หลังจากที่ไป๋ฉีบินตามปัญญาประดิษฐ์หมายเลข 24 มาได้ไม่นานนัก มันก็พาเขามายังตึกใหญ่ใจกลางสถาบัน ซึ่งในตอนนี้มีผู้คนเข้า-ออก จำนวนมาก
"ตึกใหญ่เบื้องหน้านี้คือตึกของฝ่ายทะเบียนเจ้าค่ะ และท่านจะต้องลงไปยืนยันตัวตนที่นั่นเสียก่อน เพื่อรับบัตรนักศึกษา"ปัญญาประดิษฐ์หมายเลข 24 กล่าวออกมา ก่อนที่ตัวของเธอจะกลายเป็นเด็กสาวตัวน้อยมานั่งบนไหล่ของไป๋ฉี
"เอ่อ.......แล้วเธอทำไมต้องย่อขนาดแล้วมานั่งบนไหล่ของข้าด้วยล่ะเนี้ย แค่พาข้าเข้าไปในตึกแบบปกติไม่ได้หรือไง"ไป๋ฉีมองไปยังปัญญาประดิษฐ์หมายเลข 24 ด้วยความประหลาดใจ
เธอจึงกล่าวตอบออกมาว่า "ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะเจ้าคะ เพราะว่าด้านล่างนั่นมีปัญญาประดิษฐ์หมายเลขอื่นอยู่มากมายและทุกตนก็หน้าเหมือนกัน ดังนั้นเพื่อป้องกันการสับสนพวกเราปัญญาประดิษฐ์จึงถูกตั้งค่าให้ย่อขนาดตัวลงเมื่อเข้ามาในเขตชุมชนและต้องนั่งอยู่บนตัวของคนที่พวกเรารับหน้าที่ดูแลเพื่อให้คำปรึกษาต่อไป"
สิ้นสุดคำอธิบายนั้น ไป๋ฉีก็ถอนหายใจออกมาก่อนที่เขาจะบินลงสู่พื้นและเดินไปยังตึกฝ่ายทะเบียนที่อยู่เบื้องหน้าโดยไม่รอช้า แต่ทว่าด้วยความที่วันนี้มีนักศึกษาใหม่จำนวนมากเข้ามายืนยันตัวตนและรับบัตรนักศึกษา ดังนั้นถึงไป๋ฉีจะรีบเพียงใดมันก็ยังรออยู่ดี
"เห้อ ทำไมคนมันเยอะขนาดนี้นะ กว่าจะถึงคิวข้าคงใช้เวลาครึ่งวันกระมัง"ไป๋ฉีบ่นอุบอิบออกมาแต่ก็ยังคงยืนรอต่อไป
แต่ทว่าในขณะที่ยืนรออยู่นั้นด้านหลังของเขาก็พลันเกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นมา ด้วยความอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไป๋ฉีจึงได้หันไปมองยังต้นเสียงในทันที
และสิ่งที่เขาเห็นก็คือยานอวกาศระดับจ้าวจักรวาลลำหนึ่งที่ตอนนี้กำลังลอยอยู่บนฟ้า ในเวลาต่อมาก็มีหญิงสาวผู้แสนงดงามสองคนลอยลงมา
เส้นผมยาวสลวยสีน้ำเงินดวงตาสีฟ้าช่างดูน่าหลงไหลยิ่ง และที่สำคัญกว่านั้นคือใบหน้าของพวกเธอที่เหมือนกันจนดวงตาไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้ และนั่นทำให้ทุกคนในที่นี้รับรู้ในทันทีว่าพวกเธอคือฝาแฝดกัน
"พี่ชายพวกเธอคือใครหรือ ทำไมพอพวกเธอมาแล้วทุกคนดูตื่นเต้นกันขนาดนี้"ด้วยความสงสัย ไป๋ฉีจึงได้เอ่ยปากถามคนที่อยู่ใกล้ๆ
ชายคนนั้นหันมามองทางไป๋ฉีแล้วกล่าวถามด้วยความประหลาดใจ "น้องชาย เจ้าไม่รู้จักพวกเธอจริงๆหรือ ฝาแฝดสมุทรเทวะมีชื่อเสียงในสหพันธ์จักรวาลเซียนเทียนมากเลยนะ"
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ส่ายหน้า "พี่ชายข้าไม่รู้จักจริงๆ พอดีข้ามาจากดาวอันห่างไกล"
"โอ้ เป็นเช่นนี้นี่เอง ถ้างั้นข้าจะบอกข้อมูลพวกเธอให้เจ้ารู้สักหน่อยก็ได้ แฝดสมุทรเทวะน่ะเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของจ้าวจักรวาลโบราณตงไห่ แห่งจักรวาลทะเลเหนือ และพวกเธอถูกจัดให้เป็นรุ่นเยาว์ที่งดงามที่สุดในสหพันธ์ ส่วนทางด้านพรสวรรค์เองก็นับว่ายอดเยี่ยมเพราะพวกเธอทั้งสองต่างอยู่ในอันดับที่หกและอันดับที่เจ็ดของหอคอยสวรรค์ในปีนี้"ชายคนนั้นเล่าให้ไป๋ฉีฟังด้วยความตื่นเต้นสายตาจับจ้องไปที่ฝาแฝดสมุทรเทวะด้วยความหลงไหล
"หอคอยสวรรค์?"ไป๋ฉีอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ เขาจำได้ว่าไป๋หมิงเคยเล่าเรื่องหอคอยสวรรค์ให้เขาได้ฟังอยู่เหมือนกัน และเท่าที่เขาจำได้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นหอคอยที่เจ้าจักรวาลนิรันดร์สามคนสร้างขึ้นมาเพื่อวัดระดับพรสวรรค์ของรุ่นเยาว์ในปีนั้นๆ
การที่พวกเธอสองคนถึงกับอยู่ในอันดับหกและอันดับเจ็ดของปีนี้ได้ นับว่าฝีมือไม่ธรรมดา
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ขอบคุณพี่ชายที่เล่าให้ฟัง"ไป๋ฉีกล่าวขอบคุณหลังจากที่ได้รู้ทุกอย่าง ก่อนที่จะหันกลับมามองหน้าตึกในทันทีว่าคนลดลงไปเยอะแล้วหรือยัง
สำหรับหญิงงามทั้งสองคนด้านหลังแม้พวกเธอจะสวยมากแต่ไป๋ฉีกลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด นี่อาจเป็นเพราะช่วงชีวิตตลอดสองเดือนมานี้เขาอยู่ในการดูแลของเหล่าหญิงงามล่มเมืองเกือบทุกวัน
ไม่ว่าจะเป็นท่านย่า ท่านยาย ท่านป้า ท่านแม่ หรือแม้แต่ภรรยาของเขาทุกคนล้วนแต่งดงามเกินใคร เขาจึงได้รับภูมิต้านทานหญิงงามมาโดยปริยาย ดังนั้นจึงไม่ได้เกิดอาการหลงไหลสองสาวฝาแฝดมากนัก
"เห้ย แกน่ะ! หลีกทางไป!"
ในขณะที่ไป๋ฉีกำลังยืนรอคิวในการยืนยันตัวตน เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ชายหนุ่มหันกลับไปโดยพลันสิ่งที่เขาเห็นคือชายร่างกำยำที่ยืนอยู่พร้อมกับบรรดาลูกน้องของมัน ส่วนนักศึกษาคนอื่นๆด้านหลังของเขานั้นตอนนี้พากันหลีกทางให้พวกมันจนหมดสิ้น
"พวกเจ้าเป็นใครกัน? แล้วทำไมข้าต้องหลีกทางให้"ไป๋ฉีกล่าวอย่างจริงจัง ตัวเขารอต่อคิวเข้าไปมาตั้งนานจะยอมหลีกทางให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ได้อย่างไร
เมื่อสิ้นเสียงของไป๋ฉี เหล่านักศึกษาใหม่ทุกคนที่ได้ยินก็พลันส่งเสียงฮือฮากันออกมา สายตาจับจ้องไปที่ไป๋ฉีราวกับจับจ้องคนโง่เขลาอย่างไรอย่างนั้น
"จบสิ้นแล้ว เจ้าเด็กนั่นมันบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้กล้าพูดแบบนั้นเจิ้นเผิง"
"ใช่ เจ้านั่นไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไง ถึงได้หาเรื่องใส่ตัวแบบนั้น"
"เห้อ เจิ้นเผิงเป็นถึงอัจฉริยะที่ได้อันดับหนึ่งร้อยในหอคอยสวรรค์ เจ้าเด็กนั่นไม่ได้ตายดีแน่"
หลากหลายความคิดเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทางฝั่งกลุ่มของชายที่ชื่อเจิ้นเผิงเองเมื่อได้ยินไป๋ฉีตอบกลับมาเช่นนั้นใบหน้าก็พลันบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
"เจ้าเด็กนี่มันรนหาที่ตาย! ลูกพี่ให้ข้าสั่งสอนมันหน่อยดีหรือไม่มันจะได้รู้จักที่ต่ำที่สูง!"ลูกน้องคนหนึ่งของชายร่างกำยำเจิ้นเผิงกล่าวออกมา
"ได้ แต่อย่าให้มันตายล่ะ เอาแค่ให้มันขาหักสักข้างก็พอ"เจิ้นเผิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ลูกน้องของมันจึงพุ่งเข้าใส่ไป๋ฉีโดยไม่รอช้า ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความเหี้ยมหาญยิ่ง
"จงซาบซึ้งใจเสียเถอะ ที่ลูกพี่เจิ้นเผิงยังไว้ชีวิตเจ้า!"กล่าวจบหมัดที่เต็มไปด้วยไอปราณจักรวาลสีแดงก็พุ่งตรงเข้าใส่บริเวณหน้าอกของชายหนุ่มในทันที
ไป๋ฉีที่เห็นเช่นนั้นใบหน้าภายใต้เสื้อคลุมของเขาก็ปรากฏรอยยิ้ม ในขณะที่หมัดของอีกฝ่ายกำลังมาถึงตัวของเขานั้น อยู่ดีๆตัวของมันก็ถูกพลังงานบางอย่างดีดกระเด็นออกไป จนร่างกายชนกับตึกอีกตึกที่อยู่ไกลออกไป
"อะไร!"
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างอุทานออกมาเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย หมัดเมื่อครู่มันมีพลังระดับจ้าวพิภพขั้นที่สี่เลยไม่ใช่หรืออย่างไร แล้วชายหนุ่มที่มีพลังระดับจ้าวพิภพขั้นที่หนึ่งป้องกันมันด้วยวิธีไหนกัน และไม่ใช่แค่เพียงป้องกันเท่านั้นแต่ยังดีดฝ่ายตรงข้ามกลับไปอย่างรุนแรงถึงขนาดไปชนกับตึกที่อยู่ไกลเกือบสองร้อยเมตรได้
'เห้อ ทั้งๆที่ท่านพ่อย้ำว่าไม่ควรสร้างปัญหาแท้ๆ แต่ข้ากลับเจอปัญญาตั้งแต่วันแรกที่เข้าสถาบันเลยอย่างนั้นหรือนี่'ไป๋ฉีกล่าวกับตัวเองในใจอย่างเบื่อหน่าย
ในขณะนั้นเองชายร่างกำยำเจิ้นเผิงและลูกน้องของมันที่เหลือก็พลันพุ่งเข้ามาหาไป๋ฉีพร้อมกับหมัดที่ถูกห่อหุ้มด้วยลมปราณหลากหลายสีสันต์ซัดเข้าใส่ชายหนุ่มในทุกทิศทางราวกับต้องการลบเลือนความขายหน้าเมื่อครู่นี้
'ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตายข้าก็จะจัดให้ จะได้เรียนที่นี่หรือไม่ก็ช่างมัน!!' ไป๋ฉีที่กำลังโดนรุมโจมตีเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เขาเตรียมพร้อมจะเรียกมีดบินออกจากมิติ
ทว่าในตอนนั้นเองอยู่ดีๆแสงสีฟ้าครามปริศนาก็พลันตกลงมาบนร่างกายของเขาและป้องกันหมัดของพวกเจิ้นเผิงเอาไว้
"บัดซบ! ใครกันที่บังอาจมาขวางข้า!" พวกเจิ้นเผิงถ่อยร่นแล้วอุทานออกมาอย่างเกรี้ยวกาจ
"เป็นข้าเอง เจ้ามีปัญหาหรือไม่!"เสียงที่ทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายรูปงามผมสีฟ้าในชุดอาจารย์ของสถาบัน
เมื่อเขาปรากฏตัว นักศึกษาทุกคนต่างโค้งตัวทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน
"คาราวะ อาจารย์เจียอี้"