกูลเจียงพยักหน้า

            ตอนนี้เซียนที่อยู่เหนือสามภพต่างทยอยปรากฏตัวซึ่งเปล่งพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวอยู่เช่นนั้น

            หากใช้อาวุธจักรพรรดิทำสงครามอีกเกรงว่าแม้แต่ทั้งตงฮวงก็จะถูกตีจนแตกสลาย ไม่ต่างจากโลกาวินาศจะต้องมีสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนต้องสังเวยชีวิตอย่างอนาถ

            "ตระกูลจีของข้าก็ไม่มีปัญหาเช่นกันแต่… ข้ากลัวว่าจะมีคนไม่รักษากฎ"

            หัวหน้าตระกูลจีหัวเราะเยาะถ้อยคำดูถูกที่เอ่ยล้วนถากถางคนผู้หนึ่ง

            เมื่อกล่าวเช่นนี้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้ดีว่าเขากำลังกล่าวถึงผู้ใดทุกสายตาจ้องมองไปยังมู่เสินฉวนโดยไม่ได้นัดหมาย

            มู่เสินฉวนเหลือบมองผู้นำตระกูลจีอย่างเฉยเมยก่อนกล่าวอย่างสงบว่า

            "ครั้งก่อนซัดจนร่างของเจ้าร้าวต้องหนีเข้าไปในรอยแยกมิติ แต่ไม่ตายก็นับว่าโชคดีอยู่"

            "หากไม่ได้ใช้อาวุธจักรพรรดิข้าฆ่าเจ้าก็ไม่เปลืองแรงอะไรมากนัก!"

            "หึ" ผู้นำตระกูลจีหลุบหน้าลงต่ำ

            กฎของกึ่งเซียนที่อยู่ด้านหลังเขาไหลวนปลดปล่อยจิตสังหารที่น่าตกใจออกมา

            "แดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือเห็นด้วย"แดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือพยักหน้าพร้อมเพรียง

            "..."

            "ต้าเซี่ยเห็นด้วย"

            "จิ่วหลีเห็นด้วย"

            "เสินอู่เห็นด้วย"

            "..."

            "ดี ข้อตกลงในวันนี้ เป็นอันบรรลุ!"

            "หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกลงทัณฑ์จากใต้หล้า!"

            ทั้งสามราชวงศ์ใหญ่กล่าวพร้อมกัน

            แต่พวกเขามิได้รั้งอยู่นานนำหน้าออกจากงานท่ามกลางวงล้อมของเหล่าสิ่งมีชีวิตบรรพกาล

            จากนั้นภายในเมืองโบราณก็แผ่บรรยากาศตึงเครียดที่พร้อมปะทุออกมา

            ที่นี่มีหลายขุมอำนาจที่เป็นศัตรูกันแม้แต่ระหว่างเผ่าพันธุ์บรรพกาลก็ไม่ได้เป็นปึกแผ่น

            ความแค้นของบางเผ่าพันธุ์สืบทอดมายาวนานนับล้านปียากที่จะคลี่คลาย

            ตระกูลจี ตระกูลเจียง ราชวงศ์จิ่วหลีราชวงศ์ต้าเซี่ย และบรรดาผู้ยิ่งใหญ่จากแดนศักดิ์สิทธิ์จิตสัมผัสของพวกเขาประสานกันในอากาศ

            พวกเขายังคงโต้เถียงกันว่าจะผนึกมู่เสินฉวนไว้ที่นี่ตลอดกาลหรือไม่

            ส่วนมู่เสินฉวนกลับมีท่าทีสงบเสงี่ยมอย่างยิ่งเขาเฝ้ามองอย่างเงียบๆ เปี่ยมด้วยความองอาจที่ไม่เกรงกลัวผู้ใดในโลกหล้า

            อย่างไรก็ตาม หลังจากหารือกันมานานก็ยังไม่มีขุมอำนาจใดกล้าลงมือกับเขาเพราะถูกพลังต่อสู้ในปัจจุบันของมู่เสินฉวนกดทับไว้

            พวกเขารู้ดีว่าหากไม่ใช้พลังจากเซียนคนอื่นเข้าช่วยก็ยากที่จะสร้างภัยคุกคามใดๆ ต่อเขาได้!

            ท้ายที่สุดกายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหลนั้นแข็งแกร่งเกินไป!

            กฎและกายเนื้อต่างไร้ซึ่งจุดอ่อนยากที่จะทะลวงฝ่า

            —-----------------------------------

            [1] ซ่อนหัวมุดหาง (藏头露尾之辈)คือ พวกทำลับๆ ล่อๆ มีพิรุธ

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน