ตึง!
ตึง!
ตึง!
ตึง!
จางหลินที่วิ่งขึ้นบันไดอย่างไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อยก็มาหยุดลงหน้าห้องที่ปิดสนิทด้วยเสียงหอบหายใจ เขาพยายามที่จะผลักประตูเข้าไป
แต่เขาพบว่าประตูยังคงถูกปิดจากภายใน เขาไม่รอช้าที่จะระเบิดเสียงคำรามและใช้ไหล่กระแทกประตูอย่างแรง
ปัง!
ปัง!
ปัง!
ประตูที่มีไม้คั่นแตกสลายทันทีที่จางหลินกระแทกไปประมาณสองถึงสามครั้ง ทันใดนั้นเมื่อมองเห็นฉากตรงหน้า เข่าทั้งสองของจางหลินก็ทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง
ใจกลางห้องที่คับแคบคือร่างในชุดเกราะสีดำที่กำลังพิงกำแพง โดยมีกองเลือดไหลเป็นทางยาวมาจนถึงหน้าประตู!
และชุดด้านในสีเหลืองอ่อนของร่างนั้นก็เปียกโชกไปด้วยเลือด!
ลำคอของร่างนั้นว่างเปล่า หัวที่คุ้นเคยของจางหยินเซียวกลับอยู่ไกลออกไป และมีเลือดไหลพรากจากลำคอ...
เมื่อเห็นฉากนี้จางหลินก็กรีดร้องออกมาราวกับคนสติแตก!
“ท่านพ่อ!!!!!”
ภาพตรงหน้าทำให้ความหวังอันริบหรี่ที่ยังคงเหลืออยู่ถูกทำลายจนหมดสิ้น!
ด้านหลังคือร่างของหยุนเหวินที่เพิ่งจะขึ้นมา ทันทีที่เขาเห็นฉากตรงหน้า ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด “จะ-จางหยินเซียว!”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตรงหน้าของทั้งสองคือร่างของประมุขตระกูลจางอย่างจางหยินเซียว ที่ถูกสังหารด้วยของมีคมโดยการสะบั้นที่ลำคอเพียงครั้งเดียว!
ใบหน้านั้นมีการแสดงออกที่หวาดกลัวและตกตะลึง ซ้ำแล้วดวงตาของเขายังคงเบิกโพลงแม้จะตายไปแล้ว!
จางหยินเซียวถูกฆ่าตาย!
เขาถูกฆ่าในขณะที่โดยรอบไม่มีใครรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในตระกูลจางเลย!
ผู้ที่จะลงมือได้อย่างเงียบเชียบและเด็ดขาดเช่นนี้มีเพียงนักฆ่าเท่านั้น!
จานหลินที่ล้มลงอย่างอ่อนแรงก็กระเสือกกระสนคลานไปข้างหน้าด้วยสองมือ อาภรณ์ของเขาเปียกโชกไปด้วยเลือดของจางหยินเซียวที่ไหลเป็นทางยาว เขาพยายามส่งเสียงเรียกอย่างสิ้นหวังราวกับว่ายังไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า “ทะ-ท่านพ่อ... ท่านพ่อ... ท่านตื่นขึ้นมาก่อน... หลินเอ๋อร์กลับมาแล้ว…”
นี่คือฝัน!
มันไม่ใช่ความจริง!
ข้าต้องฝันอยู่แน่ๆ!
หยุนเหวินทำได้เพียงยืนมองจากที่ไกลๆ และกำหมัดแน่นด้วยแววตาที่เย็นชา!
‘ใครกันกล้าที่มีความกล้าจะสังหารคนของสำนักจักรพรรดิดารา!?’
‘แต่ที่แน่ๆเจ้าหยางเซี่ยที่ยังอยู่ในเมืองหยางโจวก่อนหน้านี้ ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน’
จางหลินยังคงคลานไปข้างหน้าอย่างน่าเวทนา เขาเขย่าร่างที่ไร้หัวของจางหยินเซียวด้วยสีหน้าที่ไร้เลือดไร้การแสดงออกใดๆ เขายังคงกรีดร้องคำเดิมซ้ำๆราวกับคนเสียสติ “ทะ-ท่านพ่อ ท่านฟื้นขึ้นมาก่อน หลินเอ๋อร์มีวิธีรักษาท่านแล้ว ได้โปรดกลับมาหาข้า—”
ขณะพูดด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว หัวของเขารู้สึกขาวโพลนและคิดอะไรไม่ออกนอกจากความรู้สึกที่ว่างเปล่า
บัดนี้จิตใจของจางหลินแตกสลายอย่างย่อยยับ!
โศกนาฏกรรมในครั้งนี้เลวร้ายเสียยิ่งกว่าเรื่องของชิงเยว่เสียอีก!
จู่ๆ จางหลินสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่กระแทกจากภายใน ก่อนที่เขาจะกระอักเลือดออกมาเต็มปาก!
“พ๊วก!”
ร่างของจางหลินทรุดลงท่ามกลางกองเลือด เขากรีดร้องเสียงแข็งกร้าวราวกับมังกรร้ายพิโรธ!
“อ๊าก!!!!!”
ดวงตาที่ว่างเปล่าและสิ้นหวังของจางหลินมองเห็นรอยยิ้มหยอกล้อของจางหยินเซียวได้อย่างเลือนลาง เสียงของบิดายังคงดังก้องในหู
“หลินเอ๋อร์ อย่าเพิ่งถอดใจ ข้าจะหาวิธีทำให้เจ้ากลับมาฝึกฝนปราณให้ได้”
“หลินเอ๋อร์ หากเจ้าต้องการอะไรก็แค่บอกมา แม้ว่าข้าจะไม่ร่ำรวย แต่หากแลกกับการที่เจ้าสามารถกลับมาฝึกฝนได้อีกครั้ง ต่อให้เป็นสมบัติตกทอดของตระกูลจาง ข้าก็จะขายมันอย่างไม่ลังเล”
“หลินเอ๋อร์ เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ หากแม่ของเจ้าได้มาเห็นเจ้าในตอนนี้ นางต้องภูมิใจมากเป็นแน่”
“หลินเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ว่าความสงบเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นเรื่องดีที่จะไม่ขัดแย้งกับผู้ใด”
“หลินเอ๋อร์ เจ้ามีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เกิด หากเจ้าลองฝึกฝนการหลอมกาย บางทีด้วยความเป็นอัจฉริยะของเจ้า เจ้าอาจจะเป็นนักฝึกฝนหลอมกายได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนปราณ”
แววตาที่เป็นห่วงเป็นใยและน้ำเสียงที่อ่อนโยนของจางหยินเซียวยังคงดังซ้ำๆในหูของจางหลินราวกับว่ามันเป็นภาพหลอน
จู่ๆ ภาพรอยยิ้มของจางหยินเซียวค่อยๆหายไปจากจิตใต้สำนึก แต่ถูกแทนที่ด้วยใบหน้าที่สิ้นหวังและไม่เต็มใจ โดยมีเลือดกองใหญ่ไหลทะลักออกจากมุมปาก ขณะที่เขาดูเหมือนจะกำลังร้องขอความเมตตาจากใครบางคน
“ขะ-ข้าขอร้อง... อย่าทำอะไรกับหลินเอ๋อร์”
“หากเจ้าต้องการอะไรก็แค่เอามันออกไป ขอแค่ชีวิตลูกชายของข้า…”
“ได้โปรด ปล่อยหลินเอ๋อร์ไป…”
เสียงคำรามที่สิ้นหวังและเศร้าโศกของจางหลินดังกังวานไปไกล ไม่ว่าใครที่ได้ยินเสียงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ใจไปตามๆกัน!
“อ๊ากกก!!!!!”
ทันใดนั้นภาพรอยยิ้มที่ชั่วร้ายของหยางเซี่ยวาบผ่านเข้ามาจิตใต้สำนึกของจางหลิน แม้แต่ภาพของปรมาจารย์ซูหยานที่ยิ้มอย่างเย้ยหยันให้แก่ตนก็เช่นกัน!
สายตาสองคู่ราวกับว่ากำลังสะใจที่ได้เห็นเขาตกอยู่ในสภาวะที่สิ้นหวังถึงขีดสุด!
ผู้ที่กล้าจะทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้คงไม่มีใครอีกแล้วนอกจากสองคนนี้!
“หมาเฒ่าซูหยาน! ข้ากับเจ้ามิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้!” จางหลินแผดเสียงคำรามและร่ำร้องจนน้ำตาไหลเป็นสายเลือด! ดวงตาของเขาฉายให้เห็นถึงเจตนาฆ่าที่บ้าคลั่งประดุจดั่งปีศาจร้ายจากขุมนรก!
วู้ม!
ทันใดนั้นรังสีเข่นฆ่าแผ่ขยายปกคลุมตำหนักทั้งหลัง! ทำให้แม้แต่หยุนเหวินที่ยืนอยู่ด้านหลังก็พลันสั่นสะท้านด้วยความกลัว!
เป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักถึงรังสีเข่นฆ่าที่ดูเหมือนจะสามารถทำลายได้แม้แต่สรวงสวรรค์! มันคือรังสีเข่นฆ่าที่มาจากความสิ้นหวังและความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด!
หยุนเหวินรู้สึกราวกับว่าโซ่ขนาดใหญ่ที่พันธนาการปีศาจจากขุมนรกได้ขาดสะบั้นลง!
บัดนี้ปีศาจกำลังจะตื่นขึ้นและมอบความสิ้นหวังให้แก่ศัตรูของมันทุกคน!
เมื่อสภาพจิตใจของจางหลินแตกสลายอย่างย่อยยับ เขาก็กระอักเลือดออกมาอีกครั้งอย่างหนักหน่วง!
“พ๊วก!”
จู่ๆ การมองเห็นของจางหลินเริ่มพร่าเบลอ ก่อนที่เขาจะล้มลงหมดสติไปจากสภาพจิตใจที่พังทลาย เขาได้ยินเพียงเสียงที่อู้อี้ของหยุนเหวินที่พยายามเรียกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
หยุนเหวินที่เห็นว่าจางหลินหมดสติไปก็รีบเข้าไปพยุงร่างของเขาไว้ ก่อนจะส่งเสียงเรียกซ้ำๆ “เจ้าหนู! ทำใจดีๆไว้!”
ครั้นเห็นว่าจางหลินไร้ซึ่งการตอบสนอง เขาก็รีบจับชีพจรของจางหลินก่อนจะพบว่า ต้นกำเนิดแห่งชีวิตของเขาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการกระอักเลือดหัวใจออกมาเมื่อครู่!
ในความคิดของหยุนเหวิน ต่อให้จางหลินตื่นขึ้นมาได้ สภาพร่างกายและจิตใจของเขาคงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!
จิตใจที่ได้รับการกระทบกระเทือนในครั้งนี้จะสร้างบาดแผลในใจของเขาตราบนานเท่านาน!
‘ไม่ดีแน่! หากไม่รีบรักษาเขาในตอนนี้ สภาพจิตใจของเขาคงไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป!’ หยุนเหวินกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ
นี่ถือได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าสภาพจิตใจของชายหนุ่มที่มีอายุเพียงแค่ 17 ปีจะรับไหว!
มันคือฝันร้ายที่จะติดตรึงใจของจางหลินไปตลอดกาล…