"พวกซ่อนหัวมุดหาง[1]"
มู่เสินฉวนยังคงกล่าวด้วยท่าทีสงบเขารู้ว่ามีผู้จงใจยั่วยุให้เกิดการนองเลือด
เพราะเหตุการณ์ที่เขาปกป้องมู่อวี่เซิงในเมืองศักดิ์สิทธิ์ทำให้ผู้คนจากสุดยอดขุมอำนาจทั้งหลายขุ่นเคือง
คนเหล่านี้ แม้ภายนอกอาจไม่กล้าลงมือกับเขาแต่ลับหลังกลับปลุกปั่นอารมณ์ฝูงชนเพื่อหวังใช้เสือเขมือบหมาป่า
ในสายตามู่เสินฉวนพวกมันก็แค่ตัวตลกบนเวทีเท่านั้น
‘แก๊ง!’ ครั้นเสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์ดังก้องจากภายนอกเมืองโบราณเหล่าราชวงศ์บรรพกาลก็ทยอยกันลงมา
สิ่งมีชีวิตบรรพกาลจำนวนมากที่อยู่ ณที่แห่งนั้น แม้แต่ขั้วอำนาจต่างๆ ล้วนก็ลุกขึ้นต้อนรับ
ส่วนขุมอำนาจของมนุษย์กลับมองดูด้วยสายตาเย็นชาหาได้เคลื่อนไหวใดๆ ไม่
สามราชวงศ์ใหญ่ ทะเลสาบปฐมกาลหุบเขาเพลิงกิเลน ถ้ำทองคำ ทั้งสามเดินทางมาพร้อมกัน
เหล่านี้ล้วนเป็นเผ่าพันธุ์ที่เคยมีจักรพรรดิโบราณพวกมันรุ่งเรืองอย่างยิ่งในยุคบรรพกาลครอบครองไว้ซึ่งสายเลือดและวิชาที่สืบทอดมายาวนาน
ครั้งหนึ่งเคยไร้เทียมทานในใต้หล้าบัญชาสวรรค์และปฐพี ทรงอำนาจเหนือผู้ใด
งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นผลจากการร่วมมือกันของทั้งสามขั้วอำนาจ
ทะเลสาบปฐมกาลมีสองราชันย์บรรพกาลเดินทางมาด้วยตนเองรอบกายแผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวพร้อมด้วยนัยน์ตาเย็นดุจน้ำเเข็ง
หุบเขาเพลิงกิเลนส่งผู้ฝึกตนหนุ่มมาคนหนึ่งด้านหลังมีคนรับใช้ชราหลายคน ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเซียน
แม้แต่บุคคลเช่นนั้นก็ยังเต็มใจรับใช้บุคคลนี้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฐานะบางสิ่งของหนุ่มผู้นี้
ทันใดนั้นเองสิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่อยู่ในเหตุการณ์ก็จำรูปลักษณ์ของเขาได้ แล้วร้องอุทานออกมา!
"พระเจ้า!นั่นมันทายาทสายตรงของจักรพรรดิกิเลนโบราณ ข้าเคยมีโอกาสเห็นภาพวาดของเขา!"
"คาดไม่ถึงว่าเขาจะถูกผนึกไว้ในยุคสมัยนี้!"
"อะไรนะ!?"
"โอรสของจักรพรรดิกิเลนโบราณ!!"
ผู้คนมากมายที่นั่งอยู่เริ่มอยู่ไม่สุข
หากเป็นเช่นนั้นคนหนุ่มผู้นี้ก็มีที่มาที่ยิ่งใหญ่เกินไป
จักรพรรดิกิเลนโบราณคือจักรพรรดิโบราณที่ปรากฏตัวในยุคบรรพกาลทรงอำนาจสั่นสะเทือนเก้าสวรรค์สิบทิศ หมื่นเผ่าในจักรวาลและท้องทะเลล้วนต้องคำนับ
หากนี่คือทายาทสายตรงของคนผู้นั้นสายเลือดก็ต้องสูงส่งอย่างยิ่ง!
สิ่งมีชีวิตบรรพกาลจำนวนมากแสดงความเคารพครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยกิริยาเลื่อมใส
สุดท้ายถ้ำทองคำก็ส่งสองราชันย์บรรพกาลมาเช่นกันร่างห่อหุ้มด้วยแสงสีทองอร่ามและแผ่อำนาจพลังน่าพรั่นพรึง
พวกเขาสูงราวหนึ่งจั้งรูปร่างกำยำราวกับภูเขาเคลื่อนที่ที่แข็งแรงยิ่ง
"เอาละ"
"ในเมื่อผู้คนมากันครบแล้วก็เริ่มกันเลยเถิด"
ราชันบรรพกาลคนหนึ่งกวาดสายตามองไปยังขุมอำนาจของมนุษย์ก่อนกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
"การชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ส่วนใหญ่ก็เพื่อตัดสินใจเรื่องความเป็นเจ้าของผืนดินตงฮวงในอนาคต"
"ตอนนี้พวกเจ้ามนุษย์ครอบครองดินแดนที่กว้างขวางเกินไปแล้วควรแบ่งปันส่วนหนึ่งให้พวกข้าได้อยู่อาศัย"
เมื่อกล่าวเช่นนี้เหล่าผู้นำของสุดยอดขุมอำนาจต่างผุดสีหน้าซ่อนความนัย
กึ่งเซียนของตระกูลเจียงมีสีหน้าเฉยเมยกล่าวตรงไปตรงมาว่า
"พวกท่านต้องการดินแดนมากเท่าใด?"
"เผ่าพันธุ์บรรพกาลที่มีราชันย์บรรพกาลคอยคุ้มครองต้องการครอบครองดินแดนสิบลี้" ผู้คนจากเผ่าบรรพกาลกล่าว
สิ้นเสียงขุมอำนาจที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเงียบไปครู่หนึ่ง
แม้ว่าจำนวนของหมื่นเผ่าพันธุ์จะมีไม่น้อยแต่ก็มิใช่ว่าทุกเผ่าพันธุ์จะมีราชันย์บรรพกาล
อย่างมากก็มีเพียงไม่กี่สิบตนสำหรับดินแดนตงฮวงที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตแล้ว ถือว่าไม่มีอะไรมาก
ต่อมาจิตสัมผัสหลายสายก็เริ่มประสานกันในอากาศ
หลังจากผ่านไปครึ่งก้านธูปแต่ละฝ่ายก็ส่งเสียงออกมา
"ตงฮวงไม่มีความเห็น"
"จงโจวไร้ความเห็น"
"แดนเหนือก็ไม่มี"
"..."
เสียงมากมายดังขึ้น
แม้ว่าภายนอกจะตอบรับ แต่ทุกคนต่างรู้ดี
เมื่อใดที่ผลประโยชน์ขัดกันย่อมต้องมีการนองเลือด เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้!
ไม่ว่ายุคสมัยจะมีจักรพรรดิหรือไม่ย่อมเป็นเช่นนี้!
หมื่นเผ่าจะไม่มีวันอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
เหล่าราชวงศ์และราชันย์บรรพกาลที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมิได้ประหลาดใจกับการตอบสนองของมนุษย์เพราะเงื่อนไขที่พวกเขากล่าวมาก็ไม่ได้เข้มงวดนัก
ท้ายที่สุดมนุษย์ก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอในยุคบรรพกาล
ในช่วงเวลานี้ เคยมีจักรพรรดิมากมายปรากฏตัวความแข็งแกร่งของรากฐานนั้นลึกซึ้ง
การพัฒนาจวบจนถึงปัจจุบันนี้การกล่าวว่าในโลกปัจจุบันนี้ไม่มีเซียนผู้ยิ่งใหญ่อาศัยอยู่ ก็ยากที่จะเชื่อ
พวกเขามิอาจริเริ่มสงครามได้โดยปราศจากการไตร่ตรอง
อย่างไรก็ตามผู้แข็งแกร่งระดับนี้ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในจักรวาลหรือไม่ก็ท้องทะเลไม่ปรากฏตัวให้เห็นบนโลก
"นอกจากนี้พวกเราหวังที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ข้อหนึ่ง"
"หากแต่ละฝ่ายใช้อาวุธจักรพรรดิเปิดฉากสงครามจะต้องไปทำนอกเขตแดน"
"ช่วงก่อนหน้านี้แคว้นใต้ถูกตีจนแผ่นดินแยกออกเป็นสองซีก"
"ผืนดินส่วนหนึ่งถูกหนานหลิงรวมเข้าไปแล้ว"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ผู้คนจำนวนมากต่างจ้องมองไปยังมู่เสินฉวนและสุดยอดขุมอำนาจที่เข้าร่วมสงคราม
"ได้ ตระกูลเจียงของพวกเราไม่มีปัญหา"
กึ่งเซียนของตระกูลเจียงพยักหน้า
ตอนนี้เซียนที่อยู่เหนือสามภพต่างทยอยปรากฏตัวซึ่งเปล่งพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวอยู่เช่นนั้น
หากใช้อาวุธจักรพรรดิทำสงครามอีกเกรงว่าแม้แต่ทั้งตงฮวงก็จะถูกตีจนแตกสลาย ไม่ต่างจากโลกาวินาศจะต้องมีสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนต้องสังเวยชีวิตอย่างอนาถ
"ตระกูลจีของข้าก็ไม่มีปัญหาเช่นกันแต่… ข้ากลัวว่าจะมีคนไม่รักษากฎ"
หัวหน้าตระกูลจีหัวเราะเยาะถ้อยคำดูถูกที่เอ่ยล้วนถากถางคนผู้หนึ่ง
เมื่อกล่าวเช่นนี้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้ดีว่าเขากำลังกล่าวถึงผู้ใดทุกสายตาจ้องมองไปยังมู่เสินฉวนโดยไม่ได้นัดหมาย
มู่เสินฉวนเหลือบมองผู้นำตระกูลจีอย่างเฉยเมยก่อนกล่าวอย่างสงบว่า
"ครั้งก่อนซัดจนร่างของเจ้าร้าวต้องหนีเข้าไปในรอยแยกมิติ แต่ไม่ตายก็นับว่าโชคดีอยู่"
"หากไม่ได้ใช้อาวุธจักรพรรดิข้าฆ่าเจ้าก็ไม่เปลืองแรงอะไรมากนัก!"
"หึ" ผู้นำตระกูลจีหลุบหน้าลงต่ำ
กฎของกึ่งเซียนที่อยู่ด้านหลังเขาไหลวนปลดปล่อยจิตสังหารที่น่าตกใจออกมา
"แดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือเห็นด้วย"แดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือพยักหน้าพร้อมเพรียง
"..."
"ต้าเซี่ยเห็นด้วย"
"จิ่วหลีเห็นด้วย"
"เสินอู่เห็นด้วย"
"..."
"ดี ข้อตกลงในวันนี้ เป็นอันบรรลุ!"
"หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกลงทัณฑ์จากใต้หล้า!"
ทั้งสามราชวงศ์ใหญ่กล่าวพร้อมกัน
แต่พวกเขามิได้รั้งอยู่นานนำหน้าออกจากงานท่ามกลางวงล้อมของเหล่าสิ่งมีชีวิตบรรพกาล
จากนั้นภายในเมืองโบราณก็แผ่บรรยากาศตึงเครียดที่พร้อมปะทุออกมา
ที่นี่มีหลายขุมอำนาจที่เป็นศัตรูกันแม้แต่ระหว่างเผ่าพันธุ์บรรพกาลก็ไม่ได้เป็นปึกแผ่น
ความแค้นของบางเผ่าพันธุ์สืบทอดมายาวนานนับล้านปียากที่จะคลี่คลาย
ตระกูลจี ตระกูลเจียง ราชวงศ์จิ่วหลีราชวงศ์ต้าเซี่ย และบรรดาผู้ยิ่งใหญ่จากแดนศักดิ์สิทธิ์จิตสัมผัสของพวกเขาประสานกันในอากาศ
พวกเขายังคงโต้เถียงกันว่าจะผนึกมู่เสินฉวนไว้ที่นี่ตลอดกาลหรือไม่
ส่วนมู่เสินฉวนกลับมีท่าทีสงบเสงี่ยมอย่างยิ่งเขาเฝ้ามองอย่างเงียบๆ เปี่ยมด้วยความองอาจที่ไม่เกรงกลัวผู้ใดในโลกหล้า
อย่างไรก็ตาม หลังจากหารือกันมานานก็ยังไม่มีขุมอำนาจใดกล้าลงมือกับเขาเพราะถูกพลังต่อสู้ในปัจจุบันของมู่เสินฉวนกดทับไว้
พวกเขารู้ดีว่าหากไม่ใช้พลังจากเซียนคนอื่นเข้าช่วยก็ยากที่จะสร้างภัยคุกคามใดๆ ต่อเขาได้!
ท้ายที่สุดกายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหลนั้นแข็งแกร่งเกินไป!
กฎและกายเนื้อต่างไร้ซึ่งจุดอ่อนยากที่จะทะลวงฝ่า
—-----------------------------------
[1] ซ่อนหัวมุดหาง (藏头露尾之辈)คือ พวกทำลับๆ ล่อๆ มีพิรุธ